กลิ่นหอมของยากระดูกระทวยยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
กลิ่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อครรภ์อย่างยิ่งไป๋เซี่ยเหอจำต้องจัดการโดยเร็ว
สำหรับผู้บงการในคราวนี้แม้ว่านางจะเดาไม่ออกว่าเป็นผู้ใด ทว่าย่อมไม่ใช่ไป๋หว่านหนิง
นางไม่เอาลูกของตนเองมาล้อเล่นใหญ่โตปานนี้แน่
ทว่าไป๋เซี่ยเหอก็ไม่อาจคาดเดามั่วๆว่าผู้บงการคือผู้ใด
ครั้งนี้ทำให้นางยิ่งตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ
คนชุดดำผู้เป็นหัวหน้าที่ยืนอยู่ตรงกลางโบกมืออย่างเฉยเมยแววตาราวกับมองคนตายก็ไม่ปาน “รีบลงมือ”
“ขอรับ”
คนชุดดำสองคนเดินมายืนขนาบข้างทั้งซ้ายและขวาปิดกั้นทางหนีของไป๋เซี่ยเหอเอาไว้
ทั้งสามยืนเป็นรูปสามเหลี่ยมหากไป๋เซี่ยเหอคิดจะพาไป๋หว่านหนิงที่กำลังตั้งครรภ์และสลบไสลฝ่าออกไปนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้และถึงแม้จะหนีไปได้ เด็กในครรภ์ก็ไม่น่ารอดแล้ว
ทว่าเบื้องหลังของนาง
คือหน้าผาสูงหมื่นจั้งที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง
คนชุดดำสองคนเข้ามาใกล้ราวกับไป๋เซี่ยเหอได้เห็นตนเองในอดีตชาติอย่างไรอย่างนั้น
คาวเลือดและไอสังหารราวกับคนที่มาจากนรก
ฝนกำลังจะตก
ไป๋เซี่ยเหอฉีกชายกระโปรงออกแล้วนำเศษผ้ามามัดเข้ากับข้อเท้าเพื่อทำให้กระโปรงกลายเป็นกางเกง จากนั้นข้อมือขาวผ่องเรียวบางก็ยกขึ้นแสงสีเงินถูกยิงออกไป
‘กริ๊ง’
เข็มเงินเล่มบางราวกับขนวัวพุ่งไปกระแทกดาบก่อนจะร่วงลงกับพื้น
แววตาของไป๋เซี่ยเหอยิ่งมืดครึ้มลง
ไม่มีทางหนี หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็ได้แต่ถูกฝังไปพร้อมกันทั้งสองคนอยู่ที่นี่แล้ว
ไป๋เซี่ยเหอตัวเย็นเยียบเรือนผมสีดำปลิวไสว แววตาของนางไร้อุณหภูมิ มีเพียงไอสังหารเท่านั้น“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ให้ข้าสนองพวกเจ้าแล้วกัน!”
ม่านสีเงินสว่างวาบตรงหน้าไป๋เซี่ยเหอถอยหลังอย่างรวดเร็วเพื่อหลบดาบยาวที่ตวัดมาในแนวนอน เกาทัณฑ์แขนเสื้อที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อร่วงลงมาที่กลางฝ่ามือนางพลิกมือแทงเข็มออกไปด้วยความรวดเร็วอย่างยิ่ง
แม้ว่าอีกฝ่ายจะหลบทว่าก็ทิ้งรอยแผลเป็นไม่ลึกไม่ตื้นสายหนึ่งบนข้อมือเอาไว้
สำหรับผู้ใช้ดาบ ข้อมือมีความสำคัญยิ่งกว่าชีวิตหากข้อมือบาดเจ็บจนถือดาบไม่ได้ จะมีชีวิตไปเพื่อสิ่งใด?
ดวงตาของคนชุดดำแดงก่ำ เขาคำรามออกมาอย่างอดไม่ไหว“สาวน้อยช่างอวดดีนัก วันนี้ปู่จะทำให้เจ้าได้รู้ว่านรกคืออะไร!”
ไป๋เซี่ยเหอยิ้มหยัน นางยิงเกาทัณฑ์แขนเสื้อในมือพร้อมกันสามเล่มมันพุ่งตรงไปหาคนชุดดำราวกับมีตาก็ไม่ปาน
“ตอนที่มารดาอยู่ในนรกพวกเจ้ายังเป็นเพียงผายลมอยู่เลย”
เกาทัณฑ์แขนเสื้อสามเล่มถูกยิงออกไปพร้อมกันอานุภาพกลับไม่ลดลงเลย ยากที่จะหลบพ้น
หลังจากหลบได้สองเล่มอย่างยากลำบากคนชุดดำก็ถูกเล่มสุดท้ายแทงทะลุหว่างคิ้ว
หลงเหลือเพียงรูเล็กๆ ที่มีโลหิตไหลริน
แม้ตายก็ยังตายตาไม่หลับ
ไป๋เซี่ยเหอดูราวกับพญายมที่มาเอาชีวิตก็ไม่ปานกลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าจากนรกชวนให้ผู้คนหวาดผวาอย่างอดไม่ได้
กลิ่นอายเช่นนี้แผ่ออกมาจากร่างเด็กสาวที่อายุสิบกว่าปีได้อย่างไร?
“เจ้าสาม!”
เมื่อคนชุดดำอีกคนเห็นพี่น้องของตนตายอย่างน่าอนาถก็ถลึงตาทันทีเพลิงโทสะพวยพุ่งขึ้นฟ้า “เจ้าสมควรตาย!”
เขาโยนดาบยาวทิ้ง ก่อนจะหยิบขลุ่ยสีดำออกมาจากแขนเสื้อเขายกมันขึ้นจรดที่ข้างปากแล้วเป่าอย่างเชื่องช้า
คิดจะบรรเลงเพลงงานศพให้พี่น้องหรือ?
ทว่าวินาทีต่อมา แผ่นหลังของไป๋เซี่ยเหอก็เย็นยะเยือกขึ้นมา นางรีบกระโจนหลบทันที
ทันทีที่นางร่อนลงสู่พื้นบริเวณที่นางยืนอยู่เมื่อครู่ก็ถูกฟันเป็นร่องคมกริบ ฝุ่นลอยคละคลุ้งไปทั่ว
มีดบิน!
การโจมตีด้วยเสียง!
นี่คือการโจมตีที่คล้ายกับการเปล่งเสียงสูงของสตรีที่สามารถทำให้แก้วแตกได้ทว่าไป๋เซี่ยเหอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าการโจมตีด้วยเสียงจะแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวปานนี้
หากไม่ใช่เพราะนางฝึกฝนจนไวต่อไอสังหารเป็นพิเศษวันนี้คงพลาดท่าไปแล้ว
“เฮอะสาวน้อยมีความสามารถอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่วันนี้เจ้าต้องตาย!”
“ข้าบอกไปแล้วว่าคำพูดเช่นนี้อย่าได้พูดเร็วเกินไป”
โจมตีด้วยเสียงแล้วอย่างไร?
ถึงอย่างไรก็ตรวจพบร่องรอยได้จากสายลมอยู่ดี
ไป๋เซี่ยเหอฉีกแขนเสื้อแล้วนำเศษผ้ามาปิดตา “ลงมือต่อได้เลย!”
คนชุดดำผู้เป็นหัวหน้าเปล่งเสียงหัวเราะชั่วร้ายออกมาอย่างอดไม่ไหวเขาชื่นชอบความกล้าหาญและความโง่เขลาของไป๋เซี่ยเหอยิ่งนัก
“ไป๋เซี่ยเหอเจ้ายังคงหยิ่งผยองเช่นเคย แต่น่าเสียดายที่นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย!”
เมื่อเผชิญกับเสียงหัวเราะดังลั่นและความประมาทของคนชุดดำผู้เป็นหัวหน้าแววตาของคนชุดดำที่ถือขลุ่ยก็เย็นเยียบ เขาเริ่มเอาจริงกับสาวน้อยที่อายุสิบกว่าปีตรงหน้านี้แล้ว
การโจมตีด้วยเสียงดูเหมือนจะไร้พ่าย
ทว่าอันที่จริงแล้วมันกลับเต็มไปด้วยจุดอ่อน
แม้ว่ามีดบินจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าทว่าเสียงลมขณะปามีดบินออกไปนั้นดังมาก ขอเพียงทำใจให้สงบเพื่อสัมผัสสายลมก็จะสามารถหลบมีดบินได้
เห็นได้ชัดว่าสาวน้อยตรงหน้าเป็นผู้มีประสบการณ์กว้างขวาง
เสียงขลุ่ยค่อยๆถี่กระชั้น แต่ละเสียงหมายเร่งเอาชีวิตของไป๋เซี่ยเหอ
มีดบินไร้ลักษณ์สายแล้วสายเล่าโอบล้อมเข้ามารอบทิศทางหญ้าสีเขียวขจีปลิวว่อน พื้นดินแปรเปลี่ยนเป็นหลุมบ่อ
มีดบินถูกส่งมาด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้นไป๋เซี่ยเหอไม่กล้าประมาท ใบหน้าเล็กที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ มีเพียงความเคร่งขรึมและจริงจังเท่านั้น
นางหลบมีดบินพ้นทุกเล่มคนชุดดำที่กำลังเป่าขลุ่ยเริ่มมีเหงื่อเย็นผุดบริเวณหน้าผาก เขาอดไม่ได้ที่จะกระวนกระวายขึ้นมา
เขาฝึกฝนการโจมตีด้วยเสียงมาชั่วชีวิตฝึกฝนจนกระทั่งบรรลุขั้นสูงสุด
บนโลกนี้นอกจากคนผู้นั้นแล้ว...
ไม่เคยมีผู้ใดรอดชีวิตในเงื้อมมือของเขาทว่านึกไม่ถึงว่าเด็กสาวผู้นี้จะยังสามารถขว้างเกาทัณฑ์แขนเสื้อออกมารบกวนเขาเป็นครั้งคราวได้ด้วย
การต่อสู้เริ่มลากยาวออกไปเรื่อยๆ
ไป๋เซี่ยเหอดูไม่อ่อนล้า นางโยกหลบซ้ายขวาและเคลื่อนไหวท่ามกลางมีดบินไร้ลักษณ์นอกจากชุดกระโปรงที่เปื้อนฝุ่นจนดูน่าอดสูเล็กน้อยแล้ว นึกไม่ถึงว่าร่างกายของนางจะไม่มีแม้กระทั่งบาดแผลสักแผล
ข้อห้ามร้ายแรงของการโจมตีด้วยเสียงคือความกระวนกระวายใจเมื่อจิตใจยุ่งเหยิงก็จะเผยช่องโหว่
เช่นเดียวกับตอนนี้
ไป๋เซี่ยเหอหลบหลีกราวกับกำลังเล่นสนุกก็ไม่ปานแทบไม่สิ้นเปลืองพลังงานเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าช่วยเร่งมือหน่อยแม้แต่สาวน้อยนางหนึ่งยังเอาชนะไม่ได้ เจ้าก็ไม่ควรเป็นผู้อาวุโสแล้วฝีมือถดถอยแล้วกระมัง”
คนชุดดำผู้เป็นหัวหน้ามองไปด้านหลังอยู่บ่อยครั้งด้วยกลัวว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะดึงดูดความสนใจจากผู้อื่น แววตาฉายแววอดรนทนไม่ไหว เริ่มกระวนกระวายขึ้นมาแล้ว
“หุบปาก!”
เมื่อเอ่ยวาจาการโจมตีด้วยเสียงก็หยุดชะงัก
ไป๋เซี่ยเหอถือโอกาสนี้รีบฟังเสียงเพื่อแยกทิศทางก่อนจะลงมือโดยไม่รอช้าเกาทัณฑ์แขนเสื้อสีเงินสายหนึ่งถูกนางขว้างออกไปด้วยมือเปล่าอย่างรวดเร็ว
เกาทัณฑ์แขนเสื้อแฝงด้วยพลังราวกับอสนีบาตมันพุ่งตรงไปหาคนชุดดำ
กว่าเขาจะทันได้ตอบสนอง เกาทัณฑ์แขนเสื้อก็ไปจ่ออยู่ที่หน้าแล้วเขาจึงต้องยกขลุ่ยขึ้นบัง
‘กริ๊ง’
ขลุ่ยสีดำแตกกระจายออก โลหิตไหลทะลักจากหลังมือของเขาก่อนจะหยดลงบนพื้น
“ขลุ่ยของบิดา!”
“สาวน้อยวันนี้บิดาจะกลบฝังเจ้าไปพร้อมกับขลุ่ยรักของบิดา!”
คนชุดดำโมโหจนเพลิงโทสะลุกไหม้เขาถลึงตาพลางกัดฟันพูด
จากนั้นก็หยิบขลุ่ยอีกเลาออกมาจากที่ใดก็ไม่ทราบ
มีดบินแฝงด้วยโทสะราวกับอสนีบาตมันเฉียดผ่านร่างของไป๋เซี่ยเหอไป
“สมควรตายคนตัวใหญ่ปานนี้ยังเล็งไม่แม่น ข้าชักสงสัยในความสามารถของเจ้าเสียแล้ว”คนชุดดำผู้เป็นหัวหน้าค่อนขอดทันที
“เจ้าแน่ใจหรือ?” คนชุดดำยิ้มหยัน แววตาเต็มเปี่ยมด้วยความพึงพอใจที่แผนการร้ายลุล่วง
จู่ๆ ไป๋เซี่ยเหอก็ดึงผ้าที่ปิดตาอยู่ลงมานางไม่เพียงแต่ไม่หลบ กลับไล่ตามมีดบินที่เล็งไปยังท้องของไป๋หว่านหนิงอย่างรวดเร็ว
“นึกไม่ถึงว่านางจะ...”คนชุดดำผู้เป็นหัวหน้าเงียบลงทันที แววตาเต็มไปด้วยประกายซับซ้อน
------------------------