มิลันดาเดินทางกลับบ้านในรุ่งเช้า รมย์รวัตรอยู่เป็เพื่อนหล่อนที่โรงพยาบาลตลอดคืนและรุดไปทำงานต่อหล่อนรู้สึกสงสารเพื่อนที่ต้องมาทนอดหลับอดนอน ใช่ว่าไม่รู้แต่หล่อนแสร้งทำเหมือนไม่รู้เสียมากกว่าสีหน้าท่าทางรมย์รวัตรนั้นบอกบางอย่างเด่นชัด
คนตัวเล็กทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างภาพชายที่รักสะท้อนในโสตประสาท หล่อนไม่อาจตัดเขาออกจากห้วงความคิดยังคงติดภาพพี่คมส่งแฟนสาวไปโรงพยาบาล และที่สำคัญคือเขามีลูกด้วยกันแล้วตะแคงข้างกอดตัวเองน้ำตาไหลนอง ยิ่งนึกยิ่งพาลให้ใจปวดร้าว หล่อนควรหยุดเสียที แต่มันไม่อาจทำได้เพราะหัวใจมันคงไม่ฟังเสียงหล่อน
พยายามหลับตาลงเพื่อพักผ่อนอาชีพหล่อนก็คือหมอ มัวแต่พะวงเื่ตนเองจนละเลยหน้าที่คงไม่ใช่เมื่อเรียนด้านนี้มาแล้วนั่นคือการรู้แน่แก่ใจว่าตนต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นหญิงสาวระบายลมหายใจแล้วค่อยๆ ทำให้ตนเองผ่อนคลายก่อนผล่อยหลับลงเพราะความเหนื่อยตลอดคืน
ตื่นนอนขึ้นมามิลันดามองดูสภาพตนเองในกระจกโทรมไม่น้อยเลย เพราะมัวแต่ดูแลผู้ป่วยอีกทั้งคิดมากเื่ส่วนตัวผสมปนเปเข้าไปอีกถอนหายใจเฮือกใหญ่คว้าผ้าคลุมอาบน้ำแล้วพาตัวเองเข้าไปจัดการตนเองเรียบร้อยก้าวลงบันไดมาถึงชั้นล่างหล่อนเห็นอาหารมากมายวางบนโต๊ะเช่นเดิม คนตัวเล็กคลี่ยิ้มแล้วนั่งลงประจำที่หล่อนหิวจนไส้กิ่วเลยทีเดียว
“เป็ไงมิเหนื่อยมาสิเรา” คนเป็แม่ทักขณะวางน้ำผลไม้ไว้ข้างลูก
“ก็นิดหน่อยค่ะแม่”
ดาวเรืองเม้มริมฝีปากช่างใจสักพักหล่อนมีเื่อยากถามลูก แต่กลัวลูกจะไม่พอใจกับคำถามนี้แต่เท่าที่สังเกตสีหน้าคงไม่มีปัญหาอะไร
“เมื่อคืนคุณพิภัทรบอกว่าลูกชายพาแฟนเก่าไปโรงพยาบาลมิได้เจอพี่คมบ้างไหมลูก”
มือบางที่กำลังตักอาหารชะงักริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อถูกถาม สีหน้าท่าทางของบุตรสาวอยู่ในสายตาของคนเป็แม่ดูท่ามิลันดาคงเจอภาพบาดตาเอาเสียแล้ว
“เจอพี่คมแล้วใช่ไหมลูกไ
“ค่ะแม่”หล่อนตอบรับเสียงเบา
“พ่อคมบอกว่าแฟนเก่าท้อง”ดาวเรืองลองเชิง
“ค่ะแม่คุณกานต์ท้อง แล้วคงเกิดอะไรขึ้นทำให้แท้ง มิไม่ได้ถามหมอแผนกสูติเลยค่ะมัวแต่ยุ่ง” หล่อนไม่อยากวุ่นวายเื่ของเขาจึงไม่จำเป็ต้องถามว่าคุณกานต์สินีจะเป็เช่นไรบ้าง
“อ่อแย่เลยนะแบบนี้ ดันท้องกับคนอื่นมา พ่อคมเลยต้องดูแล จะทิ้งก็ไม่ได้”
คนฟังช้อนสายตามารดาหมายความว่ายังไง คุณกานต์สินีไม่ได้ท้องกับพี่คมงั้นเหรอแล้วทำไมต้องรู้สึกโล่งอกด้วย หล่อนไม่ควรคิดแบบนี้มันไม่ถูกต้อง
“ยังไงเขาก็เคยเป็แฟนกันค่ะคุณกานต์แท้งลูกขนาดนั้น พี่คมต้องดูแลอยู่แล้ว”
“จ้ะ”ดาวเรืองแค่ตอบรับ แล้วสังเกตสีหน้าบุตรสาว ดูเหมือนดีขึ้นพอสมควรเลย
โชคดีที่คมฉณัฐมาอธิบายเื่นี้ให้ฟังเมื่อคืนไม่เช่นนั้นหล่อนเองก็คงไม่กล้าพูดเื่หนุ่มข้างบ้านให้บุตรสาวฟังอีกลูกคงโกรธที่เชียร์ผู้ชายมีครอบครัวแล้วให้ แต่พอเหตุการณ์เป็เช่นนี้ความหวังของหล่อนก็ยังคงมีอยู่
คนเป็ลูกเหลือบมองแม่หล่อนรู้ว่าแม่คิดอะไร แม่ชอบพี่คมมากเพราะเขาคอยช่วยเหลือครอบครัวแต่หล่อนคงไม่อาจทำตามความ้าของแม่ได้พี่คมไม่ได้รู้สึกอะไรกับหล่อนั้แ่แรกคงยากหากให้คนอย่างมิลันดาคอยตามเพื่อพิชิตใจ
“มิจะไปทำงานเลยไหมลูก”
“วันนี้ไม่ไปค่ะแม่วันหยุด”
“ดีแล้วล่ะลูกพักผ่อนบ้าง แม่เห็นมิทำงานหนักั้แ่เป็คุณหมอ ระวังจะป่วยเอาเสียเองนะ”
“ค่ะแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ” หล่อนตอบแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าของแม่ดูแปลกไปกว่าทุกวัน
คนตัวเล็กลุกจากเก้าอี้นั่งจ้องมองใบหน้ามารดาแล้วจับมือแม่มาตรวจ ดูไม่ค่อยดีเลยแบบนี้คงต้องให้ไปตรวจร่างกาย เป็หมอแท้ๆ ทำไมหล่อนละเลยพ่อกับแม่ได้
“แม่ไม่สบายหรือเปล่าหน้าแม่ซีดมากเลยค่ะ ดูมือสิคะเย็นเฉียบแถมซีดอีก ไปหาหมอกับมินะคะ”
“ไม่เห็นต้องไปเลยลูกแม่ยังแข็งแรงดี” คนเป็แม่ปฏิเสธ
“แม่ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอคะพักนี้มีอาการอะไรบ้างไหม”
“ก็ไม่นี่ลูกแค่เหนื่อยง่ายเท่านั้นเอง”
หล่อนคงไม่อาจนิ่งดูดายจากการสังเกตคราวๆ อาการแม่ดูไม่เข้าท่าเลย
“งั้นแม่รอมิเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ”หล่อนรวบรัดไม่ยอมให้แม่ปฏิเสธ
ชัยเดชสวนทางกับบุตรสาวหลังจากลงมาจากห้องทำงานชั้นสอง เขาสบตาภรรยาก่อนนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อทานอาหาร
“ยัยมิเป็อะไรดูรีบร้อนจัง”
“ลูกบอกว่าฉันป่วยน่ะค่ะจะพาไปหาหมอ”
“อ่อดีแล้วล่ะ คุณไปกับลูกสิ พักนี้ผมเห็นหน้าคุณซีดๆ” ชัยเดชเห็นด้วยเพราะพักหลังดูภรรยาเหนื่อยง่าย
“ก็ได้ค่ะเดี๋ยวฉันขอไปเตรียมอาหารให้คุณก่อน” ดาวเรืองปลีกตัวเข้าครัว
ร่างบางลงบันไดสะพายกระเป๋าเรียบร้อยกวาดตามองหามารดา เห็นเพียงแค่พ่อนั่งอยู่ หล่อนก้าวเข้ามาร่วมวง
“แม่ล่ะคะพ่อ”
“เข้าไปในครัวน่ะลูก”
“อ่อค่ะ”หล่อนยกเรียวแขนดูเวลา ดูท่าโรงพยาบาลคนคงมากพอดูแล้วในเวลานี้
ครู่หนึ่งมารดาเดินออกจากครัวถือเหยือกแก้วในนั้นบรรจุน้ำเปล่ามาด้วย หล่อนก้าวตรงมายังสามีเพื่อปรนนิบัติเช่นทุกวันแต่ทว่าอาการบางอย่างกลับทำให้ร่างกายโซเซ ดวงตาเริ่มพร่าเลือนหัวสมองมึนงงจนยืนไม่อยู่
เพล้ง!
เหยือกแก้วหล่นกระทบพื้นตามด้วยเ้าของร่างล้มพับลง
“แม่!”
“คุณ!”
คนป็นลูกถลาเข้าหาแม่มือบางสั่นเทาเมื่อเห็นสีหน้าแม่ซีดเผือด หล่อนเช็คอาการแม่คราวบางอย่างทำให้รู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของโรคที่หล่อนคาดเดาในเวลานี้ริมฝีปากบางเม้มสนิทน้ำตาเริ่มคลอ หล่อนชะงักหยุดทุกอย่าง ความหวาดกลัวเข้าแทรก
ชัยเดชมองบุตรสาวเห็นนิ่งเงียบไม่เคลื่อนไหวทั้งที่ภรรยาเขากำลังแย่ หล่อนยกมือกุมหน้าอกหายใจติดขัด
“มิมีสติลูกแม่เป็อะไรเราต้องช่วยแม่ก่อน พ่อทำไม่เป็หนูเป็หมอหนูต้องทำนะลูก!” เขารีบเตือนสติบุตรสาว
หล่อนได้สติจากคำพูดบิดาใช้มือสองข้างกดทับหน้าอกแม่ไว้ หลังจากแม่หมดสติ หล่อนปั๊มหัวใจแม่ทั้งน้ำตา ปากะโให้สาวใช้เรียกรถพยาบาลชัยเดชน้ำตาคลอเมื่อรู้อาการภรรยา
เสียงรถพยาบาลแล่นมาจอดเทียบหน้าบ้านคมฉณัฐกับบิดารีบวิ่งออกมาดู เขาเห็นมิลันดากำลังปั๊มหัวใจแม่ตัวเองอยู่ชายหนุ่มตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้า เห็นน้ำตาหล่อนไหลอาบแก้ม มันเกิดอะไรขึ้นอาดาวเรืองเป็อะไรถึงกับต้องปั๊มหัวใจ
ชัยเดชมองดูรถพยาบาลเคลื่อนลับสายตาขามันก้าวไม่ออก ร่างกายสั่นเทาเพราะความกลัว ในหัวสมองคิดไปต่างๆ นาๆหากสูญเสียภรรยาคู่ทุกข์ยากยามนี้จะทำเช่นไรพิภัทรมองเพื่อนแล้วรีบสาวเท้าเข้าไปหาประคองไว้ไม่ให้ล้มลงหลังจากเห็นสีหน้าอันซีดเผือด เขาหันมาทางบุตรชายซึ่งตามมาด้วย
“คมตามไปดูหนูมิที่โรงพยาบาลหน่อย อาชัยเดชยังไปไม่ไหวหรอก พ่อจะพาไปทีหลัง”
“ครับพ่อ” เขารับคำแล้วกลับเข้าบ้านเพื่อออกรถ