บทที่ 1
จากดินแดนแห่งธาตุ มาสู่โลกหลังการปฏิวัติ
จากท่านหญิงขั้นหนึ่ง ฉู่เยว่ฮวาเหลียน มาเป็หญิงสาวนามว่า ม่านฮวาเหลียน อายุ 19 ปี ทุกอย่างในโลกนี้แตกต่างจากดินแดนแห่งธาตุที่นางจากมาในหลายๆ เื่แต่ค่านิยมบางอย่างของสังคมก็ยังคงมีความคล้ายคลึงจากดินแดนแห่งธาตุที่นางจากมา นับเป็เวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นางได้มายังดินแดนโลก ในปี ค.ศ. 1980 ต้นเดือนพฤศจิกายน มาอาศัยอยู่ที่ เซียงไฮ้ ประเทศจีน
อากาศ่ต้นเดือนสิบเอ็ดมีอากาศหนาวเย็น บ้านที่อาศัยอยู่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตเท่าตำหนักชิงเยว่หรือจวนเสนาบดีเยว่ แต่ก็ไม่ได้คับแคบ ม่านฮวาเหลียนเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลม่านสายหลัก พ่อแม่จากไปเมื่อสองปีก่อน
แต่งงานกับเฉิงเหล่ยเมื่อต้นปีที่แล้ว ร่างกายของนางทรุดโทรมเนื่องจากสูญเสียบุตรในครรภ์ไปเมื่อสามเดือนก่อน ในขณะที่ครรภ์อายุได้หกเดือนแล้ว
ม่านฮวาเหลียนแต่งงานกับสามีแซ่เฉิง เพราะคำสัญญาของผู้ใหญ่ ทั้งสองคนไม่ได้มีใจให้กัน ตระกูลเฉิงสายรอง้าทรัพย์สมบัติของตระกูลม่านสายหลักจึงยอมให้เฉิงเหล่ยบุตรชายคนโตแต่งงานเข้าตระกูลม่าน
เมื่อแต่งเข้ามาเฉิงเหล่ยก็กลายเป็ผู้นำตระกูลม่านสายหลัก เฉิงเหล่ยโยกย้ายทรัพย์สินของภรรยามาเป็ของตนเอง พอทุกอย่างเป็ไปตามแผนการ เฉิงเหล่ยก็เริ่มทำตัวเ็าและห่างเหินกับภรรยาของตนเอง เพราะอีกฝ่ายหมดผลประโยชน์ให้กอบโกยแล้ว
แล้วโอกาสของเฉิงเหล่ยก็มาถึงเมื่อม่านฮวาเหลียนสูญเสียบุตรในครรภ์ ตระกูลเฉิงใช้ข้ออ้างนี้มาบีบบังคับให้ม่านฮวาเหลียนหย่าขาดกับบุตรชายคนโตของตนเอง แน่นอนว่าม่านฮวาเหลียนไม่ยินยอม
ม่านฮวาเหลียนนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็เวลาสองสัปดาห์เต็มๆ ไม่มีใครในตระกูลเฉิงสายรองมาเยี่ยมเยียนอีกเลย แม้แต่สามีตามกฎหมายอย่างเฉิงเหล่ยก็ไม่คิดจะมาสนใจไยดี เธอรู้ดีว่าตอนนี้ถูกตระกูลเฉิงสายรองทอดทิ้งเพราะหมดผลประโยชน์แล้ว
ม่านฮวาเหลียนเสียใจกับการจากไปของบุตรในครรภ์มากอยู่แล้ว ต้องมาถูกกดดันให้หย่าขาดจากสามีอีก
ทั้ง ๆ ที่เธอพึ่งจะแท้งบุตรไป ร่างกายยังไม่ทันฟื้นตัว สามีอย่างเฉิงเหล่ยกลับต่อว่าเธอและพูดเื่หย่าร้างขึ้นมา พอเธอไม่ยอมตกลงพวกเขาก็โมโห และหายหน้าไปไม่มาเยี่ยมเธออีกเลย
ม่านฮวาเหลียนยังไม่พร้อมที่จะเจอกับสามีและครอบครัวของสามี เธอจึงตัดสินใจกลับมาอาศัยอยู่บ้านเดิมของมารดา ถึงแม้สามีจะโยกย้ายทรัพย์สินบางส่วนไป แต่ม่านฮวาเหลียนไม่ได้โง่ให้เฉิงเหล่ยโยกย้ายทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลม่าน เธอรู้ว่าสามีและครอบครัวของเขาไม่ได้จริงใจต่อเธอแม้แต่น้อย การแต่งงานก็เกิดขึ้นเพราะสัญญาหมั้นหมายที่ผู้ใหญ่ทำไว้ั้แ่เด็ก
แต่ม่านฮวาเหลียนก็อดที่จะคาดหวังกับการแต่งงานไม่ได้ คิดไปว่าเมื่อแต่งงานกันแล้ว ทั้งตัวเธอและสามีจะค่อยๆ ทำความรู้จักและรักกันได้ในสักวันหนึ่ง แต่มันไม่ใช่อย่างที่หญิงสาวเข้าใจ ที่คิดว่าเมื่อแต่งงานกันทั้งสองคนจะเริ่มมีใจให้กัน ไม่ใช่ว่าเธอไม่เปิดใจให้สามี เื่ของความรู้สึกไม่อาจสั่งหรือบีบบังคับได้เลย
แม้จะไม่ได้มีใจให้สามี แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งท้อง ม่านฮวาเหลียนก็ดูแลเด็กในครรภ์เป็อย่างดี ยังไงก็แต่งงานเป็สามีภรรยากันแล้ว ในความคิดของม่านฮวาเหลียนก็อยากจะอยู่กันไปจนแก่เฒ่า ไม่มีความคิดที่จะหย่าร้างกับสามีแต่อย่างใด เธอตั้งใจเป็แม่ที่ดีของลูกที่กำลังจะเกิดมา มองข้ามความเห็นแก่ตัวของสามี เพื่อให้บุตรในท้องมีบิดา ใครจะคาดคิดว่าเธอจะถูกรถชน และไม่อาจรักษาทารกในครรภ์ที่อายุครรภ์เพียงสามเดือนเอาไว้ได้
ม่านฮวาเหลียนกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านเดิมของมารดาเพียงลำพัง ร่างกายของเธอค่อยๆ ทรุดโทรม อาจจะเป็เพราะตรอมใจที่สูญเสียสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงไป ทำให้เริ่มทานอาหารได้น้อยลง ร่างกายและจิตใจเจ็บป่วย ยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง ก่อนจะจากไปเพียงลำพังอย่างโดดเดี่ยว และเ ฉู่เยว่ฮวาเหลียน เข้ามาอยู่ในร่างของอีกฝ่าย
จากท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ กลายเป็เพียงหญิงสาวธรรมดาที่กำลังจะถูกสามีหย่าร้าง แม้การหย่าร้างจะน่ากลัวสำหรับหญิงสาวตัวคนเดียว แต่มันคงดีกว่าที่ต้องทนทุกข์ใช้ชีวิตอยู่กับที่น่ารังเกียจอย่างตระกูลเฉิงสายรอง ทั้งพ่อแม่สามี ไหนจะบรรดาน้อง ๆ ของสามี จากความทรงจำพวกเขามีพฤติกรรมน่ารังเกียจเป็ที่สุด
ฉู่เยว่ฮวาเหลียนคิดแล้วคิดอีก คิดทบทวนเื่ราวต่างมาสิบกว่าวันแล้ว ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่าจะหย่าขาดจากสามีชั่วช้าอย่างเฉิงเหล่ย และจะต้องทวงคืนทรัพย์สมบัติของตระกูลม่านกลับคืนมา ในเมื่ออีกฝ่ายแต่งเข้ามาแต่ตัว เมื่อหย่าขาดแล้วก็ควรไปแต่ตัว
จากความทรงจำของม่านฮวาเหลียน ยังมีทรัพย์สินเหลืออีกมาก แม้จะเทียบไม่ได้กับชีวิตที่ผ่านมาก็นาง แต่หากเทียบกับคนธรรมดาในยุคคนนี้ ม่านฮวาเหลียนก็นับว่าเป็หญิงสาวกำพร้าที่ร่ำรวยมากพอตัวเลยทีเดียว
เงินฝากในบัญชีสามแสนหยวน ไหนจะเครื่องประดับ เครื่องเพชร ทองคำ ไหนจะโฉนดที่ดินอีกหลายฉบับที่ฝากเอาไว้ในธนาคารอีก ั้แ่เฉิงเหล่ยแต่งงานเข้าตระกูลม่าน เธอไม่เคยเอ่ยปากบอกเื่ทรัพย์สินส่วนตัวให้อีกฝ่ายรู้เลย เขารู้เพียงทรัพย์สินที่เก็บเอาไว้ในบ้านตระกูลม่านเท่านั้น
“ต้องทวงคืนบ้านตระกูลม่านกลับมา แล้วขับไล่พวกกาฝากออกจากบ้านไปให้หมด” ในเมื่อเฉิงเหล่ยยืนยันจะหย่าขาด ก็ต้องออกจากบ้านตระกูลม่าน หลงลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็สามีที่แต่งเข้าตระกูลภรรยา
ฉู่เยว่ฮวาเหลียนวางแผนเอาไว้กับเื่ที่ต้องทำในอนาคตอันใกล้นี้ เพียงแค่รอเวลารักษาตัวให้กลับมาแข็งแรง การมาอยู่บนที่นี่นับว่าเป็เื่ที่ลำบากสำหรับท่านหญิงอย่างนางเป็อย่างมาก
เริ่มจากการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็การอาบน้ำแล้วทำทุกอย่างด้วยตนเอง คนที่เคยชินกับการที่มีนางกำนัลรับใช้เป็เื่ที่ค่อนข้างลำบากสำหรับนางเป็อย่างมาก
ไหนจะเื่ทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน เรียกได้ว่าทำทุกอย่างด้วยตนเอง โชคดีที่ม่านฮวาเหลียนร่ำรวยอยู่บ้าง ไม่เช่นนั้นชีวิตของนางคงลำบากมากกว่าที่เป็อยู่
อีกราว ๆ สองเดือนฤดูหนาวถึงจะผ่านพ้นไป นางตั้งใจเก็บตัวเพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่งให้ตนเอง นางคือท่านหญิงฉู่เยว่ฮวาเหลียน ท่านหญิงขั้นหนึ่งแห่งแคว้นฉู่หลานสาวสุดที่รักของฮ่องเต้ นางเป็เืเนื้อเชื้อคนเดียวของเสด็จแม่ ซึ่งเป็องค์หญิงแปดแห่งแคว้นฉู่ เป็ขนิษฐาร่วมอุทรของฮ่องเต้ (น้องสาว)
แม้จะแต่งงานกับท่านเสนาบดีแห่งตระกูลเยว่ แล้วให้กำเนิดนาง แต่นางได้รับการเลี้ยงดูในรั้วในวังั้แ่เกิด แม้ว่าจะแต่งงานแต่เสด็จแม่ก็ยังอาศัยที่ตำหนักชิงเยว่ มีบ้างที่จะเสร็จออกไปประทับที่จวนเสนาบดีเยว่ ซึ่งก็คือบิดาของนาง
นางเติบโตมาในวังหลังเป็ดงพยัคฆ์ที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจ จนกระทั่งอายุได้ 15 หนาว นางและมารดาถึงได้ย้ายออกจากตำหนักไป ไปอยู่ที่จวนตระกูลเยว่แบบถาวร
ดินแดนแห่งธาตุยังเป็ดินแดนที่ผู้คนวัดกันด้วยความแข็งแกร่ง ที่เรียกว่าดินแดนแห่งธาตุ เพราะทุกคนเกิดมาพร้อมกับพลังธาตุในร่างกาย เมื่ออายุครบห้าหนาวจะต้องปลุกพลังธาตุ และเริ่มฝึกฝนพลังธาตุ
พลังธาตุมีทั้งหมด 8 ประเภท คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ พฤกษา สายฟ้า แสงและธาตุมืด ในดินแดนแห่งธาตุมีสี่แคว้นใหญ่และสี่สำนักใหญ่ โดยจะตั้งอยู่ในแต่ละแคว้น เ้าสำนักหรือประมุขของสำนักล้วนเป็เชื้อพระวงศ์ของแต่ละแคว้น
อย่างแคว้นฉู่ มีสำนักพยัคฆ์เมฆาตั้งอยู่ทางเหนือของแคว้น เป็เขตชายแดนทะเลทางเหนือ อีกทั้งยังติดกับดินแดนลับ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘แดนลับแห่งเทพ’ เป็สถานที่ศักดิ์ของทั้งสี่แคว้นในดินแดนแห่งเทพ
นอกจากแดนลับแห่งเทพก็มี ‘ดินแดนแห่งกาลเวลา’ ที่ตั้งอยู่ใจกลางทะเล ติดกับแคว้นเว่ย ทุกๆ 100 ปี เวียนมาดินแดนลับจะถูกเปิดออก ทุกแคว้นมีกฎว่าผู้ที่สามารถเข้าแดนลับได้ต้องเป็ผู้ฝึกธาตุระดับ ์ขั้นสูงลงมาเท่านั้น
นางเองก็เป็หนึ่งในบุคคลที่มีคุณสมบัติเข้าแดนลับ ซึ่งแดนลับที่เปิดคือ แดนลับแห่งกาลเวลา การเข้าไปในแดนลับมีอันตรายมากมาย จากเหล่าสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแดนลับ และผู้คนที่เข้าไปเพื่อแสวงหาโชควาสนาในแดนลับ
แม้ว่าทั้งสี่แคว้นจะมีสัญญาสงบสุขมาเป็พันปี การเข่นฆ่าเพื่อแย่งชิงทรัพยากรการฝึกฝนธาตุก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง วัดกันที่ความแข็งแกร่ง สิ่งที่นางเรียนรู้มาตลอดตอนอยู่วังหลังคือ จิตใจมนุษย์น่ากว่ายิ่งกว่าสัตว์อสูร
ผู้คนนับหมื่นเดินทางมาเพื่อจะเข้าแดนลับ แต่ใช่ว่าทุกคนจะผ่านบททดสอบของดินแดนลับ แม้จะมีเื่แดนลับบันทึกเอาไว้ในตำราที่เขียนโดยบรรพบุรุษ แต่ใช่ว่าบททดสอบของแดนลับจะเป็เหมือนเช่นกับร้อยปีก่อน
แดนลับถูกเล่าขานว่าเป็ดินแดนที่เทพทิ้งเอาไว้เป็ของขวัญให้ทุกคนบนดินแดนแห่งธาตุ ทุกครั้งที่มีการเปิดออกจะไม่มีแบ่งแยกว่าเป็ประชาชนของแคว้นใด หากมีคุณสมบัติตามที่กฎที่บัญญัติเอาไว้ก็มีสิทธิ์เข้าไปในดินแดนลับ
ดีที่แคว้นเว่ยมีอาณาเขตติดกับแคว้นฉู่ ใช้เวลาเดินทางสองเดือนก็มาถึงแคว้นเว่ย เมื่อดินแดนลับเปิดออก นางผู้มีถือครองสองธาตุหายาก ผ่านบททดสอบได้เข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของดินแดนลับแห่งกาลเวลา
ใช้เวลาราวครึ่งปีฝึกฝนอยู่ในดินแดนแห่งกาลเวลา ก่อนจะค้นพบหยกสีรุ้ง เป็หยกที่เขียนเอาไว้ในตำราโบราณ เป็แหล่งกำเนิดพลังปราณแห่งธาตุ ฉู่เยว่ฮวาเหลียนคิดว่าเป็โชคชะตาของตนเองที่ได้มาพบกับหยกสีรุ้งในตำนาน
เมื่อนางจะย่างก้าวเข้าไปหยิบหยกสีรุ้ง กลับเจอกับการจู่โจมโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว พยัคฆ์สีดำตัวใหญ่ คำรามดังกล้องหุบเขา อีกทั้งยังเป็สัตว์อสูรในตำนานพลังตบะแข็งแกร่ง
ฉู่เยว่ฮวาเหลียนสู้กับมันอย่างดุเดือด นางเป็ศิษย์ของสำนักพยัคฆ์ทมิฬที่เชี่ยวชาญการหลอมอาวุธและการต่อสู้ ได้รับสืบทอดวิชาลับของสายเืตระกูลฉู่ อีกทั้งได้ร่ำเรียนวิชาต่อสู้ที่สืบทอดของตระกูลเยว่อีกด้วย
นางสู้กับพยัคฆ์ทมิฬสามวันสามคืน ในที่สุดนางก็สามารถปลิดชีพของมันได้ แต่ร่างกายของนางเองก็มีาแจากการต่อสู้ไม่ต่างจากเ้าพยัคฆ์ทมิฬที่นางปลิดชีพไป
พลังธาตุในกายค่อยๆ ลดลง ก่อนที่สติของนางจะดับวูบมือของนางคว้าเอาหยกสีรุ้งมาไว้ในมือ ร่างกายเต็มไปด้วยาแและโลหิตไหลอาบไปทั่วร่าง ยังไม่ทันได้ชื่นชมหยกในมือ สติของนางก็ดับวูบลงพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของตัวเอง
เมื่อลืมตาขึ้นมา นางก็มาอยู่ในร่างของหญิงสาว นามว่า ม่านฮวาเหลียน ในดินแดนที่เรียกว่า โลก จิติญญาของนางหลอมรวมเข้ากับร่างกาย ทำให้ได้รับความทรงจำทั้งหมด ดินแดนที่เรียกว่า โลก ไม่มีพลังธาตุ การใช้ชีวิตและวิถีชีวิตของผู้คนที่โลกแตกต่างจากดินแดนแห่งธาตุเป็อย่างมาก
ตอนนี้นางอาศัยอยู่ที่ประเทศจีน เมืองเซียงไฮ้ อีกทั้งยังเป็บุตรสาวที่กำพร้าบิดามารดา ไร้ญาติขาดมิตร และกำลังจะถูกสามีหย่าขาด การได้รับรู้เื่ราวต่างๆ มากมาย ทำให้นางต้องใช้เวลาในการตั้งสติและทำความเข้าใจในหลายๆ เื่
การปรับตัวในเวลาอยู่นานเป็เดือน นางยังััได้ถึงพลังธาตุในร่างกายที่ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา ดีที่ม่านฮวาเหลียนมีฐานะร่ำรวย พอออกจากโรงพยาบาลก็ซื้อเสบียงมาเก็บเอาไว้จำนวนหนึ่ง มันมากพอที่จะทำให้หนึ่งชีวิตใช้ชีวิตในฤดูหนาวอย่างไม่ลำบาก
ในบ้านยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งในดินแดนแห่งธาตุไม่มี ไฟฟ้ายังช่วยให้ชีวิตของนางไม่ลำบากอีกด้วย กาต้มน้ำร้อนแล้วนำมาใส่กระติกน้ำร้อน ทำให้น้ำร้อนได้นานข้ามคืนเลยว่าได้ อีกทั้งยังมีตู้เย็น มีหลอดไฟให้แสงสว่าง มีสิ่งที่เรียกว่า ทีวี เอาไว้ดูข่าวสารบ้านเมือง เอาไว้ดูละครเพื่อความบันเทิง
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวนางมาอยู่ในโลกใบนี้ได้ครบสองเดือนแล้ว หิมะหยุดตกไปเมื่อสามวันก่อน นางถือโอกาสปั่นจักรยานมาที่สหกรณ์ร้านค้าเพื่อซื้อของที่้า นับเป็การออกจากบ้านครั้งแรกนับั้แ่ตัวนางมาอยู่ในร่างนี้
นางสังเกตบ้านเรือนของผู้คน สังเกตผู้คนที่ออกมาซื้อของ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่วิ่งบนท้องถนน ร้านค้าที่ตั้งอยู่ริมถนน ร้านแผงลอยที่นำสิ่งของแปลกตามาว่างขาย นางเลือกซื้อมาหลายอย่าง ทำให้ในตอนนี้ตะกร้าและถุงผ้าที่เตรียมมาเต็มไปด้วยข้าวของที่นางใช้เงินในหยวนซื้อมา
ใช้เวลาราว ๆ สิบห้านาทีก็ปั่นจักรยานมาถึงบ้าน เพราะพลังธาตุของนางกลับมาเต็มสิบส่วนทำให้ร่างกายแข็งแรง สามารถทนต่ออากาศหนาวได้ อีกทั้งในเวลานี้นางไม่ใช้ผู้ฝึกธาตุระดับ์ขั้นปลายแล้ว แต่เป็ผู้ฝึกราชันขั้นกลางแล้ว ข้ามมาหนึ่งระดับเลยก็ว่าได้ นางคิดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับหินสีรุ้งในดินแดนแห่งกาลเวลา
ไม่รู้ป่านนี้เสด็จลุงจะเป็อย่างไรบ้าง มารดาของนางเสียไปเมื่อสามปีก่อน สาเหตุเพราะการแย่งชิงอำนาจในวังหลัง มารดาของนางเจ็บป่วยเพราะถูกพิษ นางมารู้เมื่อมารดาจากไปแล้ว อีกทั้งสาเหตุที่ต้องออกจากตำหนักชิงเยว่ก็เพราะเหตุนี้ เมื่อมาอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลเยว่ได้ไม่นานมารดาก็จากไป มารดามีความประสงค์ก่อนสิ้นใจให้นางอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลเยว่ต่อไป ห้ามกลับไปที่ตำหนักชิงเยว่อีกเด็ดขาด
ฉู่เยว่ฮวาเหลียนทำตามที่มารดา้า นางอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลเยว่ แต่ใช่ว่าในจวนจะมีนางเป็บุตรเพียงคนเดียว บิดาของนางมีภรรยารองสองคน อนุภรรยาอีกห้าคน มีพี่น้องต่างมารดาร่วมสิบกว่าชีวิต
การดูแลจวนตกเป็หน้าที่ของฮูหยินรองของบิดา ซึ่งเป็สตรีที่บิดาของนางรักใคร่ แม้อยากจะยกนางขึ้นเป็ฮูหยินเอกแต่ก็มิอาจทำได้ ก่อนแต่งงานตระกูลเยว่ทำสัญญากับฮ่องเต้ว่าตำแหน่งภรรยาเอกของจวนเสนาบดีเยว่ต้องเป็ขององค์หญิงแปดเท่านั้น ทำให้บิดาไม่อาจแต่งตั้งฮูหยินรองหญิงคนรักขึ้นมาเป็ฮูหยินเอกได้
บุตรชายคนโตของนางก็มากราบเสด็จแม่ของนางเป็มารดา อีกทั้งได้รับการอบรมสั่งสอนจากนางกำนัลคนสนิทของเสด็จแม่มาั้แ่เกิด แม้ฮูหยินรองจะไม่เต็มใจ แต่ก็มิอาจขัดคำสั่งของผู้เป็สามีและแม่สามีได้ นางจำยอมยกบุตรชายให้เสด็จแม่อบรมสั่งสอนมาั้แ่เกิด จนกระทั่งมีนาง
ชีวิตในจวนเยว่ของนางมิได้ลำบากเพราะมีพี่ชายคนโตอย่างเยว่เฟยเทียนคอยดูแล อีกทั้งนางยังมีตำแหน่งเป็ถึงท่านหญิงขั้นหนึ่งที่ฮ่องเต้แต่งตั้ง เป็ศิษย์ที่มีพร์ของสำนักพยัคฆ์เมฆาทำให้บิดาและคนในจวนตระกูลเยว่เกรงใจและไม่กล้าเข้ามาวุ่นวายกับนาง
แน่นอนว่าท่านหญิงขั้นหนึ่งอย่างนางมิยอมให้ใครมารังแกได้โดยง่าย แต่บิดาและฮูหยินรองมักจะเข้ามาสร้างความรำคาญใจให้เื่คู่ครองของนาง
จนกระทั่งเมื่อนางอายุได้ 16 ปี ฮ่องเต้มีราชโองการ สมรสพระราชทานให้นางกับบุตรชายคนโตของท่านแม่ทัพ ซึ่งมีนามว่า หวังซางเสวียน นางไม่เคยพบเจอเขา แต่กำหนดการแต่งงานจะมีขึ้นเมื่อนางอายุได้ 20 หนาว เมื่อได้รับราชโองการสมรสพระราชทาน ตระกูลหวังก็ส่งแม่สือและของหมั้นมา พร้อมกับหนังสือหมั้นหมายของสองตระกูล นางไม่เคยพบหน้าของหวังซางเสวียนว่าที่สามีของตนเลย รู้เพียงว่าเขาประจำการอยู่ที่ชายแดนเขตป่าทิมฬ ที่ตั้งอยู่ใจกลางดินแดนแห่งธาตุ มีพื้นที่ใหญ่พอๆ กับหนึ่งแคว้น เป็ป่าที่เต็มไปด้วยอันตราย เต็มไปด้วยสัตว์อสูร ทั้งสี่แคว้นต่างมีอาณาเขตติดกับป่าทิมฬ อีกทั้งมีกองกำลังทหารประการอยู่บริเวณชายแดนเขตป่าทิมฬ
การเข้าป่าทิมฬต้องมีป้ายอนุญาต ในป่ามีทรัพยากรการฝึกธาตุอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็สัตว์อสูรหายาก สมุนไพรขั้นสูง จึงมีผู้ฝึกธาตุจำนวนมากรวมตัวกันตั้งเป็สมาคมผู้ฝึกธาตุ รวมกลุ่มกันเพื่อรับจ้างเข้าไปหาสมุนไพรและล่าสัตว์อสูรตามที่ได้รับคำสั่งว่าจ้าง
สำหรับท่านหญิงอย่างฉู่เยว่ฮวาเหลียน นางมิจำเป็ต้องไปที่ป่าทมิฬด้วยตนเอง นาง้าสิ่งใด คนของเสด็จแม่พร้อมจะหามาให้นาง การเกิดมามีทั้งอำนาจและเงินทองทำให้การฝึกธาตุของนางก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
นอกจากฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่ง สิ่งที่นางได้รับการสั่งสอนั้แ่จำความได้คือหลักคำสอนเื่มารยาท ศาสตร์ทั้งแปด ศาสตร์การครองเรือน รวมถึงหน้าที่ภรรยาที่ดี นางเรียนรู้ทุกอย่าง แม้แต่เื่การทำอาหารก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อครัวหลวง
แต่ใช่ว่านางจะเข้าครัวทำอาหารเอง นางแค่เรียนรู้เอาไว้ยามแต่งงานเพื่อปรนนิบัติสามีในอนาคต ในเมื่อมีนางกำลังและพ่อครัวหลวงอยู่ นางก็ไม่จำเป็ต้องทำเอง แค่เรียนรู้มาเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าเวลานี้นางได้ใช้สิ่งที่เรียนมาทำอาหารเพื่อตัวเอง
อาหารเย็นมื้อนี้เป็ซี่โครงอบน้ำผึ้ง กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ตบท้ายด้วยสาลี่ตุ้นนับว่ารสมือของนางดีไม่แพ้พ่อครัวหลวงเลย อาหารตามร้านค้าที่มีขายรสชาติพอใช้ได้ แต่ถ้าให้เลือกนางย่อมเลือกรสมือของตัวเองเพราะมันถูกปากนางที่สุด
อาหารที่นางซื้อมามีเพียงซาลาเปาคุณยายเท่านั้นที่อร่อยถูกปาก นอกนั้นรสชาติพอทานได้แต่ไม่ได้เลิศรสเหมือนที่นางเคยทานในอดีต
เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จ นางก็ต้องเก็บจานมาล้าง อีกทั้งยังต้องทำความสะอาดครัวให้เรียบร้อย แม้จะไม่อยากทำ แต่นางไม่ชอบความเป็ระเบียบและความสกปรก ซึ่งเหมือนนิสัยของม่านฮวาเหลียนเดิม ที่รักความสะอาด รักความเป็ระเบียบ อีกทั้งยังชอบอ่านหนังสือ น่าเสียดายที่เฉิงเหล่ยไม่ยินยอมให้ภรรยาอย่างนางเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย
การศึกษาเปิดกว้างไม่ว่าจะเป็ชายหรือหญิง เพียงมีความสามารถสอบเกาเข่าและยื่นคะแนนผ่านเกณฑ์ก็สามารถเข้าเรียนได้ ซึ่งตัวม่านฮวาเหลียนทำได้ แต่พ่อแม่สามีกลับกดดันนาง สามีก็เห็นดีเห็นงามด้วย ไม่ยอมให้นางได้เรียนในระดับมหาวิทยาลัย
เอาเถอะ ไว้หย่าขาดจากสามีชั่วช้า ค่อยกลับไปเรียนก็ยังไม่สาย ร่างนี้พึ่งอายุ 19 ปี ยังไม่สายเกินไปที่จะเรียนในระดับมหาวิทยาลัย
“ความฝันของเธอ ข้าจะสานต่อให้เอง”
นางเองก็อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เช่นกัน แต่ก่อนอื่นนางต้องหย่าขาดจากสามี ทวงคืนทุกอย่างของตระกูลม่านกลับมา นับจากไม่มีแล้วฉู่เยว่ฮวาเหลียน มีเพียงม่านฮวาเหลียนเท่านั้น
---TBC---