แพรวาแต่งงานกับวิโรจน์มาได้หลายปีแล้ว...
ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน และใช้ชีวิตชนชั้นกลางตามปกติ เพราะชีวิตของทั้งคู่ก็ไม่ค่อยลำบากมาก เนื่องจากวิโรจน์นั้นเป็ถึงนายตำรวจที่พึ่งได้เลื่อนยศใหญ่ จึงทำให้บ้านเริ่มขยายใหญ่ตามมาเรื่อยๆ แต่ไม่นานหลังจากที่พิษเศรษฐกิจเข้ามา ครอบครัวของแพรวาก็เริ่มติดขัดกันทีละนิด
โชคดีที่วิโรจน์มีพี่ชายอย่างวิรุจน์ หรือไอ้รุจน์ที่วิโรจน์มักจะเรียกดูถูกพี่ชายเป็ประจำ เขาไม่ได้เรียนจบสูงเหมือนน้องชาย หากแต่ทำงานมาั้แ่ยังเด็กจึงทำให้เป็คนขยัน เลยทำให้เขากลายเป็เศรษฐีที่มีเงินทองมากมายภายในไม่กี่ปี แต่กว่าจะกลายมาเป็เศรษฐีมีที่นาที่สวนมากมาย วิรุจน์ก็ต้องผ่านคำดูถูกมาเยอะ โดยเฉพาะกับครอบครัวและน้องชายของเขา
“เื่ค่าเทอมลูกไปถึงไหนแล้วพี่” แพรวาถามสามี
“พี่กำลังทำเื่เบิกอยู่...”
“เราลองให้ลูกย้ายมาเรียนโรงเรียนรัฐดูมั้ยคะ เพราะพี่เป็ข้าราชการเื่ค่าเทอมเราเบิกได้”
“ไม่เอาหรอก พี่อยากให้ลูกเรียนโรงเรียนดีๆ เดี๋ยวเื่นี้พี่จัดการเอง”
“...ค่ะ”
แพรววาถอนหายใจ เพราะตอนนี้ครอบครัวของเธอมีหนี้มีสินเยอะมาก ภายนอกทุกคนอาจจะมองว่าครอบครัวของเธอร่ำรวย มีบ้านหลังใหญ่โต แต่บ้านหลังหนี้ก็ยังติดหนี้ค่าใช้จ่ายหลายอย่าง จนแทบจะไม่เรียกว่าบ้านของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
“พี่ลองไปหาพี่รุจน์หรือยังคะ”
“ไม่เอาหรอก...คนอย่างพี่เนี้ยนะจะไปหาคนอย่างมัน”
วิโรจน์นั้นเป็คนไม่ชอบเสียหน้า ั้แ่ที่พี่ชายมีเงินมีทองมากกว่าเขา ตำรวจหนุ่มก็ไม่ยอมคุยกับวิรุจน์อีกเลย เขามักจะซื้อของฟุ่มเฟือยหลายอย่างและเข้าสังคมกับพวกตำรวจยศใหญ่เพื่อเลียแข้งเลียขาเป็ประจำ จึงทำให้กิจกรรมแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว เงินเดือนที่เบิกมาก่อนก็แทบจะไม่เหลือสักบาท แถมเงินธนาคารที่ไปกู้มาก็แทบจะไม่เหลือเช่นกัน
หลายวันต่อมา...
ทุกอย่างยิ่งแย่ลงมากกว่าเดิม เงินค่าเทอมลูกตอนนี้ก็ยังไม่ได้จ่าย แถมค่าบ้านค่าผ่อนรถก็ติดขัดกันมาหลายเดือนแล้วด้วย สามีภรรยาเริ่มมีปากเสียงกันทีละนิดจนกลายเป็เื่ใหญ่ เพราะวิโรจน์ไม่ยอมทำตามคำแนะนำของแพรวา เธอบอกให้สามีไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย แต่สิ่งที่ได้มากลับเป็คำด่าทอ
“ถ้าพี่ไม่ไปคุยกับพี่รุจน์ แพรวาก็จะไปเอง”
“ได้ จะจัดการอะไรยังไงก็เื่ของเธอ!”
สามีปิดประตูใส่หน้าภรรยา ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่ใยดี