ซึ่งการตั้งตัวเป็คู่แข่งอย่างโจ่งแจ้งทำเอารมย์นลินทั้งงุนงงทั้งไม่พอใจ ‘ทำไมธันว์ต้องแข่งกับเธอ ในเมื่อตอนนี้เขาน่าจะรู้แล้วว่าเธออยากได้ภาพนี้มาก’ ชั่วขณะหนึ่งหญิงสาวลืมไปแล้วหลานชายขอบท่านผู้หญิงกุลนันท์ชอบสะสมภาพงานศิลปะ
ชัยพัฒน์เองก็คิดเช่นเดียวกัน เขากระซิบถามภรรยา ‘พวกเธอสนิทสนมกันมากไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมทางนั้นถึงแสดงออกว่าจะต้องเอาภาพนั้นไปให้ได้ล่ะ’ ชายหนุ่มเองก็กังวลว่าฝั่งตัวเองจะไม่ได้ภาพวาดนี้มา
แรกเริ่มเดิมทีเขายอมแต่งงานกับรมย์นลินก็เพราะของชิ้นนี้นั่นแหละ! คุณปู่ของเขาเข้าใจว่าในบ้านหญิงสาวมีภาพวาดนี้อยู่ก็อยากได้มันเพื่อนำไปขายทำกำไรต่อ
แต่ก็ต้องผิดหวังพวกเขามารู้ทีหลังว่าภาพนี้อยู่ในมือคนอื่น ทว่าโชคยังดีที่เวลานี้เ้าของ้านำมันมาประมูล ด้วยเหตุนี้เขาถึงได้รีบกลับจากอังกฤษก่อนกำหนดเพื่อนำภาพนี้กลับไปให้คุณปู่ หากภรรยาเขาประมูลได้มา เื่ที่เหลือก็ง่ายแล้ว
ตอนแรกเขาก็ไม่คิดว่ามันจะเป็เื่ยุ่งยากอะไร ใช้เงินแก้ก็จบแล้วเพราะมันเป็สิ่งที่ครอบครัวเขาไม่ได้ขาดแคลนด้วย
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าท้ายสุดจะยังมีอุปสรรคได้และเป็อุปสรรคชิ้นใหญ่อย่างทายาทเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในประเทศอีกด้วย
“ยี่สิบห้าล้านค่ะ” รมย์นลินไม่สนใจคำพูดของสามี เธอยังคงเสนอราคาสูงขึ้นเพื่อแข่งกับธันวา สายตาที่มองอีกฝ่ายเต็มไปด้วยคำถาม แต่กลับได้รอยยิ้มหวานกลับมาและมันทำให้รมย์นลินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกชายหนุ่มปั่นหัว
“สามสิบห้าล้านครับ”
รมย์นลิน “.....”
บรรยากาศในงานเงียบกริบทันใด ทางพิธีกรรอสักพักเมื่อเห็นว่าไม่มีคนเสนอราคาเพิ่มเขาก็เริ่มขานราคาตามกฎ “สามสิบห้าล้านครั้งที่หนึ่ง สามสิบห้าล้านคะ-”
“สี่สิบล้านค่ะ”
“คุณรมย์นลินสี่สิบล้านครับ!” พิธีกรขานตัวเลขด้วยความตื่นเต้น เขามองหน้าหนุ่มหล่อสาวสวยที่แข่งขันกันอย่างไม่ยอมแพ้ งานประมูลชองชิ้นนี้ดุเดือดจริง ๆ
ทางด้านหญิงสาว เธอส่งสายตาให้ธันวา ‘นายจะเอายังไงกับฉัน’ แล้วก็ได้รับรอยยิ้มพิมพ์ใจกลับมาเหมือนเดิมพร้อมกับมือที่ชูหมายเลขประจำตัวขึ้นตามมาด้วยเสียงทุ้มนุ่มคุ้นหู
“ห้าสิบล้านครับ”
“ห้าสิบห้าล้านค่ะ” รมย์นลินพูดต่อแทบจะทันที
“หกสิบล้านครับ”
ได้ยินมูลค่าสูงขนาดนี้ ทุกคนที่อยู่ในงานต่างส่งเสียงฮือฮาเป็อย่างมาก ผิดกับรมย์นลินที่หน้าเจื่อน
“มันเกินงบของเธอแล้วนะลิน นี่เธอมีปัญหาอะไรกับนายนั่นกันแน่ ถ้าไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ” ชัยพัฒน์รู้สึกงงไปหมด วันนั้นเขายังเห็นสองคนนี้ตั้งใจทำตัวหวานแหววต่อหน้าต่อตา แต่สถานการณ์ในตอนนี้มันกลับตรงข้ามซึ่งสร้างความลำบากให้เขามากอย่างบอกไม่ถูก
ไม่นึกเลยว่าราคาภาพจะพุ่งสูงขนาดนี้ แบบนี้ถึงไม่ได้ของกลับไปคุณปู่ก็คงไม่ว่าเขาหรอก คิดได้แบบนี้เขาก็อยากบอกรมย์นลินเหลือเกินว่า ‘อย่าดันทุรังต่อเลย ยังไงก็สู้อภิมหาเศรษฐีไม่ได้หรอก’ ทว่าความคิดของเขาถูกหยุดไว้ด้วยคำพูดของอีกฝ่าย
“เงียบก่อนได้ไหมคะ!”
หญิงสาวหมดความอดทน เธอกัดฟันพูดใส่สามี ชัยพัฒน์เจออารมณ์โกรธของรมย์นลินก็ยอมทำตามและพยายามข่มกลั้นเก็บซ่อนความโมโหของตนเองเอาไว้
“หกสิบล้านครั้งที่หนึ่ง หกสิบล้านครั้งที่สอง หกสิบล้านครั้งที่สะ-”
“หกสิบห้าล้านค่ะ” หญิงสาวรีบพูดขึ้นใน่วินาทีสุดท้ายก่อนที่พิธีกรจะพูดจบการประมูลออกมา
รมย์นลินได้แต่หวังว่าธันวาจะไม่เสนอราคาต่อเพราะหญิงสาวทุ่มหมดหน้าตักแล้ว แต่ดูเหมือนคำขอของเธอจะมากเกินไปและคราวนี้ฝ่ายนั้นก็โจมตีเธออย่างโเี้ ไม่เปิดโอกาสให้เธอสู้ต่อ
“หนึ่งร้อยล้านครับ”
ร่างอรชรเบิกตามองธันวาอย่างอึ้ง ๆ แต่เมื่อเห็นสีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกความรู้สึกของชายหนุ่มเธอก็ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มขื่นและยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี ราคานี้เธอสู้ไม่ไหวจริง ๆ
หญิงสาววางป้ายประมูลลงบนโต๊ะแล้วลุกเดินออกจากงานประมูลทันที ในเมื่อเธอไม่สามารถทำตามที่ตั้งใจได้ อยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์กลับจะยิ่งทำให้จิตใจย่ำแย่ลงไปอีก
“เดี๋ยวสิ! เธอไม่คิดจะบอกอะไรฉันหน่อยเหรอ” ชัยพัฒน์ที่เดินตามออกมาด้วยพยายามถาม
“ลินจะนั่งรถกลับเอง งั้นเราก็แยกกันตรงนี้เลยละกันนะคะ” รมย์นลินพูดตัดบทแล้วเดินจากไปทันที เธอไม่คิดจะบอกอะไรและไม่สนใจคนที่หงุดหงิดหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับคำพูดของเธอด้วย
หญิงสาวเดินลงมาชั้นล่างของโรงแรมเพื่อจะเรียกแท็กซี่กลับคอนโด แต่ยังไม่ทันก้าวออกพ้นตัวอาคารเธอก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นมาก่อน
[ถ้าอยากได้ของก็ขึ้นมาหาผมตอนนี้ ห้อง1021]
คนที่ส่งมาไม่ใช่ใครที่ไหน...
คนที่เพิ่งประมูลภาพตัดหน้าเธอไปนั่นเอง!
รมย์นลินยืนนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถ้าเธอไม่ได้เอาภาพกลับไปให้พ่อแม่ ตัวเองก็ต้องทนอยู่ในสถานะกระอักกระอ่วนแบบนี้ไปจนแก่ หัวเด็ดตีนขาดยังไงเธอก็ไม่มีทางยอมให้เื่แบบนั้นเกิดขึ้นถึงได้มาร่วมงานนี้
ในเมื่อธันว์เปิดโอกาสให้ ไม่ว่าชายหนุ่มจะมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรต่อให้ยากขนาดไหนเธอก็ต้องลองดูสักตั้ง
หญิงสาวตัดสินใจได้ก็หมุนตัวกลับเข้าไปข้างในขึ้นลิฟต์ไปห้องที่เขาบอก ใช้เวลาไม่กี่นาทีห้องหมายเลข ‘1021’ ก็ปรากฎตรงหน้า
เธอเคาะประตูห้องสองครั้ง บานประตูก็ถูกเปิดออกประหนึ่งคนในห้องรู้อยู่แล้วว่ายังไงเธอก็ต้องมา ถึงขั้นนั่งเฝ้ารออยู่ตรงทางเข้าด้วยซ้ำ รมย์นลินไม่ได้พูดอะไร เธอเดินผ่านเ้าของห้องเข้าไปอย่างเงียบเชียบ อีกฝ่ายก็เช่นกัน เขาเพียงแค่ปิดประตูและเดินตามเข้ามา
“นาย้าอะไรกันแน่ แล้วทำไมต้องปิดบังตัวตนกับพี่ด้วย สนุกมากนักใช่ไหมที่ทำให้พี่ดูเหมือนเป็คนโง่ เป็ตัวตลก นายคงหัวเราะเยาะพี่มาตลอดเลยสินะ ไหนจะในงานเมื่อครู่อีก!” สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหวโพล่งขึ้นระบายความรู้สึกมากมายที่มันผสมปนเปอัดแน่นอยู่ข้างในออกมา
“ถ้าผมบอกไป จะทำให้พี่หย่ากับสามีสำเร็จเหรอครับ” ธันวาย้อนถามเสียงทุ้ม เขารั้งร่างบางเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง สองมือโอบเอวคอด ก่อนโน้มตัวลงไปคลอเคลียกับใบหน้าสวย “ผมขอโทษนะครับ”
ชายหนุ่มกระซิบเสียงเบา เขาเองก็รู้สึกไม่ดีเช่นกันที่เห็นสายตาเต็มไปด้วยความเ็ปของคนในอ้อมแขนตอนที่แพ้การประมูล
รมย์นลินไม่สนใจความคิดของชายหนุ่ม แต่ถามตรงประเด็น “สรุปนาย้าอะไรกันแน่ บอกมาเลย!”
ธันวาไม่ตอบแต่ถามกลับพร้อมยิ้มกว้าง “พี่อยากได้ของชิ้นนี้ไหม”
แม้รมย์นลินอยากจะตีคนที่ถามในสิ่งที่รู้อยู่แล้ว แต่เธอก็ทำได้แค่คิดพร้อมกับส่งมองค้อนใส่และพูดออกไปตามตรง “อยากสิ มันจำเป็กับพี่มาก บอกมาตรง ๆ เลยว่าพี่ต้องทำยังไง ไม่ต้องอ้อมค้อม”
ท่าทางเคร่งเครียดชองหญิงสาว ธันวาเห็นแล้วยิ่งรู้สึกอยากแกล้ง เขางับติ่งหูเล็กแล้วกระซิบข้างใบหูเล็ก “ง่ายนิดเดียวครับ แค่ทำให้ผมพอใจแล้วภาพวาดนี้ก็จะเป็ของพี่ทันที”
TBC