ผู้ตัดสินสูงสุดไล่เรียงอ่านประวัติความเป็มาของชายหนุ่มนามว่าไครเซอร์ผู้นี้ให้กับทุกคนได้รับฟัง แต่ละคนเมื่อรับฟังก็หาวออกมาและแสดงท่าทีราวกับว่าจะง่วงนอน มันเหมือนกันทั้งหมด ชีวิตของเด็กจนๆส่วนใหญ่ก็เป็เช่นนี้ ชะตาที่พวกเขาได้รับเลือกนั่นมันโหดร้าย จนกระทั่งพวกเขาได้เดินทางมาถึงจุดสำคัญของรายงานในวันนี้ หลายคนเริ่มนั่งหลังตรงเพื่อรอคำพิพากษาจากผู้ตัดสิน
"เมื่อ10วันก่อน เ้าได้ใช้น้ำมันก๊าชวางเพลิงไปรอบๆสลัมและจุดไฟเผาพวกเขาทั้งเป็ โดยส่วนใหญ่แล้วพื้นที่ของสลัมนั่นบ้านของแต่ละคนจะถูกสร้างขึ้นด้วยไม้ ยิ่งเป็เช่นนั่นแล้วเพลิงก็ได้ลามออกไปอย่างรวดเร็ว เปลวไฟย่างสดทุกชีวิตที่อยู่ในรัศมีทั้งหมดหลายกิโลเมตรนั่น ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ หลายพันชีวิตที่อาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนั่น พวกเขาถูกไฟกลืนกินร่างทั้งเป็ มีชีวิตอย่างทรมานจนถึงวาระสุดท้าย จากที่ตรวจสอบดูก็มีบางคนที่วิ่งหลบหนีออกมาจากรัศมีของประกายไฟได้ าแของแต่ละคนสาหัสจนเกินกว่าที่จะรักษาไหว ถึงจะรักษาได้แต่พวกเขาก็ต้องพิการไปตลอดชีวิต ต่อให้จะมีเทคโนโลยีรักษาที่ล้ำหน้าล้ำสมัยก็เถอะ พวกมันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่มหาศาลอยู่ดี"
คำพูดของสำนักงานพิพากษาสร้างความโกลาหลให้กับฝูงชนที่เข้ามารับฟัง มีหลายคนถึงกับกำหมัดแน่นและะโสาบส่งให้กับชายหนุ่มนิรนามผู้นี้ สังหารคนบริสุทธิ์ไปหลายพันชีวีตเลยเนี่ยน่ะ ถึงพวกเขาจะเกลียดพวกคนในสลัมก็ตาม แต่ทว่าชีวีตมันก็คือชีวิต พวกเขาถึงยังไงก็เป็มนุษย์เช่นเดียวกัน
"เงียบ คำตัดสินยังไม่เสร็จสิ้น!!"
แต่ในขณะนั่นผู้พิพากษาสูงสุดก็ได้ยกมือขึ้นเพื่อให้ทุกคนเงียบ เพียงแค่พริบตาเดียวบรรยากาษที่คึกโครมก็ได้เงียบสงัดราวกับป่าช้า
ชายวัยกลางคนเลือบมองไปยังเบื้องล่างและเริ่มที่จะกล่าวขึ้นเสียงดัง
"อาชญากรไครเซอร์ เ้าทราบความผิดนี้หรือไม่ สำนักงานพิพากษาตัดสินใจที่จะปะาชีวิตของเ้า แต่ด้วยที่ว่าเ้าอายุยังไม่ถึง18ปี คำสั่งที่ได้ถูกส่งลงมาก็เลยเปลี่ยนไป จากปะาชีวิตจะถูกตัดสินให้เป็การจองจำไปตลอดชีวิตที่เหลือหลังจากนี้ เ้าจะถูกส่งเข้าไปในคุกของสภาเมือง ไม่มีอิสระหรือการตัดสินใจใดๆทั้งสิ้น เ้าจะต้องถูกจองจำไปจนสิ้นอายุขัย..!!"
ผู้พิพากษาเมื่อพูดจบก็ใช้แท่งไม้เคาะโต๊ะอยู่สองสามทีเพื่อเป็การเสร็จสิ้นพิธี เขาลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมกับเดินหลังจากไป แต่ก่อนที่เขาจะไปนั่นดวงตาก็ได้เลือบมองไปยังเด็กหนุ่มด้วยท่าทีอันน่าเวทนาพลางครุ่นคิดอยู่ยกใหญ่
"เฮ้อ น่าสังเวชจริงๆ เราคิดถูกแล้วหรอที่ตัดสินใจทำไปแบบนี้"
ชายวัยกลางคนรู้ดีอยู่แล้วว่าเด็กหนุ่มคนนี้นั่นไม่ได้เป็คนทำ แต่ด้วยสถานะหรือตำแหน่งของเขานั่นมีหรือที่จะช่วยอะไรได้ ถ้ามันไม่ทำตาม ชีวิตรวมถึงครอบครัวของมันก็อาจจะหายวับไปในความมืดก็เป็ได้ บอกตรงๆเลยว่าผู้ร้ายตัวจริงในการวางเพลิงสลัมนั่นก็คือลูกชายของผู้ว่าการแห่งเมืองแอลนี้ สถานะที่ยิ่งใหญ่แบบนั่นไครเซอเป็เพียงแค่ผู้ที่โชคร้ายก็เท่านั้นเอง เขาเป็เพียงแค่แพะรับหน้าที่คอยปกปิดทุกสิ่งจากโลกภายนอก ผู้ว่าการเมืองแอลมีอำนาจและอิทธิพลที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ ถ้ายังอยากจะมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็ต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองด้วยั์ตาที่สั่นไหว เขาพยายามที่จะะโขึ้น
"ดะ..เดียว ผมไม่ได้ทำ...."
ไครเซอได้แต่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ยกใหญ่ แขนทั้งสองของตนพยายามจะยกขึ้นเพื่อที่จะโต้แย้ง แต่ทว่าเขากลับถูกการ์เดี้ยนหลายคนเข้ามาล็อคตัว คำตัดสินได้ทำให้แต่ละคนเบาสบายใจกันยกใหญ่ ถึงเ้าเด็กนั่นจะไม่ถูกปะาแต่การถูกขังที่คุกของสภาเมืองก็เหมือนกับตกนรกทั้งเป็แล้ว ชีวิตหลังจากนี้อีกเกือบร้อยปี มันก็คงจะไม่ได้ทำอะไรอีกต่อไปแล้วละ แก่ตายในคุกที่ราวกับเป็ขุมนรกนั่น
ชะตากรรมชีวิตของไครเซอหลังจากนี้นั่นก็เป็เพียงแค่เื่ราวที่ได้ผ่านพ้นเข้ามา มันมีคำตัดสินเช่นนี้ในแทบจะทุกวัน ประชากรมากมายที่อยู่บนดาวโลกไม่ได้อยากจะรับรู้ในสิ่งต่างๆ ชีวิตของผู้ที่ร่ำรวยก็ใช้ชีวิตตามสถานะ ส่วนผู้ที่ไม่มีอันจะกิน พวกเขาก็ต้องทำในสิ่งที่โหดร้ายและดูรุนแรงเพื่อที่จะประทังชีวิตไปวันๆ นี้แหละคือโลกในยุคอวกาศ ยิ่งเทคโนโลยีก้าวไกลมากเท่าไหร่ ความเหลื่อมล้ำในฐานะทางสังคมก็ยิ่งมากมายขึ้นเท่านั้น มันคือชะตากรรมที่ทุกคนก็ไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงมันได้
ปีอวกาศที่212 ณคุกสภาเมืองที่ตั้งอยู่ไกลออกมาจากเมืองแอล สถานที่แห่งนี้มีอาณาเขตขนาดใหญ่โตหลายพันเมตร อาคารถูกสร้างขึ้นด้วยกำแพงหินปูนขนาดใหญ่ เสมือนเป็ป้อมปราการขนาดั์ รอบด้านเต็มไปด้วยการ์เดี้ยนที่ถือปืนอันล้ำสมัย แต่ละคนสวมชุดเกราะไฮเทคที่มีเทคโนโลยีอันสูงล้ำ พวกเขาคือคนคุมที่คอยประจำการอยู่ในคุกแห่งนี้
มันเป็เวลากว่า2ปีแล้วที่ไครเซอถูกจองจำอยู่ในคุกที่หนาแน่น สภาพของเขานั่นเรียกได้ว่าเลวร้ายเป็อย่างมาก ในทุกๆวันตัวของชายหนุ่มจะถูกลงมืออย่างหนักจากนักโทษคนอื่นๆ เนื่องจากว่าเขานั่นอ่อนแอและเป็เพียงแค่เด็กหนุ่มคนนึง มันก็ยิ่งทำให้เป็ที่น่ารังแกต่อขาใหญ่ที่อยู่ภายในคุก ยิ่งเขามีรูปร่างผอมบางราวกับหนังหุ้มกระดูกเช่นนี้ก็ยิ่งเป็ที่น่าลงมือของใครหลายๆคน
"ไอ้โง่นี้ กุบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำเสียงดังใน่เวลาที่กุนอน!!"
ภายในห้องขังแห่งนึงเสียงะโที่ดูจะหงุดหงิดก็ได้ดังขึ้น ชายวัยกลางคนก้าวเดินไปยังเป้าหมายพร้อมกับยกร่างของเด็กหนุ่มขึ้นจากนั่นก็ทุ่มมันลงไปยังเบื้องล่าง ใบหน้าของเขาดุร้ายและแสยะยิ้มออกมาอย่างชอบใจ เด็กหนุ่มไม่มีทางเลือก เขาทำได้เพียงกัดฟันแน่นและยกแขนครอบคลุมหัวของตนไม่ให้ลงไปกระแทกกับผืนปูน
ปัก!
เสียงกระแทกอย่างรุนแรงดังขึ้น ร่างกายที่ผอมบางเต็มไปด้วยสภาพอันสะบักสะบอม ไครเซอกระอักเืออกมาอย่างหนักพร้อมกับประคองร่างกายของตนให้ลุกขึ้น แขนขาสั่นไหวจนแทบจะยืนขึ้นไม่อยู่ บริเวณมุมปากเต็มไปด้วยเืสีแดงสดที่กำลังไหลรินออกมา แต่ถึงจะเป็เช่นนั่นตัวของชายหนุ่มเองก็ไม่กล้าที่จะหืออะไรกับชายวัยกลางคนตรงหน้าเลยสักนิด
"ขะ..ขอโทษ พอดีผมไม่ทันได้ระวังตัว"
เขายังต้องก้มหน้าลงพร้อมกับเอ่ยขึ้น ปากแห้งกราดเหมือนกับขาดน้ำมานานสั่นไหวอยู่นิดๆ
"หึ? นี่แค่สั่งสอน! อันที่จริงข้าใช้พลังไปเพียงแค่น้อยนิด จำเอาไว้ไอ้เด็กน้อย ถ้าข้าลงมืออย่างสุดกำลังร่างกายของแกคงจะแตกหักไปแล้ว"
ชายวัยกลางคนพูดจบก็เอนหลังนอนลงสู่พื้นปูน ท่าทางของเขานั่นราวกับว่ามันเป็เื่ปกติที่เกิดขึ้นในทุกๆวัน ภายในห้องขังนั่น ไม่ได้มีเพียงแค่ไครเซอกับชายวัยกลางคนเท่านั้น ยังมีอีกหลายสิบชีวิตที่กำลังนั่งหลบมุมและจ้องมองมาอย่างหวาดกลัว
"จะ..เ้าไครเซอโดนอีกแล้ว? มันไปทำอะไรให้ขาใหญ่อย่างโทมัสไม่พอใจหรือไง"
"เบาเสียงหน่อยสิวะ เดียวเ้าโทมัสก็ได้ยินหรอก หรือแกอยากจะไปช่วยมันละ"
"จะไปสนใจมันทำไม มันก็เป็อย่างงี้มาร่วม2ปีแล้วไม่ใช่หรอ ภายในคุกแห่งนี้ถ้าไม่มีอำนาจมากพอ มันก็จะต้องถูกรังแกเช่นนั่นแหละ"
แต่ละคนพูดจบก็ส่ายหัวออกมาอย่างอ่อนใจ พวกเขากลับสู่พื้นที่ของตนและเริ่มที่จะนอนลงอย่างเช่นเดิม มันคือกิจวัตรประจำวันที่พวกเขานั่นได้พบเจอมาใน่หลายปีนี้
แค่ก! แค่ก!
เสียงไออย่างเบาหวิวดังขึ้น ชายหนุ่มพยายามที่จะไม่ให้มันเสียงดังมากที่สุด ไครเซอยกมือปาดเืที่อยู่มุมปากของตนพร้อมกับนั่งลงด้วยท่าทีอันเ็ป ความเจ็บที่สะสมไว้ในทุกๆวันจากการที่ทำร้ายมันรุนแรงเป็อย่างมาก ยิ่งมาโดนดอกเมื่อกี้ด้วยแล้วมันก็ยิ่งทำให้หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้น
"อึก? วันนี้ต้องนอนพักผ่อนก่อน"
ชายหนุ่มเอนหลังลงพลิกกำแพงปูนที่เย็นยะเยียบ มันแข็งกระด่างและเย็นจนแทบจะนอนไม่ได้ แต่เขาถึงยังไงก็ต้องทำ ดวงตาที่ไร้ซึ่งประกายได้แต่จ้องมองไปยัง้าสุดที่ไม่มีอะไรอยู่เลย ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้มาลงมือเอยในสภาพเช่นนี้ ตัวของเขานั่นทำผิดอะไรถึงได้ต้องมามีสภาพที่อนาถแบบนี้