ขบวนเหล่าทหารของแคว้นเมืองโจว กำลังเดินทางเคลื่อนย้ายเข้ามายังเมืองหลวงบรรยากาศรอบ ๆ เมืองมีเหล่าราษฎร์มารอรับการกลับมาของแม่ทัพหญิงจิ่นเย่วผู้งด งามและยังเป็ผู้ป้องกันภัยให้กับบ้านเมืองอีก
ในเมืองหลวงเหล่าบรรดาบุรุษจากตระกูลร่ำรวยและขุนนางทั้งหลายต่างพากันมาเชยชมใบหน้าอันงดงามของนางและยัง้าที่จะหมายปรองดองกับ 'ตระกูลจิ่น' กันทั้งนั้นเพราะชื่อเสียงของนางนั้นดังกังวาลไปทั่วเมืองหลวงหนิงเฉิงได้ยินและเห็นดังนั้นจึงเอ่ยคำพูดแซวนาง ออกมา
"ยินดีกับแม่นางจิ่นด้วยมีแต่คนสรรเสริญแม่นางจิ่นกันทั้งนั้นและยังมีเหล่าพวกบรรดาบุรุษมายืนรายล้อมเพื่อยลโฉมของท่านทั้งนั้นเลย" หนิงเฉิงพูดจบ
เขาก็มองมาที่ใบหน้าของหน้าจิ่นเย่วเพื่อดูอาการของนางว่าจะรู้สึกเป็เช่นไรจิ่นเย่วได้ยินและเห็นดังนั้นนางเลยพูดตอบเขากลับไปด้วยสีหน้าเฉยชาและหันมามองหน้าของหนิงเฉิง
"ตัวข้าหาได้สนใจไม่ก็แค่พวกบุรุษที่หวังจะเข้ามาหมายเกาะและพึ่งพาตระกูลจิ่นของข้าก็เท่านั้นพวกเขาหาได้สนใจและรักข้าอย่างจริงใจและตัวข้าเองก็หาได้สนใจพวกบุรุษแบบนั้นเลยสักนิด" จิ่นเย่วบอก
จากนั้นนางก็หันหน้าหนีเขาและหันไปมองทางอื่น หนิงเฉิงได้ยินคำพูดของนางและจ้องมองนาง
"ถ้าเช่นนั้นแม่นางจิ่นท่านชอบและสนใจบุรุษแบบใดกันเล่า" หนิงเฉิงถามนาง
เขาส่งรอยยิ้มแบบเ้าเล่ห์ใส่จิ่นเย่วนางหันมาสบตากับหนิงเฉิงแล้วใบหน้าของนางก็แดงระเรื่อขึ้นมาพอนางได้สติก็หลบสายตาหันหน้าหนีไปทางอื่น
"ไม่..ข้าไม่สนผู้ใดและก็ไม่คิดจะมีใจให้ผู้ใดด้วย"จิ่นเย่วบอกเขา
หนิงเฉิงพอได้ฟังดังนั้นก็แอบรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเพราะตัวของเขาเองก็แอบหวังว่านางนั้นอาจจะมีความ รู้สึกนิด ๆ กับเขาบ้างและคำตอบอาจใกล้เคียงกับเขาแต่ก็ช่างเหอะพึ่งจะเคยพบหน้ากันแค่วันสองวันถ้านางจะบอกว่าชอบเขาเขาก็คงไม่เชื่อหรอกหนิงเฉิงบ่นกับตัวในใจ
เมื่อเข้าเมืองหลวงมาได้สักพักรถม้าก็มาหยุดตรงหน้าจวนตระกูลจิ่นหน้าประตูจวนมี "จิ่นเซียง" บิดาของนางและ"ฮูหยินลิ่ว"มารดาของจิ่นเย่วและยังมีหนี่เอ๋อร์คนรับใช้คนสนิทของนางมายืนต้อนรับ
จิ่นเย่วลงจากรถม้าก็รีบวิ่งเข้ามาสวมกอดบิดาและมารดาด้วยความคิดถึงโดยลืมไปว่ามีหนิงเฉิงติดตามกลับ มากับนางด้วยหนิงเฉิงเดินลงจากรถม้าก็ยืนงง ๆ มองไปที่จิ่นเย่ว บิดาและมารดาของจิ่นเย่วมองไปที่หนิงเฉิงแล้วเอ่ยถามจิ่นเย่ว
"จิ่นเย่ว!บุรุษผู้นี้คือผู้ใดกันเหตุใดเ้าจึงพาบุรุษกลับมาด้วยหรือว่าจะเป็เชลยแคว้นอื่นอย่างนั้นรึทำไมเ้าถึงพากลับมาที่จวนของเราหรือว่าเ้า…"ฮูหยินลิ่วใไม่กล้าเอ่ยต่อจึงเอามือปิดปากตัวเอง
จิ่นเย่วเห็นอาการของมารดาที่ใแบบนั้นนางจึงรีบอธิบายกับบิดาและมารดาของนางทันที
"ไม่ใช่นะท่านแม่หนิงเฉิงคือท่านหมอประจำกองทัพข้าช่วยเขาจาแม่น้ำขึ้นมาและเห็นว่าเขามีความสามารถที่รักษาคนเจ็บได้ข้าก็เลยแต่งตั้งให้เป็หมอประจำกองทัพเพื่อรักษาพวกหล่าทหารในกองทัพ" จิ่นเย่วบอกกับมารดาของนาง
จิ่นเซียงและฮูหยินลิ่วได้ยินที่บุตรสาวของเขาบอกก็พยักหน้าตอบรับแล้วหันไปมองสำรวจหนิงเฉิงจิ่นเย่วเห็นดังนั้นเลยเรียกให้หนิงเฉิงมาคำนับบิดามารดาของนางและแนะนำให้รู้จักกัน
"หนิงเฉิง..นี่คือท่านพ่อท่านแม่ของข้า" จิ่นเย่วบอกกับเขา
หนิงเฉิงได้ยินเช่นนั้นก็รีบเดินมาคำนับผู้าุโทั้งสองแล้วหนิงเฉิงก็แนะนะตัวกับท่านพ่อท่านแม่ของจิ่นเย่วทันที
"ข้าน้อยขอคำนับท่านอวุโสทั้งสอง..ข้าชื่อหนิงเฉิงขอรับ" หนิงเฉิงแนะนำตัว
เขาทำการโค้งคำนับบิดามารดาของจิ่นเย่วพร้อมกับส่งยิ้มให้ทั้งสองจิ่นเย่วมองตามและรู้สึกโล่งใจทั้งสองให้ทั้งพวกเขาทั้งสองไปพักผ่อนพร้อมจัดห้องพักให้หนิงเฉิง
หนิงเฉิงรู้สึกดีกับพวกเขาทั้งสองและขอตัวไปนอนพักเพื่อจะได้มีแรงเพราะว่าเขารู้สึกเหนื่อยจากการเดินทางมากจิ่นเย่วก็รู้สึกเช่นกันคืนนี้พระจันทร์สาดส่องแสงเข้ามาในห้องทำให้หนิงเฉิงและจิ่นเย่วนอนหลับสบาย