ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่23 มังกรกินหาง

    “เจมส์พักนี้มึงทำอะไรอยู่วะ ดูไม่ค่อยว่างเลย” คริสถาม ในขณะที่ทั้งสามคนนั่งอยู่ในโรงอาหารช่วงเช้าวันใหม่แห่งการเรียน ณ วิทยาลัยกุหลาบขาว“เออนั่นดิ มึงกำลังทำอะไรอยู่วะตอนนี้ดูยุ่งชะมัด หรือว่ามีอนิเมชั่นเรื่องใหม่ของเกาหลีออก มึงเลยดูโดยไม่ชวนพวกกู” กันต์ที่กำลังกินแซนวิชชิ้นละ 12 บาทในร้านสะดวกซื้อพูดขึ้น“เปล่าว่ะ กูแค่ยุ่งกับงานที่ทำอยู่แค่นั้นแหละ ไม่ได้ดูอนิเมชั่นเรื่องใหม่อย่างที่มึงคิดหรอก” เจมส์ไม่ได้ให้ความสนใจเพื่อน เอาแต่นั่งจดจ่อกับหนังสือการ์ตูน'ทะลุมิติ ไปเป็นยอดเชฟสะท้านพิภพ'“งานเหรอ....นี่มึงยังไม่ออกจากร้านหมูกระทะอีกเหรอวะ”“เจมส์เว้ยเพื่อน ในพัทยาแม่งมีงานตั้งเยอะแยะให้ทำ กูว่ามึงลองไปสมัครอะโกโก้ดีไหม พอดีกูทำอยู่ที่นั่น เงินเนี่ยดีอย่าบอกใคร ถ้ามึงสนใจบอกกูได้นะ”“หุบปากไปเลยไอ้คริส ไอ้เจมส์มันไม่เหมาะกับอะไรแบบนั้นหรอก มึงทำไปคนเดียวเลย”“เออเออ แล้วอย่ามาบอกว่าอยากทำทีหลังแล้วกัน ถึงตอนนั้นกูเก็บเงินค่าฝากงานนะขอบอก”เจมส์ไม่สนใจเพื่อนสองคนที่กำลังทะเลาะกันเรื่องทำงาน สำหรับเขาเวลานี้นอกจากร้านหมูกระทะแล้วก็ไม่มีอะไรต้องคิดมากเมื่อคืนกะว่าจะหาของจากหนังสือ ทว่าน่าเสียดายพอกลับมาถึงบ้านล้มตัวลงนอนก็ผล็อยหลับไป ตื่นอีกทีก็ตีห้าครึ่งแล้ว กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวพาจูเนียร์ไปโรงเรียนเลยค่อนข้างสายส่วนเจ้าโง่ทอยแน่นอนไม่ได้พักอาศัยอยู่บ้านเจมส์ ลำพังบ้านหลังเล็กมุงหลังคาด้วยสังกะสี นอนแค่นี้ก็อึดอัดพอแล้ว หากเพิ่มเจ้าตัวใหญ่มาอีกคนมีหวังได้หายใจไม่ออกกันพอดีเจ้าโง่ทอยพักอยู่บนเรือ ด้วยความที่เขาเป็นหุ่นยนต์ไม่จำเป็นต้องกินต้องหลับ สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่บ่นสักคำ ไม่สิจากนิสัยของเจ้านั่นน่าจะบ่นหรือไม่ก็อยากจมเรือลำอื่น“เจมส์ พักนี้มึงได้เจอพี่ไอซ์บ้างหรือเปล่าวะ” กันต์ถาม“ทำไมกูต้องเจอวะ ในเมื่อเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว” เจมส์ตอบโดยแทบไม่ต้องคิด“กูไม่รู้แค่ถามดู ตอนนี้ได้ยินว่าพี่ไอซ์เลิกกับรุ่นพี่เสือแล้วนะเว้ย กูเลยคิดว่าไม่แน่พี่เขาอาจกลับไปหามึง”“เลิกคบแล้วเหรอ ไวจัง” เจมส์ขมวดคิ้ว“อืม...รุ่นพี่เสือขาขาด กลายเป็นคนพิการแบบนั้น ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะต่อขาได้ รุ่นพี่กลายเป็นคนพิการไม่มีขา ต้องใส่ขาเทียมเดินตลอดชีวิต แล้วมึงคิดดูว่าคนอย่างพี่ไอซ์ดาวคณะยังจะอยากคบอีกเหรอ พอพี่เสือขาขาดหล่อนก็ชิ่งทันที” กันต์เล่าอย่างออกรสออกชาติ“ใช่ๆ เรื่องนี้คนในวิทยาลัยรู้กันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครโทษพี่ไอซ์หรอก ดูจากอายุและหน้าตาของพี่เขาแล้ว ชีวิตนี้ยังมีเวลาอีกมากให้เจอผู้ชายดีๆ” คริสเสริม“อืม” เจมส์ส่งเสียงในลำคอทั้งสองต่างมองว่าไม่แน่เมื่อเจมส์รู้เรื่องนี้ อาจมองเป็นโอกาสกลับไปคบกับดาวคณะคนสวย ทว่าใครจะไปรู้ปฏิกิริยาที่ลูกชาวประมงตัวดำแสดงให้เห็น จะเป็นในทางตรงกันข้าม...............เจมส์มาเปิดร้านหลังจากส่งของบนเกาะล้าน ขายอาหารทะเลที่หาดจอมเทียนพัทยา โดยเฉพาะช่วงนี้มีทอยเข้ามาช่วย เขาแทบไม่ต้องทำอะไร แค่ต้องมาเตรียมร้านขายบนทางเท้าแค่นั้น ส่วนเรื่องเกาะล้านให้ทอยจัดการคนเดียวมาถึงร้านหมูกระทะนายเจมส์เป็นเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง มีพนักงานและพ่อครัวเตรียมของอยู่ก่อนแล้ว เจมส์มีหน้าที่แค่ตรวจดูความเรียบร้อย ว่ามีอะไรขาดตกบกพร่องหรือไม่วันนี้เจมส์ค่อนข้างมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะมีลูกค้าเต็มร้าน สืบเนื่องจากเขาได้ของชิ้นหนึ่งมาจากหนังสือทะลุมิติ ไปเป็นบอดเชฟสะท้านพิภพ'มังกรกินหาง เครื่องรางเสริมโชคลาภ หากพกติดตัวจะประสบพบเหตุการณ์วาสนา หากมีร้านค้านำไปแขวนไว้หน้าร้าน จะมีลูกค้าตบเท้าเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย''ผลเสียด้านลบ หากสวมใส่เครื่องรางเกิน 5 นาที หัวใจจะเริ่มเต้นช้าลง จนกระทั่งหยุดหายใจเสียชีวิต'ผลเสียด้านลบนับว่าร้ายแรงมาก ถึงขนาดที่ใส่แล้วตาย คงมีแต่คนโง่ที่กล้าสวมใส่ ถึงมันจะทำให้เราพบเจอโชคลาภวาสนาเหมือนสวรรค์ประทานพรก็ตามแต่ด้วยความที่เจมส์มีร้านหมูกระทะ เขาจึงไม่จำเป็นต้องสวมใส่เอง เพียงนำเครื่องราง'มังกรกินหาง'ไปติดไว้บนป้ายหน้าร้าน เท่านี้ก็เรียกลูกค้าเข้ามาใช้บริการเจมส์ส่งเครื่องรางให้ทอย แล้วคอยยืนดูเจ้าโง่ยกเก้าอี้มา เหยียบเท้าขึ้นบนเก้าอี้ ติดเครื่องรางบนป้ายหน้าร้านเครื่องรางมีลักษณะไม่ใหญ่มาก เป็นมังกรตัวสีทองอร่าม ขดตัวเป็นวงกลม ฝังไข่มุกมูลค่ามหาศาลตามลำตัว และเเฝงด้วยความอันตรายถึงแก่ชีวิตหลังจากทอยขึ้นไปติดเครื่องรางบนป้ายเสร็จ เจมส์ถอนหายใจหน่อยนึง เท่านี้ร้านหมูกระทะนายเจมส์จะไม่เงียบเหงาอีกต่อไป ด้วยพลังของเครื่องราง คงทำให้พนักงานในร้านวุ่นวายไม่น้อยทีเดียว.........หกโมงเย็นถึงเวลาเปิดร้านหมูกระทะตามปกติเจมส์ยืนอยู่หน้าร้าน ตั้งหน้าตั้งตารอดูผลลัพธ์ของเครื่องราง“เจ้านาย ถ้าหากวันนี้มีคนเข้าร้านน้อยอีก ผมนี่แหละจะ...”“พอเลย นายไม่ต้องพูด แค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็พอ” เจมส์ไม่อยากฟังทอยพล่ามไร้สาระ และไม่อยากเห็นด้วยว่าเจ้าหุ่นไร้สมองจะใช้วิธีการสุดโต่งในการเรียกลูกค้ารถมอเตอร์ไซค์นักศึกษาเริ่มขับผ่านซอยกระถิน รวมถึงสาวสวยหลายคน ทว่าวันนี้เมื่อเห็นร้านของเจมส์กับหยุดชะงักแทนที่จะขับเลยไปเช่นทักวัน ชายหนุ่มจอดรถไว้หน้าร้าน มองป้ายด้านบนเห่ยๆ แล้วต้องหันไปพูดกับเพื่อน“แม่งน่ากินว่ะ กูว่าเรากินร้านนี้กันดีกว่า”“อะไรนะ มึงจะเข้าไปกินบุฟเฟ่ต์หัวละ 599 บาท ?” เพื่อนอีกคนอ่านป้ายแล้วต้องหน้าเจื่อน “มึงจะบ้าหรือเปล่า บุฟเฟ่ต์แพงขนาดนี้กูว่าไปกินข้าวราดแกงดีกว่าไหม ราคาแค่ 50 บาทแถมมีน้ำเปล่ากินฟรี...”ทว่าเขายังพูดไม่ทันจบ เพื่อนคนที่ชวนเดินดุ่มๆ เข้าไปในร้านแล้ว“เห้ยเดี๋ยว รอกูด้วยสิเว้ย!”นั่นคือลูกค้ากลุ่มแรก กลุ่มที่สองมาด้วยรถเก๋งคันละห้าแสนกว่าบาท ในรถมีแต่คนสวยนั่งอยู่ด้วยกันห้าคน และที่น่ามองยิ่งกว่าใบหน้าคงเป็นหน้าอกขนาดใหญ่ ราว 400 ซีซีเห็นจะได้“สวัสดีครับ ร้านหมูกระทะนายเจมส์ยินดีต้อนรับครับ” เจมส์ทักทายลูกค้า5 สาวแต่งตัวล่อแหลม โดยเฉพาะหน้าอกแทบไม่อาจละสายตาได้ และในฐานะเจ้าของร้านเขาไม่อาจทำเสียมารยาทด้วยการโลมเลียผ่านสายตา“สวัสดีครับสาวๆ หน้าอกใหญ่จัง เห็นไหมผมเนี่ยขึ้นเลยครับ”ในระหว่างที่เจมส์กำลังต้อนรับลูกค้า เจ้าโง่ทอยที่ยืนอยู่ข้างๆ ดันโพล่งขึ้น แถมยังพูดออกมาได้หน้าไม่อาย“ไอ้เวรทอย!” เจมส์ก่นด่าเจ้าโง่ในใจ จากคำพูดหยาบคายของนาย มีหวังลูกค้าหนีจากร้านหมดแน่ แต่ทว่าเจมส์ยังไม่ทันได้เอ่ยขอโทษลูกค้า 5 ท่านที่เพิ่งเดินเข้ามา ก็เห็นอีกฝ่ายแสดงความเขินอาย หน้าแดง ท่าทางกระมิดกระเมี้ยน จ้องเป้าทอยตาไม่กระพริบ“ฮ่าฮ่า ผมรู้ว่าพวกคุณชอบ เอาล่ะสาวๆ ทั้ง 5 ท่าน เชิญตามผมไปที่โต๊ะได้เลยครับ เดี๋ยวพี่ทอยคนนี้จะบริการเอง”พวกหล่อนผงกศีรษะอย่างว่าง่าย คล้ายกับต้องมนต์สะกดบางอย่าง ทำให้พวกเธอลุ่มหลงแม้คำที่ทอยเอ่ยจะค่อนข้างหยาบกระด้าง หรือเป็นเชิงส่อเสียดเจมส์เกาหัวงุนงง อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองเครื่องรางที่ถูกติดไว้บนป้ายชื่อร้าน“หรือว่านี่จะเป็นผลจากเครื่องราง?” คงเป็นคำอธิบายเดียวที่เจมส์พอจะนึกออก ไม่งั้นผู้หญิงที่ไหนจะแสดงท่าทีแบบนั้นแต่อีกส่วนที่เจมส์นึกไม่ถึงคงเป็นเสน่ห์ของเจ้าโง่ทอย โดยเฉพาะหุ่นอันบึกบึน กล้ามแน่นจนชุดสูทแทบจะปริ ไหนจะพกข้าวหลามบั้งใหญ่ตรงเป้ากางเกง หากบอกว่าเห็นแล้วไม่คิดอะไรก็คงแปลกคืนนั้นร้านหมูกระทะนายเจมส์ไม่เงียบเหงาอีกต่อไปทำเอาพนักงาน 4 คนและพ่อครัวแทบไม่ได้หยุดพักถึงเจมส์จะเป็นเจ้าของร้านก็ลงมาช่วยด้วยเหมือนกัน เล่นเอากว่าจะถึงเที่ยงคืนเนี่ยแรงแทบหมด แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขากลับมีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกค้าภายในร้านระหว่างทานอาหาร ถึงทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้เพราะผลจากเครื่องรางก็ตาม................หนึ่งเดือนผ่านไปร้านหมูกระทะนายเจมส์กลายเป็นที่รู้จักของคนพัทยา เรียกได้ว่าไปไหนมาไหนร้านของเจมส์ก็จะถูกพูดถึงร้านหมูกระทะฝั่งตรงข้าม มีชื่อร้านว่าศรีอัมพร เป็นร้านหมูกระทะที่ขายดิบขายดีมาตลอด เรียกได้ว่าในซอยกระถินร้านศรีอัมพรคือเจ้าถิ่น แต่ด้วยความที่ร้านเจมส์ขายดีกว่า ร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างศรีอัมพรจึงได้รับผลกระทบเป็นธรรมดาตอนนั้นจ่าอี๊ดขายไม่ดีเพราะร้านนี้แหละ หากไม่มีร้านศรีอัมพรฝั่งตรงข้ามแย่งลูกค้า เขาคงไม่ขาดทุนจนต้องขายร้านไปหรอก“เวรเอ้ย ทำไมคนเข้าร้านมันเยอะจังวะ ร้านแม่งมีอะไรดี หัวละตั้ง 599 บาทสู้ร้านกูก็ไม่ได้แค่หัวละ 299 บาทเอง แถมหมูที่ใช้ก็เป็นแบบสำเร็จรูปไม่ต่างจากของกู มีดีหน่อยนึงแค่ของทะเลแค่นั้นเอง!” เจ้าของร้านหมูกระทะดูไม่ค่อยพอใจที่ถูกแย่งลูกค้า เขาเป็นชายร่างท้วม ผิวค่อนข้างคล้ำ อายุ 50 ปี ชื่อว่าสินชัย“เถ้าแก่ เอางี้ไหมครับหลังจากที่มันปิดร้าน เราก็เข้าไปทุบทำลายของในร้านมัน ถ้ามันกล้ามาเปิดอีกเราก็ทุบของในครัวมันอีก ดูสิว่ามันจะกล้าหน้าด้านหน้าทนอยู่อีกไหม” ลูกน้องตัวบางสูงราว 160 เซนติเมตร เจษเสนอแผนการ