ตอนที่ 22 แยกบ้าน
ทันทีที่คำพูดนี้ดังออกมา ฉาจื่ออันเป็คนแรกที่ตอบสนอง และเป็คนแรกที่พูดออกมา “ซานฉิง เื่แยกบ้านพวกเรา …”
หลิงซานฉิงถลึงตาใส่ เขาจึงเม้มปากทันใด จากนั้นนางก็เอ่ยคำพูดที่เหลือออกมาทันที
ฉาซื่อเบิกตากว้าง “ว่าอย่างไรนะ? เ้า้าแยกบ้านหรือ?” เสียงนั้นสูงขึ้นมากกว่าแปดระดับ
ยามนี้หลิงซานฉิงมีเงินและมีความสามารถ ขนาดยังไม่แยกบ้านก็ยังกินคนเดียว หากแยกบ้านกันแล้ว พวกเขาจะเหลืออะไร?
หลิงซานฉิงอยู่ในตระกูลฉา แม้ว่าจะทำให้พวกเขาไม่พอใจ แต่ยามใดที่มีชื่อเสียงเกียรติยศก็ยังอาศัยบารมีได้ ในเมื่อหาเงินมาได้มากมายจะไม่แบ่งให้หน่อยรึ? หากแยกออกไปจริง ๆ พวกเขาก็คงจะไม่เหลืออะไรเลย
เมื่อคิดเช่นนี้ สีหน้าของหยางซื่อก็เปลี่ยนไป นางก้าวขึ้นมาข้างหน้าด้วยรอยยิ้ม “น้องสะใภ้สาม เ้าก็พูดเป็เล่นไป แยกบงแยกบ้านอะไร เ้าสามกับพี่ชายทั้งสองมีสายเืเดียวกัน จะแยกบ้านกันได้อย่างไร หากเ้าโกรธสิ่งใดก็บอกข้าสิ เราไม่ควรแยกบ้านกันนะ”
เมื่อหลิวซื่อได้ยินคำพูดนี้ สายตาของนางก็เผยความเ้าเล่ห์ออกมา และเอ่ยขึ้นทันที “นั่นสิ หากบ้านเราแยกจากกันก็จะกลายเป็คนแปลกหน้ากัน เมื่อกลายเป็คนแปลกหน้ากันแล้วจะเรียกว่าครอบครัวได้อย่างไร แยกบ้านมันไม่ดีเลยนะ นอกจากแยกบ้านแล้ว น้องสะใภ้สามยังมีเงื่อนไขอื่นหรือไม่ บอกมาได้เลย”
ครอบครัวจะต้องไม่ถูกแยก นี่คือสิ่งที่แม่สามีกับลูกสะใภ้ทั้งสองมีความเห็นตรงกัน หากทั้งสามร่วมมือกัน เช่นนั้นความเป็ไปได้ก็จะยิ่งมีมากขึ้น
เพียงแต่สิ่งที่พวกนางคิดได้เผยออกมาทางสีหน้าหมดแล้ว คิดว่าจะไม่มีใครมองออกงั้นหรือ
แววตาหลิงซานฉิงแฝงไปด้วยความเ็า นางเอ่ยขึ้นอย่างเฉียบขาด “ไม่! ไม่มีเงื่อนไขอื่นแล้ว ครอบครัวนี้ต้องถูกแยก แต่จะไม่แยกก็ได้ พวกเ้าก็อย่าได้คิดที่จะแบ่งเงินเลย เราเป็ครอบครัวเดียวกันไม่ใช่รึ หากเป็ครอบครัวเดียวกันแล้วเอ่ยถึงเื่เงินก็คงจะเ็ปเกินไป เช่นนั้นก็ไม่แบ่งแล้วกัน”
คนโลภมักคิดแต่เื่เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เมื่อบอกว่าจะไม่แบ่งเงิน ก็เหมือนกับเฉือนเนื้อออกจากตัวพวกเขา และแย่งเงินออกไปจากมือ แต่กลับไม่มีใครคิดได้เลยว่าเงินนั้นไม่ใช่ของพวกเขามาั้แ่แรก
หลิวซื่อและหยางซื่อเหลือบมองหน้ากัน ทั้งสองต่างมองเห็นความรู้สึกเดียวกันผ่านสายตาของอีกฝ่าย พวกนางรู้ใจกัน และเริ่มเอ่ยออกมาทันที
หยางซื่อเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง นางใช้โอกาสนี้ใกล้ชิดสนิทสนมกับหลิงซานฉิง “น้องสะใภ้สาม พี่น้องแท้ ๆ ยังคิดบัญชีกันอย่างชัดเจน ดังนั้นเพื่อไม่ให้พวกเราทะเลาะกันเื่เงินนับจากนี้ หากสามารถแบ่งกันเร็วหน่อยก็แบ่งกันเถอะ นี่มันไม่มีสิ่งใดยากเลย?”
หลิงซานฉิงได้แต่ยิ้มเยาะ “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านกล่าวแล้วก็ไม่เป็ไร เช่นนั้นก็ถือว่าแยกบ้านไปเลยแล้วกัน พวกเ้าทำไปเพื่อเงิน หากแยกครอบครัวกันแล้วพวกเ้าก็จะได้รับเงินก้อนหนึ่งไม่ใช่รึ หรือพวกเ้าเห็นข้าเป็เครื่องหาเงิน? คิดแต่อยากได้โดยไม่ออกแรงใด ๆ เห็นข้าเป็คนโง่รึ? ในเมื่อพูดมาแล้วก็ช่างมันเถอะ แยกบ้าน พวกเ้าได้เงิน ข้าได้อิสรภาพ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ถือโอกาสนี้แยกบ้าน อย่าคิดว่าไม่มีใครรู้ความคิดสกปรกของพวกเ้า เื่แยกบ้านไม่ใช่เื่ของพวกเ้า” น้ำเสียงของนางราบเรียบ
เมื่อสิ่งของด้านมืดกระทบแสงแดด ไม่เพียงแต่จะทำให้คนที่เห็นรู้สึกรังเกียจเท่านั้น ทว่าแม้แต่ตัวมันเองยังอยากกลับไปสู่ด้านมืดนั้นอีกครั้ง
ความคิดของหลิวซื่อและหยางซื่อถูกเปิดโปง พวกนางอยากจะมุดรูหนีความอับอาย แต่หลังจากที่ละอายใจอยู่ชั่วขณะ พวกนางก็ปล่อยให้มันเป็ไปตามนั้นต่อไป
เมื่อฉาซื่อได้ยินคำพูดนี้ก็ไม่คิดทำเหมือนกับลูกสะใภ้ทั้งสอง นางเท้าเอวชี้ไปที่หลิงซานฉิง และเอ่ยวาจาโหดร้ายออกมา “เ้า! นังตัวซวย ยังจะหยาบคายกล้าบอกว่าเราสกปรกโสมม แล้วเ้าล่ะเป็อะไร หากเ้าไม่หลอกให้จื่ออันแต่งกับเ้า เ้าคิดว่าตระกูลฉาจะ้าเ้ารึ? เ้าข้าเอ๊ย! นังสะใภ้ตัวน้อยผู้นี้อยากแยกบ้าน ไม่ใช่ข้าที่ไล่นางออกไป แยกก็แยกสิ แต่ต้องแบ่งเงินให้พวกเรา เื่นี้ตกลงกันแล้ว ขาดไปหนึ่งเหรียญก็ไม่ได้!”
อย่างไรเื่แยกบ้านเป็เื่ที่ทำให้เสียหน้าอยู่แล้ว เช่นนั้นตอนนี้จะกล่าวคำพูดหยาบคายออกมาแล้วมันจะทำไม
หลิวซื่อและหยางซื่อต่างมองไปที่ฉาซื่อ ในบรรดาพวกเขาทั้งหมด คนที่สนใจเื่เงินมากที่สุดคือฉาซื่อ ตอนแรกนางไม่คิดสนใจลูกสะใภ้ทั้งสอง แต่สุดท้ายก็คิดได้และนำเงินที่ได้จากการขายกระจกมาแบ่งให้กับพวกนางเล็กน้อย สะใภ้ทั้งสองจึงไม่ได้โต้แย้งใด ๆ อีก
หลิงซานฉิงปลดถุงเงินออกมาจากเอว “วันนี้เงินที่ได้จากการขายสูตรอยู่ในนี้ทั้งหมด หลังจากที่แยกบ้านแล้วเราจะแบ่งเงินกัน เงินที่พวกเ้าได้จะไม่ขาดไปสักเหรียญเดียว” นางกล่าวอย่างไม่แยแส
ฉาซื่อพ่นลมหายใจออกมา สองมือเท้าเอวและนั่งลงบนเก้าอี้ “ในเมื่อจะแยกบ้าน เช่นนั้นก็ต้องคุยกันให้ชัดเจน และเื่นี้ต้องขอให้ท่านผู้นำตระกูลเป็พยาน”
ทันทีที่ฉาจื่ออันได้ยินว่าให้ท่านผู้นำตระกูลมาเป็พยาน เขาก็รู้แล้วว่าเื่นี้คงจะเกิดขึ้นจริง ๆ แต่เขายังเผื่อใจไว้ว่าสถานการณ์อาจจะเปลี่ยน
เขาก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดก็ถูกสายตาของหลิงซานฉิงจ้องจนต้องหยุดอยู่กับที่
มันไม่ใช่สายตาที่คุกคาม แต่กลับแฝงไปด้วยความจนใจ
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงความบาดหมางของแม่สามีและลูกสะใภ้ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมาจนถึงบัดนี้ ทุกครั้งที่หลิงซานฉิงกลับบ้านมาอย่างเหน็ดเหนื่อย นางก็ต้องเจอกับแม่ของเขาและพี่สะใภ้ทั้งสองที่คอยมาก่อเื่ นางคงทนมามากพอแล้วสินะ
หากแยกบ้านไปแล้ว บางทีนางอาจจะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แต่เมื่อแยกบ้านกันไป บ้านหลังนี้ก็ต้องถูกแบ่งแยกกันน่ะสิ
ความคิดนี้เป็เพียงความคิดที่เกิดขึ้นมาเพียงครู่หนึ่ง แต่เมื่อเขาได้สติกลับมา ท่านผู้นำตระกูลก็ได้ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงเื่นี้เสียแล้ว
ท่านผู้นำตระกูลแสร้งทำเป็ถอนหายใจออกมา จากนั้นก็มองหลิงซานฉิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง “ลูกสะใภ้อย่างเ้าช่างไม่ใส่ใจความรู้สึกของแม่สามีเลย” เขาถอนหายใจอีกครั้ง “ขุนนางที่สุจริตก็ยากที่จะตัดสินเื่ราวในครอบครัวได้ ในเมื่อเ้ายืนกรานจะแยกบ้านจริง ๆ เ้าจะย้ายออกไปหรือว่าอยู่ที่นี่ต่อล่ะ?”
ก่อนที่หลิงซานฉิงจะตอบกลับไป ฉาซื่อก็กล่าวเสียงดังออกมาก่อน “ไม่ย้ายออกไปแล้วจะเรียกว่าแยกบ้านรึ? แยกบ้านแยกบ้าน เช่นนั้นครอบครัวพวกเขาก็ต้องย้ายออกไป แต่ท่านผู้นำตระกูล ไม่ว่าอย่างไรข้าก็คือแม่แท้ ๆ ของจื่ออัน จะไม่สนใจพวกเขาเลยก็ไม่ได้ ดังนั้นข้ายังมีที่หนึ่งให้แก่พวกเขา เห็นว่ามีลานบ้านหนึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ไม่สู้แบ่งลานบ้านตรงนั้นให้พวกเขาไป อีกอย่างมันก็ใกล้บ้านด้วย หากจื่ออันคิดถึงบ้านนี้ก็กลับมาได้ทุกเมื่อ แถมยังยุติธรรมต่อพวกเขาด้วย เ้าคิดว่าอย่างไร?”
หลิงซานฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย นึกแปลกใจว่าแม่สามีใจดีขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่ นางจำลานบ้านตรงนั้นได้ มันทั้งเก่าทั้งดูทรุดโทรม ถูกทิ้งร้างมาเป็เวลานาน นอกจากความกว้างใหญ่แล้วก็ไม่มีข้อดีอะไรเลย
ฉาซื่อจะใจดีได้อย่างไร นางคงกลัวว่าพวกเราจะแย่งบ้านดี ๆ ไปรึ
ทันทีที่ได้ยินหญิงชราพูดเช่นนั้น หลิวซื่อและหยางซื่อก็ชะงักไปเช่นกัน แต่ก็ไม่มีอะไรโต้แย้ง อีกทั้งคำพูดของฉาซื่อเมื่อครู่ยังทำให้พวกนางมองเงินเ่าั้ได้อย่างสบายใจมากขึ้น
เมื่อท่านผู้นำตระกูลได้ยินเช่นนี้ เขาก็เหลือบมองฉาซื่อด้วยความประหลาดใจ เมื่อทั้งสองสบสายตากัน เขาก็เข้าใจเจตนาของนางทันที พลางพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “จริงด้วย ที่แห่งนั้นกว้างขวาง เหมาะสำหรับให้คนหนุ่มสาวไปอาศัยอยู่ เ้าดูสิ แม้เ้าจะไร้เหตุผลขนาดนี้ แต่แม่สามีเ้าก็ยังไม่ว่าอะไรเลย? แถมยังคิดถึงพวกเ้าทุกอย่าง พวกเ้าช่าง...” เขาพูดไม่จบก็ส่ายหน้าขึ้นมาก่อน
ความรังเกียจฉายออกมาจากแววตาของหลิงซานฉิงชั่วครู่ นางคร้านเกินกว่าจะมองดูใบหน้าที่น่าเกลียดของพวกเขาแล้ว นางจึงเปิดถุงเงินบนโต๊ะ แล้วเกลี่ยมันอยู่ครู่หนึ่ง ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่กำลังจับจ้องมาที่เงินของนาง
ใครบ้างจะไม่ใจเต้นกับเงินที่ละลานตาเช่นนี้กัน?
หลิวซื่อเป็คนที่ชอบเครื่องประดับเงินทอง แต่ในบ้านกลับไม่มีเลยสักชิ้น แม้ตอนนี้ทุกคนจะมองอยู่ แต่แล้วจะทำไม นางคิดในใจพลางเอื้อมมือไปลูบคลำเงินนั้น
หยางซื่อรีบตบลงไปที่มือของหลิวซื่อซึ่งกำลังลูบคลำเงิน พลางเอ่ยอย่างเ็าว่า “เ้าอย่าคิดว่าเงินเหล่านี้จะเอาไปซื้อเครื่องประดับได้ เอาไปใช้อย่างหรูหราฟุ่มเฟือยไม่ได้หรอกนะ นี่ต้องเก็บเอาไว้ใช้ในยามคับขัน”
หลิงซานฉิงคร้านจะมองทั้งสองคน แต่ทั้งสองคนกลับชอบมองมาที่นางเสียเหลือเกิน หลิวซื่อมองดูหลิงซานฉิงหยิบเงินขึ้นมา ทันใดนั้นแววตาของนางก็เป็ประกาย พลางกล่าวว่า “น้องสะใภ้สาม พวกเราควรแบ่งเงินกันได้แล้วมั้ง แบ่งเงินกันเสร็จพวกเ้าก็ยังต้องย้ายบ้านกันอยู่ไม่ใช่รึ?”
แบ่งเงินกันเสร็จแล้วพวกเขาจะอยู่หรือไม่อยู่ตระกูลฉาก็ไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะไม่ใช่ว่าจะต้องออกไปอยู่แล้วรึ?
“สะใภ้รอง เ้า...” แม้จะเป็คนที่เอาแต่เรียนหนังสือ แต่ฉาจื่ออันก็มีอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาได้เช่นกัน
คล้ายกับหลิงซานฉิงรับรู้ นางจึงดึงมือของเขาเอาไว้แล้วพูดว่า “แบ่ง แบ่งตอนนี้เลย”
เงินถูกแบ่งอย่างรวดเร็ว มันแบ่งออกมาทั้งหมดเป็สี่ส่วน หลังจากที่ฉาซื่อกับลูกสะใภ้ทั้งสองได้ตรวจสอบความครบถ้วนของเงินอยู่หลายครั้งแล้ว พวกเขาก็เก็บเงินและรีบสั่งให้นางย้ายออกไปโดยไม่สนใจอะไรอีก
เมื่อทุกคนกลับไปแล้ว ฉาจื่ออันก็อุ้มเจี่ยนเจี่ยนที่ไม่ส่งเสียงใด ๆ มาโดยตลอด เขามีท่าทางสับสน เมื่อมองดูเงินที่อยู่บนโต๊ะแล้วก็รู้สึกทอดถอนใจ
แต่หลิงซานฉิงกลับไม่รู้สึกอะไรเลย การแยกบ้านครั้งนี้ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น นางบีบแก้มเจี่ยนเจี่ยนไปมา “เจี่ยนเจี่ยน จากนี้ไปเราจะมีบ้านอยู่แล้ว เ้ามีความสุขหรือไม่”
เจี่ยนเจี่ยนเห็นเพียงพวกเขาทะเลาะกันเมื่อครู่ ส่วนเื่แยกบ้านนั้นเด็กน้อยจะเข้าใจอะไรได้ แต่เมื่อเห็นท่าทางมีความสุขของหลิงซานฉิง เด็กน้อยก็เผยรอยยิ้มออกมาพลางพยักหน้า “อาอา…”
หลิงซานฉิงเก็บเงินบนโต๊ะขึ้นมา แล้วยื่นให้เจี่ยนเจี่ยนถือเล่น นางเหลือบมองฉาจื่ออัน ก็เห็นเขามีท่าทางใจลอย จึงเตะไปที่ม้านั่ง “เฮ้ย ไปเก็บของให้เรียบร้อย พวกเราควรไปได้แล้ว”
ฉาจื่ออันส่งเสียงตอบรับกลับไป ก่อนจะวางเจี่ยนเจี่ยนลงและเริ่มเก็บของทันที
ระหว่างทางกลับจากบ้านหลังเดิม
หลิวซื่อและหยางซื่อยังคงตามติดหญิงชรามาโดยตลอด พวกนางลังเลอยู่หลายหน ฉาซื่อเหลือบมองพวกนางไม่นานก็พ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเ้าสองคนกำลังคิดอะไรอยู่ เงินที่ได้จากการขายกระจก ข้าเห็นแก่เ้าใหญ่กับเ้ารองที่ขาดพวกเ้าไม่ได้หรอกนะ แต่หากเ้าทั้งสองกล้าเมินเฉยข้าเหมือนอย่างนังนั่น ข้าก็มีวิธีจัดการพวกเ้า!"
ระหว่างที่สะใภ้ทั้งสองส่งเสียงตอบรับ แววตาของหลิวซื่อก็เผยความเ้าเล่ห์ออกมา นางดึงแขนเสื้อของฉาซื่อไว้ และเอ่ยอย่างเอาใจ “ท่านแม่พูดอะไร ลูกสะใภ้ก็จะทำตามเช่นนั้นแหละเ้าค่ะ” จากนั้นนางก็เปลี่ยนบทสนทนา “แต่ว่าท่านแม่ คราวนี้พวกเขาทั้งสองออกไป แต่หากต่อไปพวกเขามีเื่ดี ๆ อะไรเกิดขึ้น พวกเขาจะไม่ลืมพวกเรางั้นรึ?”
ฉาซื่อเอ่ยด้วยท่าทางไม่แยแสแม้แต่น้อย “แยกบ้านแล้วจะทำไม ก็แค่ห่างกันไปสองลานบ้าน ถึงอย่างไรจื่ออันก็เป็พวกคงแก่เรียน จะกล้าลืมข้าที่เป็แม่แท้ ๆ เชียวรึ?” ขณะพูด นางก็พ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ
เมื่อหลิวซื่อได้ฟังคำพูดเช่นนี้ก็คิดว่านางคงไม่ได้เสียเปรียบอะไร จึงฉีกยิ้มกว้างออกมา และเอ่ยประจบประแจงต่อไป ในขณะที่หยางซื่อก็เอาแต่ลูบเงินในถุงอย่างมีความสุข
ทั้งสามคนคิดแผนมากมายออกมาได้ แต่กลับลืมไปเสียสิ้นว่าหากหลิงซานฉิงเป็คนที่ถูกรังแกได้ง่ายจริง ๆ พวกเขาทั้งสามจะยังกล้าแยกบ้านกับอีกฝ่ายได้หรือ?