สีหน้าของจ้าวสิงแข็งค้างไปในทันที ทันใดนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปเขกหัวเฮยจื่อดังปึก คุนจื่อที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะเยาะด้วยความสะใจ
"ไปกันเถอะ ยัยหนู ในเมื่อเ้ามาแล้ว ข้าจะพาเ้าไปชมเสียหน่อยว่าอำเภอเฟิ่งหยางน่ะเป็อย่างไรกันแน่"
"ข้าไม่ได้ชื่อยัยหนู ข้าชื่อหลานชิ่น"
"หลานชิ่น?!" จ้าวสิงอุทานออกมาด้วยความใทันที
"เ้าเป็ลูกสาวของหลานอวี้หรือ?"
เดิมทีหลานชิ่นตั้งใจจะยอมรับ แต่แล้วนางก็รู้สึกว่าสีหน้าของจ้าวสิงดูไม่ค่อยถูกต้องนัก จึงเปลี่ยนคำพูดและกุเื่สถานะของตนเองขึ้นมา
"หากข้าเป็ลูกสาวของมหาเสนาบดีฝ่ายทหารหลาน แล้วข้าจะเดินทางมาเพียงลำพังเพื่อดูว่าขุนนางสุนัขอย่างเ้าปกครองอำเภอเฟิ่งหยางจนราษฎรเดือดร้อนเพียงใดกันเล่า?"
หลานชิ่นกระแอมเบา ๆ หนึ่งที "เพียงแต่ บิดาของข้ารับมหาเสนาบดีฝ่ายทหารหลานเป็บิดาบุญธรรม จึงให้ข้าผู้เป็ลูกสาวใช้แซ่หลานด้วย"
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวสิงก็ไม่ได้สงสัยเลยแม้แต่น้อย คนอย่างหลานอวี้นั้น รับบุตรบุญธรรมไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว
การที่เขาต้องมีจุดจบเช่นนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะเหล่าบุตรบุญธรรมที่อ้างชื่อเขา ทำตัวโอหังและระรานผู้อื่นตามอำเภอใจ และหลานอวี้เองก็ละเลยการอบรมสั่งสอน ทำให้ความผิดที่คนเหล่านี้ก่อขึ้นสุดท้ายจึงตกมาอยู่ที่หัวของหลานอวี้
แน่นอนว่าบุตรบุญธรรมเ่าั้ล้วนเป็พรรคพวกของหลานอวี้ จึงไม่มีใครรอดพ้นจากความตายได้ เมื่อคิดว่าสาวงามที่งดงามถึงเพียงนี้ สุดท้ายจะต้องถูกปะาล้างครอบครัว แววตาของจ้าวสิงก็มีความสงสารปรากฏขึ้น
เขาจึงเอ่ยเตือนหลานชิ่นว่า "เอาอย่างนี้ไหม เ้าลองกลับไปเกลี้ยกล่อมบิดาเ้าดู บิดาบุญธรรมอย่างหลานอวี้น่ะ เขาไม่รับก็ได้นะ? หรือไม่อย่างนั้น ก็ตักตวงผลประโยชน์อีกสักสองสามปี พอได้กำไรแล้วก็รีบหนีไปเสีย?"
จ้าวสิงคำนวณวันเวลาในใจ ปีหงอู่ที่ยี่สิบหก ‘คดีหลานอวี้’ ปะทุขึ้น แต่จูหยวนจางเริ่มคิดจะฆ่าั้แ่ตอนที่จูสยงอิงสิ้นพระชนม์แล้ว
เพียงแต่การสิ้นพระชนม์ของจูเปียว กลายเป็ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้จูหยวนจางตัดสินใจเด็ดขาด
จูเปียวสิ้นพระชนม์ด้วยโรคภัยในเดือนสี่ปีหงอู่ที่ยี่สิบห้า ปีถัดมาหลานอวี้ก็ถูก… ประมาณนั้น หาก้าตักตวงผลประโยชน์จากหลานอวี้แล้วถอนตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย อย่างช้าที่สุดต้องเริ่มวางแผนั้แ่ปีที่จูสยงอิงสิ้นพระชนม์
ปีหงอู่ที่สิบหก...
แต่คำพูดเหล่านี้จ้าวสิงไม่สามารถบอกคนอื่นได้ คำพูดที่เขาบอกหลานชิ่นก่อนหน้านี้ เปรียบเสมือนปริศนาคำทายที่ทำให้นางรู้สึกสงสัยเป็พิเศษ
"เพราะเหตุใด?"
"มหาเสนาบดีฝ่ายทหารหลานติดตามฝ่าาองค์ปัจจุบันรบตีแผ่นดิน ฝ่าฟันความเป็ความตาย มีความดีความชอบนับไม่ถ้วน อีกทั้งพี่สาวของเขายังเป็พระชายาเอกของรัชทายาท บัดนี้ในครรภ์ของพระชายารัชทายาทอาจจะเป็ว่าที่ซื่อจื่อในอนาคตก็ได้"
"บิดาของข้า..." หลานชิ่นพูดมากไปจนเกือบจะหลุดปาก
นางจึงรีบเปลี่ยนเื่ทันควัน "บิดาของข้าทำงานให้มหาเสนาบดีฝ่ายทหารหลาน จะมีอะไรต้องกังวลอีก?"
จ้าวสิงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจยาว เขามองนางอย่างจริงจังแล้วกล่าวว่า "แม่นาง เ้าหัดระวังตัวให้มากกว่านี้เถอะ เชื่อข้าสิ"
ยังไม่ทันที่หลานชิ่นจะได้พูดอะไร จ้าวสิงก็โบกมือแล้วกล่าวว่า "ช่างเถอะ ๆ จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เ้า"
พูดจบ เขาก็เดินนำหน้าไปทันที
หลานชิ่น “...”
ได้… ชอบทำตัวลึกลับสินะ? อย่างไรเสียคุณหนูอย่างข้าก็มีเวลาเหลือเฟือ อยากรู้นักว่าสุดท้ายแล้วเ้ามีความลับอะไร!
หลานชิ่นฮึดฮัดในใจ แล้วพูดกับจ้าวสิงว่า "ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ข้าจะคอยตามประกบเพื่อจับตาดูเ้า"
จ้าวสิงที่กำลังถือแก้วดื่มน้ำชาอยู่ถึงกับพ่นน้ำออกมาคำโต เขากอดอกและมองหลานชิ่นด้วยสายตาระแวดระวัง "เ้าคิดจะทำอะไร? ข้าอาบน้ำ เข้าห้องน้ำ เ้าก็จะดูด้วยหรือ?"
"ข้ารู้ว่าเ้าอาจจะชื่นชมข้ามาก แต่การตามติ่งก็ไม่ควรทำเช่นนี้ เป็ซาแซงแฟนนั้นไม่ดีเลย"
หลานชิ่นฟังไม่ออกว่าสิ่งที่จ้าวสิงพูดเหลวไหลนั่นคืออะไร แต่เมื่อดูจากสีหน้าของจ้าวสิง นางก็พอดูออกว่าหมอนี่ต้องพูดจาไม่ดีแน่นอน!
"ข้าไม่ได้สนใจจะดูเ้าอาบน้ำหรือเข้าห้องน้ำเสียหน่อย!" หลานชิ่นแทบจะกัดฟันพูดทีละคำ
เมื่อกลับมาถึงที่ว่าการอำเภอ หลานชิ่นมองไปทางนั้นทีทางนี้ทีด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เอาละ ในเมื่อเ้าบอกว่าอยากจะตามข้า งั้นต่อจากนี้ไป ข้าสั่งให้เ้าทำอะไร เ้าต้องทำสิ่งนั้น"
"อาศัยสิทธิ์อะไร?" หลานชิ่นเดินเข้าที่ว่าการอำเภออย่างไม่ยอมแพ้ โดยไม่ได้เห็นจ้าวสิงอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
แต่ในพริบตาต่อมา เมื่อนางเห็นฮูหยินที่นั่งอยู่ในลานบ้าน หลานชิ่นรีบก้มลงทำความเคารพตามสัญชาตญาณทันที
คำว่า "ฮองเฮา" ยังไม่ทันจะหลุดออกจากปาก ก็ถูกสายตาของหม่าฮองเฮาสั่งให้หยุดไว้ เพียงแต่เมื่อเห็นหม่าฮองเฮาอยู่ที่นี่ หลานชิ่นก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที
"จริงด้วย ขอแนะนำหน่อย ท่านนี้คือพี่สะใภ้ เป็ภรรยาของพี่ใหญ่จูของข้า"
"ส่วนยัยหนูนี่ ข้าเก็บได้โดยบังเอิญ" พูดจบจ้าวสิงก็หัวเราะ หึหึ
หม่าฮองเฮามองหลานชิ่นด้วยสายตาลึกซึ้งแล้วหัวเราะเบา ๆ "นายอำเภอจ้าวช่างมีวาสนาดีจริง ๆ ดูสิ ยัยหนูคนนี้หน้าตาสะสวยยิ่งนัก"
หลานชิ่นหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที ท่านผู้นี้คือฮองเฮาองค์ปัจจุบัน! หลานชิ่นพลันคิดขึ้นมาได้ว่า… หรือว่าฝ่าาจะเสด็จมาด้วย?
มิเช่นนั้น ‘พี่ใหญ่จู’ ที่จ้าวสิงพูดถึง คงไม่มีใครกล้าแอบอ้าง ต่อให้เป็ตัวปลอม ก็ไม่มีใครกล้าปลอมตัวเป็สามีของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ถ้าเป็เช่นนั้น แล้วฝ่าาอยู่ที่ไหนเล่า?
"ขุนนางสุนัข สามีของท่านป้าอยู่ที่ไหน?" หลานชิ่นถามจ้าวสิง
จ้าวสิงตอบว่า "อ้อ ข้าโยนไปดัดนิสัยที่โรงงานผลิตกระดาษแล้ว"
หลานชิ่นหลุดหัวเราะพรืดออกมาทันที นางไม่คิดเลยว่าฝ่าาองค์ปัจจุบันจะมีวันนี้ด้วย เมื่อเห็นสายตาเอ็นดูอย่างจนใจของหม่าฮองเฮาที่อยู่ข้าง ๆ หลานชิ่นก็แลบลิ้นอย่างซุกซน
"เอาละ รีบมาทำงานให้ข้าได้แล้ว อย่าลืมว่าตอนนี้เ้ายังเป็เชลยศึกที่ข้าจับตัวมา" จ้าวสิงยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
"เ้ากล้าสั่งข้าหรือ?" หลานชิ่นชี้ที่ปลายจมูกตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
จ้าวสิงตอบอย่างมั่นใจ "ทำไมจะไม่ได้? เ้าแอบหนีออกจากบ้านมาตั้งหลายวันยังไม่มีใครตามหา ต่อให้ข้ากักตัวเ้าไว้ที่นี่เป็ฮูหยินประจำค่าย บิดาเ้าก็ไม่มีทางรู้ หึหึหึหึ..."
จ้าวสิงเท้าสะเอวหัวเราะร่า หัวเราะได้อย่างเ้าเล่ห์เป็ที่สุด
"เ้า!" ใบหน้าเล็ก ๆ ของหลานชิ่นซีดเผือด นางเพิ่งตระหนักได้ว่า ยิ่งวางแผนหนีออกจากบ้านได้รัดกุมเพียงใด ตอนนี้ก็นำพาความซวยมาสู่ตนเองมากเพียงนั้น
นางโกรธจนแก้มป่อง แต่เพราะต้องอาศัยบ้านผู้อื่นอยู่ ตอนนี้จึงทำได้เพียงยอมจำนน นางวิ่งไปนั่งข้าง ๆ หม่าฮองเฮาแล้วเรียก "ท่านป้าเ้าคะ!"
หม่าฮองเฮามองคนหนุ่มสาวทั้งสองแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ จึงหัวเราะเบา ๆ สุดท้ายแล้วคนหนุ่มสาวก็มีชีวิตชีวามากกว่าจริง ๆ
่ไม่กี่วันที่ผ่านมา จ้าวสิงมีหลานชิ่นคอยเถียงกับเขา ทำให้วันเวลาผ่านไปได้อย่างเต็มอิ่มมากขึ้น พอกลับมามองอีกที เขาก็ลืมจูหยวนจางและหลิวป๋อเวินไปเสียสนิท
ณ โรงงานผลิตกระดาษ
จูหยวนจางและหลิวป๋อเวินเริ่มจะคุ้นชินกับชีวิตเช่นนี้แล้ว
มันช่างสบายเหลือเกิน! ปกติแล้วในวันที่ต้องเข้าประชุมเช้า หลิวป๋อเวินต้องตื่นมาทำงานั้แ่ยามอิ๋น
ยามอิ๋นคือตอนไหนกัน? ตีสามถึงตีห้า!
กลางดึกขนาดนั้น สุนัขยังหลับ ไก่ยังไม่ตื่นเลย! นานวันเข้า หลิวป๋อเวินรู้สึกว่าร่างกายของตนเองแย่ลงเรื่อย ๆ
แต่ตอนนี้ดีแล้ว นอนจนถึงยามเฉินแล้วค่อยตื่น ไปกินข้าวที่โรงอาหารใหญ่ ตราบใดที่ไม่ฟุ่มเฟือยและไม่นำกลับบ้าน จะกินเท่าไหร่ก็ได้ตามใจชอบ
มีทั้งไข่ไก่ ซาลาเปา เกี๊ยว หมั่นโถว บะหมี่ หลากหลายรสชาติ
นอกจากนี้ ่นี้หลิวป๋อเวินกำลังหลงใหลในเจี้ยนปิ่งกัวจื่อ ส่วนจูหยวนจางชอบกินเต้าฮวยเค็ม...