บทที่ 20 ความเข้าใจกันระหว่างข้ากับไข่ใบหนึ่ง
หยวนเป่าเอ่ยเสียงแ่เบา “นายหญิง ข้าไม่กล้า หากข้าเรียกมัน มันคงไม่ยอมออกมาแน่”
หยวนเป่าไม่กล้าบอกเฟิ่งชิงหรานว่า พลังสายโลหิตของไข่ใบนั้นรุนแรงยิ่งนัก หากมันมีเจตนาร้าย การยึดครองมิตินี้ก็เป็เื่ง่ายดาย
แต่โชคดีที่ในวันแรกที่ไข่ใบนั้นเข้ามา มันได้ผูกพันธะร่วมชีพกับเฟิ่งชิงหร่านไว้แล้ว จึงไม่เป็อันตรายต่อนาง อีกทั้งมีบางสิ่งที่เฟิ่งชิงหรานยังไม่ควรที่จะรู้ในยามนี้ มิเช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อการฝึกฝนของนาง
“ไม่ออกมาหรือ ดีมาก! เช่นนั้นก็ไม่ต้องเอามงกุฎหยกนั่นแล้ว” เฟิ่งชิงหร่านข่มขู่ราวกับเด็กน้อยที่เอาแต่ใจ
“คุณหนู มีอะไรที่ไม่พอใจหรือ” เ้าของร้านมองสีหน้าของเฟิ่งชิงหร่านที่เปลี่ยนไปมา รู้สึกหวั่นใจ
'แม่นางน้อยผู้นี้คงจะไม่เห็นอะไรบางอย่างหรอกนะ?'
'เป็ไปไม่ได้หรอก! คนผู้นั้นเคยกล่าวไว้ว่า ปราณมรณะทั้งหมดภายในถูกผนึกไว้แล้ว ข้าเพียงแค่ขายมันไปก็พอ รับรองว่าจะไม่เป็อันตรายต่อผู้ใดแน่นอน'
“มงกุฎหยกนี้ขายราคาเท่าไร?” เฟิ่งชิ่งหร่านยิ้มมุมปากเล็กน้อย พลางลูบไล้ไข่มุกสีแดงบนมงกุฎหยก
แน่นอน ภายในขอบเขตที่เฟิ่งชิ่งหราน สามารถตรวจสอบได้ ปรากฏไข่สีดำใบหนึ่ง บนเปลือกไข่มีอักขระประหลาดต่าง ๆ กำลังเปล่งแสงวาบ อักขระเ่าั้แผ่กลิ่นอายของาและลึกลับ
เฟิ่งชิงหรานััได้ถึงความรู้สึกต่อต้านจากเปลือกไข่ ราวกับว่ามันกำลังบอกว่า 'ข้าง่วงนัก มีอะไรก็รีบพูดมา'
ในยามนี้ เ้าของแผงก็ชูนิ้วขึ้นสามนิ้ว เห็นได้ชัดว่าเลียนแบบมาจากจางซาน
“สามศิลาิญญาชั้นต่ำหรือ?” เฟิ่งชิงหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “คุณหนู ข้าหมายถึงศิลาิญญาระสูงสามก้อน” เ้าของแผงนาม 'จ้าวซื่อ' กล่าวอย่างอึ้ง ๆ
'แม่นางน้อยผู้นี้ ไฉนถึงไม่เล่นตามกติกาเลย?'
“โอ้!” เฟิ่งชิงหร่านวางมงกุฎหยกลงอย่างไร้อารมณ์ แล้วหยิบของชิ้นอื่นขึ้นมาตรวจสอบ
นางกำลังคิดว่าจะจ่ายเงินอย่างไรดี บุรุษผู้นั้นสืบหาศิลาิญญาของนาง ทำให้นางเกิดความระแวดระวังขึ้นมา
เฟิ่งชิงหร่านทำสองอย่างพร้อมกัน 'หยวนเป่า เ้าลองถามมันดูสิว่า ในพื้นที่ที่ข้าตรวจสอบไม่ได้นั้น มีอะไรอยู่บ้าง?'
สิ่งของนั้นเป็สิ่งที่มารดาทิ้งไว้ให้นาง นางคลางแคลงยิ่ง ไม่รู้ว่าข้างในจะมีเบาะแสเกี่ยวกับตัวตนของมารดาหรือไม่?
จ้าวซื่อมองเห็นเฟิ่งชิงหร่านวางมงกุฎหยกลง สีหน้าของนางดูไม่ค่อยดี
'มิใช่ว่านางคงไม่มีศิลาิญญาหรอกกระมัง?'
เฟิ่งชิงหร่านหยิบฟูเหยาอันหนึ่งขึ้นมา “อันนี้ราคาเท่าไร?”
“หนึ่งร้อยศิลาิญญาชั้นต่ำ” ดวงตาของจ้าวซื่อวาบไปด้วยแววดูแคลน
เฟิ่งชิงหร่านแสร้งทำเป็มองไม่เห็นสีหน้าของจ้าวซื่อ “เถ้าแก่ ข้าไม่มีศิลาิญญาแล้ว ข้าสามารถใช้สิ่งอื่นแลกได้หรือไม่”
จ้าวซื่อเยาะเย้ยว่า “ที่นี่ข้าไม่รับเงินทองจากโลกสามัญ แต่ถุงเก็บของของเ้าและชุดที่เ้าสวมอยู่นี้ก็พอมีค่าเท่ากับศิลาิญญาบ้าง”
“ไม่ทราบว่าผลชำระิญญานี้มีค่าเท่ากับศิลาิญญาเท่าใด” มือขาวดั่งหยกของเฟิ่งชิงหร่านยื่นออกไป บนฝ่ามือปรากฏผลิญญาสีแดงน่าลิ้มลองวางอยู่
จ้าวซื่อลุกพรวดขึ้นยืนทันที กลืนน้ำลายอึกใหญ่
'หากข้ามิได้มองผิดไป นี่คือผลชำระิญญา!'
ผู้ฝึกตนที่ระดับต่ำกว่าขอบเขตจินตานสามารถใช้ผลชำระิญญาแทนโอสถสร้างรากฐานได้ และผลของผลชำระิญญายังดีกว่าโอสถมากโข
เพราะการดื่มโอสถจะทิ้งพิษโอสถไว้ในร่างกาย แต่ผลชำระิญญาไร้ผลข้างเคียงเช่นนั้น
ผู้ฝึกตนขอบเขตจินตานหลายคนในแคว้นเมฆาครามไม่สามารถก้าวหน้าต่อไปได้ เพราะมีพิษโอสถสะสมในร่างกายมากเกินไป
จ้าวซื่อข่มความรู้สึกตื่นเต้นในใจ แสร้งทำเป็สงบนิ่ง กล่าวว่า “ผลชำระิญญาของคุณหนูก็พอจะแลกเปลี่ยนได้อยู่”
“หากท่านจะลำบากใจเช่นนี้ ข้าก็ไม่เอาแล้ว” เฟิ่งชิงหร่านพลิกข้อมือ ผลชำระิญญาพลันหายวับไป
“อ้า! ไม่นะ...” จ้าวซื่ออุทานอย่างร้อนรน
เ้าของร้านแผงลอยข้าง ๆ โพล่งขึ้น “แม่นาง อย่าไปฟังไอ้คนไร้ยางอายนั่นเลย มันช่างไม่รู้จักละอาย ผลชำระิญญาในมือของเ้านั้น ซื้อของทั้งแผงของมันก็ยังเหลือเฟือ”
“ใช่แล้ว! แม่นางน้อย อย่าถูกหลอกเชียว มาที่แผงข้าเถิด ข้าจะขายแผงทั้งหมดให้เ้าเอง!”
“จ้าวซื่อมักหลอกลวงผู้คนเป็ประจำ ของในร้านเขาไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะใช้ได้ เ้าอย่าซื้อเลย”
......
บรรดาพ่อค้าแม่ขายรอบข้างต่างพากันเอ่ยปาก หวังจะให้เฟิ่งชิงหร่านมาซื้อของที่ร้านของตน
'อย่างไรเสียแม่นางน้อยก็สามารถหยิบผลชำระิญญาออกมาได้ ในมือนางคงจะยังมีอีกแน่'
เฟิ่งชิงหร่านยืนนิ่งงัน ดูเหมือนจะลำบากใจ ไม่รู้จะหันซ้ายหรือขวาดี
บัดนั้น นางรู้สึกว่าไข่แห่งมิติกำลังแผ่รังสีความแค้นออกมา นางถึงกับเข้าใจความหมายของมัน ราวกับมันกำลังกล่าวว่า 'อย่าไป ซื้อข้าไป ข้าสามารถนำสิ่งของบางอย่างจากข้างในออกมาให้เ้าได้'
'แปลกจริง? เหตุใดข้าจึงมีความเข้าใจกับไข่ใบหนึ่งได้ดีเช่นนี้?'
“แม่นางน้อย ข้ามีของดีกว่านี้จะให้เ้า อย่าเพิ่งไป” จ้าวซื่อตื่นตระหนก
'ผลชำระิญญาที่เกือบได้มาแล้ว จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร!'
เขากัดฟันหยิบมงกุฎหงส์อันงดงามและกำไลที่มีคุณภาพสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัดออกมา ยื่นให้กับเฟิ่งชิงหร่าน
ขณะที่เฟิ่งชิงหร่านยกมือขึ้นเตรียมจะรับ บัดนั้นเสียงของหยวนเป่าก็ดังขึ้นในห้วงจิตอย่างตื่นตระหนก 'นายหญิง อย่ารับมัน! บนนั้นมีพลังอาฆาต หากเข้าสู่ร่างกายจะกลายเป็มารในใจ ผลที่ตามมาจะร้ายแรงเกินคาด'
ดวงตาสีดำสนิทของเฟิ่งชิงหรานวาบขึ้นด้วยแสงสลัว นางนึกถึงคำถามที่เคยถามกับโม่จิงหงขึ้นมาอย่างฉับพลัน
บางทีการที่โม่จิงหงพานางมายังตลาดมืด อาจเป็เพราะเขา้าบอกนางว่ามีบางสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้กระนั้นหรือ?
ในนิยาย หลังจากเฟิ่งชิงหร่านเข้าสู่สำนักกระบี่์ ที่นางกลับกลายเป็ผู้อกตัญญูและต่อต้านซูเยียนหราน ก็เพราะว่านางฝันเห็นภาพที่ถูกซูเยียนหรานสังหารอย่างโเี้อยู่เสมอ จนกลายเป็มารในใจ
หากทุกสิ่งทุกอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง สิ่งที่นางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ก็คงมีจำกัด หาก้าทำลายทางตัน มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น นั่นคือการสังหารซูเยียนหราน!
ดวงตาทั้งสองข้างเฟิ่งชิงหร่านพลันเปลี่ยนเป็สีแดงฉานโดยไม่รู้ตัว ทำให้จ้าวซื่อรู้สึกใกลัวจนหัวใจเต้นรัว
“คุณหนู! คุณหนู! คุณหนู!” จ้าวซื่อร้องเรียกถึงสามครั้ง เฟิ่งชิงหร่านจึงได้สติกลับคืนมา
นางกะพริบตาหนึ่งครั้ง ดวงตาของนางก็กลับคืนสู่สภาพปกติในบัดดล “ผลชำระิญญาหนึ่งลูก แลกกับของพวกนี้ได้หรือไม่?” นางถาม
จ้าวซื่อพยักหน้ารัว ๆ “ได้! ได้!”
เฟิ่วชิงหร่านส่งผลชำระิญญาให้กับจ้าวซื่อ พร้อมกับยกข้อมือขึ้น ทันใดนั้นแผงขายและสิ่งของในมือของจ้าวซื่อก็หายวับไปในพริบตา
ผู้คนรอบข้างเห็นเช่นนั้น ดวงตาก็เปล่งประกาย ต่างพากันเรียกเฟิ่วชิงหร่านให้มาที่แผงของตน
ยุคสมัยนี้ คนโง่เขลามีน้อยเต็มที แต่เมื่อพบเจอสักคน ต้องรีบฉวยโอกาสให้เต็มที่!
จ้าวซื่อฉวยจังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจเฟิ่งชิงหร่าน ค่อย ๆ นำกล่องออกมาอย่างระมัดระวัง เก็บผลชำระิญญาไว้ข้างใน แล้วเก็บแผงขาย ก่อนจะเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ