ติ้ดๆ ติ้ดๆ ติ้ดๆ ...
ติ้ด...
“หวัดดีค่ะ”
“ใครคะ”
คนตัวเล็กพูดกรอกสายไปเมื่อเห็นเบอร์โทรเข้าเป็เบอร์ที่ไม่ได้เมมชื่อไว้
“สวัสดีค่ะคนไข้”
“คุณแคทคนึงนิตย์นะคะ”
“โทรมาจากDouble Beauty Clinic”
“ที่คนไข้มาฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อ”
“เมื่อเดือนที่แล้วค่ะ”
ปลายสายแนะนำตัว
“อ้อค่ะ”
“มีอะไรหรอคะ”
ถามไปเพราะสงสัยว่าทำไมถึงโทรมาหา
“พอดีครบ1 เดือน”
“ที่คนไข้มาฉีดโบท็อกซ์รักแร้แล้วนะคะ”
“เราจะมีการfollow up ผลกับคุณหมอ”
“ไม่ทราบว่าสุดสัปดาห์นี้สะดวกเข้ามาfollow up มั้ยคะ”
“เอ่อสัปดาห์นี้...”
คนตัวเล็กอึกๆ อักๆ
“ถ้าเข้ามาภายในสัปดาห์นี้”
“จะได้โปรโมชั่นฉีดฟิลเลอร์ฟรีครั้งแรก1 cc เลยนะคะ”
แอดมินโน้มน้าวใจขั้นสุด
“ห้ะ!! ฉีดฟรี 1 cc เลยหรอคะ”
คนตัวเล็กหูผึ่งหลังจากได้ยินคำว่า“ฟรี” ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีความรู้ในเื่วงการความสวยความงามโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เท่าไหร่ แต่คำว่า “ฟรี” มันมีผลต่อจิตใจ
“ใช่ค่ะคนไข้”
“นัดคิวเลยมั้ยคะ”
“อืมม...”
“คุ้มมากๆเลยนะคะ”
“…”
“ก็...”
“ก็ได้ค่ะ”
ตอบออกไปและได้กลายเป็เหยื่อของการตลาดเต็มตัวโอ๊ยยน่อววว... =*=
.
.
กรุ๊งกริ๊ง
เสียงกระดิ่งดังเมื่อมีผู้มาใหม่เปิดประตูเข้ามา
“สวัสดีค่ะ”
แอดมินคนสวยคนเดิมที่เจอกันเมื่อเดือนที่แล้วเข้ามาทักทาย
“คนไข้นั่งรอก่อนนะคะ”
ตามสเต๊ปเดิมเป๊ะๆ รอไม่นานพี่สาวแอดมินก็เชิญเข้าห้องพบแพทย์
(วันนี้ฉันจะได้เห็นหน้าเต็มของหมอมั้ยนะ)
คิดอยู่ในใจ
“สวัสดีค่ะ”
ทักทายคุณหมอเมื่อเข้าห้องพบแพทย์
“สวัสดีครับ… เชิญนั่งครับ”
“เป็ยังไงบ้างครับ”
“โบท็อกซ์ที่ฉีดไป…”
“ผลเป็ยังไงบ้าง”
หมอหนุ่มยิงคำถามรัวๆ
“ดีค่ะ”
แต่คนตัวเล็กตอบไปสั้นๆ
“ดียังไงครับ”
ถามต่อเพื่อ้าคำตอบที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นก็คนไข้ดูสงวนคำพูดนี่นา
“............”
“เอ่อ………..”
“ก็เหงื่อออกน้อยลง”
“มีซึมๆบ้างเวลาอากาศร้อนมากๆ”
“กลิ่นก็ลดลงค่ะ”
“ใช้ชีวิตได้แบบไม่ต้องกังวลมากเหมือนเดิมอึหึ”
หัวเราะปิดท้าย
(ตอบให้ยาวๆแล้ว พอใจมั้ยคะ)
ประโยคหลังนี่คิดนะ
“ถ้าเต็ม100 คะแนนให้เท่าไหร่ดีครับ”
หมอตัวสูงยังคงถามต่อ
“อืมม...”
“80 แล้วกันค่ะ”
“ดีขึ้นกว่าเดิม”
“ดีกว่าตอนไม่ได้ฉีด”
(มาซิ)
(อยากถามอะไรอีก… ถามมาจ้า)
“แล้วพอใจกับผลลัพธ์มั้ยครับ”
“พอใจค่ะ”^^
ส่งยิ้มทางสายตาให้หมอ1 กรุบ
“โอเคครับ”
“เหมือนที่หมอบอกไป”
“โบท็อกซ์จะช่วยได้ระดับหนึ่ง”
“แต่ก็อาจจะไม่เห็นผล100%”
“ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของตัวคนไข้ด้วย”
“ถ้าคนไข้พอใจ… ก็ถือว่าเป็เื่ที่ดี”
“หรืออยากจะฉีดเพิ่มก็ได้นะครับ”
“จริงๆแล้วโบท็อกซ์นอกจากจะช่วยลดเหงื่อแล้ว”
“ยังช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ด้วยนะครับ”
แหน่ะ! แอบขายของนะหมอ
“ยังไม่ฉีดเพิ่มดีกว่าค่ะ”
“ตอนนี้ยังโอเคอยู่”
บอกความ้าของตัวเองไป
“เอ้อ…”
“คุณหมอคะ”
“คนไข้ได้โปรฟิลเลอร์ฟรีครั้งแรก1 cc นะคะ”
แอดมินไม่ลืมให้ข้อมูลคุณหมอที่โน้มน้าวคนไข้ตัวเล็กคนนี้ให้มานั่งอยู่ตรงนี้ได้
“อ้อครับ...”
“ฟิลเลอร์คือ สารเติมเต็ม”
“ช่วยเติมเต็มหรือเสริมชั้นในิัและใต้ิั”
“ช่วยลดปัญหาผิวริ้วรอยของหน้าให้กลับมาดูอ่อนเยาว์กระชับขึ้น”
“ฉีดแล้วจะอยู่ได้ประมาณ1 ปีครับ”
ิญญานักวิชาการเข้าสิงทันที
“อ้อค่ะ…”
“ถ้าหนูจะฉีด”
“ควรฉีดตรงไหนดีคะ”
“รบกวนแนะนำหน่อย”
ถามไปแบบตรงๆ ซื่อๆจนได้ยินเสียงหัวเราะของคุณหมอเบาๆ
“อึหึ… ไหนลองถอดแมสหน่อยนะครับ”
จริงๆ แล้ววันนี้ฉันใส่แมสมาด้วยค่ะแต่หมอขี้โกงกันนี่ ตัวเองจะเห็นหน้าคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียวได้ไง
ใช่ค่ะ!! วันนี้หมอก็ยังคงใส่แมส โชว์แค่ดวงตากลมโตกับสันจมูกนิดหน่อยแต่ถามว่าฉันถอดมั้ย ถอดค่ะ ถอดแมสน่ะ
หมอตัวสูงใช้สายตาพิจารณาที่ใบหน้าของฉันนี่ถ้าไม่ติดว่าหมอเค้ากำลังประเมินใบหน้าอยู่ ฉันคงคิดไปไกลกว่านี้ ขนาดตอนนี้ใจฉันยังเต้นเร็วเลย
“อืม…”
“ไหนลองขมวดคิ้วครับ”
“ =”= ”
“ลองยกคิ้วขึ้นครับ”
“ =^= ”
“ลองยิ้มตาหยี”
“ >D< ”
“อึหึ”
หมอพ่นลมหายใจหัวเราะออกมาเบาๆอีกครั้ง วันนี้หมอหัวเราะหลายรอบนะ คนตัวเล็กใส่แมสทันทีเมื่อคุณหมอเลิกพิจารณาใบหน้า
“คนไข้มีปัญหาตรงไหนที่กังวลเป็พิเศษหรือเปล่าครับ”
“เกี่ยวกับใบหน้า”
เลิกคิ้วถามต่ออีก ยังไม่ยอมตอบคำถามตามที่คนไข้ตัวเล็กถามมา
“ไม่มีค่ะ”
“คิดว่าหน้าโอเค”
“5555”
คุณหมอหัวเราะออกมาในคำตอบของคนไข้
(รอบที่3 แล้วนะหมอที่หัวเราะเนี่ย)
คนตัวเล็กหรี่ตาครุ่นคิด
“อ้อ…”
“มีส่วนที่อยากฉีดอยู่ค่ะ”
“อยากฉีดปากเพราะปากแห้งมาก”
“ทาลิปมันก็เอาไม่อยู่”
“ฉีดที่ปากแทนได้มั้ย”
“ใช้ฟิลเลอร์ฉีดได้หรือเปล่า”
อ่ะ บอกความ้าที่นึกขึ้นมาได้
“ฟิลเลอร์ฉีดที่ปากได้ครับ...”
“แต่หมอไม่ได้ฉีดปากน่ะครับ”
“ถ้าให้หมอแนะนำตามที่คนไข้ถาม...”
“หมอแนะนำให้คนไข้ฉีด่หน้าแก้มข้างแก้มและขมับ”
“แล้วค่อยฉีดปากทีหลัง… ถ้าอยากฉีดที่ปาก”
“เพราะจากที่หมอประเมินใบหน้าคนไข้”
“คนไข้จะมี่ขมับที่ตอบและแก้มที่ตอบอยู่นะครับ”
“สาเหตุที่ใบหน้าดูตอบลง”
“ก็เพราะชั้นไขมันสลายไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น”
“พอหน้าตอบเราก็จะดูโทรมได้ครับ”
“หมอแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ตามที่หมอแนะนำก่อน”
“แล้วค่อยฉีดปากทีหลัง”
“เพราะถ้าฉีดปากเลยอย่างเดียวมันจะดูไม่ธรรมชาติ”
“แล้วก็สามารถฉีดโบท็อกซ์เพิ่มได้ด้วย”
“เพราะริ้วรอยของคนไข้ก็เริ่มมาแล้วนะครับ”
(โอ้โหหห!!!!)
(แค่ดูหน้าไม่ถึง10 นาที)
(หมอบรรยายปัญหาและแนะนำให้ฉันฉีดฟิลเลอร์โบท็อกซ์เกือบทั้งหน้า)
(จัดหนักจัดเต็มจริงๆ)
คิดค่ะ ทำได้แค่คิด
“อืมม...”
“หนูอยากฉีดแค่ฟิลเลอร์ก่อน”
“ถ้าฉีดครบทุกส่วนที่หมอพูดมา”
“ต้องฉีดกี่cc คะ”
ถามตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
“ฉีดเยอะอยู่ครับ”
“ประมาณ6 cc”
หมอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับมา… ฉันรีบหันไปมองพี่แอดมิน
“มีโปรอะไรอีกมั้ยคะพี่”
พูดออกไปพร้อมส่งสายตาวิงวอน
“เดี๋ยวพี่ดูโปรให้นะคะ”
พี่แอดมินเดินออกไปเช็คโปรโมชั่นให้พยายามช่วยสุดฤทธิ์
ตอนนี้เหลือฉันกับหมอ2 ต่อ 2 ในห้อง ช็อตฟินหรอตอนนี้ไม่มีหรอก มีแต่ ช็อตฟีลกับจำนวนฟิลเลอร์ที่ต้องใช้เพราะพอรู้มาบ้างว่าฟิลเลอร์ 1 cc ราคา xx,xxx บาท หมดตัวก็งานนี้0[]0
“หมอคะ”
“ถ้าไม่ฉีดครบ6 cc”
“แต่เอาให้พอรับกับปากได้มั้ย”
“อยากฉีดปากมากกว่า”
ถามตรงๆ ต่อไป
“อืม...ก็ได้ครับ”
“ไหนลองถอดแมสอีกทีนะครับ”
หมอใช้สายตาไล่เค้าโครงใบหน้าของฉันช้าๆอีกครั้ง คราวนี้ฉันลองมองที่ดวงตาหมอไม่หันมองไปทางอื่นเหมือนครั้งแรก
(หัวใจทำหน้าที่ดีเกินไปอีกละ)
(เต้นเร็วทำไมห้ะ)
(คุ้นอ่ะ! คุ้นมาก!!)
(ฉันควรจะถามมั้ยว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอในงานแต่งแพมหรือเปล่า)
“คนไข้”
“คนไข้ครับ”
หมอเรียกดึงสติ
“ข่ะคะ ...?”
“ประมาณ4 cc ครับ”
“หมอจะฉีดตรง่ขมับหน้าแก้ม ข้างแก้ม”
พร้อมเอื้อมนิ้วมาไล่ตามบริเวณที่พูดััเบาๆ ที่ปลายนิ้วหมอที่เคลื่อนไปตามใบหน้าของฉันมันทำให้ฉันปั่นป่วน
“โอเคค่ะหมอ”
ฉันพูดตะกุกตะกักนิดหน่อยหมอคงจับสังเกตไม่ได้หรอก แต่พอมองไปที่หมอแววตาของหมอนั้นดูก็รู้ว่ากำลังยิ้มอยู่ใต้แมส
(ทำไมเค้ายิ้ม?)
(ยิ้มทำไม?)
(ห้ามยิ้มนะ!!)
ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย
“คนไข้คะ”
เสียงพี่สาวแอดมินมาช่วยฉันไว้ได้ทันเวลา
“โปรเดือนนี้”
“ซื้อฟิลเลอร์3 cc แถม 1 cc”
“บวกกับทดลองฉีดฟรีครั้งแรก1 cc”
“คนไข้จะได้5 cc”
“สนใจมั้ยคะ”
“คุ้มมา...กกก”
“สนใจค่ะ”
พี่สาวแอดมินพูดยังไม่ทันจบคนไข้ตัวเล็กก็ตอบสวนกลับไปโดยเร็ว ฉันต้องออกไปจากตรงนี้ก่อนที่มันจะแสดงอาการไม่เข้าท่ามากขึ้น
“แล้วสะดวกฉีดวันนี้เลยมั้ยคะ”
“สะดวกค่ะ”
“อ่อ… งั้นเชิญไปรอที่ห้องรักษานะคะ”
พี่สาวแอดมินดูงงๆ เลิ่กลั่กมองหน้าฉันสลับกับหมอไปๆ มาๆ เมื่อมีสัญญาณจากหมอผายมือเชิญ พี่สาวแอดมินจึงพาฉันออกจากห้องConsult ไปที่ห้องรักษา
พอคนตัวเล็กย้ายมาที่ห้องรักษาแล้วจึงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ
“เฮ้อออ….........”
(ไม่ไหวๆ)
(ทำไมหมอถึงมีอิทธิพลกับฉันได้ขนาดนี้)
(แต่เดี๋ยวมันก็จะจบแล้ว)
(ฉีดเสร็จก็จบแล้ว… อดทนๆ)