คำพูดของบิดาทำให้จอมพธูครุ่นคิดข้ามคืน....ครั้นจะหาเวลาคุยกับจันทร์เ้าเป็กิจจะดูเหมือนว่าจะไม่มีโอกาสประจวบเหมาะ ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆและมันก็เป็เช่นนี้ไปอีกถึงสองวันที่ตื่นมามีเวลาพูดคุยกับบุพการีไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หล่อนก็เร่งรีบออกจากบ้านบอกท่านว่า่นี้รับงานเข้ามาใหม่ จึงต้องทุ่มเทให้กับมัน
‘รอให้งานนี้เสร็จเรียบร้อยดีกว่านี้อีกหน่อยค่ะพ่อจอมจะมีเวลาอยู่ใกล้พ่อกับแม่ได้ทั้งวันเชียว’
ความหมายของหล่อนคือการบอกให้บิดารับทราบ ถึงการลาออกจากงานแล้วโดยงานที่หล่อนออกไปทำติดๆกันใน่นี้ เป็เพียงแค่การรับจ๊อบพิเศษก็เท่านั้นและตั้งใจบอกต่อไปว่า หากจบงานนี้แล้ว ตัวหล่อน้าคิดอ่านประการใดเกี่ยวกับการงานของตน
ทว่าใครจะรู้ว่าวิถีชีวิตคน...ย่อมมีพลิกผันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เฉกเช่นน้ำขึ้น ย่อมมีน้ำลง มีแสงสว่างในยามเช้าก็ย่อมมีความมืดในยามกลางคืน เป็ของคู่กันเสมอ
แต่ใจของจอมพธูในวันนี้บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าอยู่ในความมืดหรือสว่าง เมื่อการไปถึงบ้านของคุณนามและพบว่าความวุ่นวายที่เคยมีเฉพาะทีมงานตกแต่งของหล่อนนั้นยังน้อยกว่าทีมงานจากกองถ่ายแบบอีกเกินสิบชีวิต
บ้านสองชั้นซึ่งมีเนื้อที่ไม่กว้างเท่าไหร่หากมองจากประตูรั้วด้านนอก แต่ภายในซึ่งกินเนื้อที่ตัวบ้านเป็สอง่นั้นกลายเป็คับแคบไปถนัดตาและทีมงานตกแต่งของหล่อนแต่ละคนดูเหมือนใจจดใจจ่อไปกับการที่จะมีการถ่ายแบบเกิดขึ้นภายในสตูดิโอฯด้านหลังจนเกือบจะไม่เป็อันทำงาน
ดังนั้นหล่อนจึงขอความเห็นจากชุมสาย “วันนี้จะให้ทีมงานของฉันยกเลิกการทำงานไปก่อนไหมคะเพราะว่าคนค่อนข้างเยอะ เกรงว่าการถ่ายแบบของคุณชุมสาย อาจทำไม่สะดวก”
“ไม่เป็ไรหรอกครับทีมงานของมาดามเป็คนง่ายๆ กันเองทั้งนั้น เื่สถานที่ไม่เป็อุปสรรคอยู่แล้วเพียงแต่ว่ามันอาจจะดูวุ่นวายบ้างก็เท่านั้นเอง ถ้ายังไงคุณจอมกับทีมงานก็ทำงานตามปกติได้เลยนะครับเดี๋ยวผมขอตัวไปดูแลความเรียบร้อยด้านในก่อน...อ้อแล้ววันนี้คุณนนท์ไม่มาด้วยเหรอครับ”
“เดี๋ยวคงตามมา่บ่ายค่ะวันนี้นนท์ติดธุระ”
ชุมสายจึงหันไปทักกับทีมงานสองสามคนที่ดูผิวเผินคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็ช่างแต่งหน้าทำผม เพราะในมือถือกระเป๋าช่างแต่งหน้าด้วยอาการกรีดกรายอย่างที่เคยเห็นในข่าวสารทั่วไป ว่าบุคคลที่ชอบแต่งหน้าทำผมดูแลเสื้อผ้าเกี่ยวกับการถ่ายแบบ มักจะเป็ ‘ประเภท’ เดียวกับอานนท์
จอมพธูเองจึงแยกตัวไปทำงานของตนไม่อยากเข้าไปเกะกะใคร ดูแลงานตกแต่งในห้องรับแขกเสร็จ ก็ไปจัดแจงในส่วนที่กั้นเป็ห้องรับประทานอาหารขนาดครึ่งห้องซึ่งมุมนี้ก็เป็อีกจุดที่หล่อนสั่งปรับแก้ไปพอควรด้วยการเจาะกำแพงอิฐมอญแบบเว้นร่องไม่ฉาบปูนตรงกลางให้เป็ช่องรับแสงสว่างต่อจากด้านหลังครัวแล้วใช้กรอบรูปที่ใส่ภาพถ่ายฝีมือเ้าของบ้าน แขวนลดหลั่นตามลำดับผนังชั้นบนสุดซึ่งทแยงมุมไปตามแนวเฉียงของเพดานเอียงๆ จุดนี้นำเคาน์เตอร์บาร์เนื้อไม้เดิมลงเงาสภาพเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์มาคั่นเป็จุดกั้นห้อง โดยมีโต๊ะรับประทานอาหารซึ่งมีท็อปโต๊ะทำจากบานประตูทาสีน้ำเงินสด วางอยู่บนขาจักรเย็บผ้าเก่ารายล้อมด้วยเก้าอี้ไม้เก่านำมาทาสีเหลืองสดเช่นชุดที่อยู่นอกชานบ้าน
จอมพธูง่วนกับงานของตนเพียงพักเดียวใจครึ่งหนึ่งซึ่งมัวมน นึกถึงหน้านางแบบผู้นั้น...ใคร่รู้ว่าตัวจริงของหล่อนจะสวยงามขนาดไหน อดไม่ได้จึงชะเง้อชะแง้ไปยังกรอบประตูซึ่งเป็ส่วนเชื่อมระหว่างบ้านสองหลัง แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะผลักบานประตูห้องสตูดิโอฯเข้าไป
จนกระทั่ง...บานประตูสีฟ้าน้ำทะเลเปิดผลัวะ!
ใบหน้าของคุณนามถมึงทึงดวงตาคมตวัดมองหล่อน แสดงความไม่สบอารมณ์บางอย่าง จนหล่อนสะดุ้งวาบแล้วเขาก็ก้าวเร็วๆ หลีกไปจากตรงนั้น เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็ทีมงานะโไล่หลัง
“เดี๋ยวสิคะน้องนาม...รออีกแป๊บเดียวพี่รับรองว่านางแบบของพี่สองคนจะต้องเดินทางมาถึงแน่นอน ไม่ให้เสียเวลาไปกว่านี้”
คนที่ตามออกมาติดๆก็คือชุมสายเขาหยุดถอนหายใจตรงที่หล่อนยืนอยู่แววตาซึ่งแฝงรอยกังวลนั้นดูจะมองความโมโหของคุณนามเป็เื่ขบขันเสียมากกว่าขุ่นข้องใจ ยังไม่ทันที่หล่อนเอ่ยถาม ชุมสายชิงพูดขึ้นเสียก่อน
“สงสัยวันนี้คงจะฤกษ์ไม่ดีเท่าไหร่ครับงานยังไม่ทันเริ่ม...ช่างภาพของเราก็ควันออกหูซะแล้ว”
“มีเื่อะไรกันเหรอคะ”
“ไม่มีอะไรมากหรอกครับแค่นางแบบสองคนที่จะมาถ่าย จนป่านนี้ยังไม่โผล่หน้ามาสักคนเดียว ทั้งที่ทุกฝ่ายพร้อมจะทำงานแล้วตอนนี้ทั้งช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ช่างเสื้อผ้า กำลังนั่งตบยุงรอแล้วมั้งครับ”
ดูเหมือนคำพูดติดตลกของหนุ่มร่างท้วมจะไม่ได้ทำให้จอมพธูเห็นเป็เื่น่าขันนักเพราะสิ่งที่เล่า หมายถึงตอนนี้การถ่ายแบบกำลังเกิด ‘ปัญหา’ เข้าเสียแล้ว
“เดี๋ยวผมขอตัวไปกล่อมไอ้เพื่อนตัวดีก่อนนะครับเ้านี่ไม่รู้เป็อะไร...ความอดทนน้อยเอาซะจริงเชียว”
ชุมสายเดินห่างออกไป...ทำให้จอมพธูได้รู้จักตัวตนของคุณนามเพิ่มอีกหนึ่งประการนอกเหนือไปจากยิ้มน้อยแต่พูดมาก...จุกจิก...ไม่ดูแลตัวเอง...ล่าสุดก็คือ ขี้โมโห
ผู้ชายอะไรกันช่างหลากอารมณ์เสียจริง
.................................................