ร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ

    ตอนที่ 3: พนักงานใหม่และข้าวผัดไข่จานแรก

    แสงแดดอุ่นยามเช้าทอผ่านหน้าต่างกระจกบานเก่า เข้ามาในร้านหลบมุมคาเฟ่

     

    นนท์ขยับแว่นสายตาทรงกลมพลางใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ เช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์ไม้สีเข้มอย่างใส่ใจ

     

    กลิ่นน้ำยาเช็ดกระจกจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้เก่า ลอยอบอวลอบอุ่นในอากาศ

     

    ร้านฝั่งโลกมนุษย์ยังคงเงียบสงบเช่นเคย

     

    ทว่าประตูด้านหลังร้านกลับส่งเสียงแ๶่๥เบาขึ้นมา

     

    *แกรก...*

     

    บานประตูไม้ที่ถักทอจากกิ่งไม้โบราณเรืองแสงสีเขียวอ่อนจางๆ

     

    มันกำลังเปิดเชื่อมโยงเข้ากับมิติป่าดึกดำบรรพ์

     

    "อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่นนท์!"

     

    เสียงใสของเอลวิน่าดังแว่วมาจากบันไดชั้นบน

     

    นนท์หันไปมองแล้วอมยิ้มบางๆ เมื่อเห็นเอลฟ์สาวในชุดพนักงานใหม่

     

    เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีครีมพาสเทล สวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลอ่อน

     

    มีกระเป๋าใส่สมุดจดออเดอร์ใบเล็กคาดอยู่ตรงเอวบาง

     

    เรือนผมสีเงินสว่างรวบไว้อย่างเรียบร้อยใต้ผ้าโพกผมสีชมพูอ่อน ปักลายไม้เท้าเวทมนตร์อันจิ๋ว

     

    ใบหูเรียวยาวขยับไปมาอย่างตื่นเต้น ขณะก้าวลงมาหยุดตรงหน้าเขา

     

    "ชุดนี้สบายตัวจังเลยค่ะ แถมยังมีกลิ่นหอมของสายลมฤดูใบไม้ผลิด้วย"

     

    เธอพูดพลางหมุนตัวโชว์อย่างกระตือรือร้น

     

    นนท์ยิ้มรับพลางจัดผ้ากันเปื้อนลายแมวส้มของตัวเองให้เข้าที่

     

    "ชุดนี้เป็๲เครื่องแบบที่ระบบมอบให้พนักงานครับ มันจะปรับขนาดและอุณหภูมิให้เข้ากับผู้สวมใส่โดยอัตโนมัติ"

     

    "สุดยอดไปเลยค่ะ! มนตราของดินแดนนี้ช่างลึกล้ำยิ่งนัก"

     

    เอลวิน่าประนมมือไหว้เลียนแบบท่าทางของนนท์อย่างมีมารยาท

     

    นนท์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะกวักมือเรียกเธอเข้ามาในส่วนของครัวฝั่งมนุษย์

     

    "วันนี้เป็๲วันแรกที่คุณจะเริ่มงานเสิร์ฟอย่างเป็๲ทางการนะเอลวิน่า"

     

    "ก่อนอื่น... พี่ต้องสอนวิธีใช้อุปกรณ์ครัวและกฎความปลอดภัยของโลกมนุษย์ก่อนครับ"

     

    เอลวิน่าพยักหน้ารับคำอย่างตั้งใจ ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างจดจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเขา

     

    นนท์ชี้ไปที่กล่องเหล็กสี่เหลี่ยมสีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง

     

    "นี่คือตู้เย็นครับ เป็๲อุปกรณ์ที่เอาไว้เก็บรักษาวัตถุดิบให้สดใหม่เสมอโดยใช้ความเย็น"

     

    เอลวิน่าลองเอื้อมมือไปแตะบานประตูโลหะสีขาว

     

    เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อ๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความเย็นเยือก

     

    "ไม่มีกระแสมานาไหลเวียนเลย... แต่มันกักเก็บความเย็นได้คงที่ขนาดนี้เชียวหรือคะ?"

     

    "ใช่ครับ มนุษย์โลกนี้ไม่มีเวทมนตร์ เราจึงใช้พลังงานที่เรียกว่าไฟฟ้าแทน"

     

    นนท์อธิบายอย่างเป็๲กันเอง ก่อนจะเปิดประตูตู้เย็นออก

     

    ไอเย็นสีขาวแผ่ซ่านออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมสะอาด

     

    ภายในตู้เรียงรายไปด้วยกล่องใส่ไข่ไก่สด ผักสดสีเขียว และเนื้อหมูสับที่จัดเตรียมไว้อย่างเป็๲ระเบียบ

     

    "ต่อไปคือเตาแก๊ส... ตัวนี้เป็๲จุดที่ต้องระวังที่สุดครับ"

     

    นนท์ขยับไปที่เตาแก๊สหัวคู่ข้างอ่างล้างจาน

     

    เขาหมุนลูกบิดเตาแก๊สทันที

     

    *แป๊ก!*

     

    เปลวไฟสีฟ้าครามลุกพรึบขึ้นมาเป็๲วงกลมล้อมรอบหัวเตา ส่งไอร้อนระอุขึ้นสู่ใบหน้า

     

    เอลวิน่าผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว หูเรียวยาวลู่ลงด้วยความ๻๠ใ๽

     

    "ไฟเกิดขึ้นโดยไม่ต้องร่ายมนตร์หรือใช้หินอัคคีเลยหรือคะ?"

     

    "ใช่ครับ แค่เปิดแก๊สแล้วให้ประกายไฟจุดชนวนก็เรียบร้อย"

     

    นนท์อธิบายพลางหมุนปิดวาล์ว เปลวไฟสีฟ้าพลันดับวูบลงในพริบตา

     

    "ควบคุมง่ายกว่าเวทมนตร์ไฟเยอะเลยใช่ไหมครับ"

     

    เอลวิน่าเอียงคอพยักหน้าช้าๆ สายตาเต็มไปด้วยความนับถือในปัญญาของมนุษย์ไร้เวทมนตร์

     

    "เอาล่ะ... ทีนี้มาลองทำอาหารเช้ากัน เมนูวันนี้คือข้าวผัดไข่ระดับเริ่มต้นครับ"

     

    นนท์หยิบกระทะเหล็กก้นลึกใบเขื่องขึ้นมาตั้งบนเตาแก๊ส

     

    เขาเปิดไฟกลางค่อนไปทางแรง รอจนกระทะเริ่มส่งไอร้อนจางๆ ออกมา

     

    นนท์เทน้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย จากนั้นตอกไข่ไก่สดสองฟองลงในชามใบเล็ก

     

    *ตอก!*

     

    ไข่แดงและไข่ขาวไหลลงสู่ถ้วยกระเบื้องอย่างงดงาม

     

    นนท์ใช้ตะเกียบตีไข่อย่างรวดเร็วจนเข้ากันเป็๲เนื้อเดียว

     

    *ซ่า!*

     

    เมื่อเทไข่ลงในกระทะเหล็กที่มีน้ำมันร้อนได้ที่ เนื้อไข่ฟูตัวขึ้นในทันทีพร้อมส่งกลิ่นหอมมันฟุ้งกระจาย

     

    นนท์ใช้ตะหลิวไม้ผัดยีไข่พอนุ่ม ไม่ยอมให้สุกจนเกินไป

     

    จากนั้นเขาเทข้าวสวยแช่เย็นที่หุงจากข้าวหอมมะลิไทยลงไปในกระทะ

     

    *ฉ่า!*

     

    เสียงข้าวสวยกระทบกับกระทะร้อนดังระงม นนท์สะบัดกระทะเหล็กด้วยข้อมือที่คล่องแคล่ว

     

    เมล็ดข้าวสีขาวร่วนซุยกลิ้งคลุกเคล้าไปกับไข่สีเหลืองทองอย่างทั่วถึง

     

    เขากระดกกระทะขึ้นลงอย่างเป็๲จังหวะ

     

    เมล็ดข้าวดีดตัวลอยเด่นในอากาศ ก่อนจะตกลงมาในกระทะอย่างแม่นยำ

     

    นนท์เหยาะซีอิ๊วขาวลงไปรอบๆ ขอบกระทะเหล็กร้อนๆ

     

    *ซ่า!*

     

    กลิ่นซีอิ๊วขาวที่๼ั๬๶ั๼ขอบกระทะร้อนจัด ส่งกลิ่นหอมกระทะไหม้จางๆ โชยเตะจมูกชวนน้ำลายสอ

     

    เขาสาดต้นหอมซอยสีเขียวสดลงไปปิดท้าย แล้วสะบัดกระทะอีกสองสามครั้งเพื่อผสมให้เข้ากัน

     

    กลิ่นหอมของกระทะเหล็กและไข่ทอดเคลือบเมล็ดข้าวลอยอบอวลไปทั่วห้องครัว

     

    มันเป็๲กลิ่นที่เรียบง่าย แต่กลับชวนให้รู้สึกโหยหาอย่างน่าประหลาด

     

    นนท์ตักข้าวผัดไข่สีเหลืองทองอร่ามลงในจานกระเบื้องสีขาวสะอาด

     

    เมล็ดข้าวทุกเม็ดถูกเคลือบด้วยไข่สีเหลืองวาววับ มีสีเขียวของต้นหอมตัดกันอย่างงดงาม

     

    "เสร็จแล้วครับ ข้าวผัดไข่ระดับเริ่มต้น"

     

    นนท์ยื่นจานข้าวผัดให้เอลวิน่าที่กำลังยืนกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่

     

    "หอมมากเลยค่ะ... กลิ่นนี้มันอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกเลย"

     

    เธอมองข้าวผัดไข่ตรงหน้าด้วยดวงตาเป็๲ประกาย

     

    ทว่า ก่อนที่เอลวิน่าจะได้กิน ประตูด้านหลังร้านที่เชื่อมกับป่าเอลฟ์พลันขยับส่งเสียง

     

    *กริ๊ง...*

     

    กระดิ่งลมสีทองเหลืองเหนือขอบประตูส่งเสียงกังวานใส

     

    บานประตูไม้เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างหนึ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา

     

    เขาเป็๲ชายหนุ่มสวมผ้าคลุมสีใบไม้แห้ง เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยเศษดินและรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้

     

    หูที่เรียวยาวและคันธนูไม้ที่สะพายอยู่บนหลัง บ่งบอกชัดเจนว่าเขาเป็๲เอลฟ์นักเดินทาง

     

    ใบหน้าของเขาซีดเซียว ดวงตาเหนื่อยล้าจนแทบจะปิด ร่างโงนเงนคล้ายจะล้มลงได้ทุกเมื่อ

     

    เอลฟ์หนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเอลวิน่าและนนท์ มือของเขาขยับไปแตะคันธนูโดยสัญชาตญาณ

     

    ทว่า ทันทีที่เขาก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา ร่างกายของเขากลับเบาหวิว

     

    ความตึงเครียดและความเหนื่อยล้าสะสมพลันเลือนหายไปจนหมดสิ้น ด้วยพลังวิเศษของเขตปลอดความรุนแรงภายในร้าน

     

    เขาลดมือลงจากคันธนู พลางมองไปรอบๆ ร้านไม้สีอบอุ่นด้วยความฉงน

     

    "ที่นี่... คือที่ไหนกัน? ข้าแค่เดินตามกลิ่นหอมประหลาดนี้มาจากกลางป่าหมอก..."

     

    น้ำเสียงของเขาแหบแห้งและเต็มไปด้วยความอ่อนล้า

     

    เอลวิน่าเห็นดังนั้นจึงรีบสลัดความตื่นเต้นทิ้ง แล้วสวมบทบาทพนักงานเสิร์ฟทันที

     

    "ยินดีต้อนรับสู่ร้านหลบมุมค่ะ! ที่นี่เป็๲สถานที่พักผ่อนที่ปลอดภัยที่สุดในมิติ"

     

    เธอพูดพลางเดินเข้าไปเชื้อเชิญลูกค้าอย่างสุภาพ

     

    "เชิญนั่งที่โต๊ะก่อนนะคะ ดูท่าทางคุณคงเดินทางมาเหนื่อยมากทีเดียว"

     

    เอลฟ์หนุ่มพยักหน้ารับอย่างเหม่อลอย เขาขยับไปนั่งที่โต๊ะไม้ตัวที่ใกล้ที่สุด

     

    เขาวางธนูลงบนเก้าอี้ข้างตัวอย่างผ่อนคลาย รู้สึกแปลกใจที่ความตึงเครียดตลอดสามวันในป่าอันตรธานหายไปสิ้น

     

    "ข้า... ข้าเหนื่อยเหลือเกิน เดินทางตามล่าสัตว์อสูรในป่าหมอกมาสามวันสามคืนโดยไม่ได้พัก"

     

    เขาพึมพำพลางสูดดมกลิ่นหอมในร้าน

     

    ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังจานข้าวผัดไข่สีเหลืองทองในมือของเอลวิน่าอย่างไม่อาจละสายตาได้

     

    "กลิ่นหอมนี่มัน... คืออาหารชนิดใดกัน? ข้าขอสั่งสิ่งนี้ได้หรือไม่?"

     

    นนท์ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ยิ้มรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

     

    "ยินดีครับ นั่นคือข้าวผัดไข่ครับ รอสักครู่นะครับผมจะปรุงจานใหม่ให้ทันที"

     

    นนท์หันกลับไปที่เตาแก๊ส เริ่มต้นกระบวนการผัดข้าวอีกครั้งอย่างพิถีพิถัน

     

    เสียงกระทะเหล็กและเสียงน้ำมันส่งเสียงฉ่าดังขึ้นอีกครั้ง เติมเต็มบรรยากาศในร้านให้อบอุ่นยิ่งขึ้น

     

    ไม่นาน ข้าวผัดไข่จานใหม่ที่ร้อนกรุ่นจนส่งควันฉุยลอยละล่อง ก็ถูกจัดวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเอลฟ์หนุ่ม

     

    "ข้าวผัดไข่ร้อนๆ ได้แล้วครับ ทานให้อร่อยนะครับ"

     

    นนท์เสิร์ฟพร้อมช้อนส้อมโลหะขัดเงา

     

    เอลฟ์หนุ่มมองช้อนโลหะด้วยความไม่คุ้นเคย ก่อนจะลองหยิบขึ้นมาตักข้าวผัดเข้าปากคำแรก

     

    เมล็ดข้าวนุ่มนวลที่เคลือบไข่จนชุ่มฉ่ำกระจายตัวอยู่ในปาก

     

    รส๼ั๬๶ั๼หอมเค็มกลมกล่อมจากซีอิ๊วขาว และกลิ่นไหม้จางๆ ของกระทะเหล็กแผ่ซ่านทั่วลิ้น

     

    *อึก...*

     

    เขากลืนข้าวผัดคำแรกลงคอไป

     

    ทันใดนั้น ดวงตาที่เคยเหนื่อยล้าของเอลฟ์หนุ่มพลันเบิกกว้าง

     

    เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงกระแสความอบอุ่นสายหนึ่ง แล่นพล่านจากกระเพาะอาหารแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน

     

    ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่สะสมมาหลายวัน ค่อยๆ คลายตัวออกราวกับน้ำแข็งที่ต้องแสงแดด

     

    "นี่มัน... เวทมนตร์รักษาระดับสูงอย่างนั้นหรือ?"

     

    เอลฟ์หนุ่มอุทานเสียงหลง พลางตักข้าวผัดคำที่สองและสามเข้าปากอย่างรวดเร็ว

     

    "ไม่ใช่เวทมนตร์หรอกครับ มันคือพลังของอาหารปรุงสดใหม่"

     

    นนท์ตอบพลางยิ้มละมุน

     

    เอลฟ์หนุ่มไม่ตอบคำถาม เขาตักกินข้าวผัดไข่คำแล้วคำเล่าราวกับคนอดอยากมาแรมปี

     

    รสชาติของข้าวหอมมะลิไทยที่มีความเหนียวนุ่มเฉพาะตัว ตัดกับความมันของไข่และต้นหอมสดทำให้เขาไม่อาจหยุดมือได้

     

    เพียงไม่กี่นาที ข้าวผัดไข่จานโตก็เหลือเพียงความว่างเปล่าสะอาดเกลี้ยงเกลา

     

    เขาวางช้อนลงพลางพิงพนักเก้าอี้ ใบหน้าที่เคยหมองคล้ำบัดนี้กลับมีเ๣ื๵๪ฝาดสีชมพูอ่อนขึ้นมา

     

    ร่างกายที่เคยล้าจนแทบขยับไม่ได้ กลับมารู้สึกกระปรี้กระเปร่าและเบาสบายอย่างเหลือเชื่อ

     

    [ติ้ง! ลูกค้าต่างโลกได้รับประทาน 'ข้าวผัดไข่ระดับเริ่มต้น' สำเร็จ]

     

    [ฟื้นฟูพลังกาย 5% และขจัดสถานะ 'เหนื่อยล้าสะสม' ออกทั้งหมด]

     

    [ได้รับค่าประสบการณ์ร้านค้า +50 EXP (จากความพึงพอใจเป็๲พิเศษของลูกค้า)]

     

    นนท์แอบมองหน้าจอระบบที่เด้งขึ้นมาในลานสายตาพลางลอบยินดีในใจ

     

    เอลฟ์หนุ่มหยิบกระเป๋าหนังใบเล็กข้างเอวออกมา เขาเปิดมันออกแล้วหยิบเหรียญโลหะสีทองแดงสองเหรียญวางลงบนโต๊ะ

     

    เหรียญนั้นสลักลวดลายกิ่งไม้และมีประกายมนตราสีเขียวเรืองรองจางๆ

     

    "ข้าไม่มีเงินของโลกนี้... นี่คือเหรียญทองแดงเวทมนตร์แห่งป่าดึกดำบรรพ์ มันพอจะจ่ายค่าอาหารจานนี้ได้หรือไม่?"

     

    นนท์เดินเข้าไปหยิบเหรียญทั้งสองขึ้นมา๼ั๬๶ั๼

     

    ความรู้สึกอุ่นๆ และพลังงานธรรมชาติแผ่ผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกาย

     

    [ติ้ง! ตรวจพบไอเทมชำระเงิน: เหรียญทองแดงเวทมนตร์ป่าดึกดำบรรพ์ 2 เหรียญ]

     

    [ระบบสามารถแปลงมูลค่าเป็๲เงินบาทได้ 800 บาท หรือแต้มมิติ 16 แต้ม]

     

    [ยืนยันการแลกเปลี่ยนเป็๲เงินบาทสำเร็จ]

     

    "พอแน่นอนครับ ขอบคุณมากสำหรับค่าอาหารนะครับ"

     

    นนท์ยิ้มพลางน้อมตัวเล็กน้อย

     

    เอลฟ์หนุ่มลุกขึ้นยืนพลางจัดผ้าคลุมและสะพายธนูอีกครั้ง

     

    เขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่หลังจากทานข้าวผัดจานนั้น

     

    "ข้าชื่อ 'คาเอล' เป็๲นักล่าแห่งสมาคมพิทักษ์ไพร... ข้าจะกลับไปบอกเพื่อนๆ นักเดินทางเกี่ยวกับร้านอาหารวิเศษแห่งนี้"

     

    "แล้วข้าจะกลับมาอีกแน่นอน เ๽้าของร้าน"

     

    คาเอลหันไปผงกศีรษะให้เอลวิน่าก่อนจะก้าวเดินออกไปทางประตูด้านหลังร้าน

     

    บานประตูปิดลงช้าๆ พร้อมแสงสีเขียวที่ดับวูบลงชั่วคราว

     

    "ทำได้ดีมากครับเอลวิน่า เสิร์ฟลูกค้าคนแรกได้เยี่ยมเลย"

     

    นนท์หันไปชมพนักงานใหม่ที่ยืนยิ้มแก้มปริ

     

    "ขอบคุณค่ะพี่นนท์! งั้น... หนูขอทานข้าวผัดจานนี้ได้หรือยังคะ?"

     

    เอลวิน่าชี้ไปที่จานข้าวผัดของเธอที่เริ่มจะเย็นลงเล็กน้อย

     

    นนท์หัวเราะพลางกวักมือเรียกเธอมานั่งทานที่เคาน์เตอร์


    วันแรกของการทำงานเริ่มต้นขึ้นแล้ว และร้านหลบมุมคาเฟ่ก็ได้รับหยาดเหงื่อและความสุขแรกจากต่างโลกอย่างงดงาม