เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

เล่มที่6 บทที่ 173 เอาไม่อยู่ ก็ใช้ไม้แข็ง

        

        เสิ่นเยว่ชวนไม่นึกเลยว่าจะได้มาเห็นภาพ...เด็ดแบบนี้

        นี่ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองเขาคงจินตนาการไม่ออกเลยว่าคนที่วันๆเอาแต่ทำหน้าเย็นชาใส่ผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้อย่างลู่เป๋าเหยียนเวลาจูบสาวจะเป็นยังไง

        พอเห็นแบบนี้แล้วอืม... ลู่เป๋าเหยียนก็เป็นผู้ชายปกตินี่หว่า! เขาไม่ได้รังเกียจผู้หญิง ก็แค่ไม่สนใจผู้หญิงคนอื่นนอกจากซูเจี่ยนอันเท่านั้น   

         คนที่เพิ่งเคยเป็นก้างขวางคอชาวบ้านเป็นครั้งแรกอย่างเสิ่นเยว่ชวนลูบปลายมูกเล็กน้อยก่อนจะวางอาหารเช้าและยาโรคกระเพาะของลู่เป๋าเหยียนเอาไว้บนตู้ข้างประตูสุดท้ายจึงประสานมือและโค้งอย่างสุภาพ

        “ฉันไม่รู้ว่าพวกนายกำลัง...อะแฮ่ม เอาเป็นว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ คิดซะว่าฉันไม่เคยมาที่นี่แล้วกันนะ”  

        ซูเจี่ยนอันกับลู่เป๋าเหยียนเคยจูบกันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกคนสนิทมาเห็นเข้า

        ซูเจี่ยนอันหน้าแดงจนแทบระเบิดจึงได้แต่เบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะหลับตาลงพลางคิดอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้

        เสิ่นเยว่ชวนเป็นคนรู้งานพูดจบเขาก็ปิดประตูแทนสองสามีภรรยาก่อนจะรีบเผ่นทันที   

        ลู่เป๋าเหยียนปล่อยมือจากซูเจี่ยนอันเสียงของเขาเจือความขบขัน

        “เขาไปแล้ว งั้นพวกเรา...”   

        ซูเจี่ยนอันเดาออกว่าลู่เป๋าเหยียนจะพูดว่าอะไรเธอก้มหน้าพลางผลักเขาให้ออกห่าง

        “นายก็ไปได้แล้ว!”   

        ลู่เป๋าเหยียนลุกเดินไปที่ประตูทันทีซูเจี่ยนอันได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาจึงเงยหน้าขึ้นมาพลางมองแผ่นหลังของลู่เป๋าเหยียนอย่างอึ้งๆที่ไหนได้ เขาแค่เดินไปหยิบโจ๊กกับยาก่อนจะเดินกลับมา

        เธอรีบก้มหน้าแสร้งทำเป็นไม่สนใจเขา

        ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากเล็กน้อยเขาลากโต๊ะตัวเล็กมาด้านหน้าซูเจี่ยนอันและลงมือแกะอาหารเช้าที่เสิ่นเยว่ชวนเอามาให้

        โจ๊กหมูไข่เยี่ยวม้าสองถ้วยเสี่ยวหลงเปาอีกหนึ่งเข่ง และไข่ต้มชาอีกสองฟอง   

        ลู่เป๋าเหยียนปวดกระเพาะเกินทนจนอยากจะกินยาก่อนแต่ซูเจี่ยนอันห้ามเอาไว้

        “ยาชนิดนี้ควรกินหลังอาหาร”

        ลู่เป๋าเหยียนวางยาลงบนโต๊ะและเริ่มกินโจ๊กอย่างว่าง่าย ซูเจี่ยนอันเห็นเขาขมวดคิ้วจึงตักโจ๊กขึ้นมาชิมรสชาติธรรมดา มิน่าล่ะลู่เป๋าเหยียนถึงดูไม่ถูกใจนัก

        ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เสิ่นเยว่ชวนกลับมาอีกครั้ง

        เขาแค่ยื่นหัวเข้ามาก่อนเอ่ย“เมื่อกี้ฉันลืมบอกไป มื้อเช้าฉันซื้อมาจากร้านอาหารเล็กๆแถวโรงพยาบาลนี่เองรสชาติอาจจะธรรมดา พวกนายก็ทนกินหน่อยนะ เดี๋ยวฉันจะออกไปหาร้านอาหารดีๆรับรองว่ามื้อเที่ยงของพวกนายจะไม่ต้องฝืนกินอาหารแบบนี้อีก”

        เมือง Z เป็นแค่เมืองเล็กๆที่ยังไม่พัฒนานักคงยากที่จะหาร้านอาหารที่รสชาติถูกปากลู่เป๋าเหยียน อีกอย่างเสิ่นเยว่ชวนเองก็ไม่ใช่คนพื้นที่คงลำบากในการหาร้านน่าดู

        เสิ่นเยว่ชวนเองก็รู้ดีเขานิ่งไปก่อนพูดขึ้นว่า “แต่ทางที่ดีฉันว่าพวกนายกลับเมือง A จะดีกว่า”

        ซูเจี่ยนอันหลุบตาลงอย่างใช้ความคิดลู่เป๋าเหยียนปรายตามองเธอก่อนจะบอกให้เสิ่นเยว่ชวนออกไปก่อน   

        เสิ่นเยว่ชวนเห็นดังนั้นก็รู้ทันทีว่าซูเจี่ยนอันไม่ยอมกลับไปเมื่อกี้เพิ่งจูบกันแท้ๆ นี่ลู่เป๋าเหยียนยังจัดการเธอไม่อยู่หมัดอีกเหรอ? ว่าแล้วเขาไปทำธุระของเขาต่อดีกว่า

        หลังกินอาหารเช้าเสร็จลู่เป๋าเหยียนก็เปิดโน้ตบุ๊กเพื่อสะสางงานของบริษัทเขายุ่งถึงขนาดไม่มีเวลาแม้แต่จะหันมามองซูเจี่ยนอันสักนิด   

        เมื่อเทียบกันแล้วซูเจี่ยนอันสบายกว่ามากเธอนอนนิ่งไม่มีอะไรทำอยู่บนเตียง สิ่งเดียวที่ทำได้คือมองลู่เป๋าเหยียนทำงานอย่างเงียบๆ

        ใกล้เที่ยงสารวัตรเหยียนกับสารวัตรสิงก็มาเยี่ยมซูเจี่ยนอันโดยมีเสียวอิ่งและเจียงเส้าข่ายมาด้วย

        คนทั้งหมดรวมตัวกันในห้องพักผู้ป่วยทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวากว่าช่วงเช้ามาก   

        ลู่เป๋าเหยียนปิดโน้ตบุ๊กก่อนจะลุกขึ้น“คุยกันไปนะ ฉันออกไปข้างนอกก่อน”

        “อ้อ”ซูเจี่ยนอันตอบรับ เธอมองตามลู่เป๋าเหยียนที่ค่อยๆเดินออกจากประตูไปในใจรู้สึกอธิบายไม่ถูก

        เจียงเส้าข่ายโบกไม้โบกมืออยู่ตรงหน้าซูเจี่ยนอัน

        “เขาก็แค่ออกไปข้างนอกแป๊บเดียวต้องอาลัยอาวรณ์ขนาดนั้นเลย?”

        “อย่ามาแกล้งฉันหน่า”ซูเจี่ยนอันปัดมือเจียงเส้าข่ายออกไป “นายมาได้ไงเนี่ย”

        “มาทำงานแทนเธอน่ะสิ”เจียงเส้าข่ายตอบพลางถอนหายใจ “ถ้ารู้ว่าเธอต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ฉันคงไม่ยอมให้เธอมาที่นี่หรอก”   

        ซูเจี่ยนอันคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ย“ฉันมาที่นี่ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์นะ”

        อย่างน้อยเธอก็ได้ยินคำสามคำนั้นจากปากของลู่เป๋าเหยียนถึงแม้เธอยังอดคิดไม่ได้ว่าเรื่องเมื่อเช้ามันเป็นแค่ความฝันหรือเปล่า

        เจียงเส้าข่ายรู้จักซูเจี่ยนอันมานานสีหน้าเธอในตอนนี้คงไม่ได้พูดถึงเรื่องงานอยู่แน่ๆ เขาจึงยิ้มออกมา

        “ไหนได้ประโยชน์เรื่องอะไรบ้างว่ามาสิ”

        ซูเจี่ยนอันได้ยินดังนั้นจึงรีบปรับสีหน้าเข้าสู่โหมดจริงจังพร้อมทำงานเต็มที่เธอบอกเบาะแสทุกอย่างที่ได้จากการชันสูตรศพเมื่อวานให้กับเจียงเส้าข่ายรวมถึงข้อมูลของจุดเกิดเหตุที่ไม่ใช่ที่เดียวกันกับคดีแรก

        เจียงเส้าข่ายจดข้อมูลทั้งหมดลงในสมุดบันทึกพลางพยักหน้า

        “ไม่เลวนี่เห็นหมอบอกว่าหัวเธอโดนกระแทก แต่ก็ยังจำเรื่องสำคัญได้หมดนี่หน่า”

        “แค่หัวกระแทกไม่ได้กระทบกับสติปัญญาฉันสักหน่อย” ซูเจี่ยนอันขี้เกียจจะเถียงกับเขาจึงพูดเสริม

        “มีอีกอย่างเมื่อวานฉันเอาสารประกอบสำคัญจากศพของเหยื่อที่ต้องเอาไปทำการทดลองต่อออกมาด้วยฉันใส่ไว้ในกระเป๋าถือและวางไว้ใต้ต้นไม้ตอนที่ลงเขามา”   

        “เมื่อวานพวกเราเอากลับมาแล้วล่ะ”สารวัตรเหยียนกล่าว “อุปกรณ์ของที่นี่ไม่ค่อยเอื้ออำนวย เจียงเส้าข่ายเลยต้องไปขอยืมห้องแล็บของที่ว่าการเมืองเพื่อทำการทดลองเจี่ยนอัน เมื่อวานเธออุตส่าห์รีบไปที่เกิดเหตุทำให้พวกเราได้ข้อมูลสำคัญขนาดนี้ ไม่ต้องห่วงงานที่เหลือนะพวกเราจะทำต่อเอง พักรักษาตัวให้สบายใจเถอะ”

        ซูเจี่ยนอันแบมือเล็กน้อย“ต่อให้อยากทำงานก็ทำไม่ได้แล้วล่ะค่ะตอนนี้”

        “บาดเจ็บขนาดนี้ผอ.ลู่ของเธอคงไม่ปล่อยให้เธอทำงานหรอก” เสียวอิ่งเอ่ยพลางยิ้มร่า“เมื่อวานตอนที่เขาฝ่าลมฝนไปช่วยเธอบนเขา เขาหาเธอเจอก่อนหน่วยกู้ภัยมืออาชีพอีกนะพวกเราถึงกับช็อกไปเลย เมื่อก่อนพวกเราเคยอิจฉาที่เขาดีกับเธอมากแต่มาวันนี้ขนาดชีวิตเขาก็คงยอมสละเพื่อเธอเลยมั้งน่ะ”

        ซูเจี่ยนอันกระแอมเล็กน้อย“ไม่ใช่ว่างานยุ่งกันเหรอ ทำไมยังว่างมาเม้ามอยเรื่องคนอื่นกันอีกเนี่ย”

        สารวัตรเหยียนถลึงตาใส่เสียวอิ่งไปหนึ่งที“เป็นงานเป็นการหน่อยได้ไหม!”

        หลังดุเสร็จเขาก็หันมาหาซูเจี่ยนอัน“พักรักษาตัวดีๆนะ เดี๋ยวพวกเราคงต้องกลับไปที่โรงพักก่อนยังมีเรื่องที่ต้องทำรอพวกเราอยู่อีกเยอะ”

        “คุณซูครับ” คนที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดอย่างสารวัตรสิงพูดขึ้น“ผมเป็นตัวแทนของทีมงานทุกคนมาเยี่ยมคุณ หวังว่าคุณจะหายไวๆนะครับ ขอบคุณมากที่ทุ่มเทให้กับคดีขนาดนี้”

        “มันเป็นงานของฉันไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ” ซูเจี่ยนอันนึกขึ้นได้ว่าสารวัตรสิงเป็นคนที่นี่จึงเอ่ยปาก“จริงสิคะ สารวัตรสิง ฉันมีเรื่องอยากจะถามคุณ”

        “ว่ามาเลยครับ ถ้าผมรู้จะรีบบอกคุณทันที”สารวัตรสิงเอ่ย

        ซูเจี่ยนอันรู้สึกเกรงใจแต่เมื่อคิดถึงลู่เป๋าเหยียนที่ช่างเลือกกินเหลือเกิน เธอจึงพูดออกไป

        “พอจะมีร้านอาหารอร่อยๆในตัวเมืองแนะนำบ้างไหมคะ”   

        สารวัตรสิงไม่นึกเลยว่าซูเจี่ยนอันจะถามเขาเรื่องนี้หลังนิ่งไปชั่วอึดใจเขาก็ตอบไปว่า

        “ถามถูกคนแล้วล่ะครับ”เขาจดชื่อและที่อยู่ของร้านอาหารหลายร้านลงในกระดาษก่อนจะส่งให้ซูเจี่ยนอัน“ร้านอาหารในเมืองผมไปมาเกือบหมดทุกที่แล้ว ร้านที่ผมเขียนให้รสชาติไม่เลวเลยคุณลองชิมดูนะครับ”

        “ขอบคุณค่ะ”

        “ไม่เป็นไรครับ”พูดจบทีมตำรวจก็ออกจากห้องกันไป

        หลังจากนั้นไม่นานลู่เป๋าเหยียนก็กลับมาจากข้างนอกเขาขมวดคิ้วพลางโทรศัพท์สั่งงานผู้ช่วยอยู่ตลอดอย่างอ่อนเพลีย

        อยู่ที่เมือง Z แบบนี้เขาคงทำงานลำบากไม่น้อยสินะ

        หลังลู่เป๋าเหยียนวางสายซูเจี่ยนอันก็ขอยืมมือถือของเขาเพื่อส่งที่อยู่ของร้านอาหารที่สารวัตรสิงแนะนำมาให้กับเสิ่นเยว่ชวนตอนจะคืนมือถือกลับไปให้เขา ซูเจี่ยนอันก็ทำท่าเหมือนอย่าจะพูดอะไรแต่พูดไม่ออก

        ลู่เป๋าเหยียนรู้จักเธอดีว่าสีหน้าแบบนี้ของเธอหมายความว่ายังไงจึงถามออกไปตรงๆ

        “เธออยากจะพูดอะไร”

        “นะ...นายจะกลับไปก่อนไหม”ซูเจี่ยนอันถาม “ถ้านายอยู่ที่นี่ต่อแล้วที่บริษัทจะทำยังไง”

        “ถ้าฉันกลับไปแล้วเธอล่ะ?” ลู่เป๋าเหยียนมองซูเจี่ยนอันนิ่ง“เรื่องที่บริษัทอยู่ที่นี่ฉันจัดการได้ทุกอย่าง แต่เรื่องของเธอฉันจะทำยังไง”   

        ซูเจี่ยนอันประสานมือก่อนตอบ“ฉันไม่ได้เจ็บหนักขนาดนั้น อีกอย่างทั้งพี่ชาย ทั้งเจียงเส้าข่ายก็อยู่ที่นี่เรื่องของฉันนายไม่ต้องเป็นห่วงหรอก รอคดีคลี่คลายเมื่อไรฉันก็กลับไปแล้ว”   

        เธอไม่อยากให้ลู่เป๋าเหยียนต้องเหนื่อยแต่ลู่เป๋าเหยียนกลับตีความไปอีกทาง

        เขาหรี่ตาลงอย่างน่ากลัว“เธอจะบอกว่าเจียงเส้าข่ายสามารถดูแลเธอได้งั้นเหรอ”

        “ฉันไม่ได้หมายความว่า...”

        ซูเจี่ยนอันยังพูดไม่ทันจบก็โดนขัดเสียก่อน

        “พี่คงดูแลน้องไม่ได้แล้วล่ะคืนนี้พี่ต้องบินกลับเมือง A” จู่ๆซูอี้เฉิงก็ผลักประตูเข้ามา “ถึงพี่เป็นพี่ชายของน้องแต่ก็คงดูแลน้องดีสู้เป๋าเหยียนไม่ได้หรอกจริงมั้ย?”

        “.....”ซูเจี่ยนอันเม้มปากไม่พูดไม่จา   

        ซูอี้เฉิงส่งสายตาเป็นสัญญาณให้ลู่เป๋าเหยียนออกไปก่อนลู่เป๋าเหยียนจึงลุกออกไปอย่างหงุดหงิด

        ตอนนี้ในห้องจึงเหลือแค่ซูอี้เฉิงกับซูเจี่ยนอันแค่สองคน

        ซูอี้เฉิงถามตรงๆ“ทำไมไม่ยอมกลับไปกับเขา เวลาแบบนี้เขาคงไม่ยอมทิ้งน้องกลับไปคนเดียวแน่”

        “หนูไม่รู้จะเผชิญหน้ากับเขายังไงนี่คะ”ซูเจี่ยนอันก้มหน้าอย่างสับสน “เขาบอกอะไรบางอย่างกับหนู แต่ตอนนี้ความรู้สึกของหนูเหมือนกับตอนที่อยู่ๆพี่ก็บอกเสี่ยวซีว่าเรื่องของพี่กับเธอมันเป็นไปได้หนูรู้สึกเหมือนที่เสี่ยวซีรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเหมือนเป็นแค่ฝันหนูเลยอยากจะทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนก่อนจะกลับไป”

        “ยังจะมีอะไรให้คิดอีกล่ะ”ซูอี้เฉิงยิ้ม “น้องบอกว่าน้องไม่มั่นใจในตัวเอง ลู่เป๋าเหยียนก็ไม่ต่างกันเขานึกว่าน้องชอบคนอื่นเลยได้แต่ทำดีกับน้องโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักอย่างแถมยังกลัวว่าถ้าทำดีกับน้องเกินไปน้องจะรู้สึกกดดัน เขาเองก็ลำบากอยู่นะถ้าเป็นพี่ พี่คงไม่มีความอดทนขนาดนั้น พี่คงกำจัดศัตรูหัวใจให้พ้นๆหน้า ก่อนจะยึดน้องเอาไว้คนเดียวแล้ว”

        “แต่เขาบอกว่า...”ซูเจี่ยนอันรู้สึกเขินขึ้นมาจึงอ้ำๆอึ้งๆก่อนจะบอกกับพี่ชายเรื่องที่ลู่เป๋าเหยียนบอกว่าชอบเธอตั้งแต่ก่อนแต่งงาน   

        หลังได้ยินดังนั้นซูอี้เฉิงก็อึ้งไปเล็กน้อยและยิ้มออกมา

        “พี่ว่าแล้วว่าทำไมเขาถึงดีกับน้องนักที่แท้ชอบน้องมาตั้งนานแล้วนี่เอง” ซูอี้เฉิงส่ายหน้าพลางเอ่ย“พวกน้องนี่สุดยอดไปเลย เวลาปกติแสดงออกกันอย่างชัดเจนขนาดนั้น แต่กลับไม่รู้ตัวซะได้พูดไปพูดมาก็เพราะพวกน้องไม่มั่นใจในตัวเองมันถึงได้เป็นแบบนี้”

        “เจี่ยนอันเขาชอบน้องจริงๆ ด้วยนิสัยของเขา เขาไม่จำเป็นต้องดีกับน้องขนาดนี้ด้วยซ้ำต่อให้ครั้งนี้เขาทำผิดจริง แต่น้องก็ควรยอมได้แล้วคนแบบลู่เป๋าเหยียนไม่ได้มีความอดทนมากขนาดนั้นนะ”

        “คนแบบลู่เป๋าเหยียนคือยังไงคะ”ซูเจี่ยนอันพูดแทงใจดำพี่ชาย “พี่เองก็พอกันไม่ใช่เหรอ?”

        “โอเคๆ พี่ยอมรับ”ซูอี้เฉิงยอมแพ้ “คืนนี้พี่จะกลับเมือง A แล้วน้องพักอยู่ที่นี่อีกสักสองวันก็ควรกลับไปได้แล้ว อย่าดื้อล่ะ เข้าใจมั้ย?”

        ซูเจี่ยนอันตอบอย่างเซ็งๆ“เข้าใจแล้วค่ะ”   

        ซูอี้เฉิงลูบหัวน้องสาวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องและได้เห็นลู่เป๋าเหยียนที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ปลายระเบียงทางเดิน

        เขาเดินเข้าไปหยิบบุหรี่ออกจากมือของลู่เป๋าเหยียน

        “เลิกสูบเถอะกลับเข้าไปถ้าน้องสาวฉันได้กลิ่นบุหรี่เดี๋ยวก็งอนอีก เธอก็เป็นแบบนี้ ถึงจะดื้อแต่ก็ขี้ใจอ่อนถ้าอีกสองวันนายยังเอาเธอไม่อยู่ ก็ใช้ไม้แข็งซะ”   

        ซูอี้เฉิงตบไหล่ลู่เป๋าเหยียนเบาๆก่อนจะออกจากโรงพยาบาล

        ลู่เป๋าเหยียนผลักหน้าต่างให้เปิดออกสายลมที่พัดเข้ามาทำให้กลิ่นบุหรี่ที่ติดอยู่บนร่างกายของเขาค่อยๆจางหายไป...

         

         

คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

นิยาย รัก
989K 1570
ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
525K 663
การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

นิยาย รัก
289K 908
ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
931K 592
บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.21M 577
ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
386K 808
ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

นิยาย รัก
1.05M 604
บันทึกราชันย์เทพอสูร

บันทึกราชันย์เทพอสูร

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.52M 508
เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

นิยาย รัก
149K 452
ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
579K 730