ราตรีที่หน้าคอนโด
ภายในร้านอาหารไทยสไตล์ ณัฐรินีย์นั่งตัวลีบ หน้าจ๋อยอยู่ตรงข้ามกับชายหนุ่มหล่อมาดนักธุรกิจ ที่อยู่ในชุดไปรเวทแบบสบายๆ แต่ใบหน้าหล่อกลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจหญิงสาวตรงหน้า เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เคร่งเครียด
“นี่คุณ...ทำไมถึงทำเื่เสี่ยงแบบนี้” ธีรเทพกุมขมับ
“ขโมยของคนอื่น มันผิดกฎหมายนะ” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
“แค่ขวดน้ำมันน่ะ วดีคงไม่รู้เื่หรอก”
“ยังจะพูดอีกนะ” ธีรเทพเสียงเข้ม
“.......” ณัฐรินีย์สงบปากสงบคำทันที
“ว่าแต่ คุณกับอาคิราเชื่อเื่พวกนี้เหรอ?” ธีรเทพถอนใจ สายตาที่มองดูณัฐรินีย์เริ่มอ่อนลง
“อื้อ ไอเป็พวกมีััพิเศษน่ะ” ณัฐรินีย์พยักหน้าหงึกๆ และเผลอหลุดปากออกมา
“ยังไง?”
“แหงะ มะ มะ ไม่มีอะไร” ณัฐรินีย์ในึกขึ้นได้ รีบปฏิเสธทันควัน
“บอกมา” ธีรเทพคาดคั้น
“คือ...ถ้าฉันเล่าแล้ว คุณจะไม่บอกใครใช่มั้ย?” ณัฐรินีย์กระพริบตาท่าทางลังเล
“อื้อ”
“คุณจะไม่หัวเราะใช่มั้ย?” ณัฐรินีย์ถามย้ำ สายตาจริงจัง
“อื้อ” ธีรเทพพยักหน้า แอบยกมุมปากเล็กน้อยกับท่าทางของเธอ ก่อนจะปรับสีหน้าให้เคร่งขรึม
“ไอ มีความสามารถพิเศษ เธอมองเห็นิญญาได้” ณัฐรินีย์สูดหายใจลึกก่อนพูดออกมา
“คุณกำลังล้อเล่นผมอยู่หรือ?” ธีรเทพนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนจะพูด
“ฉันไม่ได้ล้อเล่น” ณัฐรินีย์ยืนยัน
ณัฐรินีย์เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน สมัยเวลาที่เธอยังเป็นักศึกษา และยังไม่รู้จักกับอาคิราเป็อย่างดี
วันนั้นเธออยู่ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย ทำรายงานดึกดื่นคนเดียว ห้องสมุดที่เงียบสงบกลายเป็สถานที่ที่น่ากลัวเมื่อเวลายามค่ำคืน
“วันนั้นฉันรู้สึกว่า มีอะไรบางอย่างตามฉันอยู่” ณัฐรินีย์นึกถึงความหลัง
“ฉันรู้สึกขนลุก ปวดหัว และไม่สบายใจตลอดเวลา แล้วตอนนั้น....”
ภาพในความทรงจำย้อนกลับเข้ามา
“หยุดนะ!”
ณัฐรินีย์ที่ปวดหัวจนทรุดลงนั่งกับพื้น เธอกุมหัวและหรี่ตามองตามเสียงที่ดังขึ้น
“อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนี้”
หญิงสาวคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้น และมายืนขวางหน้าเธอที่กำลังนั่งอยู่
“ถ้าไม่เลิกยุ่ง อย่าหาว่าไม่เตือนนะ”
“แล้วไงต่อ?” ธีรเทพที่ฟังอย่างตั้งใจถามขึ้น
“ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าไอทำอะไรนะ แต่เอาเป็ว่าเธอมาช่วยฉันที่โคตรจะปวดหัวมากๆ ตอนนั้น หายเป็ปลิดทิ้งเฉยเลย จบละ” ณัฐรินีย์พูดหน้าตาเฉย พร้อมกับยกแก้วชาขึ้นจิบ
“เอ้า จบเฉยเลยเนี่ยนะ” ธีรเทพรู้สึกขัดใจ
“อื้อ” ณัฐรินีย์ทำเหมือนไม่รู้ร้อนใดๆ
ธีรเทพหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า เขาอยากคว้าตัวเธอเข้ามากอดและจูบเป็การลงโทษเหลือเกิน
“คุณแน่ใจเหรอ ว่าโดนอะไรบางอย่างตามน่ะ” ธีรเทพถามอย่างไม่ค่อยอยากเชื่อ
“อื้อ”
“ทำไมแน่ใจล่ะ”
“ก็ฉันเห็นิญญาผู้หญิงคนนั้นน่ะสิ” ณัฐรินีย์พูดหน้าตาเฉย
“เอ๊ะ?” ธีรเทพหน้าเหวอ
“เหมือนจะเป็...ผู้หญิงที่เข้าใจผิดว่าฉันไปแย่งแฟนเธอ แล้วเธอฆ่าตัวตาย ก็เลยมาตามฉันน่ะ”
“คุณนี่นะ...” ธีรเทพกุมขมับหัวจะปวด
“เอาน่าๆ ยังไงฉันก็รอดมาละกัน” ณัฐรินีย์หัวเราะคิกคัก ไม่ใส่ใจ
“คุณเชื่อใจอาคิรามากรึ”
“แน่นอนที่สุด” ณัฐรินีย์ตอบอย่างหนักแน่น ดวงตาเป็ประกายชื่นชม เมื่อนึกถึงเพื่อนสาวของตนเอง
ธีรเทพรู้สึกแปลกใจ เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เขามองหญิงสาวตรงหน้า ณัฐรินีย์ชื่นชมอาคิรา ดวงตาเป็ประกายเหมือนเป็เพื่อนที่พร้อมจะบวกกับทุกคน ถ้าใครก็ตามที่ทำให้อาคิราเดือดร้อน
แต่...ภรรยาของเขา กานต์รวีเธอบอกว่า เธอชื่นชมชัญญา แต่ทุกครั้งที่เธอเอ่ยถึงเพื่อนคนนี้ ดวงตาของกานต์รวีกลับเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาในตัวชัญญา
มันแปลกมาก....ทำไมเขาไม่เคยคิดถึงเื่นี้มาก่อน ขณะที่ธีรเทพกำลังจมจ่อมอยู่กับความคิดของตัวเอง ณัฐรินีย์ก็พูดเื่เหลือเชื่อออกมา
“แต่เื่ขวดน้ำมันเสน่ห์นี่ ฉันว่าไอ ควรจะห่วงคู่ยัยชัญญากับคุณเอกมากกว่ายัยวดีอีก คุณเอกตอนนี้แทบไม่เป็ผู้เป็คนซะละ เอะอะอะไรก็ชัญญาๆ ๆ ตลอด...”
“เมื่อกี้คุณพูดว่าใครนะ ชัญญางั้นรึ?”
“อะ..ใช่ ชัญญา คุณรู้จักเหรอ?” ณัฐรินีย์ใที่อยู่ๆ ธีรเทพก็โพล่งออกมาและดึงแขนเธอ จนหน้าของเธอเข้าไปใกล้เขา
“เล่าให้ผมฟังหน่อย” ธีรเทพจ้องเขม็ง
“เออะ...ก็แบบ ปกติคุณเอก เ้านายของฉันน่ะ เป็คนมีเหตุผล แต่พักหลังนี่ ั้แ่ได้ข่าวว่าคบกับชัญญา ดูล่องลอย ไม่เป็ตัวของตัวเอง อาละวาดง่ายมาก นิดหน่อยก็โมโห ใครก็เข้าหน้าไม่ติด ยกเว้น ชัญญาคนเดียว”
ณัฐรินีย์คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสาธยายออกมา
“แปลกมาก” ธีรเทพพึมพำ
“คุณก็คิดว่างั้นใช่มะ” ณัฐรินีย์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาและกระซิบเสียงเบา
“อืม...เื่นี้ช่างมันก่อน แล้วขวดน้ำมันอันนั้น อาคิราคิดจะทำอะไรกับมันน่ะ” ธีรเทพเปลี่ยนเื่ทันที
“เอ๊า อยู่ๆ ก็เปลี่ยนเื่ ตามแทบไม่ทัน” ณัฐรินีย์บ่นอุบอิบ
“ไอก็คงทำอะไรซักอย่างนั่นล่ะ” ณัฐรินีย์บอกอย่างมั่นใจ
รถยนต์ของธีรเทพมาจอดที่หน้าคอนโดของณัฐรินีย์ แสงไฟสะท้อนผ่านกระจกหน้ารถทำให้บรรยากาศเงียบสงบและดูอบอุ่น
ธีรเทพดับเครื่องยนต์ ก่อนจะเดินลงไปเปิดประตูรถให้กับณัฐรินีย์
“ขอบคุณที่มาส่งนะ งั้นฉันไปก่อนนะ” ณัฐรินีย์โบกมือบ๊ายบายให้ธีรเทพ
“นี่คุณ” ธีรเทพจับมือของเธอไว้
“หืม?” ณัฐรินีย์หันมามองด้วยความแปลกใจ
“คราวหน้า คุณอย่าไปยุ่งกับเื่อันตรายแบบเมื่อกี้อีกนะ”
“โฮ้ย ไม่เป็ไรหรอก ฉันน่ะ..”
“ก็บอกว่าอย่าไปยุ่งไง” ธีรเทพเสียงเข้มทำให้ณัฐรินีย์ชะงัก
“ผมเป็ห่วง” ธีรเทพจับมือของเธอไว้แน่น
“อะ อื้อ จะพยายาม” ณัฐรินีย์รับปากเมื่อเห็นสายตาของเขา ใจเธอก็อ่อนวูบ
“ณัฐ...” ธีรเทพดึงเธอเข้าไปใกล้ กระซิบเสียงเบา
“หืม?” ณัฐรินีย์เงยหน้ามองเขา
“ผมชอบคุณ แต่ผมมีเื่ที่ต้องเคลียร์และจัดการปัญหาบางอย่าง..” ธีรเทพเอามือััแก้มของณัฐรินีย์เบาๆ หญิงสาวเบิกตากว้างมองเขาเมื่อได้ยินคำสารภาพโดยไม่ทันตั้งตัว หัวใจของเธอเต้นแรง
“เพราะงั้น...คุณช่วยรอผมหน่อยได้มั้ย?” ธีรเทพถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จริงๆ แล้วเขาไม่มั่นใจเลยว่า เธอจะรอเขามั้ย เพราะคำขอของเขาช่างเห็นแก่ตัวเหลือเกิน
“ได้สิ” ณัฐรินีย์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบและยิ้มให้เขาอย่างสดใส
“...คุณนี่...” ธีรเทพตะลึงก่อนจะยิ้มออกมาอย่างดีใจ
“ทำไม?”
“สุดยอดจริงๆ”
ธีรเทพบอก ก่อนจะดึงเธอเข้ามาจูบที่ริมฝีปากของเธออย่างอ่อนโยน แต่ความอ่อนโยนนี้ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกรักที่เก็บกดมานาน
รอยจูบนี้ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงออกถึงความรัก แต่มันเป็การ “สัญญา” ที่ไม่มีคำพูด ธีรเทพจูบเธออย่างลึกซึ้งและยาวนาน ความอบอุ่นของร่างกายของพวกเขาส่งผ่านกันและกัน ทำให้ทุกอย่างรอบตัวหายไปเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน
******************************
ความลับในห้องสมุด
กฤตินยืนอยู่หน้าห้องสมุดส่วนตัวของเขา หลังจากที่ส่งอาคิรากลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย เขาหยิบขวดน้ำมันพรายเสน่ห์ที่ได้มาจากญาณวดีออกจากกระเป๋า
แสงจากโคมไฟในห้องส่องสว่างเพียงพอที่จะเผยให้เห็นความลึกลับในดวงตาของเขา กฤตินรู้สึกถึงพลังลบที่แผ่ออกมาจากขวดนี้ รวมไปถึงิญญาที่ตามติดขวดน้ำมันพรายมานั้น มันคือิญญาที่ถูกควบคุมและใช้งานในทางที่ผิด
เขาต้องรีบทำลายมันให้เร็วที่สุด
เขาเปิดประตูห้องสมุดเข้าไป ภายในห้องมีหนังสือหลายเล่มที่บอกเล่าเื่ราวและตำนานเกี่ยวกับเวทมนตร์ทั้งขาวและดำ แต่คืนนี้ไม่ใช่เวลาสำหรับการศึกษาหรือค้นคว้า กฤตินมีภารกิจสำคัญที่จะต้องทำลายขวดน้ำมันพรายเสน่ห์นี้
เขาวางขวดน้ำมันพรายเสน่ห์ลงบนโต๊ะไม้ที่อยู่กลางห้อง เพียงแค่จับขวดน้ำมันพราย เขาก็รู้ดีว่าขวดนี้ไม่สามารถทำลายได้ด้วยวิธีธรรมดา
กฤตินเริ่มทำพิธีการทำลายขวดน้ำมันพราย โดยการสร้างวงเวทมนตร์ขาวรอบตัว วงเวทนี้จะป้องกันไม่ให้ิญญาที่ถูกควบคุมหลบหนีหรือทำร้ายเขา
กฤตินเริ่มท่องคาถาในใจพร้อมกับเตรียมวัสดุจำเป็สำหรับพิธีทำลาย ขณะที่เขาท่องคาถา เสียงกระซิบของิญญาที่ตามติดขวดน้ำมันพรายเสน่ห์เริ่มดังขึ้น มันพยายามขัดขวางเขา แต่กฤตินไม่สนใจ
“ข้าจะไม่ให้เ้าทำลายข้า!!!” ิญญานั้นกรีดร้อง
“เฮ้ เื่สนุกแบบนี้ จะขาดข้าได้ไง?” เด็กหนุ่มผมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงปรากฎกายขึ้นด้านหลังของกฤติน
“รู้อยู่แล้วว่านายต้องมา” กฤตินเหลือบไปมองก่อนจะยิ้มที่มุมปาก
“เหอะ” เด็กหนุ่มพ่นลมก่อนจะยิ้มชั่วร้าย
กฤตินท่องคาถาต่อไป เขาใช้เทียนศักดิ์สิทธิ์จุดไฟรอบๆ ขวดน้ำมันพราย พลังของคาถาเริ่มแผ่ขยายออกมา และไฟจากเทียนก็ค่อยๆ ลุกลามไปยังขวดน้ำมันพรายนั้น
ิญญาที่ตามติดขวดเริ่มส่งเสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่ว แต่มันไม่สามารถหนีออกจากขวดได้ เพราะพลังคาถาและวงเวทสีขาวที่เริ่มเปล่งแสงสว่าง
“หึ ข้าชอบตอนที่ิญญาอย่างพวกเ้าพยายามดิ้นรนหนีจริงๆ” เด็กหนุ่มผมสีดำ ดวงตาสีแดงเพลิงหัวเราะอย่างสะใจ ก่อนจะยื่นมือที่มีลำแสงสีขาวส่องไปยังิญญาดำมืดตนนั้น
กฤตินจับขวดน้ำมันพรายเสน่ห์วางบนแท่นเหล็ก และใช้ค้อนเหล็กทุบขวดนั้นด้วยแรงเต็มที่ เสียงกระแทกดังลั่น และขวดน้ำมันพรายเสน่ห์แตกออกเป็เสี่ยงๆ ไฟจากเทียนก็ลุกไหม้เศษแก้วและน้ำมันที่ไหลออกมา
ิญญาร้ายตนนั้นส่งเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้าย ก่อนจะแหลกสลายกลายเป็ผุยผงหายไปด้วยเปลวแสงสว่างสีขาวจากมือของเด็กหนุ่มั์ตาสีแดง
กฤตินยืนอยู่ท่ามกลางเศษผงของขวดน้ำมันพรายเสน่ห์ที่ถูกทำลาย เขารู้สึกโล่งใจที่สามารถทำลายคุณไสยอันตรายนี้ได้
“ขอบใจนายมาก โซระ”
“เื่จิ๊บๆ”
เด็กหนุ่มนามว่า “โซระ” ยักไหล่ ยิ้มมุมปาก ก่อนจะเลือนหายไปในความมืดด้านหลังชั้นหนังสือ
กฤตินอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของห้องสมุดครู่หนึ่ง ก่อนจะปิดไฟในห้องสมุดและออกจากห้อง ปิดประตูอย่างเงียบๆ ทิ้งให้ห้องนั้นกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
กฤตินรู้ว่าเขาได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ความปลอดภัยของอาคิราต้องมาก่อน และกฤตินก็รู้ว่า การต่อสู้กับเสน่ห์มนตร์ดำด้านมืดไม่ได้จบแค่นี้ แต่เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันเพื่อปกป้องคนที่เขารัก