หลังจากตามครูประจำชั้นเข้าไปในห้องพริมากับยามานั่งโต๊ะเรียนคู่กัน รอจนถึงเวลาเข้าเรียนเพราะวันนี้เด็กทั้งสองคนไม่ได้เข้าแถวตามปกติเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่รออยู่ที่ห้อง ผ.อ.จนถึงเวลาครูประจำชั้นจึงมารับพวกหล่อนพาไปเข้าชั้นเรียนแรก ๆ พริมาเข้ามาใหม่ ๆ เป็ที่สนใจของหลายคนเพราะเด็กบางคนไม่เคยเห็นลูกครึ่งจริงๆ สักที...เคยเห็นก็แต่ในทีวี
“เธอเป็ลูกครึ่งอะไรอ่ะ?” เด็กคนหนึ่งถามพริมา เด็กหญิงตอบคำถามเพื่อนแบบที่ตอบยามา
“พ่อเธอต้องหล่อมากแน่ๆ เลย” พริมาไม่รู้จะตอบอย่างไรเพราะหล่อนก็ไม่เคยเจอพ่อจริง ๆ เหมือนกัน
“ลูกแก้วสวยได้แม่ย่ะแม่นางน่ะสวยหยั่งกะดารา” ยามาช่วยตอบคำถามแทนเพื่อน เมื่อเห็นสีหน้าของพริมา
“งั้นเธอก็ต้องพูดภาษาอังกฤษเก่งมาก ๆเลยน่ะสิ” คำถามนี้หนักกว่าเื่พ่อเสียอีก พริมามาอยู่เมืองไทยั้แ่ 2 ขวบหล่อนฟังภาษาอังกฤษพอได้บ้าง แต่พูดแทบไม่ได้เลยมาตรฐานภาษาของหล่อนต่ำกว่าเด็กไทยหลาย ๆ คนในวัยเดียวกันด้วยซ้ำและเป็เื่น่าอายอยู่เหมือนกันที่เป็ลูกครึ่ง แต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ภาษาไทยบางทียังสับสน
“โอ้ย!พอ ๆ ถ้าใครถามอีกฉันจะคิดคำถามละ 20 สงสัยวันนี้จะได้ค่าขนมเยอะอยู่ไม่รู้จะอยากรู้กันไปทำไม” เจอยามาเหวี่ยงใส่วงจึงแตกแต่พอได้คุยได้รู้จักทุกคนจะรู้ว่ายามาแค่ปากร้าย แต่ความจริงหล่อนเป็คนมีน้ำใจการบ้าน (ถ้าทำ) หล่อนก็จะให้เพื่อนลอกเสมอไม่เคยหวง...ส่วนใหญ่ยามาจะไม่ทำการบ้านแต่สอบทีไรหล่อนได้คะแนนเกือบเต็มทุกทีหลายคนก็เป็ลูกค้ายามาในการขอลอกการบ้าน การจะโดนเหวี่ยงหรือบ่นบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ จึงถือเป็เื่เล็กส่วนพริมาหล่อนเรียนพอไปวัดไปวา หรือจะเรียกได้ว่าเส้นยาแดงผ่าแปด...อีกนิดเดียวก็ตกแต่พริมาเก่งวิชาการเรือนที่เป็วิชาเลือกเสรี หล่อนชอบทำอาหารและขนมยามาก็ตามมาเรียนด้วยแต่หล่อนทำออกมากินไม่ได้เลยสักอย่าง ทั้ง ๆ ที่เรียนอยู่พร้อมกัน ทำเหมือนกันแต่ทำไมรสชาติมันถึงได้ต่างกันนักพริมาก็ไม่เข้าใจ
“ปลาทูก็คิดว่ามันเป็สูตรทางเคมีสิสัดส่วนผสมกันให้ลงตัวแบบนั้นแหละ” พริมาพยายามหาหนทางที่เพื่อนน่าจะนำมาประยุกต์ใช้ดัดแปลงกับการทำขนมเพื่อให้ออกมาดีได้
“ก็เพราะคิดว่ามันเป็วิทยาศาสตร์ไงเลยลองโน่นลองนี่ไปนิดหน่อย แต่มันออกมากินไม่ได้” ยามาเกาหัวหล่อนไม่เข้าใจแค่ใส่สิ่งที่ชอบมากเกินจากสูตรแค่นิดเดียว ทำไม่ขนมถึงออกมาไม่ได้เื่ตามแบบที่อาจารย์สอน
“ถ้าเป็ขนมไทยก็พอได้นะปลาทูดัดแปลงใส่อะไรบางอย่างมากกว่าสูตรได้ตามชอบ แต่ถ้าเป็เบเกอรี่ลูกแก้วการันตีได้เลยว่าเสียของแน่นอนปลาทูจะเติมอะไรเพิ่มสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้” ความถนัดมันสอนกันยากจริง ๆถ้าให้ยามาไปเรียนหนังสือแก้โจทย์เคมีหรือคณิตศาสตร์รับรองใช้เวลาไม่นานแต่ทำอาหารนี่หล่อนยอมใจจริง ๆ
นอกจากพริมาที่เป็ที่สนใจของเพื่อน ๆแล้ว แน่นอนยามาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน การที่เด็กผู้หญิงจะตัดผมทรงสกินเฮดนั้น ย่อมมีคำถามมากมายตามมาและยามาดูจะไม่ใส่ใจหรือแยแสแม้แต่น้อย หล่อนตอบคำถามทุกคน เพียงแต่ว่าบ่อยครั้งที่หล่อนให้คำตอบแทบจะไม่เหมือนกันเลย
“ทำไมเธอตัดผมทรงนี้ล่ะ” มาริสาถามขึ้นั้แ่ครั้งแรกที่พวกหล่อนเข้ามารายงานตัวในห้องหล่อนเป็หัวหน้าห้องและเป็คนกล้าคิดกล้าทำ และหล่อนจะถามทุกอย่างที่สงสัยเสมอไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ถ้าวิชาไหนหล่อนไม่เข้าใจหล่อนจะถามจนบางครั้งอาจารย์เองก็เหนื่อยใจ
“ฉันแก้บนน่ะสิ! รู้ไหมว่าฉันอยากเรียนโรงเรียนนี้ั้แ่ ม.1 เลยนะ แต่สอบเข้าไม่ได้ฉันก็เลยไปบนเล่นขำ ๆ ว่าถ้าได้เข้าโรงเรียนนี้ฉันจะไปโกนหัวแก้บนล่ะแล้วสงสัยเ้าแม่คงจะชอบใจเลยให้ฉันได้เข้าเรียนที่นี่ ดูสิขนาด ม.2กลางเทอมขนาดนี้เ้าแม่ยังจัดให้ ฉันนี่เซ็งเลย...เรียกว่าเข็ดเลยแหละคราวหน้าไม่กล้าไปบนบานศาลกล่าวอะไรแปลก ๆ แบบนี้อีกแล้วล่ะ” ยามาเล่าเป็ตุเป็ตะพริมาเห็นสีหน้าเพื่อนของหล่อนดูมีความสุขที่หล่อนได้แกล้งเล่าเื่โกหกและดูเหมือนเพื่อนๆ ในห้องจะเชื่อตามที่หล่อนพูดกันอย่างจริงจัง
“ตอนแรก ๆ ก็กะว่าจะไม่แก้บนหรอกนะทำเนียนขำ ๆ ไป โหย...เป็พวกเธอจะตัดไหมล่ะ ผมนี่คือชีวิตของผู้หญิงเลยนะแต่พวกเธอเชื่อไหม? เ้าแม่ท่านเฮี้ยนจริงๆ เข้าฝันฉันติด ๆ กันเป็เดือนเลยล่ะ สุดท้ายก็เลยต้องยอมหั่นผม...เอ่อเรียกว่าโกนผมแก้บนกันไปเลยดีกว่า” เห็นเพื่อน ๆ ยิ่งสนใจยามายิ่ง ”เล่นใหญ่” พริมาได้แต่ยืนฟังไม่กล้าขัดทั้งห้องคงมีแค่หล่อนคนเดียวกระมังที่รู้ความจริงส่วนมาริสาหัวหน้าห้องเ้าของคำถามนั้น หล่อนไม่พูดอะไรสักคำได้แต่ตั้งใจฟังและพริมาเห็นมาริสานั่งเลิกคิ้วขมวดคิ้วสลับกันไปมาตลอดเวลาที่ฟังยามาเล่าอย่างลืมตัวพริมาไม่กล้ามอง...หล่อนเสมองไปทางอื่น เพราะถ้าหล่อนยังคงมองหน้าเพื่อน ๆต่อไปมีหวังหลุดขำแล้วทำเสียเื่กันไปใหญ่แน่ ๆ
มีครั้งหนึ่งเด็กผู้ชายข้างห้องมาล้อทรงผมของยามาพริมาคิดไว้แล้วว่าจะต้องเกิดเื่แน่ ๆ เพราะยามาไม่ยอมใคร แต่ผิดคาดยามาแก้เผ็ดเด็กชายชนิดที่ว่าพริมาเองก็คิดไม่ถึงหล่อนเข้าไปในห้องของเด็กผู้ชายคนนั้น แสร้งทำเป็เหมือนจะร้องไห้ตอนแรกพริมาคิดว่าเพื่อนเสียใจจริง ๆเพราะสีหน้าตอนที่หล่อนพูดกับเด็กคนนั้นช่างเศร้าเหลือเกิน
“เธออยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องโกนหัวแบบนี้?” ศิวกรนั่งนิ่งเขานั่งอยู่ที่โต๊ะประจำของตัวเองตอนเด็กหญิงเดินเข้าห้องมา ห้องของยามาคือห้อง 5และเขาอยู่ห้อง 1 เด็กหญิงเดินผ่านมา 4 ห้องเพื่อมาหาเขาอย่างตั้งใจ
“ฉันก็รู้อยู่แล้ว...เธอโกนผมแก้บนไม่ใช่เหรอ?” เขาบอกตามที่ได้ยินมาจากเพื่อนห้องอื่น ๆแน่นอนตามปกติเด็กย้ายมาใหม่กลางเทอมก็น่าสนใจอยู่แล้ว แต่ด้วยรูปลักษณ์ของ“เด็กใหม่” ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีก
“ความจริงแล้วไม่ใช่หรอก....”พูดมาถึงตรงนี้ยามาน้ำตาหยดแหมะ พริมาใ หล่อนไม่คิดว่า ยามาจะจิตใจอ่อนไหวขนาดนี้ แต่ก็เข้าใจเพื่อนดีว่ากว่าผมจะยาวเป็ปกติยามาคงจะโดนเพื่อน ๆ ล้อไปอีกหลายเดือน ยิ่งเป็เด็กผู้ชายวัยนี้ด้วยแล้วการล้อเลียนคนอื่นให้ได้รับความอับอายขายหน้าถือเป็เื่สนุกอย่างยิ่ง
“ความจริงแล้วฉันเป็มะเร็ง...ต้องไปทำคีโมจนผมร่วงสุดท้ายเลยต้องโกนหัวแบบนี้แหละ” คราวนี้ไม่ใช่แค่ศิวกรเท่านั้นเพื่อนคนอื่นในห้องเริ่มเงียบ พวกเขาตั้งใจฟัง...พริมาเห็น เพียงแต่พวกเขา ไม่เข้ามาถามหรือหันมามองให้เป็ที่สะดุดตาพริมาเหลือบมองเพื่อนรัก ตอนนี้เด็กหญิงเริ่มไม่แน่ใจว่า ยามาพูดจริงหรือไม่ เพราะตอนนี้ยามา “เล่นใหญ่”ขนาดน้ำตาไหลมาเป็สาย พริมาเห็นเพื่อนป้ายน้ำตาแล้วพูดต่อ
“ฉันไม่ได้อยากจะบอกใครหรอกแต่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปได้อีกนานแค่ไหน เลยไม่อยากให้เข้าใจผิด กันไปใหญ่เพราะถ้าฉันตายไปอาจจะมีบางคนรู้สึกผิดที่ครั้งหนึ่งเคยล้อเลียนคนป่วยเป็มะเร็งใกล้ตาย ให้ได้รับความอับอาย”ตอนนี้พริมาเห็นว่าศิวกรนั้นหน้าซีดเขาคงคิดไม่ถึงว่ายามาจะป่วยด้วยโรคร้ายแรงแบบนี้และดูเหมือนเขาจะไม่ได้เป็เด็กที่ร้ายกาจซะทีเดียว เขาดูสลดจริง ๆไม่ใช่แค่สลดเฉย ๆ ตอนนี้เขาอับอาย...สายตาของเพื่อนในห้องที่มองเขาไม่มีใครด่าออกเสียงแต่สายตาที่ส่งมานั่นก็เกินพอ
ยามาเดินหน้าเศร้ากลับห้องโดยมีพริมาตามไปติดๆ เด็กห้อง 1 ไม่ได้ตามออกมาเพียงแต่ยืนมองพวกหล่อนเดินออกมาเงียบ ๆ พริมามองเพื่อน...หล่อนมีเื่ต้องคุยกับเพื่อนอีกยาวแต่เมื่อพ้นเขตห้อง 1 มาได้ระยะพอสมควรแล้ว พริมาเห็นยามายิ้มร่า...ยิ้มชนิดที่ปากจะฉีกถึงหูทีเดียว
“ปลาทู!!! ลูกแก้วว่าคราวนี้ปลาทูเล่นแรงเกินไปนะ”พริมาเข้าใจได้ทันทีเมื่อเห็นหน้าเพื่อน ยามาเล่นละครฉากใหญ่เข้าให้แล้ว
“ไม่แรงหรอก...ถ้าไม่เล่นไม้นี้ไอ้พวกนี้มันก็ไม่หยุดหรอกนะไอ้คนพวกนี้น่ะมันหาเหยื่อสนอง ปมด้อยตัวเอง ถ้าลองมันได้เหยื่อแล้วรับรองไม่มันปล่อยไปง่าย ๆ หรอกมันจะล้อฉันไปอีกหลายเดือนเลย แต่มันเลือกเหยื่อผิดไงล่ะฉันน่ะนักล่าในคราบเหยื่อย่ะ” ยามายักไหล่ หล่อนร่ายยาวถึงละครบอร์ดเวย์ฉากสำคัญว่ามีเหตุผลอะไรที่หล่อนต้อง “เล่นใหญ่” เกินจริงขนาดนี้
“เมื่อกี๊ลูกแก้วเห็นปลาทูร้องไห้ด้วย”พริมายังไม่จบ
“อันนั้นเสียใจจริง...มีอย่างที่ไหนมาล้อทรงผมของเด็กผู้หญิงไม่เห็นรึไงว่ามันไม่ได้ถูกตัดแบบปกติคนสติดีที่ไหนเค้าเอามาล้อกัน” เื่นี้พริมาเห็นด้วยหล่อนจึงไม่เซ้าซี้เพื่อนต่อ
“น้ำตาที่ไหลนั่นก็จากก้นบึ้งของหัวใจ”พูดถึงน้ำตาแต่คนที่เสียน้ำตากลับยิ้มอย่างไม่คิดจะปกปิด
“ปลาทูนี่น่ากลัวชะมัด!ลูกแก้วไม่กล้าทำอะไรให้ปลาทูโกรธหรอก หึย! สยอง”เด็กหญิงทำท่า ขนลุกขนพองพลันคิดถึงศิวกรว่าเขาจะโดนสังคมประณามขนาดไหน
หลังจากนั้นก็มีข่าวลือออกมาต่างๆ นา ๆ ว่าความจริงแล้วยามาอาจจะเป็เด็กผู้ชาย...ผู้ชายใจแต๋ว!!! ที่ใช้เส้นสายใส่ชุดนักเรียนหญิงได้แบบที่ในหลายมหาวิทยาลัยที่มีสาวประเภทสองใส่ชุดนักศึกษาหญิง หรือข่าวลือที่ว่าบ้านของยามานั้นถูกไฟไหม้แล้วหล่อนรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดในกองเพลิงแต่ต้องเสียผมให้กับกองไฟ...อันนี้พริมาคิดว่ามันต้องใช้จินตนาการแบบสุด ๆที่จะกุข่าวเื่นี้ออกมาได้ และหล่อนก็ยังไม่แน่ใจนักว่าข่าวลือต่าง ๆ นั้นเป็ความคิดสร้างสรรค์ของยามาเองที่สนุกในการแต่งเื่ราวต่าง ๆเป็ตุเป็ตะทุกครั้งที่มีคนมาถามหล่อนเกี่ยวกับทรงผมนี้หรือไม่
“เื่ของปลาทูนี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะหยั่งกะปลาทูที่มาจากหลาย ๆ จักรวาลเลย”พริมาเปรียบเทียบเื่ของเพื่อนกับเื่ของการ์ตูนค่ายดังที่มีหลายจักรวาล การ์ตูนเื่หนึ่งมีเื่ราวแยกออกไปได้หลายทาง
“ฮ่า ๆๆ ลูกแก้วนี่เข้าใจเปรียบเทียบ”...ไม่สลดเ้าของจักรวาลต่าง ๆ หัวเราะชอบใจ และพริมา เชื่อว่าจะต้องมีเื่เล่าแปลกๆ อีกมากมายจนกว่าผมของเพื่อนหล่อนจะยาวแบบเด็กผู้หญิงปกติทั่วไป นั่นแหละ
แต่เพราะข่าวลือของยามาทำให้พริมารอดจากการหมายหัวมาได้อย่างหวุดหวิดเดิมทีตอนที่พวกหล่อนย้ายมาใหม่ ๆข่าวลือไปเร็วั้แ่วันแรกว่ามีเด็กฝรั่งผู้หญิงหน้าตาน่ารักย้ายมา จนใคร ๆก็สนใจอยากมาเห็นกับตา หนึ่งในนั้นรวมถึงอัปสรามินตรา เด็กผู้หญิงตัวดำร่างใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าแหยม อัปสรามินตราอยู่ชั้น ม.3หล่อนเป็รุ่นพี่พริมาและยามา 1 ชั้นปีด้วยที่บ้านหล่อนรวยและเ้าตัวก็ดูเหมือนจะใจปล้ำใช่เล่น หล่อนซื้อขนมแจกเพื่อน ๆหรือคนที่หล่อนถูกใจอยู่บ่อย ๆ จึงทำให้มีสมุนอยู่มากพอสมควร ถ้ามีใครที่ทำให้หล่อนขัดตาอำนาจเงินในมือก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดายอัปสรามินตราหรือที่เพื่อน ๆ เรียกสั้น ๆ ว่า “อัปสร”ดูมันช่างขัดกับความหมายที่แปลว่านางฟ้าอย่างสิ้นเชิง
อัปสรามินตรานั้นเป็คนมั่นใจในตัวเองมากถ้าหล่อนหมายตาใครแล้วเด็กเ่าั้ต้องอยู่ใน กำมือของหล่อน แต่ถ้าใครไม่ยอมหล่อนจะแกล้งให้ลำบากจนสะใจแล้วจึงจะปล่อยไปข่าวของพริมานี้เองทำให้อัปสรามินตราขัดใจเป็อย่างมากเพราะหล่อนไม่เป็ที่สนใจอีกต่อไป (ซึ่งปกติหล่อนก็คิดไปเองว่าเป็ที่สนใจของหลายๆ คน)
“ไปเรียกตัวมันมาที่ห้องหน่อยสิ!” อัปสรามินตราสั่งสมุนให้ไปตามพริมามาพบ และสมุนก็รับคำสั่งโดยไว
เพียงครู่เดียวพริมาถูกพาตัวมาถึงชั้นม.3 เด็กหญิงเดินตามมาอย่างงง ๆ เพราะสมุนอัปสรชวนให้มาเที่ยวดูโรงเรียนแล้วให้มาดูเผื่อว่าอีกไม่กี่เดือนพริมาก็ต้องขึ้น ม.3น่าจะลองมาดูบรรยากาศห้องเรียนในอนาคตเสียหน่อย แน่นอนยามาตามมาด้วย แม้จะขัดใจสมุนอัปสรแค่ไหนก็ตามแต่หล่อนยืนยัน
“ได้ไง!ฉันก็เด็กใหม่เหมือนกัน ทำไมรุ่นพี่ถึงลำเอียงพาไปคนเดียวล่ะ”ยามาพูดเสียงดังจนเพื่อน ๆ รอบข้างหันมามองแต่บางคนก็รู้จักสมุนอัปสรดีจึงไม่อยากยุ่ง ได้แต่ยืนมองเฉย ๆ
“เอ้า! ตามใจจะไปด้วยกันก็ได้”หนึ่งในสมุนอัปสรบอก เพราะดูท่าว่าถ้ายื้อกันไปจะเป็ที่สนใจมากเกินไปสรุปเป็อันว่าสมุนอัปสรสองคนพาเด็กใหม่สองคนขึ้นไปชั้น ม.3
อัปสรามินตรานั่งรออยู่แล้วตอนที่พริมาและยามาไปถึงในห้องหล่อนกวาดตามอง ”เด็กใหม่” ั้แ่หัวจรดเท้า พริมายังไม่ค่อยจะเข้าใจนักแต่ยามานั้นความรู้สึกไว หล่อนตั้งท่ารออยู่แล้ว
“สงสัยจะโดนรับน้องซะแล้ว”เด็กหญิงกระซิบบอกพริมา แต่ระหว่างที่กำลังลองเชิงกันอยู่นั้น สมุนอัปสรคนอื่น ๆ ซุบซิบกันหนึ่งในนั้นเข้าไปกระซิบบางอย่างกับอัปสรามินตรา “อัปสร”รับข้อมูลแต่สายตาก็ยังจับจ้องไปที่เด็กใหม่ไม่วางตา เหมือนหล่อนกำลังวิเคราะห์บางอย่างตามข้อมูลที่ได้รับพริมากับยามาไม่ได้ยินที่พวกนั้นคุยกัน แต่ดูเหมือนพวกเขาจะถกเถียงอะไรกันสักอย่าง
“มันจะมีใครดวงซวยซ้ำซ้อนได้มากมายขนาดนั้นเลยเหรอ?” อัปสรถามสมุนจากข้อมูลที่ได้รับ
“จริง ๆ ฉันไปสืบมาแล้ว ทุกคนพูดตรงกันหมดเลย”สมุนยืนยัน
“ที่ฉันได้ยินเขาว่ากันว่าไอ้เด็กหัวเกรียนที่อยู่ข้างเด็กฝรั่งนั้นน่ะ ความจริงแล้วมันเป็กระเทย พ่อมันรับไม่ได้ที่ลูกชายเป็กระเทยเลยจับลูกชายกล้อนผมพ่อมันถึงขนาดจุดไฟเผาบ้านกะจะเผาลูกชายให้ตายคากองเพลิงเลยนะ...แต่มันก็รอดมาได้ พ่อมันตอนนี้อยู่ในคุกแต่ที่น่าเศร้าก็คือไอ้เด็กนั่นต้องมารอความตายด้วยการเป็มะเร็งระยะสุดท้ายขนาดไปบนบานศาลกล่าวให้หายก็ยังไม่รู้เลยว่าจะอยู่ได้อีก กี่เดือน...นี่อาจารย์ก็อนุโลมให้มันแต่งหญิงมาโรงเรียนได้ก็อย่างว่าอ่ะนะคงอยากจะให้มันทำตามใจตัวเองก่อนตาย”ยามาไม่ได้ยินว่าพวกเขาคุยอะไรกันแต่ถ้าหล่อนได้ยินว่าข่าวลือที่หล่อนตั้งใจกุข่าวออกมานั้นไปไกลได้ขนาดไหนหล่อนคงภูมิใจไม่น้อย
“ใช่ๆแล้วเด็กฝรั่งนั่นก็คู่ขามันนั่นแหละ ไม่น่าเชื่อหน้าตาก็ดีดันไปชอบของแปลก”อันนี้ข่าวใหม่กลายเป็พริมากับยามาเป็คู่ขากัน สีหน้าอัปสรามินตราดีขึ้น
“ความจริงฉันก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไรขนาดนั้นหรอกนะถ้ามันป่วยขนาดนั้นมันก็้า คนดูแล...ให้มันมีเพื่อนบ้างปล่อยกลับห้องไปแล้วกันเดี๋ยวมันมาตายคาห้อง คนจะหาว่าฉันใจร้ายเปล่า ๆ” อัปสรามินตราแสดงความมีน้ำใจอย่างสุดๆ เมื่อตกลงกับสมุนได้แล้วก็หันไปคุยกับพริมาและยามา พริมาสังเกตตอนนี้สายตาอัปสรามินตราที่มองพวกหล่อนดูดีขึ้นกว่าเดิม
“เห็นน้อง ๆ เพิ่งมาใหม่พี่ก็เลยอยากรู้จัก เดี๋ยวพี่จะให้พี่ ๆ คนอื่นพาไปทัวร์ชั้น ม.3 นะ เพราะเดี๋ยวอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าน้องๆ ก็ต้องขึ้นมาอยู่บนนี้กันแล้ว” อัปสรามินตราแนะนำเต็มที่หล่อนถามชื่อของเด็กหญิงทั้งสองพร้อมแนะนำสมุนอัปสรให้พวกของพริมารู้จักระหว่างนั้นยามากระซิบบอกพริมา
“ตอแหลฉิบหาย”พริมาใช้ข้อศอกกระทุ้งเพื่อนเป็สัญญาณบอกให้เงียบ
“ขอบคุณพี่อัปสรมากนะคะที่เมตตาลูกแก้วไม่นึกเลยว่าเด็กที่โรงเรียนนี้จะน่ารักกว่าโรงเรียนเก่าของลูกแก้วซะอีก” ยามาเบะปากแต่หล่อนก็ยั้งทันไม่พูดอะไรให้เสียเื่
“นาฬิกาสวยดีนะ”อัปสรามินตราสังเกตทุกอย่างตลอดเวลาที่สนทนากัน ั้แ่หัวจรดเท้า แต่ที่สะดุดตามากที่สุดคือนาฬิกาของพริมามันเป็รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่แพงและหายากที่สุดขนาดหล่อนเองอยากได้ยังหาไม่ได้เลยยามามองตามหล่อนเองก็สังเกตว่าพริมามักใส่ของใหม่และตามแฟชั่นเสมอ หล่อนสังเกตั้แ่วันที่เจอกันครั้งแรกแล้วเสื้อผ้าของเพื่อนหล่อนนั้นไม่ธรรมดาเลย แต่ดูเหมือนเ้าตัวจะไม่รู้จักด้วยซ้ำ
“แม่ให้มาค่ะ แม่บอกว่า F มาจากในเน็ต ลูกแก้วก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ แต่เห็นว่ามันสวยดีเลยใส่” พริมาพูดจริงของในตัวหล่อนทุกอย่างภารดีหามาให้ทั้งสิ้น อัปสรามินตราแค่รับฟังหล่อนรับรู้ได้เด็กนี่ ไม่ธรรมดา เผลอ ๆ รวยระดับเดียวกับหล่อนดูไปก่อนแล้วกันบางทีอาจได้ประโยชน์มากกว่าที่จะเป็ศัตรูกัน
“ถ้าลูกแก้วมีอะไรก็มาปรึกษาพี่ได้เสมอนะไม่ต้องเกรงใจ” อัปสรามินตราเสนอตัว ความจริง ดูใกล้ ๆแล้วเด็กนี่ก็ไม่ได้น่ารักอะไรมากมายขนาดนั้นหรอก แต่เพราะเป็ของแปลก ่นี้ก็เลยเป็ ที่น่าสนใจเป็ธรรมดาทิ้งไว้สักพักเื่ก็น่าจะซา เป็อันว่าจบเื่กับผู้มีอิทธิพลในโรงเรียน ยามาบอกพริมาขณะทั้งสองเดินกลับลงไปที่ชั้น2 ...กลับห้องของตัวเอง
“นึกว่าจะมีเื่ซะแล้ว...สุดยอด! มีแบบนี้จริง ๆ ด้วยแฮะ เคยเห็นแต่ในหนัง แต่แก๊งส์นางฟ้า ในหนังน่าดูกว่าแก๊งส์นางฟ้าในชีวิตจริงซะอีกนะฉันว่านางฟ้านางนี้สงสัยจะโดนรามสูรฟาดสายฟ้าใส่เข้าไปเต็ม ๆน่ะซิ...เมขลาโดนฟ้าผ่าเข้าไปเต็ม ๆ จนดำเป็ตอตะโกเลยทีเดียวและสงสัยจะฟาดแรงจนถึงตาย...จนนางขึ้นอืดได้ขนาดนี้เพื่อนนางฟ้ารึก็ใจดำไม่เอาไปฌาปนกิจซะที” พริมาคิดภาพตาม หล่อนยอมใจจริง ๆ ยามาช่างจินตนาการหล่อนมักพูดอะไรได้เป็เื่เป็ราวเสมอ เป็เื่เป็ราว ได้ถึงขนาดที่สร้างจักรวาลยามาได้หลายจักรวาลเลยทีเดียวแต่ถ้าพริมาได้รู้ว่าเป็เพราะจักรวาลยามานั่นแหละที่ทำให้หล่อนรอดจากอัปสรามินตรามาได้อย่างหวุดหวิดก็คงจะขอบใจเพื่อนอย่างมากทีเดียว
ทุกวันภารดีจะมารับพริมากลับบ้าน แน่นอนเด็กหญิงแนะนำยามาให้ภารดีรู้จักแม่หล่อนยิ้มร่า ดูเหมือนจะถูกชะตาสาวน้อยที่ตัดผมทรงสกินเฮดคนนี้ไม่เบาพริมาปรามเพื่อนก่อนว่าอย่าไปหลอกอำแม่หล่อนเข้าเป็อันขาด ส่วนยามาก็ชอบนั่งมองแม่ของพริมาหล่อนบอกว่าภารดีสวยมองอย่างไรก็ไม่เบื่อเล่นเอาถูกใจคนชมถึงขนาดพาไปเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมอยู่บ่อย ๆบ้านของยามาอยู่เลยบ้านพริมาไปหลายซอยถือว่าไกลกันพอสมควร แต่บางวันถ้าแม่ของยามาติดงานหล่อนจะมาอยู่กับพริมาและให้แม่มารับที่บ้านเพื่อนใหม่จนเป็กิจวัตร
ยามาเรียกภารดีว่าพี่ไม่ได้เรียกแม่แบบพริมา หล่อนบอกว่าภารดียังดูเด็กกว่าเด็กหลายคน ในโรงเรียนเสียอีกจะให้เรียกแม่ก็แปลกๆ
“ดูไอ้อ้วนดำนั่นดิ!” ยามาชี้ให้พริมาดูอัปสรามินตรา เด็กผู้หญิงตัวอ้วนใหญ่ผิวดำ...ความจริง ยามาไม่ใช่คนที่ชอบล้อปมด้อยของคนอื่น แต่กับเด็กหญิงคนนั้นหล่อนชอบแกล้งเด็กที่ตัวเล็กกว่า พริมาก็เคยโดนหมายหัวมาแล้ว
“น่ะ...ฉันว่าหน้ามันแก่กว่าพี่พิมพ์อีกนี่อยู่แค่ ม.3 เองนะ หน้าหยั่งกะคนอายุ 40ไม่รู้มันไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่ามันสวยเป็ที่หมายปองของผู้ชายในโรงเรียน”ฟังเพื่อนวิจารณ์คนอื่นพริมาแทบสำลักน้ำหล่อนทำหน้าไม่ถูกไม่รู้จะขำหรือจะห้ามเพื่อนดี แต่ก็ไม่ได้เกินไปกว่าที่ยามาพูดเลยอัปสรามินตราหน้าแก่จริง ๆ หรือเพราะแดดเมืองไทยจะแรงเกินไปจริง ๆ นะสงสัยต้องบอกแม่ให้พาไปซื้อครีมกันแดด ที่มีค่า SPF สูง ๆ ซะแล้วพริมานึกในใจ อย่างน้อยหล่อนก็ไม่อยากหน้าแก่เกินอายุ
วันนี้วันศุกร์ ยามาจะชอบมานอนที่บ้านพริมาและตอนนี้เด็กหญิงทั้งสองก็นั่งคุยเล่นกันอยู่หลังบ้านพริมาอวดไก่ของหล่อนที่ตอนนี้ขันเก่งขึ้นทุกวันหล่อนอวดว่าหล่อนกับพ่อเลี้ยงช่วยกันฝึกมัน จนตอนนี้มันเริ่มจะเชื่อฟังคำสั่งบ้างแล้วยามาไม่ค่อยชอบสัตว์นักแต่ดูเหมือนสัตว์จะชอบหล่อนเพราะถ้าเด็กหญิงมาบ้านพริมาและมาดูไก่ทีไรมันจะเดินตามยามาทุกทีจนพริมาบ่นน้อยใจว่าไก่ของหล่อนปันใจเสียแล้ว
“นี่ใช่ไหมที่เขาว่าเ้าชู้ไก่แจ้มันน่าน้อยใจจริงเชียว” หล่อนพยายามจะเข้าไปอุ้มมันแต่มันไม่ยอมเดินหนีตลอด
“นี่มันรองเท้าแตะรุ่นใหม่ที่กำลังดังอยู่ตอนนี้นี่นา”ยามาเหลือบไปเห็นรองเท้าของเพื่อน หล่อนลองสวมรองเท้าของพริมา แต่มันเล็กยัดไปได้แค่ครึ่งเดียว
“ลูกแก้วไม่รู้จักหรอกแม่ซื้อมาให้”ดูเหมือนเด็กหญิงจะไม่ค่อยได้สนใจในการแต่งตัวของตัวเองนักปกติหล่อนจะใส่ทุกอย่างที่ภารดีหามาให้ ไม่ชอบเลือกเองให้แม่เลือกให้สวยกว่าและของที่มีอยู่ทั้งหมดของหล่อน แม่หล่อนเป็คนซื้อหามาให้ทั้งสิ้นยามาสังเกตเพราะหล่อนชอบแต่งตัว ชอบตามแฟชั่นเสมอ จึงสังเกตเห็นว่าเพื่อนของหล่อนคนนี้ใส่ของใหม่เสมอและเป็ของดีของแพง บางรุ่นเป็ Limited editionด้วยซ้ำ ไม่รู้ภารดีทำงานอะไรหรือว่าอาจจะได้เงินมาจากผัวใหม่ที่อยู่บ้านหลังใหญ่นี่ก็ได้ยามานึกสงสัยแต่หล่อนไม่เคยถาม
“รองเท้าแตะนี่ เห็นง่อย ๆแบบนี้ราคาสามสี่พันเลยนะ” ยามายังพยายามยัดเท้าอีกข้างใส่ดู แต่เพราะเท้าคนละไซส์จึงใส่ได้แค่ครึ่งเดียวภาพที่เห็นจึงดูตลกที่สองเท้าของยามาใส่รองเท้าอยู่ครึ่งหนึ่งส่วนอีกครึ่งอยู่บนพื้น พริมาไม่ได้ตอบหล่อนแค่ยืนยิ้มขำท่าทางของเพื่อนนี่ถ้ายามาใส่ได้หล่อนจะยกให้
“แล้วพี่พิมพ์เค้าทำงานอะไรเหรอ? ฉันเห็นบางวันก็ไม่ไปทำงาน บางวันก็เลิกเร็ว... งานสบายชะมัด”คราวนี้เพื่อนพริมาหันมาสนใจกระเป๋าผ้าสีฟ้าสดใสไที่วางอยู่แทน แต่เท้าก็ยังสวมรองเท้าแบบครึ่งเดียวอยู่หล่อนลองสะพายกระเป๋าแล้วยืนโพสท่าเหมือนนางแบบในนิตยสาร เล่นเอาคนนั่งมองอยู่หัวเราะขำเพื่อนเสียยกใหญ่
“อืม...แม่เป็ผู้จัดการน่ะ”พริมาตอบยิ้ม ๆ
“ชอบไหมกระเป๋านี่? แม่เพิ่งซื้อมาให้เมื่อวาน ปลาทูเอาไปสิ” ยามาทำตาเหลือกนี่ถ้าใครไม่รู้จักคงคิดว่าพริมาใช้เงินซื้อเพื่อนหรือดูถูกหล่อนเป็แน่แต่เด็กหญิงรู้เพื่อนของหล่อนพูดจริง พริมาไม่เคยหวงของหรืออวดของใหม่อะไร และของพวกนี้ถ้าหล่อนไม่สังเกตเองก็คงไม่เห็นด้วยซ้ำ
“โอ้ย! กระเป๋านี่หนักเลยแพงกว่าร้องเท้าสองเท่า” คราวนี้คนที่ทำตาโตเป็เพื่อนของยามาแทนหล่อนเอากระเป๋าจากยามามาพลิกดูและเหมือนพริมาจะเพิ่งเคยสังเกตหรือพินิจกระเป๋าในมือเป็ครั้งแรกด้วยซ้ำ
“โห...ทำไมแพงแบบนี้นี่มันกระเป๋าผ้าเองนะ” พริมาที่ตอนนี้ก้มมองรองเท้าแตะและกระเป๋าผ้าสลับกันหล่อนกำลังใช้สมองอันน้อยนิดคิดคำนวณราคาของของสองสิ่งตรงหน้า
“เกือบหมื่นเลยเหรอ...”สงสัยต่อไปนี้จะต้องใช้ของให้คุ้มค่าและใช้อย่างระวังมากขึ้นกว่าเดิมซะแล้วก่อนนี้หล่อนไม่เคยถามแม่เลยว่าของที่แม่ซื้อมาราคาเท่าไหร่ แม่ให้ใช้อะไรก็ใช้แต่ต่อไปนี้คงต้องถาม
“กระเป๋าไม่ชอบอ่ะ อยากได้รองเท้ามากกว่าเอาไปต่อส้นให้มันยาวขึ้นได้ไหมนะ” พริมาขำความคิดของเพื่อนหล่อนไม่เหงาเลยั้แ่ย้ายมาอยู่ที่นี่และย้ายมาโรงเรียนใหม่ เพราะได้เจอกับยามาและยามาก็ทำให้หล่อนขำได้ตลอด