เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนสุด หยางตงเทียนก็กวาดสายตามองดูรอบๆ เขาพบว่าในชั้นนี้มีแผ่นหยกอยู่เพียงสิบสามแผ่นเท่านั้น แต่ละแผ่นถูกวางอยู่้าของแท่นวางอย่างดี
"แม้ว่าที่ชั้นสุดท้ายจะมีวิชายุทธ์ไม่มากนักแต่วิชายุทธ์ที่ถูกบันทึกเอาไว้ในแผ่นหยกเหล่านี้ ระดับที่ต่ำที่สุดก็คือวิชายุทธ์ระดับเทพขั้นต่ำ"หยางตงเทียนเดินสำรวจพร้อมกับกล่าวขึ้นมากับตนเองเบาๆ
"แต่ทำไม่แท่นว่างแท่นนี้ถึงว่างเปล่าหล่ะ?"พอหยางตงเทียนเดินสำรวจมาจนถึงแท่นวางสุดท้าย เขาก็พบว่าแท่นวางนี้ไม่มีแผ่นหยกวางอยู่
"แผ่นหยกสืบทอดเทพโอสถ ข้างในบันทึกประสบการณ์ทั้งหมดในชีวิตของเทพโอสถเฉินรุ่ย ผู้าุโลำดับที่สี่ของนิกายเทพเซียนเอาไว้"เมื่อหยางตงเทียนได้อ่านอักษรที่ถูกสลักไว้ในแท่นวางเขาก็เขาใจในทันที
"ที่แท้แท่นวางนี้ก็เป็แท่นวางของแผ่นหยกสืบทอดเทพโอสถ ที่ข้าหยิบออกมาจากข้างในจวนนี่เอง?..."หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาพร้อมกับเรียกแผ่นหยกแผ่นนั้นออกมาจากแหวนมิติ
"ข้าควรจะรับสืบทอดจากเทพโอสถเฉินรุ่ยก่อน แล้วค่อยวางมันเอาไว้บนแท่นวางตามเดิม"พอคิดได้เช่นนั้นหยางตงเทียนก็ค่อยๆ ถ่ายทอดพลังิญญาเข้าไปในแผ่นหยกอย่างช้าๆ
ไม่นานนักข้อมูลต่างๆมากมาย ก็ค่อยๆไหลเข้ามาภายในหัวของเขา ในนั้นมีทั้งข้อมูลเื่สมุนไพร สูตรโอสถ รวมไปถึงวิธีการหลอมโอสถก็มีด้วย แต่ที่มีประโยชน์มากที่สุดคือ ภาพสามมิติที่แสดงประสบการณ์ การหลอมโอสถของเทพโอสถเฉินรุ่ย
ที่มีั้แ่การหลอมโอสถระดับหนึ่งขั้นต่ำ ไปจนถึงประสบการณ์การหลอมโอสถระดับเก้าขั้นสูงสุด สิ่งเหล่านี้ปรากฏเป็ภาพฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัวของหยางตงเทียนอย่างต่อเนื่อง
มันทำให้ชายหนุ่มจดจำมันได้อย่างขึ้นใจ และจะไม่มีวันลืมมันอย่างแน่นอน เวลาค่อยๆผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อทุกๆอย่างจึงหยุดลง
"ความรู้และประสบการณ์เหล่านี้นับว่ามีประโยชน์อย่างแท้จริง! หากว่านักหลอมโอสถคนอื่นๆ รู้ว่าข้าได้เห็นการหลอมโอสถของเทพโอสถเช่นนี้ พวกเขาคงจะอิจฉาจนเืตาแทบกระเด็นแน่!"
หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มที่พึงพอใจ จากนั้นเขาก็ลองถ่ายทอดจิติญญาเข้าไปในแผ่นหยกนั้นอีกครั้ง
"ประสบการณ์เ่าั้หายไปแล้ว เหลืออยู่เพียงแค่สูตรโอสถเพียงเท่านั้น คงเป็เพราะว่าข้าได้รับสืบทอดประสบการณ์เ่าั้ไปแล้ว มันจึงหายไปสิน่ะ!?"หยางตงเทียนกล่าวขึ้น แล้ววางหยกสูตรโอสถลงไว้ที่แท่นวางตามเดิม
"ในเมื่อแผ่นหยกแผ่นนี้ไม่ใช่แผ่นหยกสืบทอดเทพโอสถแล้ว ข้าก็ควรที่จะเปลี่ยนอักษรเหล่านี้ที่สลักไว้บนแท่นวางด้วย!?"
กล่าวจบหยางตงเทียนก็สะบัดมือออกไปเบาๆ อักษรที่สลักอยู่บนแท่นวางก็หายไป จากนั้นเขาก็ใช้ลมปราณค่อยๆ สลักคำใหม่เข้าไปแทนที่ประโยคเดิม
"เอาหล่ะ! ต่อไปก็เลือกวิชายุทธ์!"กล่าวจบหยางตงเทียนก็เดินเลือกวิชายุทธ์ต่อ ไม่นานเขาก็พบกับวิชาแรกที่เขาสนใจแล้ว
" ‘เพลงกระบี่ร้อย ระดับเทพขั้นสูง สามารถสร้างปราณประบี่ได้ร้อยเล่ม โจมตีเป้าหมายได้ทุกทิศทาง ได้ทั้งป้องกันและโจมตี มีอานุภาพรุนแรง! นับว่าเป็วิชากระบี่ที่สมบูรณ์แบบ’… อืม!? ในเมื่ออาวุธของข้าคือกระบี่ นับว่าวิชานี้เหมาะกับข้าเป็อย่างมาก!"กล่าวจบหยางตงเทียนก็หยิบแผ่นหยกเคล็ดวิชานี้ขึ้นมา
จากนั้นก็ค่อยๆ ถ่ายเทพลังิญญาเข้าไปในแผ่นหยก ไม่นานข้อมูลต่างๆ ก็ค่อยๆไหลเข้ามาในหัวของเขา มันปรากฏภาพสามมิติของจอมยุทธ์ผู้หนึ่งที่กำลังร่ายรำกระบี่อยู่
พอผ่านไปซักพักก็ปรากฏภาพเซ็ตใหม่ขึ้นมา ทีนี้ภาพที่ปรากฏขึ้นมานั้นเป็ภาพของจอมยุทธ์คนเดิม แต่ตอนนี้เขากำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรวานรขนาดใหญ่อยู่
เขากวัดแกว่งกระบี่ในมือไปมา สร้างปราณกระบี่ร้อยเล่มเขาโจมตีวานรตัวนั้น มีทั้งรุกเข้าไปโจมตีและออกมาตั้งรับการโจมตีจากศัตรู เวลาผ่านไปไม่นานเขาก็สามารถสังหารอสูรวานรตนนั้นลงได้ ภาพเ่าั้จึงหยุดลง
"ช่างเป็การต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!"หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาพร้อมกลับวางแผ่นหยกไว้ตามเดิม เพราะว่าเขาได้รับเคล็ดวิชามาแล้ว
"ต่อไปข้าควรจะเลือกเคล็ดวิชาประเภทเคลื่อนไหว เพราะว่าการต่อสู้บางครั้งสามารถตัดสินความเป็ความตายได้ด้วยความเร็วเพียงเสี้ยววิเพียงเท่านั้น รวดเร็วกว่าย่อมได้เปรียบ!"
กล่าวจบหยางตงเทียนก็เดินไปที่ด้านหนึ่งที่มีแผ่นหยกวิชาประเภทเคลื่อนไหววางอยู่ ซึ่งมันเป็เพียงวิชาเดียวที่วางอยู่บนชั้นแห่งนี้
" ‘วิชาก้าวพันเงา สามารถฝึกฝนได้ทุกคนโดยไม่จำกัดระดับของพลังยุทธ์ แต่จะไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงของเคล็ดวิชาออกมาได้เต็มที่ หากระดับพลังยุทธ์ไม่ถึงระดับเทพ"
"แม้ว่าจะไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ทั้งหมด!? มันก็มีความสามรถที่เหนือกว่าวิชาประเภทเคลื่อนไหวอื่นๆอย่างเทียบไม่ติด แต่ละระดับขั้นพลังจะสามารถแสดงร่างเงาออกมาได้ต่างกันอยู่ร้อยร่าง’ นับว่าวิชานี้เหมาะมากที่จะเป็วิชาหลักของนิกายที่สมาชิกทุกคนในนิกายต้องฝึกฝน!"
กล่าวจบหยางตงเทียนก็ค่อยๆถ่ายเทพลังิญญาเข้าไป ไม่นานข้อมูลต่างๆ ของเคล็ดวิชาก็ไหลเข้ามาในหัวของเขา
"ทีนี้ก็หาวิชาฝึกปราณ อีกหนึ่งวิชาไว้เป็วิชาหลักของนิกาย!" กล่าวจบชายหนุ่มก็เดินไปที่แท่นวางแท่นหนึ่งแล้วหยิบแผ่นหยกขึ้นมา แผ่นหยกแผ่นนี้คือคัมภีร์หลอมปราณ เป็เคล็ดวิชาเดียวกันกับที่ประมุขรุ่นที่สิบเก้าของนิกายเทพเซียนสอนให้เขาตอนที่ดูดซับโอสถ
ในเมื่อตัดสินใจเลือกวิชาหลักประจำขุมกำลังได้แล้ว หยางตงเทียนก็เดินออกไปจากหอตำรา เขาไม่ได้เลือกเคล็ดวิชาใดๆเพิ่มอีก เพราะหากว่าเขาเลือกมามากกว่านี้ก็คงจะฝึกไม่สำเร็จซักวิชา วิชายุทธ์นั้นยิ่งมีระดับสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งฝึกยากมากเท่านั้น!
เดิมทีวิชายุทธ์ระดับเทพ กว่าจะฝึกฝนสำเร็จซักวิชาก็ต้องใช้เวลานานนับยี่สิบปี เร็วสุดก็สิบปี สิ่งที่เขาแตกต่างจากคนอื่นคือเขามีเนตรส่อง์ซึ่งสามาถมองทะลุได้ทุกอย่าง
มันสามารถทำให้เขามองเห็นข้อบกพร้อง วิธีการ และแนวทางการฝึกได้อย่างชัดเจน เขาจึงแน่ใจว่าเขาจะสามารถฝึก วิชาก้าวพันเงา เพลงกระบี่ร้อย และกลายเป็นักหลอมโอสถระดับเก้าได้สำเร็จภายในระยะเวลาเพียงสามปี
เมื่อออกมาจากหอตำราแล้ว หยางตงเทียนก็เริ่มเก็บสมุนไพรตามดินแดนต่างๆ เพื่อที่จะนำมันไปใช้ในการฝึกหลอมโอสถ การที่คนๆหนึ่งจะเป็นักหลอมโอสถได้นั้น นับว่ายากกว่าการฝึกวรยุทธ์เสียอีก!
เพราะนอกจากจะต้องมีพลังิญญาที่แข็งแกร่งแล้ว ยังต้องมีความทรงจำที่เป็เลิศ เพื่อที่จะสามารถจดจำสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิดได้
เขานั้นนับว่าโชคดีเป็อย่างมากที่ได้ดูดซับโอสถในเตานั้นเขาไป นอกจากมันจะทำให้ระดับการบ่มเพาะของเขาเลื่อนขึ้นมาถึงสิบระดับแล้ว มันยังทำให้พลังิญญาของเขาขึ้นมาอยู่ในจุดสูงสุดอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาสามารถหลอมโอสถระดับเก้าขั้นสูงได้อย่างสบายๆ เพียงแค่ฝึกฝนตามประสบการณ์การหลอมโอสถของเทพโอสถเฉินรุ่ยเพียงเท่านั้น เขาก็สามารถกลายเป็นักหลอมโอสถได้แล้ว
ไม่นานหยางตงเทียนก็เก็บรวบรวมสมุนไพรเพียงพอต่อการฝึกฝนแล้ว ชายหนุ่มจึงเริ่มลงมือฝึกฝนหลอมโอสถก่อนเป็อันดับแรก......