ตอนที่11ส่งแม่สื่อมาทาบทาม
ฮวาเจียงซิ่วที่ได้ฟังว่าสกุลหวังนำแม่สื่อมาทาบทามบุตรสาวเขาหันมองสบตากับภรรยาก่อนจะหันไปมองบุตรสาวของตนด้วยสีหน้าหนักใจเขารู้ว่าการที่จะแก้ไขข่าวลือเสียหายนี้ไปได้นอกจากให้แต่งงานกับชายที่ช่วยบุตรสาวแล้วทางอื่นก็ล้วนแล้วแต่ไม่ดีทั้งนั้น
“เซียงเซียงเ้าคิดเห็นเช่นไรหากเ้าไม่อยากแต่งให้หวังจงพ่อจะช่วยปฏิเสธแทนเ้าเอง”
“เซียงเซียงแล้วแต่ท่านพ่อจะเห็นชอบเ้าค่ะ” ฮวาเซียงเซียงหลุบตาลงก่อนจะเงยหน้ามองจ้องบิดานิ่งนางไม่ถือหากต้องแต่งให้พรานป่าล่าสัตว์เขาถือว่าเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของนางการแต่งงานนี้ก็ถือว่าเป็การทดแทนอย่างหนึ่งแล้ว
“เช่นนั้นพ่อจะออกไปพบพวกเขาเ้าก็กลับไปพักที่เรือนก่อนเถิดแล้วพ่อจะให้คนไปแจ้งข่าวแก่เ้าภายหลัง” ฮวาเจียงซิ่วเอ่ยตอบแล้วหันไปหาภรรยาของตนที่กำลังยืนทำหน้าเคร่งเครียด
“เ้าออกไปกับข้าเถิดเ้าออกไปเชิญพวกเขาไปที่โถงใหญ่ก่อนแล้วพวกข้าจะตามไป” ฮวาเจียงซิ่วเอ่ยขึ้นกับภรรยาก่อนจะหันไปหาสาวใช้ที่เข้ามารายงานตนหลังจากที่เขาตัดสินใจได้แล้ว
“จะดีหรือเ้าคะท่านพี่”จางเหมยซูเอ่ยขึ้นเสียงเบากับสามีด้วยสีหน้าเศร้าก่อนจะมองไปที่บุตรสาวที่กำลังเดินออกไปจากห้อง
“จะทำอย่างไรได้เล่า เ้าก็เห็นแล้วว่าชาวบ้านพูดกันเื่นี้ไม่หยุดอีกอย่างถึงแม้ว่าหวังจงเขาจะเป็แค่พรานป่าแต่ดูแล้วเป็คนที่ใช้ได้ที่บ้านมีเพียงปู่ไม่มีภรรยาหรืออนุภรรยาแม่สามีพ่อสามีก็ไม่มีให้เซียงเซียงต้องคอยปรนนิบัติบ้านของเขาก็อยู่ไม่ไกลเวลาที่เ้าคิดถึงเซียงเซียงเ้าก็ไปเยี่ยมนางได้”
“อืม ข้าจะทำอย่างไรได้อีกเซียงเซียงของข้าช่างน่าสงสารนัก”
“เราไปหาท่านแม่ก่อนเถิดแล้วค่อยออกไปพบพวกเขาให้แขกรอนานไม่งามนัก” ฮวาเจียงซิ่วเอ่ยชวนภรรยาแล้วเดินนำออกไป
ที่โถงใหญ่ของเรือนหลักหวังซู่ที่วันนี้แต่งตัวดีกว่าทุกวันผมที่มีสีขาวแซมมากกว่าดำก็หวีมัดเก็บเรียบร้อยเขานั่งหลังตรงหวังให้ดูน่านับถือแล้วหยิบถ้วยชาขึ้นจิบรอเ้าของบ้านออกมาพบวันนี้เขาเชิญแม่สื่อจางที่ชาวบ้านต่างบอกว่าฝีมือการทาบทามสู่ขอหญิงสาวไม่ว่าบ้านใดก็ล้วนแต่สำเร็จทั้งนั้นเขาเสียเงินเชิญแม่สี่อเสียหลายบาทวันนี้เขาต้องสู่ขอหลานสะใภ้กลับไปให้ได้!
ฮวาเจียงซิ่วและจางเหม่ยซูเดินประคองฮูหยินผู้เฒ่าเข้ามาในห้องหวังซู่และแม่สื่อจางเมื่อเห็นเ้าของบ้านเดินเข้ามาก็ลุกขึ้นคำนับ
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าแล้วพูดว่า “เกรงใจไปแล้วๆ พวกท่านนั่งลงเถิด”
ทั้งสองจึงได้นั่งลงเช่นเดิมและเป็หวังซู่ที่เอ่ยขึ้นก่อน “วันนี้ข้ามารบกวนการพักผ่อนของฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว”แม่สื่อจางพยักหน้าแล้วก้มลงราวกับจะขออภัยก่อนจะยกยิ้มมองไปที่เ้าบ้านทั้งสาม
“ไม่เป็ไร ๆ พวกข้าเข้าใจดี วันนี้ท่านผู้เฒ่าหวังคงจะมีเื่สำคัญจึงได้มาหาพวกข้า”ฮูหยินผู้เฒ่ามองไปทางแม่สื่อจางที่มองมาที่นางเช่นกัน
“ต้องรบกวนฮูหยินผู้เฒ่าแล้วจริง ๆเ้าค่ะ ภายนอกล้วนเล่าลือว่าสกุลฮวามีหญิงงามพร้อมถึงสองคนคุณหนูใหญ่ก็ช่างงดงามสง่า คุณหนูก็งามพร้อมทั้งกริยาและจรรยาสตรี สกุลใด ๆก็ต่างหมายปองกันทั้งนั้น” แม่สื่อจางพูดด้วยรอยยิ้มกว้างพลางมองไปที่ฮูหยินผู้เฒ่าฮวา
เมื่อเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าเองก็ยิ้มรับคำเอ่ยชมของนางจึงได้พูดต่อว่า”วันนี้ข้ารับหน้าที่มาเป็แม่สื่อให้สกุลหวังเพื่อสู่ขอคุณหนูรอง หวังว่า
ฮูหยินผู้เฒ่า นายท่านและฮูหยินจะเมตตายกคุณหนูฮวาเซียงเซียงให้หวังจงหลานชายของท่านหวังซู่เ้าค่ะ”แม่สื่อจางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพลางมองไปฮูหยินผู้เฒ่าผู้ที่สามารถตัดสินใจทุกอย่างได้นางได้รับมอบหมายให้มาทาบทามคุณหนูรองให้กับหลานชายของชายชราข้าง ๆนางรู้ว่าเป็เพราะเื่ตกน้ำเมื่อหลายวันก่อนทำให้เกิดข้อครหาถึงอย่างไรสกุลฮวาก็ต้องยกลูกสาวให้แต่งกับสกุลหวังแน่อยู่แล้วนางเพียงมาทำหน้าที่เป็ตัวกลางของสองครอบครัวเท่านั้น
“อีกอย่างคุณหนูรองกับหวังจงช่างมีวาสนาได้ช่วยเหลือกันหากภายหน้าแต่งเข้าสกุลหวังต้องได้รับการดูแลที่ดีแน่เ้าค่ะ”
“ข้าเข้าใจ ๆที่จริงแล้วล้วนเป็ฝั่งข้าที่ต้องขอบคุณในความเมตตาของสกุลหวังหากวันนั้นหวังจงไม่ลงไปช่วยเซียงเซียงนางคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้บุญคุณช่วยชีวิตพวกเราสกุลฮวาไม่อาจทดแทนได้หมด”
ฮูหยินผู้เฒ่าหยุดคำพูดของตนเพื่อพักให้หายเหนื่อยแล้วพูดต่อ“หากหวังจงไม่รังเกียจเซียงเซียงของเราข้าก็ยินดีจะยกหลานสาวให้แต่งกับหลานชายของท่าน ข้าหวังเพียงว่าหลังนางแต่งออกไปหวังจงจะไม่ทำให้นางต้องลำบากมากนัก”
“ไม่เลย ๆหลานชายข้าไม่ทำให้หลานสะใภ้ข้าต้องลำบากแน่นอน” หวังซู่เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้นจนเรียกฮวาเซียงเซียงเป็หลานสะใภ้เสียแล้วทุกคนที่ได้ยินต่างไม่ว่ากล่าวเพียงอมยิ้มกันเล็กน้อยเท่านั้น
“ถ้าเช่นนั้นการสู่ขอนี้ก็คงจะเป็ที่แน่นอนแล้วข้ายินดียิ่งนัก” แม่สื่อจางยิ้มกว้างด้วยความยินดี วันนี้นางไม่ต้องพูดอะไรมากมายการสู่ขอก็สำเร็จเสียแล้วช่างดียิ่งนัก!
“เช่นนั้นเราก็นำหนังสือเทียบวันเกิดของคุณหนูรองมาให้ข้าเถิดข้าจะนำไปให้ใต้ซือที่วัดอ่านชะตาให้แล้วหาฤกษ์ยามวันแต่งงานอีกที” หวังซู่เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ถือสากับความรีบร้อนของผู้เฒ่าตรงหน้านางเองหลังจากที่ได้ยินข่าวเื่ตกน้ำของหลานสาวก็ร้อนใจยิ่งนักยิ่งมีคำเล่าลือเสียหายมากมายนางเองก็กลัวว่าหลานสาวของนางจะกลายเป็สาวเทื้อท้ายจวนไร้คนมาสู่ขอจนเมื่อบุตรชายของนางมาบอกว่าสกุลหวังนำแม่สื่อมาสู่ขอหลานสาวคนรองก็ให้สบายใจขึ้นถึงแม้ครอบครัวสกุลหวังจะยากจนทำอาชีพล่าสัตว์ป่าแต่ชื่อเสียงก็ไม่ได้เลวร้ายในครอบครัวมีแค่ปู่กับหลานสองคนไม่เคยมีเื่ทะเลาะวิวาทกับใครให้หลานสาวแต่งออกไปคงไม่ลำบากมากนักแต่นางก็ยังแอบเสียดายหากหลานสาวได้แต่งกับครอบครัวขุนนางหรือคหบดีมีชื่อคงจะดีกว่านี้
หลังจากนั้นสองครอบครัวก็ตกลงปรึกษาหารือกันเื่หมั้นหมายและแต่งงานสามหนังสือหกพิธีการคงต้องลดขั้นตอนลงแล้วรีบหาฤกษ์
งานแต่งเพื่อลบข่าวลือเสียหายของฮวาเซียงเซียง
จางเหมยซูหลังจากส่งหวังซู่และแม่สื่อหวังที่หน้าเรือนแล้วก็เดินแยกกับสามีมาบอกข่าวแก่บุตรสาวฮวาเซียงเซียงมองไปที่มารดาและเอ่ยถาม “เป็อย่างไรบ้างเ้าคะท่านแม่”
“หวังซู่นำแม่สื่อมาสู่ขอเ้าให้หวังจงฮูหยินผู้เฒ่าตกลงยกเ้าให้แต่งกับเขาไปแล้ว เ้าเสียใจหรือไม่” จางเหมยซูเดินไปหาบุตรสาวแล้วนั่งลงเก้าอี้ในโถงรับรองของเรือน
“ไม่เ้าค่ะข้าเองไม่ได้รังเกียจหากต้องแต่งกับท่านหวังจง เขาเป็บุรุษที่ดีเ้าค่ะ” ฮวาเซียงเซียงเอ่ยขึ้นจากใจจริง ถึงแม้ภายนอกของเขาจะดูดุร้ายน่ากลัวแต่แววตาของเขาหาได้น่ากลัวไม่นางมองเห็นว่าแววตาของเขานั้นอ่อนโยนและจริงใจ
“เช่นนั้นก็ดีแล้วแม่กลัวว่าเ้าจะทุกข์ใจกับเื่นี้ ส่วนงานแต่งงานคงต้องเป็เ้าก่อนแล้วที่ได้แต่งก่อนพี่สาวหวังว่าฮวาเย่เอ๋อร์จะไม่กล่าวโทษพวกเรา” จางเหมยซูจับมือของบุตรสาวแล้วตบลงเบาๆ
“พี่หญิงใหญ่คงไม่ว่าอะไรหรอกเ้านางต้องเข้าใจ” ฮวาเซียงเซียงเอ่ยเสียงเบาวันนั้นที่นางตกลงแม่น้ำนางรู้สึกได้ว่ามีมือผลักที่หลังของนางทำให้นางทรงตัวไม่อยู่ตกน้ำไปและคนที่ยืนอยู่ด้านข้างของนางก็มีเพียงพี่สาวต่างมารดาของนางเท่านั้นแต่นางก็ไม่มีหลักฐานอะไรจะพิสูจน์เื่นี้ได้นางถามอาจือแล้วก็ไม่เห็นว่ามีใครผลักนางนางจึงทำได้เพียงปล่อยเื่ให้เป็ไปเช่นนี้
ฮวาเย่เอ๋อร์ฟังคำที่อาจูพูดให้ฟังแล้วก็ยิ้มเยาะสมใจแผนการของนางสำเร็จไปด้วยดีช่างดียิ่งนักตอนแรกข่าวลือเื่การตกน้ำแล้วมีชายมาช่วยฮวาเซียงเซียงเงียบหายไปแล้วทางสกุลหวังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรนางก็ให้ร้อนใจยิ่งนักจึงได้สั่งให้อาจูไปจ้างแม่ค้าปากมากปล่อยข่าวเื่หวังจงเห็นเรือนร่างของฮวาเซียงเซียงให้ชาวบ้านเล่าลือกันแล้วก็เป็ไปตามที่นาง้าเมื่อวันนี้สกุลหวังนำแม่สื่อมาสู่ของน้องสาวของนางแล้วหวังว่าฮวาเซียงเซียงแต่งงานไปเป็เมียพรานป่าแล้วจะมีความสุขนะ! ฮวาเย่เอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดังอาจูที่นั่งอยู่ด้านล่างก็ยิ้มไปกับคุณหนูของนางเช่นกัน
ด้านหวังซู่ที่จ่ายเงินให้แม่สื่อจางไปก้อนใหญ่ในใจอดที่จะเสียดายไม่ได้เพราะวันนี้นางไม่ได้ทำอะไรมากเสียหน่อยทำไมจะต้องจ่ายเต็มจำนวนที่ตกลงไว้แต่เขาก็โดนคำพูดหว่านล้อมต่าง ๆนา ๆ ของนางจนต้องควักเงินจ่ายตามที่รับปากไว้เช่นเดิมหวังซู่เดินหน้ามุ่ยกลับเข้าไปในบ้านหวังจงที่รอคอยให้เขาบอกเื่การสู่ขอเมื่อเห็นว่าปู่ของตนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีในใจเขาก็คิดไปแล้วว่าคงไม่สำเร็จสกุลฮวาจะยอมยกบุตรสาวให้แต่งกับพรานป่ายากจนอย่างเขาได้อย่างไรจากที่เขากำลังจะลุกจากเก้าอี้ไปรับปู่เข้ามานั่งก็นั่งลงตามเดิมแล้วยกถ้วยชาใบเก่าขึ้นจิบเพื่อบดบังความเสียใจที่ปรากฎบนใบหน้า
“เทน้ำชาให้ข้าสักถ้วยซิ ฮึ่ยคิดแล้วก็ให้โมโหนักแค่พูดไม่กี่คำกลับจะเอาเท่าเดิมข้าละเกลียดนักพวกคนที่ใช้ปากหากินนี่”หวังซู่รับถ้วยชาจากหลานชายยกขึ้นกินอึกใหญ่เพื่อดับอารมณ์โมโหของตน
หวังจงได้ยินคำบ่นของปู่ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย“ใครทำให้ท่านปู่ผู้ใจดีของข้าโกรธหรือ”
“ฮึ! ก็แม่สื่อที่ข้าพาไปสู่ขอหลานสะใภ้น่ะสิแค่เข้าไปพูดไม่กี่คำก็ได้ออกมาแล้วยังจะเอาเงินเท่าเดิม ไม่รู้จักเมตตาครอบครัวจนๆ ของเราบ้าง ไม่รู้หรือเงินมันหายาก!”
หวังจงที่ได้ยินก็ส่ายหน้าด้วยความจนใจสงสัยว่าท่านปู่และแม่สื่อจางจะพูดไม่กี่คำก็โดนสกุลฮวาไล่ออกมาเสียแล้วถึงได้อารมณ์ไม่ดีขนาดนี้“ท่านปู่ก็ใจเย็น ๆ ลงก่อนเถิด แม่สื่อเขาก็ทำหน้าที่ของเขาท่านมีหน้าที่จ่ายเงินตามที่ตกลงกันไว้ก็ต้องทำตามคำพูดสิจะโมโหไปทำไม”
“เฮ้อ ช่างเถิด ๆเงินก็จ่ายไปแล้วถึงอย่างไรข้าก็สู่ขอสะใภ้มาให้เ้าได้แล้วกัน” หวังซู่วางถ้วยชาลงแล้วหันไปยิ้มกว้างให้หลานชายหวังจงที่ได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงอึ้งเป็ไก่ไม้ด้วยไม่คิดว่าสกุลฮวาจะตอบตกลงการหมั้นหมายนี้
“ทำไมเ้าทำหน้าอย่างนั้นเล่า ไม่ดีใจหรือเ้าไม่คิดว่าสกุลฮวาจะยกลูกสาวให้เ้าละสิโถ ๆหลานข้าคงก่อนหน้าคงจะคิดว่าที่ข้าโมโหเพราะถูกสกุลฮวาปฏิเสธการสู่ขอนี้แล้วไล่ออกจากเรือนมาสินะอย่าน้อยใจไปเลย ๆ สกุลฮวาตอบตกลงรวดเร็วนักจนแม่สื่อจางไม่ต้องพูดอะไรมากด้วยซ้ำข้าเลยโมโหที่นางยังรับเงินเท่าเดิมต่างหากเล่า ฮ่า ๆ ๆ ๆ”หลังจากพูดเสร็จหวังซู่ก็หัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะมองหวังจงขึ้นลงหลายรอบ
“อืม ก็ควรที่เ้าจะคิดเช่นนั้นดูแล้วคุณหนูรองสกุลฮวาจะกลายเป็ผักกาดขาวชั้นดีที่ถูกหมูอย่างเ้าย่ำยีเสียหายแล้วช่างเสียของยิ่งนักๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” หวังซู่หัวเราะเสียงดังแล้วเดินกลับเข้าห้องนอนอีกฝั่งของตนแล้วไม่ลืมะโบอกหลานว่า “รีบไปซื้อไก่ต้มโสมมาให้ข้ากินเสียเอาเหล้าบ๊วยหวาน ๆ มาด้วยเล่าเย็นนี้ข้าจะกินให้หนำใจข้าจะมีหลานสะใภ้แล้ว!ฮ่า ๆ ๆ”
หวังจงที่ยังนิ่งอึ้งพลันได้สติกลับมาริมฝีปากที่ล้อมรอบไปด้วยหนวดเคราเริ่มเผยอก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวที่เรียงตัวสวยงามดวงตาเขาเป็ประกายอยากให้ถึงวันแต่งงานของตนเร็ว ๆก่อนจะนึกได้ว่าท่านปู่ยังไม่บอกว่าฤกษ์ยามวันแต่งคือวันใดแต่เมื่อหันไปมองที่ว่างด้านข้างที่ว่างเปล่าก็ส่ายหน้า เดี๋ยวค่อยถามอีกทีแล้วกันไปซื้อไก่ต้มโสมกับเหล้าบ๊วยหลาย ๆ ไหให้ท่านปู่ดีกว่าเหมือนเขาจะได้ยินปู่สั่งไว้