เ้าเด็กกินทิ้งกินขว้าง เ้าเด็กนิสัยไม่ดี
“เอ่อ ท่านเทพเ้าคะ....”
“มีอะไร” คนที่ถูกเรียกตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะอารมณ์ไม่ดีไปสักนิดมือก็ขยับหั่นผักหั่นวัตถุดิบด้วยความคล่องแคล่ว
เมื่อวานได้ยินว่าประมุขเทอาหารที่ท่านเทพทำทิ้ง แต่วันนี้ตอนเช้ามืดก็ยังตื่นขึ้นมาเข้าครัวเพื่อจะทำอาหารให้ประมุขทานอีก
“ข้าว่า...ให้ข้าทำดีหรือไม่เ้าคะ” หัวหน้าคนครัวเอ่ยถาม หากประมุขรู้ว่าท่านเทพเป็คนทำอาหารในวันนี้อาจจะเอาไปเททิ้งอีกก็ได้ แบบนั้นไม่น่าปวดใจแย่หรอกรึ
“ไม่” ไป๋ซูเจี้ยนเอ่ยเตรียมวัตถุดิบทั้งหมดก่อนจะเริ่มทำอาหาร เมื่อวานเอาไปเททิ้งใช่หรือไม่เช่นนั้นวันนี้ก็เอาไปเททิ้งอีกสักรอบเป็อย่างไร เททิ้งทั้งสำรับเลยด้วย
เพราะเช้านี้ท่านเทพจะเป็คนทำสำรับยามเช้าทั้งหมดแล้วอาหารทั้งหมดก็เอามาจากตำราของฮูหยินคนก่อนด้วย
“หากเอาไปเททิ้งอีกจะทำอย่างไรเล่าเ้าคะ....”
“เขาก็จะท้องว่าง เพราะเขาเอาไปเททิ้งเองไม่มีใครบอกเขาเอาไปเททิ้งเสียหน่อย” อยากจะเอาไปเททิ้งมิใช่หรอกรึเช่นนั้นก็ท้องว่างไปเสียเลยเป็อย่างไรเล่า
“หากเป็เช่นนั้นประมุขจะไม่มีแรงทำงานนะเ้าคะ...”
“เื่ของเขาสิ” ท่านเทพไม่สนใจสาวใช้ต่อจัดเตรียมอาหารเช้าให้สามีแน่นอนว่าเขาจะต้องไปตามดูผลงานของเช้านี้ด้วยเช่นกันว่าจะลงเอยอย่างไร
ที่เรือนของประมุข ราชครูมองสำรับที่ถูกยกมาก่อนจะมองไปยังสาวใช้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลอาหารพวกนี้เห็นได้ชัดว่ามันอยู่ในตำราอาหารของท่านแม่จากเหตุการณ์เมื่อวานก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่าจะต้องเป็ฝีมือของไป๋ซูเจี้ยนอย่างแน่นอน
แล้วเ้าตัวก็นั่งทานสำรับยามเช้าอยู่ที่ระเบียงเรือนของตัวเองเสียด้วย
“เอาไปทิ้ง”
“ตะ แต่ประมุข....”
“ข้าบอกให้เอาไปทิ้ง!” สาวใช้ไม่มีทางเลือกเมื่อประมุขบอกว่าให้เอาสำรับทั้งหมดไปทิ้ง พวกนางอยากจะร่ำไห้สำรับพวกนี้ท่านเทพตั้งใจทำสุดฝีมือ จะให้เอาไปทิ้งอย่างนั้นรึ
ร่างสูงมองไปยังคนที่นั่งอยู่เดินออกไปจากเรือนด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีเล็กน้อย ไป๋ซูเจี้ยนคีบของกินเข้าปากเอาไปทิ้งจริงๆด้วยหรือนี่ เช่นนั้นก็ท้องว่างไปตลอดทั้งเช้าเสียเถิดนะ
“ท่านเทพ จะดีหรือขอรับ” คนสนิทเอ่ยถามหากราชครูยังทำเช่นนี้อยู่อาหารเย็นก็จะต้องอดไปด้วยแน่ๆ
“แล้วมีอะไรไม่ดี ข้าทำอาหารให้เขากินแต่เขาเอาไปทิ้งเอง หากหิวขึ้นมาเขาก็ต้องโทษตัวเองแล้ว” สำรับตอนเย็นวันนี้ควรจะทำอะไรดีนะเอาเป็อะไรที่หากเอาไปทิ้งจะต้องเสียดายมากๆดีกว่า
“แบบนี้จะไม่เป็การทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงหรือขอรับ”
“เราเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกันั้แ่เมื่อไหร่”เมื่อทานข้าวเสร็จท่านเทพก็ยกชาขึ้นจิบอาหารที่ทำเองก็ต้องถูกปากตัวเองแบบนี้กระมัง ฝีมือเขายังดีเหมือนครั้งที่ยังเลี้ยงเซียวหนิงเฉิงสมัยยังเด็กเลยเ้าลูกศิษย์คนนั้นคงจะสบายดีอยู่กระมัง
ถึงจะมีข่าวลืออยู่ในเมืองว่านายเหนือเซียวกับฮูหยินแยกห้องกันนอนก็เถอะเป็ไปได้ด้วยรึ
“ที่ป้าเตาเป็อย่างไรบ้างข่าวลือก่อนหน้านั้นสงบลงบ้างหรือยัง” เพราะไป๋ซูเจี้ยนไม่ได้ออกไปจากฉางเก๋อสักเท่าไหร่จึงไม่ได้รู้ข่าวคราวที่ด้านนอกมากนักแต่ว่าเื่ภายในเรือนของประมุขก็ต้องเป็คนภายในเรือนของประมุขที่รู้ข่าวลือนั่นใครเป็คนที่แพร่มันออกมากันนะ
“ขอรับ ทันทีที่มีข่าวลือออกมาว่านายเหนือกับฮูหยินแยกเตียงกันนอนวันต่อมาก็มีข่าวลือว่าพวกเขาร่วมเตียงเคียงหมอนกันจนถึงเช้า จนฮูหยินออกมาจากเรือนไม่ไหวขอรับ”ลูกศิษย์คนนี้ยังคงเสมอต้นเสมอปลายในการสร้างเื่เสียจริงไป๋ซูเจี้ยนไม่คิดว่าข่าวลือพวกนั้นจะเล็ดลอดออกมาจากเรือนได้หากไม่ใช่คนในเป็คนปล่อยข่าวลือนั้นออกมาแล้วเรือนประมุขยังเป็ที่พำนักของนายเหนือและท่านเทพจะมีใครกล้าปล่อยข่าวลือนั้นออกมาหากไม่ใช่ตัวลูกศิษย์ของเขาเอง
เพราะนิสัยแบบนี้อย่างไร หลิวเยว่เทียนถึงได้เอาอย่างจนสร้างความปวดหัวให้กับคนอื่นพอๆกัน
“เป็แบบนั้นก็ดี” ดูเหมือนว่าเื่ทางป้าเตาจะไม่มีอะไรน่ากังวลสักเท่าไหร่
ทางเขาต่างหากที่มีแต่เื่ให้กังวล ลูกศิษย์เขาแค่แยกเตียงกันนอนเขากับสามีแยกเรือนกันนอนเสียด้วยซ้ำ น่าเป็ห่วงยิ่งกว่าอีก
“ข้าว่าที่ควรเป็ห่วงคือเื่ของท่านมากกว่าขอรับ....”คนสนิทเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ ท่านเทพยังจะไปเป็ห่วงคนอื่นได้อีกรึ
“เื่ของข้าข้าจัดการเองก็แค่เด็กหัวรั้นคนเดียวจะไปจัดการยากอะไร”
“แต่ยังจัดการไม่ได้มาหนึ่งเดือนแล้วนะขอรับ”
“ก็แค่ไม่เป็ไปตามแผนนิดหน่อย เปลี่ยนแผนใหม่ก็ได้แล้ว”
“อาจจะไม่เป็ไปตามแผนอีกก็ได้ขอรับ” สองครั้งแล้วที่ราชครูเอาอาหารที่ท่านเทพทำไปเททิ้งแบบนี้ไม่นับว่าคืบหน้าในความสัมพันธ์หรอก
“จะทำแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน”จะทนหิวไปได้จนถึงเมื่อไหร่ ไป๋ซูเจี้ยนตั้งใจที่จะเป็คนทำอาหารให้สามีทุกมื้อเลยทีเดียว
หลังจากนี้ราชครูคงจะผอมน่าดู
“จริงสิขอรับ” คนสนิทเหมือนนึกขึ้นได้นำเทียบเชิญแผ่นหนึ่งมามอบให้กับท่านเทพ เมื่อไป๋ซูเจี้ยนเปิดอ่านดูก็พบว่าเป็เทียบเชิญไปร่วมธรรมเนียมล่าสัตว์ของวังหลวง
“ปีนี้จัดได้แล้วรึ” เว้นว่างมาถึงสองปีปีนี้จัดได้แล้วอย่างนั้นรึ
“ได้ยินว่าปีนี้จะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีขอรับจัดที่ป่าทางตะวันตกของเมืองหลวง ประมุขคนอื่นก็น่าจะได้เทียบเชิญกันหมดแล้วขอรับ”ปกติแล้วยามที่มีการจัดธรรมเนียมล่าสัตว์ทางวังหลวงก็จะส่งเทียบเชิญไปยังแปดพรรคตอนนี้เป็สิบพรรคแล้ว ให้ส่งคนมาร่วมพิธีล่าสัตว์ในครั้งนี้ศิษย์ของเขาก็น่าจะรู้เื่นี้แล้วเช่นกัน คงจะให้คนสนิทไปจัดการเลือกคนที่จะเข้าร่วมการล่าสัตว์ครั้งนี้แล้ว
“อีกสิบวันอย่างนั้นรึ” ไป๋เฮ่อก็คงจะได้รับเทียบเชิญแล้วแต่ด้วยนิสัยของเขาคงจะปฏิเสธการล่าสัตว์ครั้งนี้เช่นนั้นแล้วไป๋ซูเจี้ยนที่อยู่ในฐานะฮูหยินของเขาก็คงจะไปร่วมการล่าสัตว์ครั้งนี้ไม่ได้ตามปกติแล้วภรรยาจะติดตามสามีไปด้วยในธรรมเนียมแบบนี้ทุกปีไป๋ซูเจี้ยนก็จะไปร่วมงานล่าสัตว์เพื่อไปดูแลความปลอดภัยให้กับประมุขแม้ว่าจะนั่งอยู่ที่กระโจมที่พักก็ตาม ในปีนี้เซียวหนิงเฉิงก็ต้องไปร่วมงานทั้งในฐานะประมุขและฐานะฮูหยินแห่งป้าเตามีนายเหนืออยู่คงจะไม่เป็ไร ลูกศิษย์เขาชื่นชอบนายเหนือเสียปานนั้นจะต้องมีฝีมือในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเป็ห่วงอะไร
“ดูท่าว่าปีนี้ข้าคงจะไปร่วมด้วยไม่ได้ให้หน่วยลับของข้าสองหน่วยไปช่วยคุ้มกันหนิงเฉิงด้วยก็แล้วกัน”
“ไม่ได้ไปหรือขอรับ?” คนสนิทเอ่ยถามด้วยความสงสัยทุกปีท่านเทพทั้งสองจะไปเป็ขวัญกำลังใจให้กับนักล่าเสมอ ปีนี้ท่านเทพไป๋ซูเจี้ยนจะไม่ไปหรอกรึ
“จากนิสัยของสามีแล้วข้าคิดว่าเขาคงจะไม่ไปร่วมงานนี้หรอก ในเมื่อสามีไม่ไป ข้าจะไปได้อย่างไร” การปกป้องประมุขก็เป็เื่สำคัญ แต่ในตอนนี้ไป๋ซูเจี้ยนก็มีหน้าที่อีกอย่างที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยเช่นกันฝ่าาเองก็คงเข้าพระทัยหากไป๋เฮ่อไม่ไปแล้วไป๋ซูเจี้ยนจะไม่ไปด้วยและก่อนหน้านี้ก็ได้ยินมาด้วยว่าราชครูไม่โปรดการล่าสัตว์ ปฏิเสธเป็ประจำทุกปีไป๋ซูเจี้ยนก็ไม่ได้นึกสนใจหรอกว่าราชครูที่ว่าเป็ใครแต่ราชครูของฝ่าาก็มีเพียงคนเดียวเช่นนั้นก็คงจะไม่ใช่ใครอื่นที่จะให้นึกถึงได้อีก
ในระหว่างที่คนอื่นไปล่าสัตว์ ท่านเทพก็จะขยันทำอาหารให้สามีกินทุกมื้อแบบนี้ก็ไม่เลวทีเดียว
ในตอนเช้าไป๋ซูเจี้ยนตื่นมาจัดเตรียมสำรับให้สามี แน่นอนว่าก่อนจะนอนเขาก็ต้องมาเตรียมสำรับให้สามีเช่นเดียวกัน
วันนี้เพิ่งจะเป็วันแรกเท่านั้นการปล่อยให้ไป๋เฮ่อเมินเฉยต่อตัวเขานั้นเป็เื่ที่ผิดพลาดเมื่อเป็ดังนั้นไป๋ซูเจี้ยนจะไม่ให้เป็แบบนั้นอีก
หรืออย่างน้อยๆเขาก็จะไม่เมินเฉยอีกฝ่ายกลับเหมือนที่ผ่านมา
ก็หวังว่ามันจะไม่ใช่การตัดสินใจพลาดเหมือนกับคราวก่อนอีก
เมื่อราชครูกลับมาในยามดึกเช่นทุกวันเขาก็เห็นสำรับที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วอาหารภายในสำรับนั้นก็เป็อาหารที่อยู่ในตำราของท่านแม่ ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึกๆมองไปยังเรือนข้างๆที่มีใครบางคนกำลังนั่งจิบชายามดึกอยู่
ที่เททิ้งไปสองรอบยังไม่พอใจอีกอย่างนั้นรึ
ไป๋เฮ่อมองคนที่ไม่สะทกสะท้านแม้ว่าอาหารของตัวเองจะถูกเททิ้งก็ตามก่อนหน้านี้พวกเขาต่างเฉยเมยต่อกัน ทำไมจู่ๆถึงได้อยากจะเอาใจเขาขึ้นมาทำไมจะต้องหาเื่ให้เขาลำบากใจแบบนี้ด้วย
แค่อยู่เฉยๆอย่างที่ผ่านมาไม่ได้รึ
“เอาไปทิ้ง” สาวใช้อยากจะโอดครวญไยประมุขไม่ลองกินดูสักคำ เมื่อวานก็ออกจะชอบมิใช่หรอกรึ
“แต่ว่า....”
“ข้าบอกให้เอาไปทิ้งไม่ได้ยินหรอกรึ” ไป๋เฮ่อไม่ได้สนใจที่จะกินข้าวเย็นเขาคิดเผื่อเอาไว้ว่ากลับมาอาจจะต้องเจอแบบนี้จึงกินข้าวมาจากข้างนอกก่อนกลับเรือนไป๋ซูเจี้ยนคิดจะทำอะไรทำไมถึงได้พยายามเอาใจเขาแบบนี้
ไม่ว่าจะทำอาหารมาให้สักกี่ครั้งเขาก็จะไม่กิน หากยังทำมาอีกเขาก็จะสั่งให้คนเอาไปเททิ้งจนกว่าไป๋ซูเจี้ยนจะเลิกทำ
เขาก็อยากจะรู้ว่าจะทนทำแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน
เมื่อสามีไม่ยอมกิน ไป๋ซูเจี้ยนก็ไม่ได้คิดอะไรมากเดินกลับเข้าไปในเรือนอย่างสบายใจ ปล่อยให้สามีหิวอยู่แบบนั้นในเมื่ออยากจะเอาไปเททิ้งก็ต้องทนหิวต่อไป เว้นแต่จะบอกสาวใช้ไปทำมาให้ใหม่
แต่ขึ้นชื่อว่าเป็ท่านเทพจะมีสาวใช้คนไหนกล้าขัดคำสั่งทำอาหารให้สามีของเขากินด้วยรึ
ไป๋เฮ่อไม่เหนื่อยที่จะเอาไปเททิ้ง ไป๋ซูเจี้ยนก็ไม่เหนื่อยที่จะทำเช่นเดียวกัน
ดังนั้นในตอนเช้า ท่านเทพก็ตื่นั้แ่เช้าเพื่อมาเตรียมสำรับให้กับสามีด้วยอารมณ์ที่เบิกบานจนไม่มีใครกล้าขัดนอกจากนั้นวันนี้ยังอาจหาญที่จะยกไปให้ที่เรือนด้วยตัวเองเสียด้วย
ร่างสูงยืนชะงักอยู่ที่กลางเรือนเมื่อเห็นว่าเป็ใครที่ยกสำรับเข้ามาคราวนี้ถึงกับยกสำรับมาด้วยตัวเองอย่างนั้นรึ
“นี่เ้า....” ไป๋ซูเจี้ยนส่งยิ้มให้สามีคราวนี้เรียกไป๋ซูเจี้ยนว่าเ้าแทนที่จะเป็ท่านเหมือนก่อนหน้านี้อย่างนั้นรึ
โกรธแล้วหรืออย่างไร
“สามีไม่ยอมกินอาหารที่ภรรยาทำเช่นนี้ ข้าเสียใจยิ่งนักแต่เหนือสิ่งอื่นใดข้าเป็ห่วงร่างกายของสามีมากกว่า” ไม่หิวหรอกรึ
“ออกไป” ไป๋เฮ่อเอ่ยไล่คนที่ยกสำรับเข้ามาเขารู้สึกเหมือนขมับถูกดึงจนตึง ไป๋ซูเจี้ยนคิดจะทำอะไรจะทำให้เขาต้องรู้สึกกดดันไปอีกนานแค่ไหนกัน
“ข้าออกไปก็ได้ ก็แค่เอาสำรับมาให้สามีก่อน”
“เอาสำรับของเ้าออกไปด้วย”
“เช่นนั้นสามีก็เอาไปเททิ้งเองเป็อย่างไรน่าจะยังมีแรงเหลืออยู่จริงหรือไม่?” ทำมาให้เททิ้งรอบที่สี่แล้วในเมื่อไม่เหนื่อยที่จะเททิ้งก็เทอีกสักรอบจะเป็อะไรไป
“ไป๋ซูเจี้ยน....”
“หือ?” ท่านเทพขานรับด้วยใบหน้าที่ไม่รู้สึกรู้สาพร้อมทั้งส่งยิ้มสดใสไร้มลทินกลับไปให้สามีด้วยถึงขนาดยอมเรียกนามของเขาเชียวรึ จะต้องโกรธมากแค่ไหนกัน
“ข้าจะเตือนเ้า อย่าได้มายุ่งกับข้าอีก”
“แค่กินอาหารที่ข้าทำเข้าไปก็พอมิใช่หรอกรึ ข้าแค่ทำเ้าก็แค่กิน มันจะไปยากตรงไหนจริงหรือไม่” ดูเหมือนว่าไป๋เฮ่อจะไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้จริงๆเขาสังเกตเห็นเส้นเืที่ปูดโปนอยู่บนหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
กำลังรู้สึกกดดันที่มีเขาอยู่ใกล้ๆอย่างนั้นรึ
“เอาออกไป”
“เช่นนั้นข้าจะเตือนเ้ากลับบ้างในฐานะรองประมุขของเผิงหลาย ข้าไม่อาจให้เ้าทำอะไรผิดพลาดในราชสำนักได้อย่างเด็ดขาดหากเ้าไม่กิน เ้าก็จะหิว เรี่ยวแรงก็จะถดถอย การทำงานของเ้าก็จะไม่ราบรื่นและขอให้เ้ารู้เอาไว้ หากมีเื่ผิดพลาดที่ส่งผลกระทบต่อฝ่าาประมุขทั้งหมดจะไม่เอาเ้าไว้แน่” จะดื้อรั้นอย่างไรก็ให้มีความขอบเขตเสียบ้างแค่กินข้าวเข้าไปมันจะยากนักรึ
ไป๋เฮ่อมองคนที่กำลังข่มขู่เขา เื่มันจะง่ายดายกว่านี้หากไป๋ซูเจี้ยนยอมอยู่เฉยๆไม่มายุ่งเกี่ยวกับเขา ขอเพียงแค่พวกเขาต่างคนต่างอยู่เท่านั้นทุกอย่างมันจะไม่วุ่นวายทำไมไป๋ซูเจี้ยนต้องพยายามทำอะไรเพื่อเขาด้วย แค่อยู่เฉยๆก็พอแล้วมันลำบากมากขนาดนั้นเชียวรึ
“ข้าไม่กิน ไม่กินอะไรก็ตามที่เ้าทำ”
“เช่นนั้นก็เสียใจด้วย อาหารทั้งหมดที่จะถูกยกมาที่เรือนของเ้าล้วนแล้วแต่จะเป็ข้าที่ทำไม่ว่าใครก็ขัดคำสั่งข้าไม่ได้ทั้งนั้น”
“เ้ามามีอำนาจในฉางเก๋อของข้าั้แ่เมื่อไหร่”ไป๋ซูเจี้ยนกอดอก อยากจะรู้ว่ามีอำนาจั้แ่เมื่อไหร่อย่างนั้นรึ
“ฉางเก๋อของเ้าไปไม่รอดแน่หากประมุขยังเอาแต่หัวรั้นแบบนี้เ้าไม่อยากให้ข้ายุ่งกับเ้า ก็ย่อมได้ แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่ข้าทำอาหารให้เ้ากินก็เหมือนคนครัวที่มีหน้าที่แค่ทำอาหารให้เ้า ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับเื่ของเ้ามิใช่หรอกรึที่ข้าทำมันจะต่างกันตรงไหน....” ยังไม่ทันที่ไป๋ซูเจี้ยนจะเอ่ยจบร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็คว้าสำรับนั้นโยนออกไปข้างนอกเป็ที่เรียบร้อย ทำเอาสาวใช้ทั้งหมดต้องเหวอไปตามๆกัน
ใจเย็นๆไว้ เ้าเด็กนี่ก็แค่กลัวเกินไปก็เท่านั้น
“หากเ้าทนให้ข้าทำเช่นนี้ได้เ้าจะทำสำรับมาอีกกี่ครั้งก็เชิญ”ร่างสูงเดินผ่านภรรยาออกมานอกเรือน ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมามองประมุขนี่ไม่นับว่ารุนแรงเกินไปหรอกรึ
“ท่านเทพ....”
“ไม่เป็ไร เก็บกวาดให้เรียบร้อยเสีย วันนี้ข้าคงจะกดดันเขามากเกินไปหน่อย” พูดถึงขนาดนี้แล้วยังข่มขู่ขนาดนี้แต่ไป๋เฮ่อก็ยังเลือกที่จะปฏิเสธเขาและตอบกลับด้วยการกระทำที่รุนแรงเห็นได้ชัดว่าไป๋เฮ่อมุ่งมั่นที่จะปฏิเสธไป๋ซูเจี้ยนอย่างเต็มที่โดยไม่สนว่าคนอื่นจะมองอย่างไรขอแค่อยู่ห่างเขาได้เป็ดีที่สุด
จะโทษเด็กคนนั้นก็ไม่ได้สิ่งที่อยู่ในร่างของเขาบังคับให้เขาต้องเป็แบบนี้
“แต่แบบนี้มันออกจะรุนแรงเกินไปนะขอรับ!”
“ไม่เป็ไร เขามีเหตุผลที่จะต้องทำแบบนี้พวกเ้าอย่ามองเขาผิดไปจากเดิมเลย”การมีไป๋ซูเจี้ยนอยู่ใกล้ๆทำให้ไป๋เฮ่อเกิดความเครียดและความกดดันอย่างหนัก สำหรับคนที่ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงก็จะมองว่าไป๋เฮ่อปฏิเสธภรรยาเพราะไม่ชอบแต่สำหรับคนที่รู้เหตุผลก็จะเข้าใจว่าทำไม
การพูดคุยสำหรับพวกเขาสองคนยังยากเกินไป แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้รู้ว่าไป๋เฮ่อรู้สึกกดดันมากแค่ไหนดูเหมือนการเข้าหาแบบเปิดเผยตัวแบบนี้จะไม่ใช่วิธีที่ดีเสียแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ไป๋เฮ่อรู้สึกกดดันและนั่นอาจจะส่งผลต่อร่างกายของเขามากเกินไปหลังจากนี้ใช้แค่วิธีทำสำรับให้เขา และหลีกเลี่ยงการพบกันตรงๆโดยไม่จำเป็หรือไม่พบปะกันเป็การส่วนตัวจะดีกว่าหากสภาพร่างกายของเขาแย่ลงก่อนที่ท่านเทพจะเปิดใจเขาได้การทำลายคำสาปจะต้องยุ่งยากมากขึ้นเป็เท่าตัวหลังจากนี้ไม่ใช้วิธีรุนแรงแบบนี้และหาวิธีที่สมเหตุสมผลโดยการให้ตัวไป๋เฮ่อเข้าหาไป๋ซูเจี้ยนเองจะดีกว่าแบบนั้นจะปลอดภัยและไม่ทำให้เขารู้สึกกดดันมากขึ้น เพราะหากไป๋เฮ่อเป็คนเข้าหาเองนั่นหมายถึงอีกฝ่ายหาเหตุผลรองรับที่เหมาะสมให้กับตัวเองได้ เมื่อเป็แบบนั้นมันจะก็ปลอดภัยทั้งด้านความรู้สึกและด้านร่างกายไม่ส่งผลกระทบจนมากเกินไป หลังจากนี้ทำแบบนี้ก็แล้วกัน
แล้วก็ต้องรอบคอบมากกว่านี้ด้วยจะให้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ไป๋เฮ่อเกิดอารมณ์ปะทุขึ้นมาแบบนี้ไม่ได้อีกเด็ดขาด
แค่เด็กคนเดียวทำให้ไป๋ซูเจี้ยนต้องคิดมากถึงขนาดนี้เชียวรึ
ที่วังหลวง สำนักการศึกษาราชครูไป๋กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ที่ตำหนักของราชครู มือหนาถือตำราค้างเอาไว้ทว่าสายตานั้นกลับไม่ได้มองตัวอักษรที่อยู่ในตำราเลยแม้แต่น้อย
เขาทำ....เกินไปหรือเปล่านะ
ราชครูคนอื่นที่เห็นราชครูไป๋คล้ายจะอารมณ์ไม่ดีก็ไม่มีใครอยากรบกวนั้แ่เช้าแล้วที่ราชครูไป๋เอาแต่ทำท่าทางคล้ายจะกำลังใจลอยราวกับกำลังคิดอะไรอยู่พวกเขาไม่เคยเห็นราชครูไป๋ทำท่าทางเช่นนี้มาก่อน อาจจะมีเื่อะไรให้ต้องคิดมากอยู่กระมัง
ดวงตาสีเขียวมองเลยตัวอักษรที่อยู่ในตำราไปยังพื้นที่ว่างเปล่า เขารู้อยู่แก่ใจว่าการทำแบบนั้นมันไม่ถูกแล้วที่ทำลงไปก็ดูเหมือนจะรุนแรงมากด้วย
เขาแค่เดินออกมา หรือทำเป็ไม่สนใจก็พอแล้วไม่ถึงกับต้องโยนสำรับทิ้งแบบนั้นเลย
ร่างสูงถอนหายใจ ปิดตำราที่อยู่ในมือลงเพราะอ่านไปก็ไม่เข้าหัว สะบัดความคิดที่รู้สึกผิดออกไปเขาจะไม่นึกถึงหรือไม่รู้สึกอะไรกับไป๋ซูเจี้ยนอย่างเด็ดขาดแม้เพียงพื้นที่เล็กน้อยในความคิดเขาก็จะให้มีไป๋ซูเจี้ยนอยู่ไม่ได้
เขาจะต้องไร้ตัวตนที่สุดในสายตาของไป๋เฮ่อไม่ว่าจะต้องทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายแค่ไหน ไป๋เฮ่อก็จำเป็ต้องทำ
ตราบเท่าที่อีกฝ่ายไม่เป็อะไรไปก็พอ
ตลอดทั้งวัน ราชครูไป๋ก็ทำตัวยุ่งอยู่เสมอจนไม่มีเวลาให้ใครได้ทักทาย คนสนิทนำเทียบเชิญแผ่นหนึ่งมาให้ราชครูที่กำลังทำตัวยุ่งๆอยู่
“ราชครูไป๋ เทียบเชิญงานธรรมเนียมล่าสัตว์ของปีนี้ขอรับ”ไป๋เฮ่อละมือจากงานยุ่งๆที่ไม่มีอยู่จริงก่อนจะรับเทียบเชิญแผ่นนั้นมาไม่ได้จัดมาแล้วถึงสองปี ในที่สุดก็ได้กลับมาจัดแล้วอย่างนั้นรึ
“ทำเหมือนที่เคยทำ”
“ขอรับ” คนสนิทเดินออกไปเพื่อเขียนสารปฏิเสธส่งกลับไปยังกรมพิธีการว่าราชครูไป๋ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมธรรมเนียมล่าสัตว์ั้แ่เมื่อก่อนแล้วที่ราชครูมักจะปฏิเสธการไปล่าสัตว์แม้ฝ่าาจะเป็ผู้เอ่ยปากเองราชครูไป๋ก็ยังปฏิเสธเช่นเดิมโดยให้เหตุผลว่าหากฝ่าาไม่อยู่ที่วังหลวงแล้วใครจะช่วยดูแลเื่ภายในราชสำนักหากเกิดเื่อะไรขึ้นจะทำอย่างไร ผู้ใดจะแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าให้องค์จักรพรรดิจึงต้องจำยอมให้ราชครูอยู่เฝ้าวังหลวงแทนการออกไปล่าสัตว์อย่างช่วยไม่ได้
หลังจากที่ทำงานด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่ตลอดทั้งวัน เมื่อถึงเวลาเลิกงานเขาก็เดินกลับฉางเก๋อแต่วันนี้เขาไม่อยากจะกลับเร็วเท่าไหร่นัก จึงได้แวะที่โรงเตี๊ยมระหว่างทางเพื่อใช้ความคิดเงียบๆเสียหน่อยแล้วก็ถือโอกาสกินข้าวเย็นที่นี่เลยก็แล้วกัน
กลับไปก็กินไม่ได้อยู่ดี จะทนหิวได้อย่างไรกัน
ถึงอย่างไรไป๋เฮ่อก็เป็คุณชายที่ถูกเลี้ยงมาดีมากคนหนึ่งอาหารที่กินเข้าไปย่อมต้องทำขึ้นเป็พิเศษเพื่อให้ถูกปาก แน่นอนว่าที่โรงเตี๊ยมธรรมดาแบบนี้ย่อมไม่มีอาหารที่ถูกปากเขาเมื่อกินไปได้นิดหน่อยเขาก็วางตะเกียบลง เขาไม่ใช่คนเื่มากก็จริงแต่อะไรที่กินแล้วไม่ถูกปากก็กินต่อไม่ไหว สู้กลับเรือนไปนอนพักผ่อนเสียดีกว่า
“ไป๋เฮ่อ?” ร่างสูงหันไปตามเสียงเรียกเห็นหัวหน้าองครักษ์กำลังหอบหิ้วของกินมากมายด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มไป๋เฮ่อมองด้วยความแปลกใจ ที่ป้าเตาไม่มีของกินหรืออย่างไรทำไมถึงได้ซื้อกลับไปเยอะแยะเสียปานนี้
“อดอยากนักรึ” เขาเอ่ยถามกับสหายได้ยินว่าคนครัวของป้าเตาทำอาหารอร่อยมาก ทั้งของหวานของคาวทำไมถึงยังต้องซื้อของกินจากข้างนอกกลับไปอีก
“พักนี้ข้าชอบซื้อของอร่อยๆกลับไปให้หนิงเฉิงเพราะกลับเรือนดึกแล้วเ้ามาทำอะไรแถวนี้” นายเหนือเอ่ยถามสหายด้วยความสงสัย ตอนนี้ควรจะถึงเรือนแล้วมิใช่หรอกรึ
“กำลังจะกลับ”
“นี่เ้าจะเดินกลับ?” ไป๋เฮ่อพยักหน้าเซียวเฟิงเหยียนเลิกคิ้วที่ฉางเก๋อไม่มีรถม้าหรืออย่างไรทำไมจะต้องเดินกลับเองด้วย
“ทำไมต้องเดินกลับ ที่พรรคไม่มีรถม้าหรืออย่างไร”
“มี แต่ไม่ใช้”
“แต่งตัวเสียหรูหราปานนี้แต่เดินกลับพรรคมืดๆค่ำๆ จะกลับถึงรึ”
“ชุดของราชครูจะไปหรูหราเท่าชุดของหัวหน้าองครักษ์ได้อย่างไรใครที่ไหนจะกล้ามาดักปล้นข้า” โจรที่ไหนจะกล้ามายุ่งวุ่นวายกับราชครูของจักรพรรดิใจกล้านักรึ
“ขอรับราชครูผู้เก่งกาจแต่ไม่เคยที่จะตอบรับเทียบเชิญของฝ่าาไปร่วมธรรมเนียมล่าสัตว์เลยสักปี” นายเหนือมองสหายที่ปีนี้ก็ปฏิเสธเทียบเชิญในการไปล่าสัตว์อีกแล้ว ฝ่าาน้อยพระทัยไปแล้วไม่รู้หรอกรึ
“ฝ่าาไม่อยู่ที่วัง เ้าก็ไม่อยู่ที่วังหากข้าไปด้วยอีกคน.....”
“หากเกิดเื่ขึ้นจะทำอย่างไร ใครจะแก้ปัญหาให้ใครจะช่วยดูแลวังหลวงให้ เ้าก็อ้างแบบนี้เสียทุกปี ข้ารู้ทันเ้าหรอก” ไม่คิดจะเปลี่ยนข้ออ้างอื่นบ้างรึ ฝ่าาฟังข้ออ้างแบบนี้ทุกปีอีกไม่นานคงจะบังคับให้ไปด้วยให้ได้แล้ว
“ช่างเื่ของข้าเถอะ รีบกลับไปได้แล้วมิใช่ว่าท่านเทพรอกินของอร่อยอยู่รึ” ยังจะมาพูดคุยอะไรอยู่ตรงนี้อีกไม่รีบกลับไปหาภรรยาที่รักหรืออย่างไร
“ข้าพาเสี่ยวฮวาไปส่งเ้าก่อนก็ได้แล้วค่อยบอกหนิงเฉิงว่าทำไมจึงกลับช้า”
“ข้าไม่นั่งม้าไปกับบุรุษตัวโตๆอย่างเ้าหรอก พิลึก”เอ่ยเสร็จก็หันหลังเดินจากไปทิ้งสหายตัวโตเอาไว้บนทางเดินที่เต็มไปด้วยผู้คนยามค่ำคืน
“เ้าสหายปากคอเราะร้าย” นายเหนือเอ่ยไล่หลังไม่ไปส่งก็ได้ เดินกลับดีๆก็แล้วกัน
อีกอย่างไม่มีใครกล้าฉุดตัวประมุขราชครูผู้นี้หายไปในยามค่ำคืนได้หรอก แค่เห็นหน้าก็วิ่งหนีกันกระเจิงแล้ว