เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 83 ในสมองมีแต่เลือดสุนัข

            อยู่ในสำนักซืออี๋เกือบเดือน ต้องเข้านอนเร็วทั้งตื่นเช้าทุกวัน มิเพียงพอสำหรับอวิ๋นอี้


            หลังจากที่นางกลับมาถึงจวน สิ่งแรกที่นางทำคือขังตัวเองอยู่ในห้องและนอนหลับอย่างสบายตลอดทั้งวัน จนกระทั่งตะเกียงถูกจุดขึ้น นางถึงได้ตื่นขึ้นมา


            ตอนที่เซียงเหอรอให้นางแต่งตัว ยังอดมิได้ที่จะพูดความในใจ


            อวิ๋นอี้คิดเสียว่านางกำลังสวดมนต์ ตอนที่แต่งตัวเสร็จ นางพลันบีบแก้มของเซียงเหอ บีบหน้านางเหมือนล้อเล่น “เสี่ยวเซียงเหอ เจ้าบอกหน่อยสิว่าเหตุใดสตรีวัยเยาว์เช่นเจ้า ถึงได้เหมือนสตรีวัยกลางคนนัก?”


            เซียงเหอติดตามนางมาตั้งแต่เด็ก นางมิเคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน การล่วงเกินกะทันหัน ทำให้นางหน้าแดงก่ำ มิรู้จะเอาตามองไปที่ใด


            ทว่าอวิ๋นอี้จ้องนางอย่างมิเร่งรีบรอคำตอบจากนาง


            เซียงเหยินหดตัวกลับอย่างทำตัวไม่ถูก อวิ๋นอี้จึงปล่อยนางไป ทว่ายังถามต่อ "หืม? พูดสิ!"


            “ข้า...ข้าทำเพื่อพระชายานะเพคะ!”


            "ก็ดี" อวิ๋นอี้ยิ้ม กะพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์ "เช่นนั้นเจ้าอยากให้ข้ากับองค์ชายมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นหรือไม่?" "


            “แน่นอนสิเพคะ!"


            "เช่นนั้นเจ้าจงไปหาฝ่าบาท บอกเขาให้มาอุ้มข้า ข้าถึงจะยอมทานข้าว" อวิ๋นอี้กอดอก เลิกคิ้วพูด


            “กระไรนะเพคะ?” เซียงเหอประหลาดใจ “พระชายาหมายความว่าจะให้องค์ชายมาอุ้มหรือเพคะ?”


            “ใช่น่ะสิ!” อวิ๋นอี้พยักหน้า “ผู้ใดให้เขาทำข้าโกรธกัน เจ้าไปบอกเขาว่าหากเขามิมาจงบอกว่าวันนี้ข้าจะมิยกโทษให้!”


            เซียงเหออารมณ์ซับซ้อน นางเหล่มองอวิ๋นอี้อย่างระมัดระวัง พึมพำอย่างอดมิได้ พระชายาคงมิได้เสียสติไปแล้วใช่หรือไม่ หรือว่าการที่องค์ชายมีสตรีอื่นด้านนอกกระตุ้นให้นางเป็นเช่นนี้?


            ทว่าคนเราต้องอยู่กับความเป็นจริงด้วยสิ!


            แม้หรงซิวจะมีท่าทีต่อพระชายาเปลี่ยนไป ทว่าเขาจะตามใจนางอย่างมิสนหน้าตาตนเองเลยได้อย่างไร


            “พระชายาเพคะ" เซียงเหอตัดสินใจเสี่ยงตาย "ดูสิเพคะว่าเพลานี้จะถึงเวลาทานอาหารแล้ว มิแน่ว่าองค์ชายอาจจะยุ่งนะเพคะ"


            "ข้าสนหรือ?" อวิ๋นอี้ท่าทีแข็งกร้าว "เจ้าจะไปหรือไม่? หากเจ้าไม่ไป ข้าจะให้คนอื่นไป!"


            เซียงเหอได้ยินพลันรีบรับคำ “ไป ไปเพคะ ไปเพคะ ข้าจะไปบัดเดี๋ยวนี้ ทว่าหากว่าฝ่าบาทไม่มา..."


            "เขากล้าหรือ!"


            ลำพองตนเสียยิ่งกระไร น่าตกใจยิ่งนัก เซียงเหอบ่นตัวสั่น รีบวิ่งเหยาะไปห้องหนังสือ


            นางเปลี่ยนคำพูดเดิมของอวิ๋นอี้เล็กน้อย บอกเพียงว่าพระชายาขอให้องค์ชายอุ้มเท่านั้น จากนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ


            ในห้องหนังสือจุดเทียน ลมภายนอกประตูพัดเข้ามา แสงเทียนแกว่งไปมาในสายลม ทำให้เกิดเงายาวๆ บนผนัง


            เซียงเหอก้มหน้าต่ำลงอีก


            ทุกอย่างเป็นลางสังหรณ์ว่าคำขอของพระชายาน่าจะมิได้ผลแล้ว


            มิคิดเลยว่าผ่านไปครู่หนึ่ง ขายาวของหรงซิวก้าวออกมาจากโต๊ะจนเกิดเงา เซียงเหอหายใจไม่ทั่วท้อง พลันสังเกตได้ว่ามีคนเดินผ่านไป


            เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป ก็มิเห็นองค์ชายเสียแล้ว


            นางชะงักครู่หนึ่งแล้วตามไปทันใด เดินไปไม่กี่ก้าว นางพลันตระหนักได้ว่านี่เป็นทางไปที่ห้อง


            อย่าบอกนะว่าสำเร็จแล้ว?


            เซียงเหอตกใจแล้วตกใจอีก ตามเขาไปจนสุดทาง หรงซิวฝีเท้ากว้าง นางถึงกระทั่งต้องวิ่งเหยาะตาม


            จนกระทั่งถึงที่ห้อง นางจึงต้องทำความเข้าใจใหม่


            องค์ชายผู้มิเคยที่จะยิ้ม เมื่อเห็นอวิ๋นอี้ มุมปากของเขาพลันโค้งขึ้นเอาสิ่งใดมากดลงก็กดมิอยู่


            สายตาของเขาช่างอ่อนโยน แม้แต่แสงจันทร์ที่อ่อนโยนยังมิอาจจะเทียบได้ คิ้วคมและดวงตาที่ราวกับมีดวงดาวของเขาเต็มไปด้วยความรัก เขายืนอยู่ที่ประตู พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มแสนอ่อนโยน "อวิ๋นเออร์"


            "กระไรเพคะ?" อวิ๋นอี้ชะโงกหน้าออกมา จงใจทำหน้าเคร่งเครียด “เหตุใดถึงเพิ่งมาเพคะ? มิเต็มใจหรือเพคะ!? หากมิพอใจก็มิจำเป็นเพคะ ข้าเดินเองได้”


            หรงซิวหัวเราะออกมา  แล้วเดินเข้าไปหานาง จับเอวของนางด้วยฝ่ามือใหญ่ของเขาด้วยการกระทำที่เป็นธรรมชาติ "ข้ายังมิได้พูดกระไรเลย เจ้าก็พูดเสียหมดแล้ว ปากเล็กๆ นี่มันอย่างไรกัน? เหตุใดคำดีๆ มิมีออกมาเลย เหตุใดในตอนที่โกรธข้าถึงพูดมิมีพัก?”


            “อย่ายียวนทำให้ข้าโกรธสิเพคะ”


            “ข้าจะกล้าดียียวนเจ้าได้อย่างไร?” หรงซิวอ้อนวอนขอความเมตตา “ต่อไปข้าจะดูแลเจ้าให้ดีดุจบรรพบุรุษเลย ดีหรือไม่?”


            “จุดธูปสามดอกบูชาข้าน่ะหรือ?” อวิ๋นอี้คิ้วตาเรียวยาว กวาดสายตาไปมองเขา “เช่นนั้นหรือ?”


            มิรู้ว่าเป็นความเข้าใจผิดของหรงซิวหรือไม่ ทว่าเขามักจะรู้สึกว่านางเหิมเกริมขึ้นกว่าเมื่อก่อน มิฉะนั้น นางคงมิมีสายตาเช่นนี้ทำให้เขาเสียสติได้


            หรงซิวอดมิได้ที่จะบีบปลายจมูกของนาง “ปากร้ายเช่นนี้เชียวหรือ?”


            “ข้าสู้ท่านมิได้เพคะ หากปากมิร้ายให้เท่าท่าน ก็มิรู้ว่าท่านจะรังแกข้าอย่างไร!” อวิ๋นอี้พึมพำ จงใจพูดไม่ดีกับเขา


            หรงซิวหัวเราะใหญ่ โน้มตัวเข้าไปใกล้และกัดหูของนาง “เว้นแต่การรังแกบนเตียง ปกติมิได้ตามใจเจ้าหรือ”


            มิทันใดก็พลันเข้าเรื่องนั้นอีก


            อวิ๋นอี้ผลักเขาออกไป เห็นว่าเซียงเหอยังอยู่ แก้มของนางร้อนผ่าว


            คำพูดไร้สาระพวกนั้น คนสองคนพูดกันยังพอทน ทว่ามีผู้อื่นมาได้ยินนั้นเป็นเรื่องที่น่าอับอายมาก


            นางมิเปิดกว้างพอที่จะแบ่งปันเรื่องส่วนตัวเหล่านั้นกับผู้อื่นได้


            "พอเถิด พอเถิด" หลังจากเพลาลงแล้ว อวิ๋นอี้ถึงเงยหน้าขึ้น "เราไปทานข้าวกันเถิดเพคะ ข้าหิวมาก"


            "ขึ้นมาเถิด" หรงซิวนั่งยองๆ ให้นางปีนขึ้นหลัง


            อวิ๋นอี้มิไว้หน้า หลังจากขึ้นไปแล้วขาเรียวทั้งสองข้างพลันแกว่งไปมาอย่างมีความสุข ฮัมเพลงเบาๆ ในปาก


            “ตือโป๊ยก่ายกำลังอุ้มเมีย…เมียทั้งขาวทั้งเต่งตึง…”


            หรงซิวได้ยินก็ตลก อดประชันฝีปากกับนางมิได้ “เมียทั้งขาวทั้งเต่งตึง ที่อุ้มอยู่มิใช่ลูกหมูหรือ?"


            "ไปไกลๆ เลยเพคะ!"


            เรื่องที่หรงซิวอุ้มอวิ๋นอี้ไปทานข้าว คนใช้ทุกคนในจวนล้วนเห็นเหมือนกัน กระทั่งวันรุ่งขึ้นก็มีข่าวลือแพร่ออกไป


            ตอนที่อวิ๋นอี้ตื่นขึ้น เห็นเซียงเหอจ้องมองนางด้วยท่าทีชื่นชม นางถูกจ้องจนมิสบายใจจึงถามนางว่า "มีกระไรกันแน่? เจ้ามองข้าต่อเช่นนี้ เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะจัดการเจ้าเสีย?"


            "พระชายาเพคะ วิธีของท่านช่างน่าทึ่งเสียจริง!" เซียงเหอยิ้มชอบใจ “คำนั้นว่ากระไรนะ การฆ่าที่มองมิเห็น! [1] ใช่! เป็นเช่นนั้นจริงๆ!”


            เหตุใดจึงหมายความเช่นนั้นไปได้?


            อวิ๋นอี้งุนงง “มิใช่สิ เจ้าพูดมาให้ชัด ข้าฆ่าผู้ใดกัน เหตุใดจึงเรียกว่ามองมิเห็น?”


            เซียงเหอเล่าข่าวลือที่แพร่กันด้านนอกให้นางฟัง “ท่านให้องค์ชายอุ้มท่านไปทานข้าว มิได้ข่มให้สตรีข้างนอกลงจากหลังม้า [2] หรือเพคะ? ความสัมพันธ์ของท่านกับองค์ชาย ถึงแม้ว่าจะเป็นการแสดง ทว่าผู้คนภายนอกไม่รู้นี่เพคะ สตรีที่ถูกเขาเลี้ยงไว้ข้างนอก องค์ชายจะปฏิบัติกับนางเช่นนี้ได้หรือ!? อย่างไรเสียท่านก็เป็นบ้านใหญ่ พระชายาเพคะ วิธีนี้ของท่านเหนือคาดมากเพคะ! ข้าอยู่ข้างท่าน!"


            อวิ๋นอี้หัวเราะ “ข้าคิดนะว่าการที่เจ้าเป็นทาส ช่างดูถูกความสามารถของเจ้าเสียจริง เจ้าไปเขียนหนังสือเถิดในสมองเจ้าเนี่ย มิใช่สุดยอดเลือดหมา ก็เลือดหมายิ่งกว่า [3] ”


            “อ่า พระชายาหมายความอย่างไรเพคะ?” เซียงเหอพูดไม่หยุด ทว่ามือก็มิได้ว่าง แต่งหน้าให้นางจนเสร็จ


            อวิ๋นอี้ยืนขึ้นเขกหัวนาง เกรงว่านางจะเอาเรื่องสตรีผู้อื่นข้างนอกไปพูดอีก จึงสั่งว่า “องค์ชายมิได้มีสตรีข้างนอก ช่วงวันที่เขามิได้กลับจวนนั้นเพราะว่ายุ่งงานราชการ เขาอธิบายเรื่องนี้ให้ข้าฟังแล้ว เจ้าหยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว”


            พูดสิ่งที่ควรพูดได้พูดไปหมดแล้ว เซียงเหอพลันยิ่งมีสีหน้าสงสารนาง “พระชายาเพคะ คำพูดของผู้ชายเชื่อมิได้นะเพคะ มิแน่องค์ชายอาจจะหลอกท่านก็เป็นได้ หากอีกไม่กี่วันเขาพาสตรีผู้นั้นเข้ามาในจวนจะทำอย่างไรเพคะ?”


            อวิ๋นอี้ตกตะลึง


            นางรู้อยู่ว่าสมองของเซียงเหอนั้นเต็มไปด้วยเลือดสุนัข


            เมื่อเห็นว่าดวงอาทิตย์กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ นางมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำวันนี้ จึงไม่พูดเรื่องนี้อีก ยกกระโปรงขึ้น และรีบออกจากจวนไป


            วันนี้นางมีนัดกับเทพบุตรสุดหล่อ!


            เชิงอรรถ


            [1] การฆ่าที่มองมิเห็น 杀人于无形 หมายถึง การทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ต่างกับตายไป ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร


            [2] ข่มให้ลงจากหลังม้า 下马威 หมายถึง แสดงอำนาจ


            [3] เลือดหมา 狗血 หมายถึง เรื่องน้ำเน่า



    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663