หลังจากที่ยกระดับพลังของตนเองด้วยความมั่นใจเสร็จ
เทียนจุนก็ลุกขึ้นจากพื้นห้อง ก่อนที่จะขยับเนื้อขยับตัวให้กล้ามเนื้อทุกส่วนนั้นคลายลง
เสียงกระดูกและข้อต่อต่างๆ ส่งเสียงดัง "กรอบแกรบ" ตามแรงเคลื่อนไหว
เป็สัญญาณว่าร่างกายของชายหนุ่มได้ปรับตัวให้เข้ากับพลังใหม่ที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็กวาดมองไปทั่วห้องที่บัดนี้เหลือเพียงความเงียบ
ก่อนจะหยุดลงที่สมุนไพรนับสิบต้น ซึ่งถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบอยู่บนชั้นวาง ฝ่ามือของเขาลูบคางพลางพินิจพิจารณา
“เหอะๆ.. ข้าไม่ใช่ผู้หลอมเซียนด้วยสิ เลยไม่รู้ว่าสมุนไพรระดับต่ำพวกนี้คืออะไร?”
ถึงตอนนี้จะไม่สามารถแยกแยะชนิดของพวกมันได้ แต่เทียนจุนก็เข้าใจดีว่าทรัพยากรทุกอย่างมีค่า
ไม่ว่าจะเป็สมุนไพรหายากหรือสมุนไพรทั่วไป มันสามารถนำไปขายเพื่อแลกกับสิ่งที่เขา้าได้เสมอ
“ช่างเถอะ.. เก็บพวกมันไปด้วยเลยละกัน”
“ยังไงสิ่งที่ข้า้ามากที่สุดตอนนี้ก็คือทรัพยากรในการใช้จ่าย!”
ไม่นาน ชายหนุ่มก็กวาดสมุนไพรทั้งหมดลงในถุงผ้า
ก่อนจะผูกมันไว้กับร่างกายของตนเองอย่างแ่า
เขาเหลือบมองไปรอบๆอีกครา ห้องลับที่เคยเป็สถานที่เก็บสมบัติของหัวหน้าโจร บัดนี้มันกลับกลายเป็เพียงห้องที่ว่างเปล่า
เทียนจุนมิได้เหลียวกลับมามองอีกแม้แต่น้อย ก่อนจะหมุนตัวและก้าวเดินออกไป
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว นี่เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะเมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตน
พวกเขาย่อมต้องมีเส้นทางให้เลือกเดินอีกมากมาย ซึ่งโดยหลักแล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็ สามแนวทางหลัก
แนวทางแรก: ผู้ฝึกตนปราณเซียนเส้นทางของผู้ฝึกตนที่พัฒนาตนเองผ่านการบ่มเพาะปราณเซียนในร่างกาย
พวกเขาเน้นการฝึกฝนพลังของตนเองโดยตรง เพื่อให้สามารถควบคุมปราณเซียนให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ การเดินบนเส้นทางนี้คือการไล่ล่าพลังอำนาจเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง
แนวทางที่สอง: ผู้หลอมเซียนหรือก็คือผู้บำเพ็ญเพียรที่มีคุณสมบัติพิเศษของจิติญญาสูง
พวกเขาสามารถใช้พลังของตนเอง หลอมทรัพยากรต่างๆให้กลายเป็เม็ดยาที่ล้ำค่า
ว่ากันว่าการจะเป็ผู้หลอมเซียนได้นั้น ในหมู่ผู้ฝึกตนนับพันคน อาจมีเพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้นที่สามารถกลายมาเป็ผู้หลอมเซียนได้ เพราะการฝึกฝนแขนงนี้ต้องใช้พร์ที่หาได้ยากและความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับพลังแห่งธรรมชาติ
แนวทางสุดท้าย: ผู้หลอมอาวุธเส้นทางของผู้บำเพ็ญเพียรที่เชี่ยวชาญการสร้างอาวุธหลากหลายประเภท
ผู้หลอมอาวุธเหล่านี้สามารถใช้พลังเซียนของตนเองตีขึ้นเป็อาวุธที่แข็งแกร่งเหนือธรรมชาติ
ยิ่งพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งสามารถสร้างอาวุธที่ทรงพลังจนสามารถทำลายล้างทั้ง์และปฐีได้
“ผู้ฝึกตน.. ผู้หลอมเซียน.. ผู้หลอมอาวุธ..”
เทียนจุนคิดออกมาพลางไตร่ตรอง ตอนนี้เขาเลือกเส้นทางของตนเองั้แ่แรกแล้ว เส้นทางของเขาคือเส้นทางแห่งพุทธะ เส้นทางของผู้ที่บำเพ็ญเพียรเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองและควบคุมพลังพุทธะให้อยู่ในระดับสูงสุด
“ไม่ว่าพวกมันจะเก่งกาจเพียงใด... แต่สุดท้ายข้าจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเส้นทางบำเพ็ญเพียรนี้!”
เสียงของเขาแฝงไปด้วยความแน่วแน่ ไม่หวั่นเกรงต่ออุปสรรคที่อยู่ข้างหน้า
และในวินาทีนี้เอง การเดินทางของเทียนจุนก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ผ่านไปชั่วครู่ใหญ่ๆ บนเส้นทางระหว่างเมือง เทียนจุนกำลังควบม้าตัวหนึ่ง ม้าศึกที่เขา "ปล้น... ไม่ใช่สิ ยืม" มาจากค่ายโจรที่พังทลาย
เสียงกีบเท้าของมันกระแทกกับพื้นดินเป็จังหวะมั่นคง ฝุ่นทรายฟุ้งกระจายไปทั่วทุกย่างก้าว
ตัวตนของเขากำลังมุ่งหน้าไปยังอาณาเขตเมืองั หนึ่งในเมืองใหญ่ที่ผู้บำเพ็ญเพียรนับไม่ถ้วนล้วนใฝ่ฝัน
เมืองแห่งนี้ยิ่งใหญ่กว่าเมืองเทียนตง บ้านเกิดของเขาหลายเท่าตัว ทั้งในแง่ของขนาด พลังอำนาจ และทรัพยากร
เป้าหมายของชายหนุ่มในครานี้คือ สำนักั หนึ่งในสี่สำนักใหญ่ของแคว้นกวางโจ่ว
ต้องบอกก่อนว่า แคว้นกวางโจ่วนั้นเป็แคว้นที่อ่อนแอที่สุดในบรรดานับร้อยแคว้นที่มีอยู่บนทวีปั์
ความอ่อนแอของพวกเขาทำให้ไม่ได้รับการยอมรับจากแคว้นที่แข็งแกร่งกว่าในภาคกลางและภาคเหนือของทวีป
ถึงกระนั้น แม้กวางโจ่วจะเป็แคว้นที่อ่อนแอ ทว่าพวกเขาก็ยังคงมีขุมพลังของสำนักและนิกายที่ถือเป็เสาหลักของแคว้น
โดยเฉพาะสี่ขุมพลังที่ปกครองอยู่เหนือทุกสิ่ง
สำนักั สำนักสุริยันจันทรา สำนักวารีเหมันต์ สำนักวายุโลหิต
ทั้งสี่สำนักนี้ล้วนเป็ขุมพลังที่แข็งแกร่ง ผู้บำเพ็ญเพียรมากมายต่างอยากเข้าร่วม เพื่อฝึกฝนพลังและแสวงหาโอกาสในการก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์และความรู้ล้ำลึก สำนักเหล่านี้สามารถหล่อหลอมให้ผู้ฝึกตนธรรมดาเติบโตขึ้นเป็จอมยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่
การได้เป็ศิษย์ของสำนักเหล่านี้ ย่อมแตกต่างจากการเป็เพียง ผู้บำเพ็ญเพียรพเนจร ที่ต้องดิ้นรนเพื่อหาทรัพยากรโอกาสในการฝึกฝน
แต่นอกจากสำนักใหญ่ทั้งสี่แล้ว ภายในแคว้นกวางโจ่วยังมีราชวงศ์กวางโจ่ว
ซึ่งเป็ผู้ปกครองสูงสุดของแคว้น และ ตระกูลชนชั้นนำมากมายที่มีอิทธิพลเหนือพื้นที่ต่างๆ
ถึงราชวงศ์กวางโจ่วจะไม่ได้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับราชวงศ์ของแคว้นมหาอำนาจอื่นๆ แต่พวกเขาก็ยังคงเป็ศูนย์กลางของอำนาจทางการปกครอง และเป็ผู้ที่ควบคุมสมดุลของขุมพลังภายในแคว้น พวกเขามีกองกำลังของตนเอง และยังมีขุมพลังลับที่ไม่สามารถมองข้ามได้
กวางโจ่ว.. ขุมพลังทั้งสี่ สำนักอันแข็งแกร่ง ราชวงศ์ที่ปกครอง และตระกูลชนชั้นนำที่แฝงเร้น
“ที่แห่งนี้.. เป็เพียงจุดเริ่มต้นของข้าเท่านั้น!”
“เพราะเป้าหมายของข้าคือ.. การกลับไปยังอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ยังไงละ!”
เสียงของเทียนจุนดังขึ้นท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน
ราวกับเป็คำประกาศว่า นับจากนี้ไป ชื่อของเขาไท่ซวนเทียนจุนจะต้องสั่นะเืทั่วทั้งแคว้นและทวีป