เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 63 โรคอิจฉาตาร้อน

            จางเสี่ยวเสียผู้มีใจคับแคบเป็นทุนเดิม ยิ่งไม่สบอารมณ์ ก็ยิ่งพาลมองสามีตัวเองขวางหูขวางตาไปเสียทุกอย่าง

            ไม่เพียงแต่จะยิ่งดูแคลนหลินกั๋วเซิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่หลินหงเหมย ลูกแท้ๆ ที่เธออุ้มท้องมาเองก็พลอยทำให้รู้สึกชังน้ำหน้าขึ้นมาดื้อๆ

            พอเห็นลูกสาวคนโตกำลังนั่งยองๆ เคี้ยวลูกพลับแห้งที่ตากไว้ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปีกลายอย่างเอร็ดอร่อย ความโกรธของจางเสี่ยวเสียก็ลุกโชน

            เธอพุ่งเข้าไปกระชากลูกพลับแห้งจากมือหลินหงเหมย แล้วขว้างทิ้งลงพื้นอย่างแรง

            “กิน กิน กิน! วันๆ แกมันรู้แต่เรื่องกิน! นอกจากเรื่องยัดห่าลงท้องแล้ว แกยังทำอะไรเป็นอีกบ้างหา!?”

            เห็นเมียหาเรื่องลูกอย่างไร้เหตุผล หลินกั๋วเซิ่งก็ชักจะเหลืออด “นี่มันอะไรกันนักหนา! ลูกกินของมันอยู่ดีๆ เธอจะไปตวาดลูกทำไม? หงเหมยก็โตเป็นสาวแล้วนะ อย่าทำตัวเกรี้ยวกราดใส่เธอพร่ำเพรื่อนักสิ”

            ถ้าหลินกั๋วเซิ่งเลือกที่จะเงียบเสีย เรื่องก็คงจบ แต่พอเขาออกโรงปกป้องลูกสาว ความอดกลั้นของจางเสี่ยวเสียก็ขาดผึง เธอหันขวับไปเล่นงานสามีที่กำลังยกแก้วชาใบโตขึ้นจ่อปากทันที

            “แกมันคนไม่ได้เรื่อง! แหกตาดูน้องรองน้องสามของแกบ้างสิ คนหนึ่งค้าขายซาลาเปา อีกคนก็จะเลี้ยงหมูขุน แม้แต่หลินชุ่ยหงน้องรองของแกก็ยังรู้จักทำมาหากิน... แล้วแกล่ะ? แกทำอะไรเป็นบ้าง!? ตอนนั้นฉันมันตาบอดจริงๆ ที่หลวมตัวมาแต่งงานกับไอ้คนไร้น้ำยาอย่างแก!”

            ปกติแล้วจางเสี่ยวเสียเป็นใหญ่ในบ้านมาโดยตลอด หลินกั๋วเซิ่งยอมลงให้สารพัด แต่คนเราย่อมมีขีดจำกัด เมื่อถูกเมียเหยียบย่ำศักดิ์ศรีต่อหน้าลูกเต้า ความโกรธของเขาก็ระเบิดออกมา

            ปัง!

            เขาฟาดแก้วชาลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น

            “เออ! ฉันมันไม่ได้เรื่อง! ถ้าเธอแน่จริงชีวิตพวกเราคงไม่ตกต่ำแบบนี้หรอก! จางเสี่ยวเสีย ฉันจะบอกให้นะ ฉันแต่งงานกับเธอ ฉันนี่แหละที่โคตรซวย! แต่งกับนางเสือร้ายอย่างเธอ ฉันนี่แหละที่ขาดทุนย่อยยับ!”

            “หลินกั๋วเซิ่ง! ไอ้คนเนรคุณ! แกแต่งงานกับฉันแล้วยังกล้าบอกว่าขาดทุนอีกเรอะ!? ถุย!”

            จางเสี่ยวเสียถ่มน้ำลายรดใส่หน้าสามีอย่างเหลืออด “แกไม่ลองตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง สันดานไพร่จริงๆ!”

            ด่าจบ เธอก็สะบัดแขนเสื้อเดินกระแทกเท้าหนีออกไปนอกบ้าน

            หลินหงเหมยเชื่อฝังใจมาตลอดว่า ต้นเหตุที่พ่อแม่ทะเลาะกันเป็นเพราะบ้านอารองกับอาสาม ดังนั้นในใจของเด็กสาวจึงยิ่งทวีความเกลียดชังอาทั้งสอง รวมถึงทิงเสวี่ยที่ดูดีกว่าเธอไปเสียทุกด้านมากขึ้นเป็นทวีคูณ

            หลังจากสร้างคอกหมูเสร็จเรียบร้อย หลินกั๋วอันก็ไปซื้อลูกหมูวัยกำลังกินกำลังนอน น้ำหนักราวสี่ห้าสิบชั่งมาหกตัวจากน้องชายของภรรยาหลินหงเจี้ยนที่หมู่บ้านซงหยวน และยังซื้อแม่หมูพันธุ์ดีมาอีกหนึ่งตัว

            นับว่าหลินกั๋วอันโชคดีมาก เพราะแม่หมูตัวนี้กำลังตั้งท้องอ่อนๆ อีกแค่สามเดือนก็จะตกลูกแล้ว

            พอได้หมูมา หลินกั๋วอันก็จัดแจงแยกคอก แม่หมูให้อยู่ห้องเดี่ยว ส่วนลูกหมูตัวผู้ที่เหลือให้รวมกันอยู่ในคอกใหญ่

            ในยุคสมัยนั้น การเลี้ยงสัตว์ในชนบทยังไม่นิยมใช้อาหารสำเร็จรูป ส่วนใหญ่อาศัยธัญพืชที่ปลูกเองอย่างมันเทศ ข้าวโพด ผสมกับเถามันเทศหรือเถาถั่วลิสงตากแห้งบดละเอียด คลุกเคล้ากับแป้งข้าวโพดแล้วต้มจนสุกเป็นอาหารหมู พอถึงหน้าแล้งก็เกี่ยวหญ้าสดมาสับผสมต้มให้กิน

            ทิงเสวี่ยเกาะขอบคอกมองดูลูกหมูตัวอ้วนกลมอย่างมีความหวัง พวกมันไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่คืออนาคตที่จะพลิกฐานะของอาสาม

            “อาสามคะ อาต้องดูแลพวกมันให้ดีๆ นะคะ โดยเฉพาะแม่หมูท้องแก่ตัวนั้นยิ่งต้องประคบประหงมเป็นพิเศษ ต้องให้กินของดีๆ แล้วก็ต้องหมั่นทำความสะอาดคอกให้แห้งอยู่เสมอ แบบนั้นหมูถึงจะอยู่สบาย พอหมูอารมณ์ดีก็จะโตวันโตคืนค่ะ”

            ทิงเสวี่ยไม่ได้มีความรู้เรื่องเลี้ยงหมูนัก จึงได้แต่แนะนำหลักการพื้นฐานที่พอจำได้

            ในชนบทมีคนเลี้ยงหมูอยู่ไม่น้อย แต่วิธีการยังตามมีตามเกิด คอกหมูส่วนใหญ่มักสกปรกอับชื้น ลมโกรกฝนสาดเป็นเรื่องปกติ ทำให้หมูโตช้าและป่วยง่าย ต่างจากบ้านที่ขยันดูแลเอาใจใส่ หมูจะอ้วนพีสมบูรณ์กว่ากันเห็นๆ หลักการนี้ใช้ได้กับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ไม่ว่าวัวหรือแกะ

            หลินกั๋วอันยิ้มซื่อๆ ให้หลานสาว “หนูวางใจเถอะ อาสามจะเลี้ยงดูพวกมันอย่างดี พอขายได้เงินแล้วอาจะซื้อชุดสวยๆ กับขนมอร่อยๆ ให้เสียวเสวี่ยนะ”

            ทิงเสวี่ยส่ายหน้า ดวงตากลมโตจ้องมองผู้เป็นอาอย่างจริงจัง

            “หนูไม่อยากได้ชุดสวยหรือขนมจากอาสามหรอกค่ะ... หนูอยากให้อาสามหาเงินได้เยอะๆ แล้วก็แต่งงานกับอาสะใภ้ที่เก่งงานบ้านงานเรือนและจิตใจดีงามสักคน แล้วก็มีน้องชายหรือน้องสาวตัวเล็กๆ มาเป็นเพื่อนเล่นกับหนูค่ะ”

            หลินกั๋วอันอึ้งไป “...”

            การมีครอบครัวคือความปรารถนาสูงสุดในใจของชายพิการอย่างเขา แต่เมื่ออายุล่วงเลยวัยหนุ่ม เขาก็เริ่มหมดหวัง... คนทั้งจนทั้งหน้าตาอัปลักษณ์ แถมอายุอานามก็ปาเข้าไปขนาดนี้ ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะยอมมาตกรกำลำบากด้วย?

            พริบตาเดียวก็เข้าสู่เดือนมีนาคม ช่วงเวลาที่น่าอภิรมย์ที่สุดของปี

            อากาศเริ่มอบอุ่น ดอกไม้บานสะพรั่ง ใบหลิวผลิใบเขียวขจี นกขมิ้นร้องขับขาน นกนางแอ่นโผบินเริงร่า

            ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยป่าคอนกรีต อาจสัมผัสบรรยากาศแห่งวสันตฤดูได้ไม่ชัดเจนนัก แต่ในชนบทและหมู่บ้านกลางหุบเขา ธรรมชาติกำลังอวดโฉมงดงามตระการตา

            หลินกั๋วผิงตระเวนขายซาลาเปาตามตลาดนัดมาร่วมเดือนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัดอำเภอ ตำบล หรือหมู่บ้านต้าเหอ ซาลาเปาของเขาก็เริ่มมีลูกค้าขาประจำเหนียวแน่น

            เพื่อให้การเดินทางคล่องตัวและประหยัดเวลา หลินกั๋วผิงจึงเจียดเงินเก็บกว่าแปดร้อยหยวน ถอยมอเตอร์ไซค์มือสองสภาพดีมาคันหนึ่ง

            “เสียวเสวี่ย พรุ่งนี้วันหยุด พ่อจะขี่มอเตอร์ไซค์พาไปเที่ยวบ้านป้ารองนะ”

            แม้งานจะยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพัก แต่หลินกั๋วผิงก็ยังอยากหาเวลาพาลูกสาวไปเปิดหูเปิดตา เขารู้ดีว่าลูกสาวติดใจบ้านของหลินชุ่ยอิงมากที่สุด

            ทิงเสวี่ยเห็นพ่อกระตือรือร้นก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย “พ่อคะ หนูไม่อยากไปบ้านป้ารองแล้วค่ะ หนูอยากเข้าเมือง พ่อพาหนูไปเที่ยวตัวอำเภอให้ทั่วเลยนะคะ”

            หลินกั๋วผิงรับปากทันทีโดยไม่ต้องคิด

            ตารางงานของหลินกั๋วผิงคือ ตลาดนัดอำเภอมีทุกวันที่ลงท้ายเลข 5 และ 0 ตลาดนัดตำบลมีวันที่ลงท้ายเลข 2 และ 7 ส่วนตลาดนัดหมู่บ้านมีวันที่ลงท้ายเลข 3 และ 8 ดังนั้น วันที่ลงท้ายด้วยเลข 4, 6 และวันอาทิตย์ จึงเป็นวันหยุดพักผ่อนของเขา

            ข่าวเรื่องหลินกั๋วผิงซื้อมอเตอร์ไซค์แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นรถมือสอง แต่ในยุค 90 ที่หลายบ้านยังไม่มีแม้แต่จักรยานปั่น การที่ใครสักคนมีปัญญาซื้อมอเตอร์ไซค์ขี่ นับว่าเป็นเรื่องโก้หรูเชิดหน้าชูตาอย่างยิ่ง

            หลินหงเหมยกับหลินหงจวิน พอรู้ข่าวก็รีบแห่มาดูของแปลก

            “เสียวเสวี่ย... มอเตอร์ไซค์คันนี้เป็นของบ้านเธอจริงๆ เหรอ?”

            หลินหงเหมยเดินวนรอบรถมอเตอร์ไซค์คันโก้ที่จอดเด่นเป็นสง่ากลางลานบ้าน      เธอยังไม่อยากเชื่อสายตาว่าบ้านยาจกอย่างทิงเสวี่ยจะมีปัญญาซื้อ

            ทิงเสวี่ยเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิ “แน่นอนสิว่าเป็นของบ้าน     ฉัน! เธออิจฉาล่ะสิ... ถ้าอยากได้ก็ไปขอให้พ่อแม่เธอซื้อให้สักคัน     เป็นไง”

            หลินหงเหมยหน้าตึง “...”

            “เชอะ! ก็แค่มอเตอร์ไซค์คันเดียว ทำยังกะมีบ้านเธอซื้อได้บ้านเดียวในโลก ฉันได้ยินแม่บอกว่าคันนี้มันรถมือสอง ก็แค่ของเหลือเดนที่คนอื่นเขาใช้จนพังแล้วเอามาขายทิ้ง ไม่ต่างอะไรกับขยะนั่นแหละ!”

            เห็นทิงเสวี่ยภูมิใจนักหนา ความริษยาก็แล่นพล่านจนต้องหาเรื่องค่อนขอด

            ทิงเสวี่ยยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ “ของเก่าก็ต้องมีเงินถึงจะซื้อได้นะจ๊ะ คนบางคนน่ะนะ องุ่นเปรี้ยวเพราะตัวเองไม่มีปัญญาสอยมากิน... โรคขี้อิจฉามันรักษาไม่หายนะรู้ไหม”

            “หลินทิงเสวี่ย! ใครขี้อิจฉา? เธอนั่นแหละขี้อิจฉา!”

            แม้จะหัวทึบเรื่องเรียน แต่เรื่องด่าทอเหน็บแนม หลินหงเหมยฉลาดเป็นกรด เธอรู้ดีว่าถูกหลอกด่า

            แค่ทิงเสวี่ยแหย่นิดเดียว หลินหงเหมยก็เต้นผางจนตัวสั่น ทิงเสวี่ยเบ้ปาก “ฉันยังไม่ได้เอ่ยชื่อใครสักคำ เธอจะร้อนตัวหน้าดำหน้าแดงไปทำไม?”

            หลินหงเหมยเถียงไม่ออก “...”

            จังหวะนั้นเอง หลินกั๋วผิงเดินออกมาจากในบ้าน พอเห็นอารอง หลินหงจวินก็รีบวิ่งปรี่เข้าไปเกาะแขน

            “อารองครับ! อารองขี่มอเตอร์ไซค์พาผมไปซิ่งเล่นสักรอบได้ไหมครับ?”

            ทิงเสวี่ยรีบขัดขึ้นทันควัน “พ่อคะ มอเตอร์ไซค์บ้านเราเป็นของมือสองนะคะ พี่หงเหมยเขาเพิ่งบอกว่ารังเกียจว่าเป็นของเหลือเดน พ่ออย่าพาหงจวินออกไปนั่งเลยค่ะ เดี๋ยวเสนียดจะติดตัวเขาเอา”

            ขี่รถเล่นก็เปลืองน้ำมันสิยะ! น้ำมันสมัยนี้ลิตรละกี่หยวน รู้ไหมว่ามันแพง! ทิงเสวี่ยรู้ทันว่าถ้าเธอไม่ห้าม พ่อผู้ใจดีต้องยอมตามใจหลานแน่ๆ

            หลินกั๋วผิงชะงัก เดิมทีเขาตั้งใจจะพาหลานชายไปนั่งรถเล่นจริงๆ แต่พอได้ยินลูกสาวดักคอ เขาจึงเปลี่ยนท่าที ลูบหัวหลานชายเบาๆ แล้วยิ้มเจื่อน

            “อารองยังติดธุระอยู่เลย ไว้ว่างๆ ค่อยพาไปซิ่งนะ”

            เมื่อถูกปฏิเสธ หลินหงจวินก็หน้างอทันที เขาแค่นเสียง “ฮึ!” ใส่หน้าหลินกั๋วผิง แล้วบ่นพึมพำ “คนขี้เหนียว! งกน้ำมันนักก็เก็บไว้กิน     แทนน้ำเถอะ!”

            พูดจบเจ้าเด็กนิสัยเสียก็เดินกระแทกเท้าหนีไป หลินหงเหมยเห็นน้องชายไปแล้วก็รีบตามไปติดๆ

            หลินกั๋วผิงมองตามหลังหลานทั้งสองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ “หงเหมยกับหงจวินทำไมยิ่งโตยิ่งนิสัยเสียแบบนี้นะ?”

            ทิงเสวี่ยตอบเรียบๆ “มีแม่แบบป้าสะใภ้ใหญ่เป็นต้นแบบ ถ้าโตมานิสัยดีสิคะถึงจะแปลก”

            หลินกั๋วผิง “...”

            บนโต๊ะอาหารบ้านใหญ่

            จางเสี่ยวเสียเคี้ยวข้าวไปพลาง กระซิบกระซาบกับสามีไปพลาง

            “ไม่นึกเลยว่าเจ้ารองจะมีปัญญาซื้อมอเตอร์ไซค์ ถึงจะเป็นมือสองแต่ราคาก็คงหลายหยวนอยู่... คุณว่าเจ้ารองไปเอาเงินถุงเงินถังมาจากไหน? หรือว่า... นังแก่ที่ตายไปแล้วนั่นแอบซุกเงินส่วนตัวไว้ แล้วยกสมบัติทั้งหมดให้เจ้ารองเจ้าสาม?”

            คำว่า "นังแก่ที่ตายไปแล้ว" ในพจนานุกรมของจางเสี่ยวเสีย ย่อมหมายถึงคุณย่าหลิน แม่เลี้ยงของสามี แม้จะไม่ใช่แม่ผัวแท้ๆ แต่ต่อให้เป็นแม่แท้ๆ ถ้าทำให้เธอขัดใจ เธอก็คงสรรหาคำผรุสวาทมาเรียกขานไม่ต่างกัน

            หลินกั๋วเซิ่งกลืนหมั่นโถวลงคอก่อนแย้ง “ไม่น่าใช่หรอก... ฉันได้ยินพ่อเล่าว่าตอนแม่เลี้ยงแต่งเข้ามา เธอไม่ได้ติดของมีค่าอะไรมามากนัก บ้านเดิมเธอถูกยึดทรัพย์ไปหมดแล้ว ที่ดินก็ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปเกลี้ยง ถึงจะมีสมบัติติดตัวมาบ้าง แต่บ้านเรายากจนข้นแค้นขนาดนี้ หลายปีมานี้เธอคงเอาออกมาจุนเจือครอบครัวจนหมดแล้ว”

            เขานิ่งคิด “คุณลืมไปแล้วเหรอ ตอนเจ้ารองแต่งงานกับหลิวกุ้ยหลาน สินสอดที่ทางนั้นเรียกมา แม่เลี้ยงคุณหมุนเงินไม่ทัน ยังต้องไปบากหน้าขอยืมญาติๆ มาโปะเลยนะ”

            จางเสี่ยวเสียหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด “ฉันว่าไม่แน่หรอก... บางทีนังแก่นั่นอาจจะแค่แกล้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จก็ได้ ถึงเธอจะไม่มีเงินสด แต่พวกเครื่องประดับของเก่าที่เธอหอบข้ามน้ำข้ามทะเลมานั่นล่ะ? เอาไปขายกินก็ได้เงินไม่น้อยอยู่นะ ฉันได้ยินมาว่าเสื้อผ้าเก่าๆ ของพวกคุณหนูตระกูลผู้ดีเก่าน่ะ แค่ชุดเดียวก็ขายได้หลายสิบหยวนแล้ว”

         เธอสรุปความอย่างมั่นใจ “ตอนนังแก่อยู่  เธอก็กอดสมบัติไว้แน่น พอเธอตาย สมบัติพวกนั้นก็ต้องตกถึงมือเจ้ารองกับเจ้าสามสิ สองคนนั้นมันซี้กันอย่างกับปาท่องโก๋ มีเหรอจะหลุดมาถึงมือเรา!”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908