เริ่มต้นชีวิตของรัตนพร คืออาศัยอยู่กับปู่และย่า ที่บ้านไม้สองชั้นในชนบทแห่งหนึ่ง ฐานะปู่กับย่าไม่ได้ร่ำรวยอะไรถือว่าปานกลางพอมีพอกิน
อาชีพของปู่คือทำนา อาชีพย่าคือปลูกผักขาย รัตนพรโตมากับการกินน้ำข้าว ไม่มีนมผงให้กิน ปู่จะหุงข้าวด้วยเตาถ่าน หุงแบบรินน้ำ พอข้าวใก้ลสุกก็จะรินน้ำข้าวใส่ถ้วย และก็ใส่น้ำตาลทรายลงไป พร้อมกับตักข้าวที่สุกใส่ลงไปด้วย แล้วให้รัตนพรกินแทนนม อย่างนี้ทุกวัน
พอรัตนพรโตขึ้นได้เข้าโรงเรียน ปู่ก็เดินพาไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน ปู่ปั่นจักรยานหรือขับรถไม่เป็ ทำได้อย่างเดียวคือเดิน
จำได้ปู่เคยลองขับรถมอเตอร์ไซค์อยู่ครั้งนึง ผลคือตอนบิดคันเร่งปู่บิดสุดเลย รถมอไซค์เลยพุ่งเข้าป่ากล้วย ดีที่ไม่ได้เป็อะไร
ก่อนจะไปโรงเรียนต้องมีชุดนักเรียน ปู่ได้ชุดนักเรียนของญาติๆที่เขามีลูกสาว ที่เรียนจบป.1 ไปแล้วมาให้รัตนพร ได้รองเท้า กระเป๋าไม่มี
โรงเรียนที่ได้เรียนคือโรงเรียนวัดแถวบ้าน นักเรียนไม่ถึง 100 คน ครูมีประมาณ 5 คน ตอนนั้นไม่มีเรียนอนุบาล รอให้อายุครบ 7 ปีเข้าเรียนชั้น
ป.1 เลย ครูที่สอนเป็ครูผู้หญิง เป็ครูที่ดุ วันแรกที่ได้เข้าไปเรียนก็ถูกเพื่อนแกล้ง และที่แกล้งหนักสุด คือการที่ถูกขโมยรองเท้านักเรียน
ไปทิ้งในกองขยะ และกองขยะของโรงเรียนภารโรงจะต้องเผา รองเท้าก้อถูกเผาไปด้วย รัตนพรทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินเท้าเปล่ากับบ้านไปบอกปู่กับย่า ปู่ก็มาถามครูว่าใครแกล้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าใครแกล้งหาคนที่แกล้งไม่ได้ ปู่ก็เลยซื้อรองเท้านักเรียนคู่ใหม่ให้ เหตุการณ์เดิมๆก็เกิดขึ้นอีก รองเท้านักเรียนคู่ที่สองนี้ก็ถูกเผาเหมือนเดิม สุดท้ายรัตนพรก็ได้ใส่รองเท้านักเรียนคู่นี้เป็คู่สุดท้าย ไม่มีรองเท้านักเรียนให้ใส่ มีแต่รองเท้าแตะให้ใส่ไปแทน