บ้านไร่การันต์
มีพื้นที่กว่า100ไร่ เขาเริ่มทำเกษตรรุ่นแรกๆในบริเวณนี้จนติดตลาดชื่อเสียงไร่เขาโด่งดังไปถึงระดับต่างประเทศ ส่งออกไปหลายประเทศทำให้รายได้ของไร่สามารถจ้างคนงานในพื้นที่ให้มีรายได้จุนเจือครอบครัวอย่างยั่งยืน
"นายครับนาย นายผมมาแล้วครับ"
"เอ่อ มึงรอกูสักครู่ กูคุยกับแม่กูแป๊ป"
'เก่งลูกน้องคนสนิท'เสียงเอะอะดังขึ้นที่สวนข้างบ้านของ'การันต์ สิทธิศักดิ์โสภณ' หนุ่มวัยสามสิบสี่ปีเ้าของไร่การันต์ ไร่พืชผักเมืองหนาวที่ใหญ่ที่สุดในเขตนี้ซึ่งสามารถสร้างรายได้อย่างดีให้กับเ้าของ
การันต์ทำไร่มาหลายปีเขาเป็ผู้บุกเบิกไร่พืชผักเมืองหนาวพันธุ์แปลกๆที่ไม่มีในเมืองไทยเขานำมาขยายเพาะพันธุ์ทำการตลาดให้เป็ที่นิยมทั้งในประเทศและนอกประเทศ เขาทำการตลาดทั้งทางตรงและทางอ้อม การันต์เรียนจบเมื่อเขาอายุยังน้อยเขาสนใจทางด้านการปลูกผักเมืองหนาวอยู่แล้ว จึงลองไปเรียนรู้การทำไร่กับประเทศที่เขาไปศึกษาอยู่หลายปีแล้วจึงนำความรู้ที่ได้กลับมาพัฒนาผืนดินแห่งนี้ั้แ่บิดาเขาเสียแบบกระทันหันและเขาจบมาใหม่ๆพอดี
ปัจจุบัน'ไร่การันต์' เป็ไร่ที่ได้การยอมรับมาก เพราะไร่แห่งนี้เป็ที่ทำมาหากินของชาวบ้านและเป็ชื่อเสียงของประเทศด้วยรวมทั้งความเก่งกาจของเ้าของไร่อย่างการันต์ด้วย
เ้านายของเก่งหน้าตาหล่อเหลา สมชายชาตรี แต่ติดที่เป็คนเ็าพูดจากปากเสียบางครั้งพูดตรงจนน่ากลัวจะมีเื่ สาวๆคนไหนรับไม่ได้มีเคืองแต่กระนั้นก็มีสาวๆพยายามเข้าหาอยากทำความรู้จักเ้าของไร่ให้มากขึ้นอยู่ไม่ขาดสาย แต่เ้านายเขาเท่านั้นที่ทำเ็าและหนักเข้ามีไร่ตะเพิดสาวๆนั้นหนีกระเจิง
ฉะนั้นหน้าที่รับแขกของไร่จึงตกเป็ของเขาแทน เพราะนายเขาชอบอยู่เงียบๆไม่เปิดเผยตัวตนเท่าไหร่ถ้าไม่จำเป็จริงๆจะไม่ค่อยออกจากไร่เป็เด็ดขาดจนนายแม่ของเ้านายชอบค่อนคอดว่าอีกหน่อยลูกชายคนเล็กคงแต่งกับงานสวนกับไร่และสงสัยไปหนักกว่านั้นคือเป็ชายรักชาย บางทีเขาก็นึกขำ เ้านายเขาน่ะชายทั้งแท่งบอกเลย
" เก่งวันนี้ข้าอารมณ์ไม่ดีแกไปเอาไวน์มาขวดไป"
เ้านายพูดอย่างหงุดหงิด หลังจากวางสายโทรศัพท์
"ยังหัวค่ำอยู่เลยครับนาย นายจะดื่มตอนนี้เลยหรือครับ"
"เอามาเถอะน่า...ข้าจะดื่มตอนไหนมันทำไมวะแกอย่าเื่เยอะรีบๆไปเอามา"
เก่งลูกน้องคนสนิทพร้อมทั้งมือขวาเขาส่ายหน้า 'ดื่มทีไรยาวทุกที วันนี้มีเื่อะไรกลุ้มอีกล่ะ' ลูกน้องคนสนิทได้แต่คิดในใจ
"วันนี้แค่2ขวดพอนะครับ พรุ่งนี้มีงานสำคัญ"เก่งเตือนเ้านาย
"เอ่อน่ะ ไปๆเอามาให้ไว พล่ามอยู่นั่นล่ะ บ่นเป็เมียกูเชียว มันเื่ของกู"
"ครับๆเ้านายสุดที่ร้ากกกก" เก่งรีบอย่างไวเดี๋ยวโดนบาทาเบอร์ฝรั่งเข้าให้ยิ่งเท้าหนักๆอยู่
เก่งยื่นขวดไวน์ให้พลางมองอาการของเ้านายแล้วส่ายหัว สังเกตุอาการของนายหนุ่มั้แ่คุยกับนายแม่จากกรุงเทพ แล้วเรียกหาของมึนเมามันต้องมีอะไรสักอย่าง พอสักพักคนกรึ่มๆมึนๆกับไวน์ก็บ่น
"เก่งมึงรู้ไหมกูจะมีเมียแล้วโว้ยยย ห่วงกำลังจะคล้องคอกูแล้ว"
"ห่ะ! อย่างนายนี่นะจะมีเมีย ใครมันจะมาทนอยู่กับนายได้ครับ และอีกอย่างนายไม่เคยจีบสาว และสาวๆขยาดฝีปากนายครับ แล้วใครจะอยากแต่งกับนายเนี๊ย"
"เฮ้ยยไอ้เก่งมึงหลอกด่ากูหรือ มึงรีบไปไกลๆตีนกูเลยนะ แล้วไม่ต้องมาให้กูเห็นหน้าอีกนะวันนี้ ไอ้ห่า.."พร้อมง้างขาจะเตะลูกน้อง
"เปล่าครับเปล่า เก่งก็พูดเท่าที่เห็นมา..ไปก็ได้กลับที่พักดีกว่า"เก่งรีบลงจากบ้านของนายหนุ่มอย่างไว ยังไงๆพรุ่งนี้ค่อยมาปลุกล่ะกัน
พอลูกน้องหายไปจากสายตาพลันทำให้การันต์นึกถึงเื่ที่คุยกับมารดาเมื่อตอนบ่ายแม่เขาเล่นอะไรกับชีวิตเขานี่ เมียไม่เห็นต้องมีเลย ไม่มีเขาก็ไม่เดือดร้อนยังคงกินอิ่มนอนหลับทำงานได้อย่างดีด้วย
หลังจากนั้นโทรศัพท์เขาก็ดังขึ้น เขามองชื่อคนที่โทรมากำลังคิดถึงพอดีเลย
'ไงไอ้น้องชาย ได้คุยกับแม่แล้วสินะ'
เขายังไม่ทันตอบพี่ชายสุดที่รักพูดขึ้นมาอีกว่า
'ดากานดา วรโชติวาทิน ชื่อว่าทีเมียแก' คุยกันสักพักพี่เขาวางสาย เขาได้แต่ถอนหายใจยาว ไว้อาลัยให้กับชีวิตที่แสนสงบสุข ชีวิตเขาต่อแต่นี้คงวุ่นวายน่าดู
ฮึ! เขาจะยื่นข้อเสนอบ้างถ้าอยากเป็เมียเขา ต้องไม่มีงานเลี้ยงหรูเลิศ ไม่มีทะเบียนสมรส ทำงานในไร่ได้ บนเตียงได้ คอยดูล่ะกัน เขาได้แต่คาดโทษเมียในอนาคตอันใกล้ไว้ แล้วเจอกัน 'ดากานดา'
"แม่คะ..ฝ้ายจะแต่งค่ะ ถ้าคิดในแง่บวก ผู้ชายสมัยนี้มีน้อยกว่าผู้หญิง ถ้าสมมุติว่าไปกันไม่ได้ก็แค่ทางใครทางมันค่ะ"
เธอบอกแม่ไปแม่จะได้ไม่รู้สึกผิด สมัยนี้เขาไม่แคร์กันแล้วอยู่ไม่ได้แล้วเลิกมันไปเลือกความสบายใจทั้งชีวิต เธออยากลองสักตั้ง เมื่อมาคิดถึงผลดีมันมากกว่าผลเสีย เธอแค่ภาวนาขอให้ว่าที่เ้าบ่าวเธอไม่เป็คนตระกระตบตีก็พอแล้ว ถ้าขนาดลงไม้ลงมือแค่วันเดียวเธอก็จะไม่ทน
"ฝ้ายแน่ใจแล้วหรือลูก "คุณวารีถามลูกด้วยความเห็นใจหลังจากคิดมาหลายวัน ดากานดาจึงตัดสินใจว่าควรจะทำอย่างไร
"ฝ้ายคิดดีแล้วค่ะแม่ ฝ้ายไม่อยากให้แม่และคุณยายต้องเสียใจ และฝ้ายก็เป็คนเดียวในบ้านที่ยังไม่มีงานทำ และพร้อมกับเื่นี้ที่สุดค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ฝ้ายจะพยายามใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุดค่ะ"
"โธ่ ลูกแม่" คุณวารีน้ำตาซึม
"แม่สบายใจได้ค่ะ ฝ้ายจะอดทน ฝ้ายจะต้องทำให้ได้ค่ะ"
ดากานดาฝืนยิ้มสดใสให้แม่เธอสบายใจ
????ไร่การันต์
สายตาของดากานดากวาดมองดูรอบๆไร่กว้างใหญ่ ถึงแล้วสินะที่ที่เธอต้องมาอาศัยอยู่และอยู่กับคนแปลกหน้า ทำให้เธอนึกสะท้อนในอกแม้แต่รูปถ่ายสักใบของเขาค้นหาในเน็ตก็ไม่มีให้เห็นเลยหน้าตาเป็อย่างไรคงแล้วแต่วาสนาแล้วฝ้ายเอ๋ย และสิ่งที่อยู่ในความคิดคือ ผู้ชายมีอายุตัวดำ เพราะทำงานในไร่ ไร่ตั้งกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้เขาคนนั้นจะต้องแก่แล้วแน่ๆเลย ถึงประสบความสำเร็จขนาดนี้และ ถึงไม่มีสาวๆสนใจหรือว่าหน้าตาคงขี้ริ้วขี้เหร่จนหาใครไม่ได้ จึงต้องให้แม่หาเมียให้
นี่เราจะทนได้จริงๆหรือ แม้จะบอกแม่ไปว่าทนไม่ได้ก็เลิกแต่จริงๆก็อยากมีสามีคนเดียวนะ แค่คิดใจมันก็หวั่นไหวแล้ว เราคิดถูกแล้วใช่ไหมนี่ ถึงขนาดนี้แล้วสู้สิวะฝ้ายให้มันรู้ไปว่าจะเอาใจผู้ชายคนเดียวไม่ได้
เมื่อเช้ามารดาเธอมาส่งขึ้นรถของแม่ว่าที่สามีเธอ กอดลากันอยู่พักหนึ่งที่จริงแม่อยากมาส่งเธอแต่คิดว่าส่งที่บ้านดีที่สุด เพราะเธอกลัวตัวเองร้องไห้เป็เด็ก
เมื่อมาถึงไร่ตอนสายๆหลังจากลงเครื่องมาแม่ว่าที่สามีเธอบอกว่า ลูกชายนางอยากดูๆไปก่อนจะไม่มีพิธีแต่งงาน ไม่มีทะเบียนสมรส จนกว่าจะพ้นหนึ่งปีไปแล้วที่น่าใคือเธอจะต้องตั้งท้องลูกของเขา เขาคนนั้นที่เธอยังไม่เคยเห็นหน้า เธอถอนหายใจอย่างหนักใจ ทั้งสองบ้านพวกเขา้าเพียงแค่ทำตามสัญญาครั้งเก่าก่อน มันกระทบถึงลูกหลานในอนาคตจริงๆ
โชคชะตาคงกำหนดมาอย่างนี้เธอได้แต่ปลง ดากานดานึกสับสนเหลือเกินเธอคิดถูกแล้วใช่ไหม เธอคิดถึงมารดายิ่งนัก ก่อนออกจากบ้านเธอต้องพยายามฝืนยิ้มอย่างสดใส เพื่อมารดาเธอจะได้ไม่กังวลไม่ต้องห่วงเธอมากนัก มารดาอยากมาส่งแต่เธอไม่ยอมเธอจึงเดินทางมากับแม่ว่าที่สามีเธอสองคน
แม่ของว่าที่สามีเธอมารับั้แ่เช้าตรู่ระหว่างอยู่บนรถท่านซักถามเธอมากมาย รวมถึงบอกเล่าเกี่ยวกับการแต่งงานครั้งนี้สั้นๆ
'แม่ยังไม่ได้คุยกะตารันต์มากนัก ลูกชายแม่บอกแค่ว่าไม่อยากจัดงานใหญ่โตแต่อาจจะมีพิธีผูกข้อไม้ข้อมือเล็กๆในไร่ เขายังไม่พร้อมที่จะจดทะเบียน แม่เองก็เห็นด้วยเขาอยากลองใช้ชีวิตด้วยกันไปก่อน เธอคงเข้าใจนะเดียวเจอตารันต์เขาคงคุยกับเธออีกที แม่ไม่อยากพูดอะไรมาก เื่นี้ให้พวกเธอตัดสินใจกันเอง แม่ทำตามสัญญาในอดีตให้แล้ว เธอคงเข้าใจและยอมรับ ต่อจากนี้ก็แล้วแต่เธอกับตารันต์แล้วล่ะว่าจะไปกันได้แค่ไหน พูดพลางปลายตามองเธอ ดูแม่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่ หรือเธอคิดไปเอง
สายตาของดากานดา กวาดมองไปบ้านหลังกลางๆในไร่ขนาดกำลังดี บ้านสองชั้นที่ปลูกด้วยไม้ทั้งหลังอยู่ตรงเนิน แอบชมคนสร้างช่างหาทำเลดีจัง ลมเย็นๆโชยมาช่างสดชื่นนัก มุมนี้มองลงไปเห็นวิวสวยๆของไร่360องศาเลย แถมตัวบ้านร่มรื่นด้วยปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาแต่ไม่บดบังทัศนียภาพเลย บริเวณรอบๆบ้านมีดอกไม้สวยงามอย่างกุหลาบแบ่งโชนปลูกได้ดีมาก ดากานดาคิดอย่างน้อยๆบ้านเขาก็น่าอยู่ล่ะสู้ๆนะตัวเรา สักพักมีคนเดินมาต้อนรับ
"นายแม่เชิญข้างในก่อนค่ะ" ผู้หญิงดูมีอายุรูปร่างท้วมรีบกุลีกุจอออกมาต้อนรับ
"แม่นงสบายดีนะ" นายแม่ทักเสียงน่าฟังและเดินไปนั่งโซฟาตัวนุ่มพร้อมปลายตามองเธอคล้ายบอกให้นั่งลงข้างๆ
"ก็สบายดีตามประสาคนแก่ค่ะนายแม่ แล้วคุณพันธุ์ไม่มาด้วยหรือคะ" นายแม่ยิ้มบางก่อนพูดว่า
"คุณพันธุ์ของเธอน่ะเขาทิ้งงานไม่ได้เลยไม่ได้มาด้วยแม่นง" พูดพลางสอดสายตาไปรอบๆตัวบ้าน
"แล้วเ้านายแม่นงล่ะ ไม่อยู่หรือ ฉันว่าฉันโทรบอกแล้วนะว่าจะมาถึงกี่โมงกี่ยาม"
"เข้าไร่ั้แ่เช้าแล้วค่ะนายแม่ วันนี้บอกอิฉันว่ากลับดึกไม่ทานข้าวเย็น มีงานด่วนค่ะ" แม่นงตอบพลางมองไปทางผู้หญิงที่มากับนายแม่ พิจารนารูปร่างผิวพรรณ หมดจด ผุดผ่องเป็ยองใย น่าตาน่ารัก มองเพลินท่าจะเป็ลูกคนมีเงินหรือลูกคุณหนูคุณนาย คนนี้หรือเปล่าที่ทำให้นายเราไม่ยอมกลับมาทานข้าวเย็นนี้คล้ายจะหลบเลี่ยง แม่นงรู้นิสัยนายดี
"นายแม่โทรตามดีไหมคะ เผื่อคุณรันต์จะมาพบได้" แม่นงแนะนายแม่อีกทีคล้ายว่าฉันไม่ได้อยู่ข้างเ้านายฉันนะ
"นี่ ดากานดา จะมาเป็ภรรยาของตารันต์หน่ะ ส่วนนี่แม่นงแม่บ้านใหญ่ของที่นี่ แม่นงดูแลเลี้ยงดูตารันต์มานานแล้ว" ดากานดายกมือไหว้อ่อนน้อมกับแม่นง แม่นงมองด้วยสายตาชื่นชม
"สวัสดีค่ะ สวยจริงเชียวค่ะนายแม่ ยินดีต้อนรับสู่ไร่การันต์นะคะคุณผู้หญิง"
"เอ่อ เรียกฝ้ายเฉยๆก็ได้ค่ะแม่นง" ดากานดายิ้มด้วยความประหม่ากับตำแหน่งใหม่ที่แม่นงเรียก
"เอ่อ ให้อิฉันเรียกเถอะค่ะ บ้านนี้จะได้มีคุณผู้หญิงสักที" แม่นงยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ก็นางอยากมีคุณผู้หญิงตั้งนานแล้วนี่เนาะ สมใจนางล่ะทีนี้
"นายแม่จะค้างกี่วันคะ อิฉันจะได้เตรียมห้องหับค่ะ" แม่นงหันไปถามนายแม่
"ฉันจะกลับพรุ่งนี้เช้าเลย มีงานที่เร่งด่วนพอดี"
ดากานดาหันไปมองนายแม่ด้วยสายตาละห้อยเธอกลัวเหลือเกิน ยอมรับเลย บ้านที่ไม่เคยอยู่ ผู้คนที่ไม่เคยเห็น สิ่งแวดล้อมใหม่ๆสำหรับเธอทุกสิ่งอย่างและที่สำคัญเธอยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับเขาสองต่อสอง
"ส่วนเื่งานแต่ง ฉันจะขึ้นมาอีกทีนะ"นายแม่หันมาพูดกับเธอ
เพราะว่าที่สามีเธออยากศึกษานิสัยใจคอกันก่อนที่จะมีงานแต่งเล็กๆในไร่นายแม่จึงพาเธอขึ้นมาหาเขาถึงไร่ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อน
"แม่นงจัดห้องหับให้ดากานดาเรียบร้อยใช่ไหม"
"เรียบร้อยแล้วค่ะ"
"หวังว่าไม่รีบเข้าหอนะ ให้ผ่านพิธีเสียก่อน " นายแม่พูดปลายตามาทางเธอ
ดากานดาหน้าชาทันที เธอก้มหน้าด้วยความอาย แม่นงมองหญิงสาวด้วยความงงงวย ดูท่าแล้วนายแม่เหมือนจะไม่ชอบสะไภ้คนนี้สักเท่าไหร่ ทำไมกันหนอ ไม่ชอบแต่ให้มาใกล้ลูกชายคนเล็ก...อยู่ๆเ้านายของนางก็มีภรรยาแบบกระทันหันนี่เอาเวลาไหนไปคบกัน หรือว่าโดนคลุมถุงชน สมัยนี้มีด้วยหรือ แม่นงได้แต่สงสัย
ดากานดาขึ้นมาบนห้องที่แม่นงจัดให้ชั้นสอง ห้องที่เธออาศัยมีโต๊ะเครื่องแป้ง เตียง และเกาอี้เล็กๆสำหรับนั่งชมวิวข้างหน้าต่าง เธอเก็บเสื้อผ้าที่เอามาแค่กระเป๋าใบกลางๆใบเดียว เธอเตรียมมาเท่าที่จำเป็ เธอนั่งลงเก้าอี้ข้างหน้าต่าง มองออกไปในไร่ซึ่งตอนนี้ใกล้เวลาเลิกงานแล้วตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า เธอรู้สึกเหมือนโดนทิ้งหัวใจอ้างว้าง คิดถึงมารดา คิดถึงอ้อมกอดท่าน คิดถึงบ้านที่จากมา คิดถึงจนน้ำใสๆไหลหยดลงมาข้างแก้ม เธอแค่ยังใหม่ยังไม่ชินกับสถานที่นี้ เธอให้กำลังใจตัวเอง เธอต้องสู้ เดินหน้าถึงแม้ต่อไปจะไม่มีอ้อมกอดแม่แล้ว เธอต้องอยู่ให้ได้ ไม่รู้อนาคตข้างหน้าจะเป็เช่นไรแต่เธอจะพยายามอดทนและอยู่ให้ได้ จากนั้นเธอจึงเข้าห้องน้ำอาบน้ำให้สดชื่นเพื่อที่จะได้มีกำลังในการสู้ต่อไป
????????สวัสดีคะ ดำเนินเื่มาสองตอนจุกๆแล้ว เป็ไงบ้างคะ มาลุ้นช่วยกันว่าาา คุณคนปากเสียของเราจะเจอกับว่าที่เมียเขาไหม ฝากติชมและกด❤️ดวงหญ่ายๆให้ด้วยนะคะ เลิฟๆค่ะ????????