หลังจากกลับจากต่างประเทศ เมิ่งจื่อหลินได้เข้าไปช่วยงานจ้าวลี่หลิง แม่ของเธอในส่วนของการออกแบบเครื่องประดับคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์ หัวหมุนกับการออกแบบอยู่สองเดือน ผลงานการออกแบบเครื่องประดับของเมิ่งจื่อหลินก็ออกสู่สายตาของชาวโลก ด้วยตัวผลงานการออกแบบที่สง่างาม รวมถึงการเลือกโปรโมตสินค้าให้โด่งดังยิ่งขึ้น ทำให้เครื่องประดับคอลเลกชันนั้นได้รับความนิยมอย่างมากและสร้างผลกำไรสูงสุดให้กับแบรนด์ของจ้าวลี่หลิง จนเมิ่งหย่งฉีถึงกับอิจฉาภรรยาที่ได้ลูกสาวตัวน้อยมาช่วยเพิ่มผลกำไรให้อย่างก้าวะโ แต่หลังจากผลตอบรับของเครื่องประดับคอลเลกชันนี้ เมิ่งจื่อหลินได้หันไปช่วยงานเมิ่งหย่งฉี และได้ริเริ่มธุรกิจภายใต้เครือ ML Group ซึ่งเป็บริษัทของตระกูลเมิ่งเอง เมิ่งจื่อหลินเริ่มจากการผลิตน้ำหอม ซึ่งเป็ตลาดใหม่ของ ML Group ที่ยังไม่เคยทำมาก่อน ก่อนที่จะขยายไปสู่การการผลิตสกินแคร์ต่าง ๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ของเมิ่งจื่อหลินนั้นได้รับความนิยมในกลุ่มเล็ก ๆ ก่อนที่จะขยายไปสู่วงกว้างจากการโปรโมตสินค้าผ่านสื่อ และความช่วยเหลือของคนที่ได้รับผลิตภัณฑ์ทดลองไปใช้ ด้วยประสิทธิภาพของสกินแคร์ของเมิ่งจื่อหลิน ทำให้แบรนด์เริ่มเป็ที่รู้จักในวงกว้าง เมิ่งจื่อหลินจึงได้เลือกผลิตสกินแคร์ระดับไฮเอนด์และระดับมาตรฐานที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ กลุ่มเป้าหมายของเมิ่งจื่อหลินจึงขยายใหญ่ขึ้น ทำให้ผลกำไรในแต่ละปีเป็ที่น่าพึงพอใจอย่างมาก
ในขณะเดียวกันนั้น เมิ่งจื่อหลินได้ทำแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับของตนเอง โดยเน้นไปที่การผลิตเสื้อผ้าที่เป็ไปตามความ้าของลูกค้าภายใต้แิของแบรนด์ที่เน้นความอ่อนช้อยและสง่างาม โดยเสื้อผ้าที่เมิ่งจื่อหลินออกแบบนั้น ได้ต้นแบบมาจากชุดจากโลกเดิม เมิ่งจื่อหลินได้นำมาปรับให้มีความทันสมัยและเข้ากับโลกใหม่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเครื่องประดับจากแบรนด์ของเมิ่งจื่อหลินเองก็ประยุกต์มาจากปิ่นปักผมในโลกเดิม เน้นการใช้อัญมณีจริงในการทำเครื่องประดับและปรับให้สามารถใช้สวมใส่ในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่เคอะเขิน เสื้อผ้าและเครื่องประดับของเมิ่งจื่อหลินจึงเป็ที่ถูกใจของผู้หญิงทุกวัย เนื่องจากสามารถปรับแก้รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามความ้าของลูกค้า แบรนด์ของเมิ่งจื่อหลินจึงเป็เทรนด์ใหม่อยู่่ใหญ่
สวีม่านถิงเพื่อนรักของเมิ่งจื่อหลินได้เข้าสู่วงการบันเทิงั้แ่เรียนจบ ถึงแม้ว่าชื่อเสียงอาจจะไม่เทียบเท่ากับดาราเบอร์ต้น ๆ ของประเทศ แต่ก็เป็ที่รู้จักและมีผลงานดี ๆ มากมายให้ติดตาม สวีม่านถิงจึงมีแฟนคลับอยู่มาก สินค้าใด ๆ ที่เมิ่งจื่อหลินผลิตออกมา จึงขอให้สวีม่านถิงช่วยโปรโมต และเพื่อนรักของเธอก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สวีม่านถิงโปรโมตด้วยความจริงใจ 7 ส่วน อีก 3 ส่วนอวยเพื่อนรักของตัวเองขั้นสุด ทำให้ผลตอบรับการโปรโมตสินค้านั้นเป็ไปได้ด้วยดี เมิ่งจื่อหลินจึงนัดสวีม่านถิงให้ออกมาทานอาหารในร้านอาหารสุดหรู เป็การตอบแทนเพื่อนที่ลงแรงลงใจกับแบรนด์ตัวเองไปไม่น้อย
“ขอบคุณนะม่านม่าน เธอคือดาวนำโชคของฉันจริง ๆ” สองสาวชนแก้วแชมเปญเพื่อฉลองการเจอกันอีกครั้งในรอบ 2 เดือนของทั้งคู่ รอยยิ้มหวานของทั้งสองคนนั้นสวยงามมาก หากใครมาเห็นต้องตกหลุมรักรอยยิ้มแสนสวยนี้อย่างแน่นอน
“ฉันก็รีวิวตามความจริงนั่นแหละ ถ้ามันแย่ฉันก็บอกว่าแย่ ถึงแม้เธอจะเป็เพื่อนฉันก็เถอะ” สวีม่านถิงหัวเราะร่วน
“จะว่าไปแล้ว ชุดที่เธอจะใส่ขึ้นรับรางวัลปลายปีนี้หาได้รึยัง? สนใจให้ทางแบรนด์ฉันออกแบบมั้ย?” แววตาของเมิ่งจื่อหลินสว่างวาบเมื่อนึกถึงโอกาสที่จะได้โปรโมตเสื้อผ้าของตัวเองผ่านชุดออกงานของเพื่อนสาว รูปร่างของสวีม่านถิงดีอย่างนั้น จะใส่ชุดแบบไหนก็ดีไปหมด
“ฉันก็กะจะให้เธอออกแบบให้พอดีเลย เป็เกียรติอย่างยิ่งที่ดิฉันได้คุณเมิ่งช่วยดูแลเื่ชุดและเครื่องประดับนะคะ” หลังจากจบประโยค สองสาวก็หัวเราะออกมาอย่างร่าเริง ก่อนจะจิบแชมเปญและพูดคุยเกี่ยวกับชีวิต่นี้ของแต่ละคน
พูดคุยกันได้ไม่นานนัก โทรศัพท์ของสวีม่านถิงก็สั่นแจ้งเตือนว่ามีคนโทรเข้ามา สวีม่านถิงเหลือบมองดู ก่อนจะยิ้มแหย ๆ ให้เมิ่งจื่อหลิน แล้วรับสายอย่างเคอะเขิน สวีม่านถิงไม่อยากปิดบังเพื่อน เลยเปิดลำโพงให้เมิ่งจื่อหลินได้ฟังด้วยกัน
“ว่ายังไงคะ? คุณโทรมามีอะไรหรือเปล่า?”
[คุณทานข้าวรึยังครับ? ผมจะชวนมาทานที่ห้องผม] เสียงทุ้มนุ่มที่ได้ยินจากปลายสาย ทำเอาเมิ่งจื่อหลินหรี่ตามองเพื่อนรักที่ขวยเขินอยู่ด้านหน้า นี่ไม่ได้เจอกันสองเดือน เพื่อนเธอจะสละโสดแล้วงั้นหรอ?
“ฉันมาดินเนอร์กับจื่อหลินค่ะ คุณรู้จักเธอรึเปล่า?”
[คุณหนูเมิ่งที่คุณเล่าให้ฟังหรอครับ?]
“ใช่ค่ะ เมิ่งจื่อหลินคนนั้นแหละ เธอพึ่งกลับจากต่างประเทศ ต้องขอโทษด้วยนะคะ วันนี้ฉันไม่สะดวกจริง ๆ “
[ไม่เป็ไรครับ ไว้พรุ่งนี้คุณมาก็ยังทัน ทานให้อร่อยนะครับ]
“เช่นกันค่ะ ฝันดีนะคะ”
[ฝันดีครับ]
หลังจากสายตัดไป สวีม่านถิงก็มองหน้าเพื่อนรักที่ส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นอย่างเต็มเปี่ยม เธอแอบหัวเราะในใจเบา ๆ เอ็นดูให้กับสายตาที่สื่อความหมายได้ดีเกินไปของเพื่อนสาว
“อะไรคะคุณเมิ่ง แอบฟังคู่รักเค้าคุยกันได้ยังไง”
“ฉันไม่ได้เจอเธอสองเดือนเอง ทำไมเธอมีแฟนแล้วล่ะ เล่ามาเลยนะ ไม่งั้นฉันไม่ปล่อยเธอกลับบ้านแน่” เมิ่งจื่อหลินยุดมือของสวีม่านถิงเอาไว้เป็หลักประกัน ไม่นะ ดาวนำโชคของเธอจะกลายเป็ของคนอื่นไปแล้ว
“ก็เจอในกองถ่ายนั่นแหละ เขาเป็ช่างภาพน่ะนะ” สวีม่านถิงเกาแก้มแก้เขิน คิดถึงตอนเจอกันครั้งแรก ผู้ชายคนนั้นถือว่าเป็คนที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่เ็าและเข้าถึงยากทำให้เขาไม่ค่อยได้รับความนิยมจากสาว ๆ เหมือนกับดาาายคนอื่น ๆ แต่นั่นก็เป็แค่ภาพลักษณ์เท่านั้น ถ้าไม่รุกเข้าไปในชีวิตเขาแล้ว ไหนเลยจะรู้ว่าเขาจะอบอุ่นอ่อนโยนขนาดนี้ นอกจากเก่งเื่การถ่ายภาพแล้ว ก็เก่งในการจับกะเพาะของสวีม่านถิงได้อยู่หมัดอีกด้วย
เมิ่งจื่อหลินพูดแซวเพื่อนรักไปอีกสองสามคำ ก่อนที่จะวกกลับมาคุยเื่ที่ยังค้างไว้ต่อ ทั่วทั้งโต๊ะก็ยังคงได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของหญิงสาวสองคนต่อไปจนการดินเนอร์คืนนี้สิ้นสุดลง หลังจากแยกกันไปแล้ว เวลาก็จวนเจียนจะ 4 ทุ่มซะแล้ว แต่กลับมีสายเรียกเข้าของเมิ่งหย่งฉีแทน
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ ทำไมโทรมาดึกจังคะ? มีอะไรรึเปล่า?”
[จื่อเอ๋อร์ ยินดีด้วยนะลูก ลูกได้รับรางวัลดีไซเนอร์ระดับประเทศล่ะ คุณแม่ดีใจใหญ่เลยมาบี้ให้พ่อโทรหาลูกเนี่ยแหละ]
“จริงหรอคะ? ว่าแต่หนูไม่ได้ส่งผลงานไปประกวดนี่คะ?”
[คุณแม่หนูส่งไปเองแหละ แม่ชอบบ่นกับพ่อว่าหนูไม่ยอมส่งผลงานเลย ผลงานหนูดีขนาดนี้ต้องป่าวประกาศให้ทั่วโลกรับทราบ ก็เลยถือวิสาสะส่งผลงานเองซะเลย]
“อย่างงั้นเองหรอคะ? ทำให้คุณแม่เป็ห่วงแล้ว”
[ไม่เป็ไรหรอกน่า อีกอย่างหนูได้รับรางวัลนี้ก็ส่งผลดีต่อแบรนด์หนูนะ จะได้ดังขึ้นกว่าเดิมอีกยังไงล่ะ อีกอย่างพ่อจะให้ข้อมูลว่าหนูดูแลแบรนด์สกินแคร์ที่ทำอยู่ ลูกสาวพ่อเก่งแบบนี้จะปิดเื่ไปตลอดได้ยังไง]
พอเมิ่งจื่อหลินได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ทีนี้พวกตาแก่หัวโบราณในบริษัทที่ชอบค่อนขอดเธอจะได้รู้ซักทีว่าผู้หญิงที่ตาแก่เ่าั้ดูถูกมาโดยตลอดจะเหยียบหน้าแก่ ๆ พวกนั้นยังไงบ้าง
“ไม่มีปัญหาค่ะ ยังไงถ้าเื่ที่หนูบริหารแบรนด์นี้ออกไป หนูขอสิทธิ์ขาดในการบริหารโปรเจ็กต์นี้นะคะ หนูเบื่อพวกตาแก่ที่ขัดแข้งขัดขาหนูมานานแล้ว”
[เอาสิลูก พ่อก็เบื่อเหมือนกัน ต้องตอกหน้าซักครั้งถึงจะพอใจ]
“ได้เลยค่ะพ่อ หนูกำลังกลับนะคะ ไม่ต้องเป็ห่วง”
[ขับรถระวังหน่อยล่ะ]
“รับทราบค่ะ” หลังจากวางสายไป เมิ่งจื่อหลินก็รีบกลับบ้านเพื่อไปวางแผนงานของตัวเองทันที มีเื่ให้จัดการเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็เื่ชุดออกงานของสวีม่านถิง ชุดที่ตนเองจะใส่ไปงานรับรางวัล และโปรเจ็กต์สกินแคร์ที่กำลังจะเข้ามาอยู่ในมือเธออย่างสมบูรณ์
คุณหนูเมิ่งจะได้ออกเฉิดฉายซักที!
เมิ่งหย่งฉีไม่ทำให้ลูกสาวคนเดียวผิดหวัง วันต่อมา เขาได้เรียกนักข่าวมาสัมภาษณ์ตนเองทันที รวมทั้งบอกเล่าว่าลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเองได้เข้ามาจัดทำและควบคุมทำโปรเจ็กต์สกินแคร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วของ ML Group และบอกกับสื่อว่าเขา้าให้เมิ่งจื่อหลินเริ่มเข้ามามีบทบาทในการบริหาร ML Group อย่างเต็มตัว โดยเริ่มจากการให้สิทธิ์ขาด้านการจัดการโปรเจ็กต์สกินแคร์อย่างเต็มตัวให้แก่เมิ่งจื่อหลิน อีกทั้งยังพูดคุยเกี่ยวกับความสำเร็จของลูกสาวในด้านต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงรางวัลจากการออกแบบเสื้อผ้าที่จ้าวลี่หลิงถือวิสาสะส่งไปเข้าร่วมด้วย บทสัมภาษณ์นี้แทบจะเป็ชีวประวัติและผลงานของเมิ่งจื่อหลินไปแล้ว ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ชื่อเสียงของเมิ่งจื่อหลินเป็ที่รู้จักมากขึ้นในฐานะว่าที่ประธานคนถัดไปของ ML Group และเป็คุณหนูที่มีความสามารถและเป็ที่น่าจับตามองคนหนึ่งของวงการบันเทิง เนื่องจากผลงานการออกแบบเสื้อผ้าของเมิ่งจื่อหลินนั้นเข้าตาของดาราชื่อดังหลาย ๆ คน จึงมีคนไม่น้อย้าให้เมิ่งจื่อหลินออกแบบชุดที่จะต้องใช้ไปร่วมงานประกาศรางวัลต่าง ๆ ใน่ปลายปี
แต่น่าเสียดายที่เมิ่งจื่อหลินไม่ได้รับออกแบบชุดให้กับคนที่ติดต่อมาเ่าั้ เธอเพียงแค่ปฏิเสธและบอกกล่าวอ้อม ๆ ว่า กำลังยุ่งอยู่กับการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชั่นใหม่ของแบรนด์ตัวเอง ทำให้ดาราสาวหลายคนลุกฮือไปยังหน้าร้านของช็อป หลายวันมานี้ผลประกอบการของการขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับในร้านของตัวเองจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ทำเอาเมิ่งจื่อหลินยิ้มแก้มปริไปเป็อาทิตย์
เมื่อถึง่ปลายปี เมิ่งจื่อหลินได้นัดสวีม่านถิงให้เข้ามาลองชุดสำหรับใส่ออกงานที่เคยสัญญากันไว้ ด้วยรูปร่างของสวีม่านถิงดีมาก เพียงแค่ปรับแต่งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็อันใช้ได้แล้ว
“จื่อหลิน เธออยากให้ฉันช่วยพูดโปรโมตแบรนด์ตอนที่รับรางวัลด้วยรึเปล่า?” หลังจากลองชุดเสร็จ สองสาวเพื่อนซี้ก็มานั่งพูดคุยกันในห้องส่วนตัวของเมิ่งจื่อหลิน
“แน่นอนสิ แต่เธอไม่ต้องเจาะจงว่าเป็แบรนด์ฉันก็ได้ ไม่งั้นฉันโดนดาราที่เคยมาติดต่อให้ฉันออกแบบชุดให้คงกะซวกไส้ฉันอย่างแน่นอน”
“ไม่หรอก ยังไงทุกคนก็รับรู้อยู่ว่าเธอทั้งยุ่งกับการทำแบรนด์นี้กับต้องไปจัดการโปรเจ็กต์สกินแคร์ของบริษัทอีกนี่ ใครจะกล้ามีปัญหากับว่าที่ประธานอย่างเธอล่ะ”
“ก็ว่าไป ไม่ค่อยมีคนรู้หรอกว่าฉันทำงานให้กับบริษัทด้วย แต่ยังไงฉันก็ยุ่งจริง ๆ นี่นา เดี๋ยวเสร็จจากนี่แล้ว ยังต้องเข้าบริษัทไปคิดแผนผลิตสินค้าไลน์ใหม่อีกด้วย”
“ทำงานตัวเป็เกลียวจริงนะเธอน่ะ” ทั้งสองคนนั่งพูดคุยอยู่ไม่นานก็แยกย้ายกันไปตามตารางงานของแต่ละคนที่วัน ๆ หนึ่งอัดแน่นไปด้วยงานต่าง ๆ ที่บางครั้งก็ทำเอาสองสาวถึงกับบ่นอุบกันเลยทีเดียว
่ปลายปีมาถึงแล้ว บริษัทต่าง ๆ ก็เริ่มสรุปผลประกอบการของปีนี้ออกมา บริษัทต่าง ๆ ในเครือ ML Group ก็ไม่ต่างกัน ผลประกอบการของกิจการภายในเครือเป็ไปได้ด้วยดี เพียงแต่ปีนี้กลับมีโปรเจ็กต์ไลน์ใหม่ที่ทางเครือไม่เคยจับต้องมาก่อน ซึ่งก็คือโปรเจ็กต์สกินแคร์ที่เมิ่งจื่อหลินเป็คนดูแลนั่นเอง ผลประกอบการของโปรเจ็กต์นี้ถือว่าดีมาก เมื่อเทียบกับระยะเวลาและประสบการณ์การทำงานของเมิ่งจื่อหลินเอง สุดท้ายเมิ่งหย่งฉีก็มีมติให้เมิ่งจื่อหลินถือสิทธิ์ขาดในการบริหารและเป็ประธานของบริษัทในเครือเพื่อจัดการโปรเจ็กต์นี้โดยเฉพาะ แม้จะมีคนไม่เห็นด้วย แต่ด้วยความสามารถที่เป็ที่ประจักษ์ของเมิ่งจื่อหลินในปีนี้ ทำให้ตาแก่หลายคนที่เมิ่งจื่อหลินเหม็นขี้หน้าสะอึกกันเป็แถว
เมิ่งจื่อหลินเป็ฝ่ายชนะ!
ในแวดวงคนมีชื่อเสียงก็ไม่ต่างกัน ยิ่งเป็คนที่ทำงานหนักและมีผลงานตลอดทั้งปีต่างก็รอคอยงานประกาศรางวัลปลายปีต่าง ๆ อย่างใจจดใจจ่อ รางวัลที่ได้รับแม้จะเป็เพียงรางวัลเล็ก ๆ ก็ตาม แต่หากได้ซักรางวัลก็ถือเป็สิ่งการันตีถึงความสามารถและผลงานของคนที่ได้รับเอง นอกจากเื่รางวัลแล้ว การที่มีโอกาสในการแสดงความสามารถต่อเหล่าคนดังเหล่านี้ต่างหากคือผลพลอยได้ที่แท้จริง ฉะนั้นเมื่อถึง่นี้ คนในวงการบันเทิงเหล่านี้ต่างก็คึกคักและวิ่งวุ่นเพื่อจัดการเื่ต่าง ๆ ให้พร้อมสำหรับงานประกาศรางวัลเหล่านี้ ซึ่งสิ่งที่ทุกคนต่างทุ่มเทให้มากที่สุดรองจากการแสดงต่าง ๆ แล้ว คือเสื้อผ้าหน้าผม ซึ่งก็ถือเป็อย่างแรกในการที่จะดึงดูดความสนใจจากผู้คนต่าง ๆ
ปีนี้สวีม่านถิงได้รับเชิญให้ไปงานประกาศรางวัลซึ่งถือว่าเป็งานใหญ่ระดับประเทศถึง 3 รายการ ไม่รวมถึงงานระดับกลางและเล็กต่าง ๆ ที่เชิญไปอีก หลังจากที่สวีม่านถิงได้ตกลงให้เมิ่งจื่อหลินเป็คนดูแลเื่ชุดและเครื่องประดับของตัวเอง สวีม่านถิงได้ขอให้เมิ่งจื่อหลินออกแบบชุดและเครื่องประดับสำหรับงานใหญ่ 3 งานนั้น เมิ่งจื่อหลินไม่เพียงแต่ไม่ปฏิเสธ แต่รังสรรค์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซเอาไว้ให้เพื่อนสาวใส่ไปรับรางวัลเหล่านี้ด้วย ชุดของสวีม่านถิงนั้นเป็ที่ฮือฮามากที่สุดในงาน ลามไปถึงเหล่าแฟนคลับที่คอยสิงอยู่ในโซเชียลนั้น ต่างก็พยายามที่จะเผยแพร่ความงามของคนที่ตนเองชื่นชอบให้ดังกระฉ่อนขึ้นไปอีก สุดท้ายชื่อของสวีม่านถิงก็ติดอันดับหนึ่งของการค้นหาในโซเชียลด้วยภาพลักษณ์ในวันนี้ของเธอเอง
“รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมของปีนี้ ได้แก่ คุณสวีม่านถิง จากผลงานเื่ ตะวันชาด จันทราลับค่ะ” เสียงประกาศของพิธีกรดำเนินงานสร้างความตื่นเต้นยินดีให้กับผู้เข้าร่วมงานและผู้ชมทุกคน สวีม่านถิงเองก็ดีใจไม่แพ้กัน ถึงเธอจะเข้าวงการบันเทิงั้แ่เรียนจบ แต่รางวัลที่ถือว่าเป็ไฮไลท์ของงานอย่างรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมนี้ เธอไม่เคยได้ััมาก่อน สวีม่านถิงขึ้นไปรับรางวัลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและมีความสุขอย่างมาก สวีม่านถิงกล่าวแนะนำตัว เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับที่ตามเข้ามาเป็ผู้ชมด้วย ก่อนที่จะกล่าวความรู้สึกของตัวเองออกมา
“สวัสดีค่ะ สวีม่านถิงเองค่ะ ถึงแม้ฉันจะเข้าวงการบันเทิงมาหลายปี ได้รับรางวัลมาหลายงาน แต่นี่เป็ครั้งแรกที่ฉันได้รับรางวัลที่สำคัญอย่างรางวัลนี้ ขอบคุณทุก ๆ คนที่คอยซัพพอร์ตฉัน ทั้งต้นสังกัด ครอบครัว เพื่อน ๆ ในวงการ ที่สำคัญที่สุดคือ แฟน ๆ ที่ชื่นชอบฉัน ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างฉันั้แ่ตอนนั้นถึงตอนนี้นะคะ แล้วก็เพื่อนรักของฉันที่ได้ดูแลเสื้อผ้าหน้าผมของฉันอย่างเมิ่งจื่อหลินด้วย สุดท้ายนี้ ฉันจะตั้งใจทำงานและตอบแทนทุกคนด้วยผลงานที่ดีกว่าเดิม ขอบคุณมากค่ะ”
หลังจากคำกล่าวตอนรับรางวัลของสวีม่านถิง ต่างจุดประกายไฟให้ผู้คนที่สนใจในภาพลักษณ์ของสวีม่านถิงในวันนี้ต่างค้นหาว่าใครเป็คนออกแบบชุดให้สวีม่านถิง และเมิ่งจื่อหลินเป็ใคร สุดท้ายค้นไปค้นมาก็พบว่า เมิ่งจื่อหลินเป็คุณหนูตระกูลเมิ่ง ว่าที่ประธานคนถัดไปของ ML Group และเป็เ้าของแบรนด์ที่เพิ่งจะมีกระแสไปไม่นานนี้เอง สุดท้าย แบรนด์ของเมิ่งจื่อหลินก็ได้รับประโยชน์ไปเต็ม ๆ กับงานประกาศรางวัลปลายปีงานนี้
ผ่านพ้นปีนี้ไปได้อย่างงดงาม เมิ่งจื่อหลินก็เตรียมตัวรับกระแสความนิยมทั้งจากฐานะของว่าที่ประธานคนถัดไป เ้าของแบรนด์ดัง หรือเพื่อนสนิทของสวีม่านถิงเอง ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้เมิ่งจื่อหลินเตรียมออกแบบคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับใหม่ รวมถึงจัดตารางงานสำหรับการนัดหมายในการออกแบบตัดเย็บอีกหลายรายการ จนตารางงานของเมิ่งจื่อหลินนั้นยาวไปถึงต้นปีหน้า ไม่เพียงแต่ภาระงานของแบรนด์ตัวเองเท่านั้น เมิ่งจื่อหลินต้องคิดแผนโปรโมตและผลิตสกินแคร์ไลน์ใหม่สำหรับตีตลาดที่ต่างประเทศ และต้องดันให้แบรนด์สกินแคร์นี้เป็แบรนด์ดังในระดับโลกให้ได้
ใช้เวลาอยู่เกือบปี แบรนด์สกินแคร์ในเครือ ML Group ก็สามารถตีตลาดต่างประเทศ และขึ้นเป็แบรนด์สกินแคร์ระดับไฮเอนด์ที่น่าจับตามองในปีนี้ เมิ่งจื่อหลินมีความสุขอย่างมากที่สามารถพาแบรนด์ที่ตนเองตั้งใจบริหารก้าวเข้าสู่ระดับโลกได้ สุดท้ายเมิ่งจื่อหลินก็ได้ผ่านมติการประชุมแล้วก้าวขึ้นมาเป็หนึ่งในบอร์ดบริหาร และถือตำแหน่งของรองประธานของเครือ ML Group อย่างเต็มภาคภูมิ
ในค่ำคืนก่อนวันที่จะเตรียมเปิดสาขาใหม่ของแบรนด์สกินแคร์ในต่างประเทศ และถือเป็วันแรกของการทำงานในฐานะรองประธานบริษัทอย่างเต็มตัว เมิ่งจื่อหลินยังคงคิดแผนธุรกิจของแบรนด์สกินแคร์และแบรนด์แฟชั่นของตัวเองไม่หยุด
จ้าวลี่หลิงที่ตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความหิวนั้น หลังจากหาของว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในแพนทรีเล็ก ๆ บนชั้น 2 ของบ้านก็เห็นว่าไฟในห้องทำงานของเมิ่งจื่อหลินยังเปิดอยู่ ด้วยความเป็ห่วงว่าลูกสาวจะหิว จึงได้เดินกลับไปเตรียมเครื่องดื่มและของว่างให้ลูกสาวคนเดียว พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเมิ่งจื่อหลินกำลังพิมพ์แผนงานบนแล็ปท็อปเครื่องหรูบางเฉียบอย่างใจจดใจจ่อ
“ยังไม่นอนอีกหรอจ๊ะลูก?” จ้าวลี่หลิงเดินเข้ามาถาดของว่างในมือ ก่อนวางไว้บนพื้นที่ว่างบนโต๊ะทำงานของลูกสาว เมิ่งจื่อหลินเงยหน้าขึ้นมาจากจอแล็ปท็อปแล้วยิ้มให้แม่ของตัวเอง ก่อนจะหันมาตาลุกวาวกับของว่างบนโต๊ะ แล้วจิ้มผลไม้ของโปรดเข้าปากไป
“ยังค่ะแม่ หนูตื่นเต้นก็เลยมานั่งคิดแผนงานในอนาคต”
“นี่ก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว ทำงานดึกได้แต่อย่าลืมบำรุงสมองด้วยนะลูก ถ้าแม่ไม่ตื่นมาดู หนูคงปล่อยให้ตัวเองหิวตอนทำงานแน่ ๆ” จ้าวลี่หลิงลูบหัวบุตรสาวที่เอาใบหน้าซุกกับหน้าท้องของตัวเองอย่างอ่อนโยน ั์ตาแฝงไปด้วยความรักใคร่ เวลาผ่านมาขนาดนี้แล้ว ยังทำตัวเป็เด็กน้อยที่เอาแต่กอดก่ายแม่อยู่ได้
“รับทราบแล้วค่ะคุณนายเมิ่ง เดี๋ยวอีกซักพักหนูจะไปแล้วค่ะ”
“ดีมากค่ะ อย่าหักโหมมากนะลูก พรุ่งนี้ยังต้องบินไปเปิดสาขาใหม่ที่ต่างประเทศอีก รีบนอนล่ะ”
“ค่ะ ฝันดีนะคะแม่”
หลังจากจ้าวลี่หลิงออกไปจากห้องทำงาน เมิ่งจื่อหลินจึงรีบพิมพ์แผนงานในหัวของตัวเองให้แล้วเสร็จ เมื่อตัวเลขบนหน้าจอมุมขวาที่บอกเวลาว่าตอนนี้เข้าวันใหม่แล้ว เมิ่งจื่อหลินที่พิมพ์แผนงานแล้วเสร็จพอดีก็ตัดสินใจพับจอแล็ปท็อปแล้วกลับไปนอนที่ห้องนอนของตัวเองทันที เมื่อหัวถึงหมอนปุ๊บ ความง่วงก็เริ่มเข้ามาครอบงำร่างที่อยู่บนเตียง ก่อนจะหลับไปด้วยความสบายใจเพื่อที่จะเตรียมพร้อมไปสู่ความสำเร็จก้าวต่อไปในวันพรุ่งนี้ แต่ไหนเมิ่งจื่อหลินจะรู้ว่าหลังจากหลับไปคราวนี้แผนงานที่เธอพิมพ์ไว้ก่อนนอนนั้น
จะถูกใช้ในอนาคตที่โลกเดิมของตัวเองแทน