บทที่ 9 เรตติ้งะเิ
ใน่ปีใหม่จะเป็่ที่มีจำนวนผู้เข้าชมออนไลน์ของสถานีโทรทัศน์มากที่สุด ส่วนในเวลาปกติสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นทั่วไปแทบจะไม่ต้องฝันเลยว่าจะให้มีคนดูออนไลน์ถึง 2 หมื่นคน
ปัจจุบันรายการที่สามารถทำยอดคนดูออนไลน์ได้ถึงระดับนี้ มีเพียงรายการวาไรตี้บันเทิงแบบไม่ต้องใช้สมองอย่างรายการของเซียวสืออีเท่านั้นที่ทำได้
ใครจะไปคิดว่ารายการถอดรหัสวิทยาศาสตร์รายการหนึ่ง จะสามารถทำให้ยอดคนดูออนไลน์พุ่งทะยานเป็เส้นตรงได้ขนาดนี้
นอกจากนี้เหล่าหวังยังไม่ได้นับรวมจำนวนคนในห้องไลฟ์สดทางอินเทอร์เน็ตที่ตามมาภายหลังด้วย เนื่องจากเป็สถานีโทรทัศน์ของรัฐทำให้ไม่สามารถรับเงินโดเนทได้ ดังนั้นส่วนนั้นจึงถูกตัดออกไปโดยปริยาย
เมื่อได้ยินทั้งหมด เซียวสืออีและหวังหลินต่างมองไปยังหน้าจอขนาดใหญ่ด้วยความตกตะลึง "สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น แถมยังเป็่ค่ำ แต่มีคนดูออนไลน์ถึง 8 แสนคน!"
"ฉันจัดรายการไซไฟรอบดึก มีพล็อตใหม่ มีเซตติ้งใหม่ มีคาแรกเตอร์ใหม่ รายการวิทยุของฉันที่มีคนฟังก็ยังทำยอดคนดูออนไลน์ให้ถึงระดับที่อาจารย์เจียงทำได้ไม่ได้เลย!"
พวกเขารู้ว่าตัวเองต้องแพ้แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะแพ้ยับเยินขนาดนี้!
ในตอนนั้นเองเหล่าหวัง ผู้รับผิดชอบด้านเรตติ้งถามต่อว่า "ผู้อำนวยการครับ อาจารย์เจียงเจ๋อเหมือนจะเป็พิธีกรแทนชั่วคราว หลังจากครั้งนี้จะให้บรรจุเป็พนักงานประจำเลยไหมครับ?"
พอคำนี้หลุดออกมามุมปากของเหล่าจ้าวก็กระตุกโดยไม่รู้ตัว ผลงานออกมาขนาดนี้แล้วนายยังจะมาถามฉันอีกเหรอว่าจะบรรจุไหม นี่ใช่คำถามที่คนปกติเขาถามกันไหม รางวัลชมเชยยังเตรียมไม่ทันเลยด้วยซ้ำ!!
ขณะที่เขากำลังจะตอบ โทรศัพท์มือถืออีกเครื่องในกระเป๋าก็แผดเสียงดังขึ้นมา พอหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็สายจากกองบริหารวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติเมืองซู "ผู้ใหญ่คนไหนโทรมากันนะ?"
หน่วยงานระดับสูงของสถานีวิทยุและโทรทัศน์รวมเมืองซู คือสำนักวัฒนธรรมกองบริหารวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติและการท่องเที่ยวเมืองซู
เขารีบกดรับสาย "ท่านผู้นำ มีอะไรให้รับใช้ครับ?"
"จ้าวิ ฉันหลิวกว่างอี้ ผู้รับผิดชอบกองบริหารวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติเมืองซู ทางเราเห็นว่าจำนวนคนดูออนไลน์ของรายการ่ค่ำที่สถานีของนายมันดูไม่ปกติ"
"ถ้าบอกว่าเมื่อวานยอดคนดูของพวกนายพุ่งเป็เส้นตรงวันนี้มันพุ่งทะยานเป็เส้นโค้งชัด ๆ แต่ฉันยังไม่ได้อนุมัติงบประชาสัมพันธ์ให้เลยนะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
คำพูดนี้แสดงให้เห็นว่าผู้บังคับบัญชารู้สึกว่าสถานีโทรทัศน์เมืองซู่ค่ำมีอะไรไม่ชอบมาพากล เพราะผู้อำนวยการบางคนเพื่อที่จะรักษาเรตติ้งรายการจะจ้างหน้าม้ามาปั่นยอดวิว ซึ่งนี่เป็พฤติกรรมที่เลวร้ายและไม่อนุญาตให้เกิดขึ้นในสถานีโทรทัศน์ของรัฐ
สิ้นคำพูดไม่เพียงแต่เหล่าจ้าวแม้แต่ผู้บริหารคนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าไม่พอใจ
เบื้องบนไม่ให้งบ แล้วพวกเราจะสร้างปาฏิหาริย์เองไม่ได้เลยใช่ไหม หรือในสายตาผู้ใหญ่ความพยายามของผู้น้อยไม่มีความหมายงั้นเหรอ ต้องรอให้ผู้ใหญ่โอนงบมาให้ก่อนพวกเราถึงจะมีคนดูได้งั้นสิ!
นี่คือเสียงในใจของผู้นำทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้น
เหล่าจ้าวทำสีหน้าจริงจัง "ผมเข้าใจความกังวลของท่านครับ เนื่องจาก่นี้ผมได้ปฏิรูปรายการที่ผมดูแลอยู่ครับ"
"โอ้? ปฏิรูป ปฏิรูปยังไง?"
"สถานีโทรทัศน์อื่นให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์หลากหลายด้าน แต่ความรู้นั้นซับซ้อนและเข้าใจยาก ในฐานะผู้ฟังมันไม่น่าสนใจเลยเรตติ้งจึงไม่สูงตามธรรมชาติ แต่ทางเรามีพิธีกรแทนชั่วคราวคนใหม่เข้ามา เขาชื่อ 'เจียงเจ๋อ' เป็ชายหนุ่มที่มีความสามารถมากครับ"
"ระดับความรู้ของเขาอยู่ในขั้นสูงสุด การบรรยายก็ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย เรตติ้งคืนนี้เขาเป็คนดึงขึ้นมาด้วยตัวคนเดียวเลยครับ"
พอพูดจบฝั่งตรงข้ามก็เงียบไป ครู่หนึ่งต่อมาน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อก็ดังขึ้น "อะ... อะ... อะไรนะ ใช้ตัวคนเดียวทำลายสถิติเรตติ้งรายการที่นายบอกว่าปฏิรูปได้เป็สิบ ๆ เท่าเลยเหรอ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นความหนักใจของเหล่าจ้าวก็มลายหายไปเสียที ผู้นำเหล่านี้รับมือยากที่สุด เขาจึงต้องพูดความจริง
"ใช่ครับ ท่านผู้นำ"
"เดี๋ยวก่อน นายบอกว่าเขาเป็แค่พิธีกรแทนชั่วคราวเหรอ?"
"คือ..."
ไม่รอให้เหล่าจ้าวอธิบายต่อ ผู้นำฝั่งตรงข้ามก็พูดอย่างตื่นเต้นว่า "ถ้านายยืนยันว่าเื่นี้เป็ความจริง ทางเรายินดีจะให้สิทธิ์เขาเข้าสู่กลุ่มสื่อสารมวลชนกองบริหารวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติโดยตรง การพัฒนาทางฝั่งเราจะดีกว่าสำนักงานใหญ่เมืองซูในนามของนายมาก..."
ก่อนที่คำพูดดึงตัวคนจะจบลง เหล่าจ้าวก็แสร้งทำเป็สัญญาณไม่ดี "อะไรนะ ๆ ฟังไม่ค่อยถนัดเลย ตกรางวัลอะไรกัน... ไม่ต้องหรอก สัญญาณไม่ดีแล้ว แค่นี้ก่อนนะ!"
หลังจากวางสาย ผู้นำทุกคนต่างพูดด้วยความโกรธแค้น
"อะไรกันเนี่ย? พวกเราเพิ่งจะเริ่มตั้งตัวได้ ยังกล้ามาดึงตัวคนของฉันไปต่อหน้าต่อตาเลยเหรอ?"
"ฉันเกลียดระบบราชการแบบนี้ที่สุดเลย"
เซียวสืออีพูดว่า "ช่วยไม่ได้หรอก ของดียังไงก็ต้อง... ไม่ใช่สิ ต้องเปล่งประกาย"
"เห็นด้วย" หวังหลินน้ำลายไหลด้วยความอิจฉา
เมื่อทุกคนสงบสติอารมณ์ได้ เหล่าจ้าวและหวังกั๋วเซิ่งกลับมีสีหน้าครุ่นคิด นี่เป็โอกาสของเจียงเจ๋อแม้พวกเขาจะไม่พอใจท่าทีของผู้นำเบื้องบนแต่เจียงเจ๋อก็ควรมีสิทธิ์ได้รับรู้เื่นี้
แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ต้องรอให้รายการจบก่อน
ในขณะนั้น เหล่าจ้าวได้โทรศัพท์ไปหาผู้รับผิดชอบหลังบ้านเพื่อให้แจ้งเจียงเจ๋อ โดยสั่งว่า "ถ้าเป็ไปได้ ให้เจียงเจ๋อเฉลยตอนจบของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ในคืนนี้เลย เรตติ้งจะได้ะเิอีกรอบก่อนรายการจบ"
ในใจของเหล่าจ้าว เขาเชื่อแล้วว่าเจียงเจ๋อรู้คำตอบของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ จริง ๆ!
...
"เอาละ ใกล้ถึงเวลาแล้วนะครับ" เจียงเจ๋อยกมือขึ้นดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ เหลือเวลาอีกไม่มากก่อนรายการจะจบ ยังเหลือเวลาสำหรับโทรศัพท์อีกสามสาย
ทันใดนั้นเสียงจากผู้รับผิดชอบหลังบ้านก็ดังขึ้นในหูฟัง "อาจารย์เจียงครับ ได้รับอนุญาตจากเบื้องบนแล้ว ใน่ตอบคำถามทางโทรศัพท์ อนุญาตให้คุณยืดเวลาได้นานขึ้น ผู้อำนวยการจ้าวอยากให้อาจารย์เจียงให้คำตอบของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ครับ"
เมื่อได้รับคำสั่งเจียงเจ๋อแตะหูฟังเบา ๆ เพื่อแสดงว่ารับทราบ เขาหันหน้าเข้าหากล้องพร้อมรอยยิ้ม "วันนี้เนื่องจากเวลามีจำกัด ผมจะนำคำตอบของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ไปไว้ใน่ตอบคำถามนะครับ ตอนนี้เรามาสรุปประเด็นสำคัญของวันนี้กันเถอะครับ"
"ข้อ 1 ในโลกจุลภาค การเลือกแบบหน่วงเวลาเชิงควอนตัมสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในอดีตได้ นั่นคือการทดลองทางเลือกหน่วงเวลาเชิงควอนตัมของวีเลอร์ เพราะในโลกจุลภาค อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ไม่ได้เข้มงวดนัก"
"ยกตัวอย่างเช่น ถ้าก่อนเริ่มรายการโทรทัศน์ มีบางคนในพวกคุณสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกจุลภาคได้ ที่นั่นพวกคุณจะมีวิธีการทางวิทยาศาสตร์แบบไหนกันบ้าง?"
"สมมติว่าคุณคือเสี่ยวิ คุณใช้ชีวิตอยู่ในโลกจุลภาคเราจะไม่สนใจว่าเสี่ยวิในโลกจุลภาคจะเป็รูปคนหรือทรงกลม ไม่ต้องสนใจเลย"
"เขาก็คือเสี่ยวิ เขากำลังดูโทรทัศน์อยู่ แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือเสี่ยวิสามารถใช้สถานะปัจจุบันดูรายการของเมื่อ 10 วันก่อน และเขายังสามารถส่งข้อความแชทในสถานะปัจจุบันเพื่อสื่อสารกับคนเมื่อ 10 วันก่อนได้"
"หากเขาเบื่อแล้ว เขายังสามารถใช้สถานะปัจจุบันปรับไปดูรายการของอีก 10 วันข้างหน้า และสื่อสารกับคนในอนาคตในสถานะปัจจุบันได้ เป็ต้น"
"เื่นี้ในมุมมองของพวกเราเป็สิ่งที่ไม่อาจเข้าใจและจินตนาการได้ แต่ในโลกจุลภาคข้อจำกัดของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตนั้นไม่ได้มีมากนัก" พอพูดจบ ทุกคนต่างสูดหายใจเข้าด้วยความตกตะลึง
[คอมเมนต์ : สุดยอด โลกจุลภาคนี่มีความสุขจังเลย!]
[คอมเมนต์ : พวกเขาไม่กลัวโลกยุบตัวเหรอ?]
[คอมเมนต์ : พิธีกรเจียงบอกแล้ว ยุบหรือไม่ยุบก็ช่างเถอะ ไม่สำคัญหรอก โลกจุลภาคเขาไม่สนใจกฎของโลกมหภาคพวกนี้]
[คอมเมนต์ : โลกจุลภาคนี่มันดีจริง ๆ!]
"ข้อ 2 หลานที่ใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันสามารถใช้การเลือกแบบหน่วงเวลาเพื่อเปลี่ยนแปลงความเป็ความตายของปู่ในอดีตได้ ส่วนจะเปลี่ยนได้อย่างไรนั้น ปัจจุบันเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ยังไม่มีเครื่องจักรที่สามารถทำได้ แต่ก็ไม่เป็อุปสรรคต่อการถอดรหัสของสถานการณ์ของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์"
"ข้อ 3 การทดลองสลิตคู่กับสถานะซ้อนทับ และการยุบตัวของสถานะซ้อนทับ เื่ ฮ่องเต้ ขันที และท่านผู้ว่าการ"
"เอาละ ต่อไปเชิญโทรมาที่เบอร์ด้านล่างหน้าจอ เพื่อถามคำถามผมได้เลยครับ"
...
ในขณะนี้ ภายในห้องควบคุมและตรวจสอบหลังบ้าน
เหล่าหวังมองดูเส้นกราฟในเครื่องตรวจสอบที่ยังคงพุ่งสูงขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เรียกได้ว่าเจียงเจ๋อเพียงคนเดียวก็สามารถดึงเงินเดือนของคนทั้งสถานีโทรทัศน์ให้สูงขึ้นได้
ถ้าเป็แบบนี้อีกสักสองสามครั้ง พวกเอเจนซี่โฆษณาไม่คลั่งตายเหรอ ถึงตอนนั้นทั้งสถานีคงต้องประคบประหงมเจียงเจ๋อเหมือนเป็ลูกน้อยแน่ ๆ
ไม่นานเขาก็สงบสติอารมณ์ลง "ความรุ่งเรืองมันก็แค่ภาพลวงตาเป็ไปไม่ได้ที่จะมีคนคนเดียวพลิกสถานการณ์ได้ขนาดนี้ ฉันต้องคิดมากไปแน่ ๆ เื่นี้ต้องเป็เื่ปลอม ฉันต้องกำลังฝันอยู่แน่ ๆ!"
ยังไม่ทันที่เขาจะคร่ำครวญต่อ และคิดว่าโชคดีคงไม่ตกมาถึงหัวเขา ประตูห้องควบคุมและตรวจสอบก็ถูกผลักเปิดออก เป็ผู้หญิงในชุดสูทสีดำจากแผนกบริการลูกค้า
"หัวหน้าหวังคะ ปกติทางแผนกบริการลูกค้าไม่มีคนโทรเข้ามาเลย แต่ตอนนี้บ้ากันไปหมดแล้วค่ะ โทรศัพท์ในแผนกบริการลูกค้าดังระงมไม่หยุดเลยค่ะ!"