ท่ามกลางม่านรัตติกาลที่แผ่ปกคลุมผืนป่าอันกว้างใหญ่ เงาร่างเล็กจ้อยของจิ่นเม่ยหลงลากซากสัตว์อสูรที่มีขนาดมหึมาทิ้งรอยเล็มทางไว้บนผืนหญ้าด้วยความยากลำบาก ลมหายใจของเด็กน้อยหอบกระชั้น ร่างกายที่เคยแหลกเหลวจากการปะทะกับหมาป่าขนน้ำเงิน บัดนี้กลับประสานรอยแผลจนหายสนิทไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความตาย
“หากมิได้พลังจากหมอกทมิฬสายนี้ สังขารของข้าคงได้ลงไปอยู่ในท้องของมันเป็แน่”
จิ่นเม่ยหลงทิ้งซากสัตว์ร้ายไว้ที่หน้ากระท่อมไม้ที่ทรุดโทรม ก่อนจะพาร่างอันเหนื่อยล้าทิ้งตัวลงนอนบนเตียงไม้ที่แข็งกระด้าง เพียงชั่วอึดใจสติสัมปชัญญะของเขาก็ดับวูบลงสู่ห้วงนิทรา
รุ่งสางมาเยือนพร้อมแสงทองที่สาดส่องทะลุยอดไม้ จิ่นเม่ยหลงลืมตาตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน หลังจากโคจรพลังตรวจสอบความเรียบร้อยของร่างกาย เขาก็สาวเท้าก้าวออกจากกระท่อมไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าซากศพของหมาป่าั์ที่นอนจมกองเืแห้งกรัง
“ซากเนื้อกองโตมโหฬารเช่นนี้... ข้าควรจะจัดการกับมันอย่างไรดี?” เด็กน้อยกุมขมับด้วยความฉงน ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น สัญชาตญาณลึกลับในสายเืกลับปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง จิ่นเม่ยหลงยื่นมือออกไปเบื้องหน้าอย่างไร้ซึ่งการควบคุม พลันปรากฏหมอกสีดำทมิฬพุ่งทะลักออกจากฝ่ามือประดุจสัตว์ร้ายที่หิวโหย มันเข้าปกคลุมซากหมาป่าขนน้ำเงินจนมืดมิด!
“นะ... นี่มันเกิดเื่อันใดขึ้น!”
แววตาของจิ่นเม่ยหลงสั่นไหวด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด ภาพเบื้องหน้าที่เห็นนั้นสยดสยองเกินพรรณนา หมอกสีดำมิได้เพียงแค่ห่อหุ้ม ทว่ามันกำลังกัดกร่อนและ ‘กลืนกิน’ ร่างของสัตว์อสูรั์เข้าไปอย่างรวดเร็ว! เสียงกระดูกที่ถูกย่อยสลายและเนื้อหนังที่มลายหายไปดังชัดเจนอยู่ในโสตประสาท เพียงแค่พริบตาเดียว... ซากมหึมาของหมาป่าขนน้ำเงินก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย มิหลงเหลือแม้แต่เศษธุลี!
ทันใดนั้นเอง คลื่นความร้อนขุมหนึ่งพลันทะลักย้อนกลับเข้าสู่ร่างของจิ่นเม่ยหลง! เส้นเืและกล้ามเนื้อทั่วร่างบิดเกร็งก่อนจะขยายตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ความรู้สึกเบาหวิวราวกับจะลอยล่องไปตามสายลมเข้าแทนที่ความหนักอึ้ง
“ร่างกายของข้า... เหตุใดถึงได้เบาบางเพียงนี้!” จิ่นเม่ยหลงลองขยับกายตรวจสอบความเปลี่ยนแปลง
วูบบบบ!
เพียงแค่การขยับเท้าเพียงนิด ร่างของเด็กน้อยกลับกลายเป็เงาสีดำเลือนรางพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าไกลกว่าลิบในชั่วพริบตา! ความเร็วระดับนี้... มันคือความเร็วของหมาป่าขนน้ำเงินที่เขาเพิ่งสังหารไปมิใช่หรือ!
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ที่แท้หมอกทมิฬสายนี้มิเพียงแค่รักษาาแ แต่มันยังสามารถ่ชิงพลังของสิ่งที่มันทำลายมาเป็ของข้าได้!” เสียงหัวเราะอันป่าเถื่อนดังกึกก้อง แววตาของจิ่นเม่ยหลงทอประกายอำมหิต “ในเมื่อ์มอบหนทางนี้มาให้ข้า เช่นนั้นก็ถึงเวลาที่ข้าจะต้องทดสอบมันให้เต็มแรง!”
ด้วยความฮึกเหิมที่เปี่ยมล้น จิ่นเม่ยหลงพุ่งทะยานกลับเข้าสู่ส่วนลึกของป่า คราวนี้เป้าหมายของเขามิใช่การฝึกฝนทั่วไป ทว่าเป็การออกล่าสัตว์ร้ายเพื่อ่ชิงพลังมาสลักไว้ในร่าง!
กลิ่นอายมรณะโชยมาตามลม จิ่นเม่ยหลงหยุดฝีเท้าลงเบื้องหน้าสัตว์อสูรที่น่าเกรงขามตัวหนึ่ง แมงป่องทมิฬ! ร่างกายของมันถูกหุ้มด้วยเกราะสีดำเงางามดุจเหล็กกล้า ก้ามคู่หน้าที่ใหญ่โตดูราวกับพร้อมจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้ขาดกระจุย หางพิษที่ชูชันพาดผ่านแผ่นหลังส่งรังสีสังหารออกมาอย่างเข้มข้น
แมงป่องทมิฬััได้ถึงผู้บุกรุก มันตวัดกรงเล็บและชูหางพิษขึ้นข่มขวัญในทันที
“หมัดทลายภูผา!”
เปรี้ยงงงง!!
จิ่นเม่ยหลงมิรอช้า พุ่งร่างประดุจลูกศรทมิฬเข้าประชิดตัวและซัดหมัดที่อัดแน่นด้วยพลังมารเข้าใส่ก้ามซ้ายของศัตรูอย่างจัง! เกราะแข็งที่ดูประหนึ่งโล่เหล็กกลับแตกกระจายดุจเศษกระจกภายใต้หมัดเดียว! แมงป่องั์แผดเสียงร้องด้วยความทรมาน มันคลุ้มคลั่งตวัดหางพิษพุ่งเข้าใส่จิ่นเม่ยหลงอย่างรวดเร็วหมายจะปลิดชีพในครั้งเดียว!
ตู้ม! ตู้มม! ตู้มมม!!
หางมรณะฟาดกระแทกพื้นดินจนแตกระแหง ฝุ่นควันคลุ้งกระจายบดบังทัศนวิสัย ทว่าท่ามกลางพายุการจู่โจมที่รวดเร็วนั้น จิ่นเม่ยหลงกลับเคลื่อนกายพลิ้วไหวราวกับไร้ตัวตน ความเร็วที่เขาได้รับมาจากหมาป่าขนน้ำเงินทำให้การโจมตีของแมงป่องั์ดูเชื่องช้าไปในถนัดตา
“เหอะ! ทำได้แค่นี้เองรึ... ช่างน่าเบื่อสิ้นดี!” จิ่นเม่ยหลงแค่นเสียงเย้ยหยัน แววตาแปรเปลี่ยนเป็เย็นะเื เขาเกร็งพละกำลังที่ขาทะยานร่างขึ้นสู่กลางอากาศเบื้องบน หมอกสีดำทมิฬทั้งหมดถูกรีดเร้นมารวมกันที่หมัดขวาจนอากาศโดยรอบเริ่มบิดเบี้ยวและสั่นะเื!
ตู้มมมมมมมมมม!!!
เสียงะเิกัมปนาทสะท้านเลื่อนลั่นไปทั่วผืนป่า! กำปั้นมฤตยูกระแทกลงกึ่งกลางแผ่นหลังของแมงป่องทมิฬอย่างรุนแรง เกราะเหล็กกล้าถูกบดขยี้จนแหลกเหลว พลังทำลายอันมหาศาลทะลวงผ่านลำตัวจนเกิดเป็รูโหว่ขนาดใหญ่ั์ โลหิตข้นสาดกระจายย้อมพื้นดินจนแดงฉาน
กี้...
เสียงร้องสุดท้ายของแมงป่องทมิฬขาด่ไปพร้อมกับร่างมหึมาที่หมอบลงกับพื้น สิ้นใจตายอย่างอนาถภายใต้พละกำลังของเด็กชายวัยเพียงห้าขวบ ผู้ซึ่งกำลังจะก้าวข้ามทุกกฎเกณฑ์แห่งการฝึกยุทธ์!