“ฉันต้องการรับลูกๆทุกคนกลับเข้าตระกูลสกอร์เปี้ยนส์”
บนใบหน้าของนายน้อยทั้ง 11 คนเต็มไปด้วยความตกใจตื่น พวกเขาล้วนหันมองพ่อของตนที่ประกาศรับทั้ง 11 คนกลับเข้าตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ จากเดิมต้องใช้นามสกุลทางฝั่งของแม่ ต่อจากนี้ไปจำเป็นต้องใช้นามสกุลสกอร์เปี้ยนส์เช่นเดิม
แต่คนที่ตกใจมากที่สุดคือแขกผู้มาร่วมงานวันเกิด การประกาศของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะมีผลกระทบมากมายตามมาภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนขั้วอำนาจย้ายฝั่งไปยังลูกๆทั้ง 11 คนที่กำลังสร้างกองกำลัง การที่เศรษฐกิจกำลังจะเปลี่ยนแปลงพวกเขาจึงรีบติดต่อกลับตระกูลเพื่อให้รับมือและเตรียมตัวจับขั้วอำนาจที่จะได้กลายเป็นผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์คนต่อไป
การประกาศของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ส่งผลให้ทุกคนรู้ว่าการเปลี่ยนผ่านภายในตระกูลกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมพ่อถึงมาประกาศตอนนี้”
โรแลนย่นคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงประกาศรับพวกเขากลับเข้าสู่ตระกูล ภายในหัวของเขาเต็มไปด้วยข้อมูลและความคิดที่กำลังตีกันมั่วไปหมด บางความคิดของเขาบอกกับตัวเองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะแอนเดอร์สันที่มอบการ์ดเพิ่มอายุขัย 1 ปีให้กับพ่อและมันส่งผลไปยังน้องสาวคนเล็กที่พ่อรักที่สุด
“ฉันก็แค่อยากให้มันยุติธรรมเท่านั้น เดี๋ยวชาวเมืองจะกล่าวหาว่าฉันไม่ยุติธรรมกับลูกแต่ละคน เอาล่ะในนามผู้นำตระกูลขอขอบคุณแขกที่มาร่วมอวยพรในวันนี้ งานเลี้ยงของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์คงจบลงเพียงเท่านี้”
แขกที่มาร่วมงานล้วนแสดงใบหน้ายิ้มแย้มหลังจากทุกคนแสดงใบหน้าวิตกกับเรื่องที่ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ประกาศออกไปเมื่อครู่ ทุกคนที่รู้ว่างานเลี้ยงจบต่างเดินมาล่ำลาผู้นำตระกูลเพื่อขอตัวกลับไปยังตระกูลของพวกเขา ระหว่างนี้เองนายน้อยทั้ง 11 คนก็ได้มายืนรอส่งแขกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“เดินทางปลอดภัยนะครับ”
“ขอให้เดินทางปลอดภัย”
แอนเดอร์สันกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน พลางนำคำพูดของพ่อออกมาคิดทบทวน การที่พ่อพูดถึงความยุติธรรมทำให้เขารู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาที่ลูกแต่ละคนวางแผนเล่นงานกัน เขารู้ทั้งหมด ส่วนความยุติธรรมที่พูดถึงคงต้องการใช้มันกับตัวของเขา ที่มีเพียงตระกูลเฟียร์หนุนหลังเท่านั้น การที่เขามีเพียงแค่ตระกูลเฟียร์ต่างจากพี่คนอื่นๆที่มีตระกูลหลักช่วยเหลือ ทำให้เขาเสียเปรียบ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังถูกเล่นงานด้วยฝีมือของคนอื่นแทนที่จะเป็นฝีมือพี่ชายของตนเอง ด้วยการตั้งค่าหัวและล่อให้คนอื่นมาจัดการ ความยุติธรรมที่พ่อของเขาหมายถึง คงเป็นการใช้อำนาจตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เต็มรูปแบบ โดยไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกล้าเข้ามาฆ่าเขาได้
การตั้งค่าหัวในสถานีโคเวียคงจะหายไปเพราะมันเป็นการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง แม้ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะไม่ได้มีกฎว่าห้ามทำอะไรบ้างในการต่อสู้กันระหว่างนายน้อยทั้ง 11 คน แต่การยืมมือคนอื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมฝ่ายตัวเองจัดการกับผู้มีสิทธิสืบทอดคนอื่นๆ อาจจะเป็นปัญหามันจึงไม่มีการตั้งค่าหัวนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์อีกต่อไป
“ส่งแขกแล้วพวกแกไม่ต้องไปไหน อยู่ที่นี่ไปก่อน”
ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เดินกลับเข้าไปในบ้าน ทุกคนที่เห็นว่าไอรีนหลับไปในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อจึงรอฟังสิ่งที่พ่อต้องการจะพูดกับพวกเขาทั้ง 11 คนหลังจากงานเลี้ยงในวันนี้จบลง
—----------------------------
“หืม ทำไมถึงรับนายน้อยทั้ง 11 กลับตระกูลในตอนนี้กัน”
ผู้นำตระกูลเฟียร์เท้าคางหลังจากได้รับข่าวจากทางตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เกี่ยวกับการประกาศรับลูกชายทั้ง 11 คนกลับคืนไป ต่อจากนี้ทุกคนจะกลายเป็นคนของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เต็มตัว สำหรับแอนเดอร์สันนับว่าเป็นผลดีอย่างมากเพราะคนที่ฆ่าเขาได้จะต้องมาจากพี่ทั้ง 10 คน
แต่ทว่าการประกาศรับลูกทั้ง 11 คนกลับเข้าตระกูลยังคงอยู่ในความสงสัยของลุงนอธเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงที่ผู้ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ทำแบบนี้
—---------------------
“นายน้อยทั้ง 11 คนของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ถูกรับกลับตระกูลแล้ว”
แม้จำนวนนายน้อยของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะเหลือเพียงแค่ 9 คนเท่านั้น แต่คนในสหพันธ์ยังคงใช้คำว่า 11 เช่นเดิมเนื่องจากว่ามันเป็นสิ่งที่ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ต้องการ เพื่อให้เกียรติผู้มีสิทธิสืบทอดที่ตายไป จึงใช้คำว่านายน้อยทั้ง 11 คนเช่นเดิม
ซึ่งการประกาศของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่ประกาศกับแขกร่วมงานทุกๆคนเกี่ยวกับการรับนายน้อยกลับเข้าตระกูล ตอนนี้ข่าวก็เริ่มแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว จนทุกคนที่สนใจในการรับนายน้อยทั้ง 11 คนกลับตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เตรียมมองหาผลประโยชน์ที่จะได้รับจากคนทั้ง 11 นี้
—---------------------------
“นายน้อย คุณท่านให้กระผมมาบอกบางอย่าง”
ภายใต้แสงดวงจันทร์ที่กำลังสาดส่องในช่วงกลางดึก นายน้อยทั้ง 11 ที่ยืนตากหมอกในตอนกลางคืนมาเป็นเวลา 2 ชั่วโมงตั้งแต่งานเลี้ยงจบลง พวกเขาก็เฝ้ารอพ่อตัวเองมาตลอดเกี่ยวกับการนัดให้พวกเขาอยู่ต่อหลังจากงานเลี้ยงจบ พ่อบ้านที่เป็นตัวแทนของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่ได้รับมอบหมายให้มาอธิบายบางอย่างจึงเอ่ยปากพูดกับนายน้อยทั้ง 11 คน
“คุณท่านให้กระผมมาบอกว่า นายน้อยทุกคนจะต้องเข้าสู่พื้นที่ต้องสาปภายใน 3 วันนี้”
คิ้วของนายน้อยหลายคนย่นเข้าหากัน ยกเว้นแอนเดอร์สันเขาไม่เข้าใจว่าสิ่งใดคือพื้นที่ต้องสาป พ่อบ้านที่เห็นท่าทางงุนงงจึงอธิบายให้แอนเดอร์สันทราบเกี่ยวกับข้อมูล
“ในสายตาของคนอื่น พื้นที่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่าพื้นที่ต้องสาปเพราะมันเต็มไปด้วยคำสาปมากมาย แต่สำหรับตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ พื้นที่ตรงนี้มีชื่อเรียกว่าพื้นที่ต้องสาปมาคัส มันเป็นพื้นที่ที่ใช้สำหรับรับพลังคำสาป”
“รับยังไงเหรอครับ” แอนเดอร์สันเป็นฝ่ายถามเพราะมันเป็นสิทธิที่เขาสมควรรู้
“เข้าไปด้านในแล้วเรียนรู้คำสาปที่อยู่ภายในนั้นให้ได้เพียงเท่านั้นครับ แต่ละคนมีเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น ภายในชีวิตนี้จะไม่มีใครเข้าไปข้างในพื้นที่ต้องสาปมาคัสได้เป็นครั้งที่ 2 ดังนั้นผมจึงอยากจะเตือนนายน้อยทุกคนให้ทราบว่า โปรดใช้โอกาสเพียงแค่ 1 ครั้งอยู่ภายในให้ได้มากที่สุด ส่วนคำสาปที่นายน้อยแต่ละคนจะได้รับ ไม่ได้ขึ้นกับตระกูล มันขึ้นอยู่กับนายน้อยแต่ละคน”
“พ่อบ้านครับ คนอื่นสามารถเข้าไปด้านในได้ไหมครับ”
“พื้นที่ต้องสาป นักเวทย์ทุกคนสามารถเข้าไปด้านในได้ครับ เพียงแต่โอกาสตายของพวกเขาสูงมาก เพียง 1 ชั่วโมงก็นับว่านานแล้วสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีเชื้อชายผู้ต้องสาปมาคัส”
แอนเดอร์สันเข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ถึงเป็นตระกูที่น่ากลัวของสหพันธ์ การเข้าไปในพื้นที่ต้องสาปแล้วมีโอกาสทำความเข้าใจที่นานกว่าคนอื่นๆ ส่งผลให้พวกเขาได้รับคำสาปมากมาย
“พ่อบ้าน ผมอยากจะถามเป็นครั้งสุดท้าย ทำไมพ่อถึงให้พวกเราเข้าไปในตอนนี้”
“ผมไม่ทราบเช่นกันครับ”
นายน้อยแต่ละคนถอนหายใจออกมาเบาๆ พวกเขาไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมพ่อของตัวเองถึงประกาศให้พวกเขาเข้าไปในพื้นที่ต้องสาปมาคัสในเวลานี้
แต่เมื่อทุกคนมองไปยังแอนเดอร์สันแล้วพบว่าพลังเวทย์อยู่ที่ 300 ปี จึงทำให้หลายคนคิดว่ามันอาจจะเป็นเพราะน้องชายคนเล็กสุดถึงขอบเขตที่เข้าไปด้านในได้แล้ว ผู้เป็นพ่อจึงให้ทุกคนเริ่มพร้อมกัน ซึ่งพื้นที่ต้องสาปมาคัส ทุกคนรู้จักมันเป็นอย่างดีเพราะเตรียมตัวที่จะเข้าไปด้านในตลอดเวลา แม้มันจะเป็นพื้นที่ที่สามารถเข้าไปช่วงไหนก็ได้ แต่กฎของบ้านยังคงเป็นกฎที่หนักแน่นทำให้นายน้อยแต่ละคนทำเพียงศึกษาพื้นที่ต้องสาปเท่านั้นเพื่อรอวันนี้ วันที่นายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะได้เข้าไปพร้อมกัน
“วันนี้เชิญนายน้อยทุกคนพักที่นี่ก่อนนะครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะให้พ่อบ้านเดินทางไปส่ง”
ไม่มีใครปฎิเสธ แอนเดอร์สันจึงต้องนอนที่บ้านตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามเขากลับไม่ได้นอนเพราะพ่อบ้านไม่น่าไว้ใจ การที่เขาถูกกักตัวไว้ที่ศาลากลางน้ำข้างบ้าน ทำให้เขาไม่ไว้ใจใครสักคนในที่แห่งนี้
“พื้นที่ต้องสาปมาคัสเหรอ ต้องเตรียมตัวอะไรไปบ้างนะ”
แอนเดอร์สันมีข้อมูลเวทย์ถอนคำสาปมากมาย เขาสามารถถอนคำสาปได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามมันกลับมีข้อจำกัด ด้วยพลังเวทย์ของเขาในตอนนี้ไม่เพียงพอจะถอนคำสาประดับ 4 ขึ้นไปได้ด้วยพลังของตัวเอง หากจะพึ่งการ์ดโจมตีก็มีเพียง 10 ใบเท่านั้น การ์ดป้องกันก็เหลือ 10 ใบถ้าเขาใช้งานการ์ดทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถแก้คำสาปได้ 20 ครั้งด้วยกัน แต่หากคำสาปมันมีมากมายและถามโถมเข้ามาโจมตีเขานั้น เป็นเรื่องยากที่จะรอดชีวิตกลับออกมาได้
“ลุงนอธครับ ลุงพอจะรู้ข้อมูลพื้นที่ต้องสาปที่ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ต้องเข้าไปไหมครับ”
“อาห์ ติดต่อมาซะดึกเลย เดี๋ยวก่อนนะ ลุงขอตั้งสติก่อน”
แอนเดอร์สันนั่งบนเตียงเงียบๆ รอให้ลุงของเขาตั้งสติ
“พื้นที่ต้องสาปที่ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เข้าไป เป็นพื้นที่อันตรายมากๆ แม้มันจะตั้งอยู่ในเขต 4 ที่มีมอนสเตอร์ 400 - 500 ปีอาศัยอยู่ก็ตาม กลับกันมอนสเตอร์ในพื้นที่แห่งนี้กลับใช้คำสาปได้ตัวละ 1 รูปแบบ ส่วนพื้นที่ต้องสาปจะตั้งอยู่ใจกลางเขต 4 มันเป็นพื้นที่พิเศษที่คล้ายกับเกท แต่ถูกสร้างมาด้วยฝีมือของนักเวทย์ จากที่ลุงรู้มา ด้านในเกทนี้จะเต็มไปด้วยคำสาปมากมาย ไม่รู้ว่ามีมากเท่าไหร่ ใครก็ตามที่เข้าไปล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาจะต้องทำความเข้าใจกับคำสาปที่พุ่งเข้าโจมตีร่างให้ได้ก่อนที่ตัวเองจะตาย”
“หมายความว่าผมต้องพกความเข้าใจเรื่องคำสาปเข้าไปสินะครับหากอยากจะรอด”
“ใช่ แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าหากว่าหลานเข้าใจเวทย์ถอนคำสาป เวทย์คำสาปที่มีพื้นฐานภาษาและสัญลักษณ์เวทย์ที่เหมือนกันก็ไม่น่าจะยากเกินไปที่จะทำความเข้าใจ”
แอนเดอร์สันถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาเข้าใจภาษาทั้งหมดของเวทย์ถอนคำสาป การเข้าไปด้านในคงไม่ยากแต่เขาก็ระแวงเพราะสุดท้ายพลังเวทย์ของเขาก็ไม่เพียงพอ
“ลุงนอธครับ ถ้ามีแค่ความเข้าใจผมจะรอดไหมครับ ด้วยพลังเวทย์ของผมที่มีในตอนนี้ คงยากจะทำความเข้าใจกับคำสาประดับ 4 ขึ้นไป”
“ไม่ต้องกลัว ลุงได้ยินมาว่าพลังเวทย์จะไม่มีผล ต่อให้จะเป็นนักเวทย์ 100 ปีหรือนักเวทย์ 800 ปีถ้าหากเข้าไปด้านในสิ่งที่ต้องใช้มีเพียงความรู้เท่านั้น หลานต้องทำมีเพียงแค่เรียนรู้คำสาปที่ติดบนร่างให้ได้ ก่อนจะเสียชีวิต”
“ผมต้องเตรียมอะไรอีกไหมครับ”
“ไม่ต้อง ต่อให้จะสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันคำสาป ที่นั่นก็ใช้ไม่ได้ผล ไปแค่ตัวเปล่าแหละดีที่สุด ถ้าถึงวันนั้นลุงจะไปรอที่พื้นที่คำสาปก็แล้วกัน สำหรับหลานตระกูลสกอร์เปี้ยนส์คงจะเป็นฝ่ายพาเดินทางไปเอง”
“ครับ”
แอนเดอร์สันวางสายจากนั้นเขาก็รอเวลาให้ถึงตอนเช้าจะได้เดินทางกลับไปยังวิทยาลัย