ทุกคนที่ส่งเสียงหัวเราะออกมาต่างส่งสายตามองคนก่อเื่ด้วยแววตาสมเพชพวกเขามองออกแต่แรกแล้วว่าอันใดเป็อันใด แต่ไม่คิดว่าคนผู้นี้จะโง่งมถึงเพียงนี้
"เห็นเ้าแล้วรู้สึกเวทนานัก ข้าจะบอกให้เอาบุญแล้วกันเ้าคิดว่ามีเงินเพียงไม่กี่ตำลึงเงินแล้วอยากจะเปิดห้องพักที่เตียนฮวาก็เปิดได้หรือแค่ห้องชั้นล่างก็เริ่มต้นที่สิบตำลึงทองแล้วเมื่อเดือนก่อนข้าเปิดห้องที่ชั้นสองเพียงแค่คืนเดียวยังต้องจ่ายไปถึงสามสิบตำลึงทองแต่ข้าได้ยินว่าเ้าถูกลากลงมาจากห้องชั้นสามราคาห้องนั่นเทียบกับตำลึงเงินของเ้าจะถือเป็อันใดกันแล้วอย่างนี้จะไม่ให้พวกข้าขันคำพูดเ้าได้อย่างไร ฮ่า ๆ ๆ"
"สะ..สามสิบตำลึงทอง บะ..บ้าไปแล้ว แค่ห้องพักคืนเดียวเหตุใดถึงแพงเช่นนั้น"ไม่ใช่เพียงเถียนถานที่ใในราคาค่าห้องพักแค่หนึ่งคืนของโรงเตี้ยมเตียนฮวาฝูงชนที่ยืนรอชมเื่สนุกอยู่ก็พากันใไม่น้อยเช่นกัน
พวกเขาส่วนใหญ่ที่ยืนอยู่ล้วนเป็ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำหรือไม่ก็มีฐานะปานกลางที่พอมีเงินใช้จ่ายอยู่บ้างและส่วนมากก็มีบ้านพักอาศัยกันอยู่แล้ว ไม่จำเป็ต้องเปิดห้องพักให้เปลืองเงินจึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโรงเตี้ยมเตียนฮวาที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน มีคนมากหน้าหลายตาเข้าออกอยู่ทุกวันจะมีค่าห้องพักที่ราคาแพงสูงลิบเช่นนั้น
แค่เพียงค่าห้องหนึ่งคืนพวกเขาก็ใช้ชีวิตอยู่ได้สบาย ๆ ไปจนตายแล้ว
"ชื่อไม่มี จำนวนเงินค่าห้องไม่รู้ทุกคนคงได้คำตอบแล้วว่าคนผู้นี้มิใช่ลูกค้าของโรงเตี้ยมเตียนฮวาของเราเช่นนั้นจะหาว่าข้ารังแกคนไม่ได้ เสี่ยวโม่ไปเรียกคนของทางการมา"
"ไม่ ๆ คุณหนูผู้นี้ อย่าแจ้งทางการเลยนะขอรับ ข้าผิดไปแล้ว ๆเป็ข้าผิดเอง อย่าแจ้งทางการเลยนะขอรับ ถือเสียว่าสงสารกันเถิดขอรับ"
อวี้หรันขยับปลายเท้าหนีฝ่ามือใหญ่ที่คิดจะคว้าจับนาง ดวงตาเรียวปลายมองอย่างไร้ความเห็นใจดีแค่ไหนแล้วที่ก่อนหน้านางยอมให้พวกเขาได้เสพสมจนถึงจุดหมายไม่เข้าไปลากตัวออกมาทั้งอย่างนั้น แต่แทนที่จะรู้ตัวว่าทำผิดแล้วคิดสำนึกแต่นี่ดันหันกลับมาใส่ร้ายโรงเตี้ยมของนางอีกแล้วตอนนี้จะมาร้องขอความเห็นใจอันใดกัน
"ท่านพี่ ท่านพี่เหตุใดมานอนอยู่ตรงนี้เ้าคะ"
ฝูงชนที่เริ่มละความสนใจกำลังเข้าหาที่หลบจากหิมะที่เริ่มตกหนักขึ้น กลับมีเื่สนุกให้พวกเขาได้ยืนดูต่อเมื่ออยู่ ๆ มีหญิงสาวมาร้องเรียกชายที่เพิ่งก่อเื่และดูความสนิทสนมแล้วคงมิใช่พี่น้องกันอย่างแน่นอน
"อะ..อาซวง เ้ามาได้อย่างไร"เถียนถานยังไม่ทันจัดการเื่ที่ตนก่อดี อยู่ ๆภรรยาที่ควรอยู่อีกเมืองกลับมาโผล่ตรงหน้าได้
"ข้าเอาของป่ามาขาย พออากาศหนาวหมู่บ้านเราก็ไม่มีผู้ใดรับซื้อพอดีเจอผู้ใหญ่บ้านมาทำธุระที่เมืองซุ่ย ข้าเลยขอติดเกวียนมาลองขายที่นี่แทนเ้าค่ะแล้วท่านพี่ละเ้าคะ มาทำอันใด มิใช่บอกข้าว่าจะไปเยี่ยมท่านแม่ที่เมืองฉินหรือ"
"พี่เถียน สตรีนางนี้เป็ใครกัน" จวงเจี๋ยมองคนรักด้วยแววตาเอาเื่เมื่อครู่เพราะสวมบทบาทเลยทำตัวเป็ภรรยาเขา แต่แท้จริงพวกนางยังเป็เพียงคนรักมิได้แต่งงานแม้ความสัมพันธุ์จะเกินเลยไปไกลแล้วก็ตาม แต่นั่นเพราะเขาบอกว่ามีนางเพียงคนเดียวขอให้รอเตรียมทุกอย่างให้พร้อม อย่างไรก็ต้องแต่งกับนางแน่นอน
ทว่าตอนนี้อยู่ๆ กลับมีหญิงสาวอีกคนปรากฏกายขึ้นทั้งยังพูดจาที่ฟังอย่างไงก็เหมือนคำพูดที่คนเป็สามีภรรยาพูดกันแบบนี้จะให้นางยอมได้อย่างไร
"เอ่อ คือออ..."
"ข้าเป็เมียของท่านพี่นะสิ แล้วเ้าเป็ใครกัน"
"มะ..เมีย ซื่อเถียนถาน นี่มันอันใดกันเ้าคบกับข้ามาแรมปี บอกว่ามีข้าเพียงผู้เดียว แล้วตอนนี้เหตุใดอยู่ ๆเ้าถึงมีเมียขึ้นมาได้"
"ข้าแต่งเป็เมียให้ท่านพี่มากว่าห้าปี มีบุตรชายหญิงด้วยกันเป็พยานรักท่านพี่จะไปแต่งกับเ้าอีกได้อย่างไร"
"ได้ไม่ได้ก็ต้องได้ ข้าเป็เมียของเขาไปแล้ว"
เมื่อทุกอย่างตกลงกันไม่ได้สุดท้ายจึงลงเอยด้วยการใช้กำลัง สตรีสองนางที่เพิ่งเคยได้พบหน้าลงไม้ลงมือตบตีกันอย่างไม่มีใครยอมใคร สภาพจวงเจี๋ยที่มีเพียงผ้าห่มคลุมกายพอถูกดึงกระชากก็เริ่มหลุดรุ่ยไม่น่ามอง ทว่าทั้งคู่ก็ยังไม่ยอมแยกจากกัน กระทั่งตัวกลางอย่างเถียนถานที่คิดจะเข้าห้ามก็ยังโดนฝ่ามือทั้งสองไปไม่น้อย
อวี้หรันยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยอารมณ์หงุดหงิดจนเริ่มกลายเป็ความโมโห เส้นเืในสมองนางกำลังเต้นไม่ต่างจากน้ำต้มเดือดปัญหาเื่ลักลอบเข้าโรงเตี้ยมยังไม่คลายตอนนี้ยังมีเื่ชู้สาวจนตบตีกันเกิดขึ้นอีก
"นายหญิงใจเย็น ๆ ก่อนนะเ้าคะ"หลานซื่อเป็คนสังเกตเห็นอาการของเ้านายก่อนผู้ใดจึงรีบเข้าปลอบให้ร่างบางใจเย็นลง
"จัดการให้เรียบร้อย ก่อนที่ข้าจะมีน้ำโหไปมากกว่านี้"
น้ำเสียงหวานของเ้านายไม่มีใครกล้าไม่ทำตามแค่เพียงชั่วพริบตา สตรีสองนางที่กำลังตบตีกันกับบุรุษตัวก่อปัญหาต่างถูกจับลากไปที่ใดก็สุดจะรู้ได้ได้ยินเพียงเสียงร้องขอความเมตตาแว่วมาตามลมให้ได้ยิน ชวนให้รู้สึกขนลุกขนชันยิ่งกว่าอากาศหนาวเย็นจากหิมะทำให้ชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่สลายตัวหายไปอย่างรวดเร็ว
"ปัญหาถูกสะสางแล้ว เชิญแขกทุกท่านกลับเข้าด้านในเถิดเ้าค่ะเพื่อเป็การไถ่โทษกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นประเดี๋ยวทางโรงเตี้ยมจะเตรียมสุราเตียนฮวาให้ห้องละหนึ่งกาเป็การชดเชยนะเ้าคะ"รอยยิ้มทางการค้าของหญิงสาวปรากฏขึ้น แม้ภายในใจยังมีอารมณ์คุกรุ่นอยู่ก็ตาม
เหล่าแขกที่ยืนดูเื่สนุกต่างยิ้มรับหน้าบาน พวกเขาพยักหน้าให้กับเ้าของโรงเตี้ยมรูปงามก่อนจะมุ่งหน้าเข้าห้องตนไปอย่างอารมณ์ดี ที่อยู่ ๆจะได้ดื่มสุราเลิศรสโดยไม่ต้องเสียเงิน ไม่คิดว่ามีเื่สนุกให้ดูแล้วยังมีลาภปากให้ได้ดื่มปิดท้ายอีกด้วย
ผิดกับเ้าของโรงเตี้ยมอย่างอวี้หรันที่อารมณ์คนละขั้วต่างกับลูกค้านักนางต้องเสียสุราที่ทำเงินได้ถึงกาละหนึ่งตำลึงทองเพื่อแก้ปัญหาในเื่ที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นทำให้หลังส่งแขกทุกคนกลับเข้าด้านในเรียบร้อยใบหน้าสวยจึงกลับมาไร้ซึ่งรอยยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะผินหน้ามามองคนดูแลทั้งหมดที่ยืนรอด้วยรู้ความผิด
ั้แ่เปิดโรงเตี้ยมมานางก็ย้ำนักย้ำหนาเื่ห้ามคนนอกที่มิใช่ลูกค้าเข้ามาได้โดยเด็ดขาด และเพราะเช่นนี้นางถึงยอมเสียเงินค่าจ้างจำนวนไม่น้อยเพื่อให้พวกเขาทำหน้าที่ให้ดีแต่วันนี้กลับปล่อยปะละเลยจนคนที่ไม่มีแม้แต่วรยุทธด้วยซ้ำแอบเข้ามาใช้ห้องพักแสนมีค่าของนางได้
"นายหญิงเป็ความผิดของพวกเราเองขอรับ"ฉงเจ๋อก้าวขึ้นหน้าพร้อมยอมรับผิด เพราะพวกเขาประมาณต่อหน้าที่จนทำให้เกิดเื่
"ไปรับโทษที่ลานซ้อมกันทุกคนหลานซื่อไปบอกลุงเห่อให้ลงโทษตามกฏโดยห้ามมีข้อแม้ หลังจากนี้พักงานสามเดือนส่วนคนกลุ่มใหญ่ที่จะมารับหน้าที่แทนให้ลุงเห่อสั่งการให้ดีอย่าให้เกิดความผิดพลาดได้อีก"
"ขอบคุณนายหญิงที่ปราณีขอรับ" ชายฉกรรจ์ห้าคนตอบรับพร้อมกันเสียงดังทุกคนต่างก้มหัวยอมรับโทษแต่โดยดี
อวี้หรันถอนลมหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายนางคิดถึงเตียงนุ่มกับเตาผิงอุ่นในห้องนอนเต็มทน อากาศเย็นสบายเช่นนี้สมควรจะนอนขดตัวอยู่แต่ในผ้าห่มที่สุดมิใช่หรือ
"นายหญิงเตาผิงเ้าค่ะ ข้าให้ป้าเห่อต้มน้ำขิงไว้รอแล้ว ดื่มน้ำขิงตอนอุ่นๆ ได้รู้สึกดีขึ้น"
"มีแต่เ้าที่รู้ใจข้า" มือเรียวเล็กรับเตาผิงเล็กจากคนสนิทมาถือไว้ความอบอุ่นทำให้ริมฝีปากบางอมชมพูกลับมาคลี่รอยยิ้มหวานอย่างพอใจได้อีกครั้ง
เมื่อเื่ทุกอย่างจบลงหญิงสาวจึงหันกายคิดจะกลับไปหาความสำราญในการนอนอย่างที่ตั้งใจไว้ทว่าทันทีที่นางก้าวเท้าเดิน ชายเสื้อคลุมกลับถูกดึงไว้จนร่างบางเซไปด้านหลังใบหน้าสวยจึงแปลเปลี่ยนอารมณ์เป็หงุดหงิดอีกครั้ง
ครั้นหันไปมองหวังจะเอาเื่ก็พบเพียงเด็กชายรูปร่างผายผอมผู้หนึ่งในมือเขาจับกุมชายเสื้อนางแน่นจนยากจะดึงกลับ
"เ้าหนูปล่อยชายเสื้อนายหญิงประเดี๋ยวนี้"หลานซื่อเห็นเช่นนั้นจึงรีบช่วยดึงมือเด็กออกแต่อีกฝ่ายกลับกำไว้แน่นไม่ยอมปล่อยโดยง่าย
"์ วันนี้มันวันซวยอะไรของข้ากันเ้าหนูปล่อยมือจากเสื้อข้าประเดี๋ยวนี้ อย่าคิดว่าข้าไม่รังแกเด็กนะ"
"ท่านน้า..."
"อันใดนะ" เสียงเด็กชายแ่เบาจนอวี้หรันได้ยินไม่ชัดว่าเขาเรียกนางว่าอย่างไร
"ในที่สุด...ก็หาท่านน้าพบ"