เมื่อความวุ่นวายในสำนักปราณพิทักษ์ฟ้ายามเช้าจบลง อีกราว ๆ ครึ่งชั่วยามต่อมาการทดสอบรอบสุดท้ายจึงได้กำลังจะเริ่มขึ้น ในรอบนี้ดูเหมือนจะมีผู้มาร่วมชมมากกว่ารอบแรกเสียอีก คงเพราะรอบนี้พวกเขาจะได้ดูได้เห็นคนที่ตัวเองชอบแสดงฝีมือแบบเต็มที่กระมัง ไม่เหมือนรอบแรกที่ ทำได้แค่ลุ้นว่าใครจะมีอันดับดีที่สุดในการออกมาจากป่าเป็คนแรก
ซึ่งพอจะกล่าวถึงสิ่งนี้ แน่นอนว่าสถิติใหม่ที่บุคคลลึกลับ (ห่าวหราน) ทำไว้ก็ได้สร้างความประหลาดใจแก่ผู้ที่เข้ามาชมการทดสอบไม่น้อยแต่นั่นก็เป็เพียงอาการใที่เห็นในครั้งแรกเท่านั้น เพราะประเด็นสำคัญที่พวกเขาอยากเห็น มันอยู่ในวันนี้ต่างหาก ผู้ใดจะสร้างสถิติใหม่ไว้เมื่อคืนก็หาสำคัญไม่…
ส่วนทางด้านของสองพี่น้องร่วมสาบานนั่น ทั้งคู่ก็แยกออกมานั่งชมการทดสอบเฉกเช่นที่ทำแบบ เดียวกับเมื่อวาน แต่หากจะมีสิ่งที่ต่างออกไป ก็คงจะเป็ของกินที่มีอยู่มากโขบนตักของจางิ่ มันกะจะกินไปดูการทดสอบไปยาว ๆ อย่างเพลิดเพลินโดยไม่ละสายตาแม้แต่น้อย ห่าวหรานที่นั่งมองอยู่ข้าง ๆ มันก็อดจะอมยิ้มในพฤติกรรมของน้องชายจะกละคนนี้มิได้
ในงานวันนี้นอกจาก ผู้คนทั่วไปที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศแล้ว บนที่นั่งชั้นสูงห่าวหรานก็ยังได้เห็นเหล่าขุนนางในชุดผ้าไหมหรูหราสวยงามมากมาย พร้อมกับเหล่าทหารแม่ทัพนายกองชั้นสูงอีกหลายคนเข้ามาร่วมชมการทดสอบด้วย ส่วนที่นั่งด้านหลังซึ่งห่างออกไปเล็กน้อย ห่าวหรานมองเห็นชายหนุ่มหญิงแรกรุ่นอีกหลายคนนั่งอยู่ และ หากจะให้เดา เมื่อดูจากเสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพงที่สวมใส่ คนพวกนี้ ก็คงเป็ลูก เป็หลานของเหล่าชนชั้นสูงที่ตามมาชมงานด้วยไม่ผิดแน่
อย่างที่ทราบกันดี เหล่าขุนนาง หลายคน มักจะนิยมให้บุตรสาวของตนหมั้นหมายกับผู้ที่มีความสามารถเป็อันดับต้น ๆ ของสำนัก แม่ทัพบางคนอยากจะได้คนมีฝีมือไปร่วมในกองทัพเพื่อรับใช้บ้านเมือง แต่บางคนก็อยากได้ไว้ไปเสริมบารมีให้ตนเองมีอำนาจในอนาคต ทุกคนจึงคาดหวังกับผู้เข้าทดสอบในรอบนี้เป็อย่างมาก
นอกจากบุคคลชั้นสูงในราชสำนักเหล่านี้แล้ว ห่าวหรานก็ยังได้เห็น ชายหญิงท่าทางมีอายุอีกหลายคนบนนั้นด้วย ทุกคนล้วนแต่งกายคล้าย ๆ กัน และห่าวหราน คาดว่าพวกเขาน่าจะเป็เหล่าอาจารย์ในแต่ล่ะฝ่ายของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้า เพียงแค่ห่าวหราน มองพวกเขาด้วยเนตรเทวะรู้แจ้งผ่านผ้าคาดตาสีดำด้านซ้าย ขนกายทั่วสรรพางค์ของมันก็ลุกชูชันด้วยความตื่นเต้น เพราะเหล่าอาจารย์แต่คนนั้น ล้วนมีขั้นการฝึกฝนไม่ต่ำกว่า ชั้นนภาระดับสูง แม้แต่คนเดียว
"นี่นะรึ.? เหล่าอาจารย์ยอดฝีมือแห่งสำนักปราณพิทักษ์ฟ้า….สุดยอด…" ห่าวหรานคิดในใจอย่างเงียบ ๆ ด้วยความตื่นเต้นดีใจเป็ยิ่งนัก ที่ได้มาเห็นผู้มีฝีมือสูงส่งหลายคนในเวลานี้ ก่อนที่ดวงตาของมันจะเหลือบไปเห็นร่างสองร่างที่คุ้นตากำลังยืนสนทนากันอยู่บนนั้น
"หือ? นั้นมัน……." ห่าวหรานถึงกับตื่นใไปชั่วขณะ เมื่อได้เห็นร่างของชายชราในชุดสีขาว ผู้ที่มันเคยสอดมือเข้าไปช่วยเหลือจากพวกอันธพาล ครั้งเมื่อมาถึงเมืองัรุ่งโรจน์ใหม่ ๆ และชายชราผู้นี้ก็ยังมาสนทนา และบอกใบ้เื่การป่าแห่งการทดสอบกับมันเมื่อวาน
"ข้านึกอยู่แล้วว่า ชายชราผู้นี้มิใช่คนธรรมดา แต่ไม่นึกเลยว่า เขาจะเป็คนของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าแห่งนี้ด้วย เขามีตำแหน่งอันใดกันนะ คงจะเป็ผู้าุโของสำนักกระมัง แต่ที่แน่ ๆ เนตรเทวะของข้าก็ยังมองขั้นการฝึกฝนของเขาไม่ได้อยู่ดี…"
ห่าวหรานได้แต่มองชายชราในชุดสีขาว ก่อนจะตัดพ้อในใจอย่างเงียบงัน ก่อนที่จางิ่จะหันมามองด้วย และเอ่ยขึ้นว่า "ห่าวหราน นั้นมันชายชราที่เ้าสอดมือเข้าไปช่วยเหลือเขาจากอันธพาลมิใช่รึ? เขาเป็คนของสำนักแห่งนี้งั้นเหรอ เอ๊ะ? แล้วนั้นหญิงสาว คนที่เขากำลังสนทนาด้วย คนนั้นก็เป็คนที่เฟยฮุ่น ออกหน้าช่วยไว้ใช่หรือไม่" จางิ่รั่วคำถามใส่ห่าวหรานเป็ชุด ในขณะที่ปากของมันยังเคี้ยวซาลาเปาไส้หมูแดงไปด้วย
ห่าวหรานเองก็มิได้ตอบอะไรมากนัก เพราะมันก็พึ่งสังเกตเห็นเช่นเดียวกัน เขาจึงทำได้แค่พยักหน้ารับอย่างเดียว
ซึ่งก็นับว่าจางิ่มองไม่ผิดคน เพราะนางคือหญิงสาวคนที่เฟยฮุ่นช่วยไว้จริง ๆ นางมีนามว่า ลู่ หวังลี่ เป็บุตรสาวของรองแม่ทัพ ลู่ ตงหยาง
ยามนั้นสองพี่น้องที่นั่งมองขึ้นมา ยังมิทราบฐานะที่แท้จริงของนาง แต่พวกมันก็มิได้สนอันใดอยู่แล้ว ผิดกับ เฟยฮุนซึ่งกำลังเตรียมตัวอยู่อีกด้านของลานประลอง มันเองก็เห็นหญิงสาวที่มีนามว่า ลู่ หวังลี่เช่นกัน เฟยฮุนฉลาดหลักแหลม และมักใหญ่ใฝ่สูง แม้ยามนี้มันยังไม่ทราบฐานะที่แท้จริงของนาง แต่ก็พอจะเดาออกว่านางต้องเป็บุตรสาวของคนใหญ่คนโต คนใดคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนนั้นอย่างแน่นอน ส่วนเื่ชายชราในชุดขาวที่กำลังสนทนาอยู่กับนาง ครั้งแรกที่เฟยฮุนได้เห็น มันเองก็ใอยู่ไม่น้อย แต่ก็มิได้สนใจอะไรมาก จวบจนกระทั่ง เทียนเจิง หรือก็คือ คนคุมการทดสอบในการสุดท้ายก้าวออกมากลางลานประลอง และประกาศบางอย่างขึ้น ตอนนั้นนั่นเองที่ทำให้เฟยฮุน ถึงกับพลันตกตะลึงอย่างบอกไม่ถูก
จบบทที่ 15
บทต่อไป คู่ประลองคู่แรก