ตอนที่1
“ วันที่ 9 เดือน 9 ”
วันนี้เป็วันแรกที่เรารอมาเนิ่นนานเพราะเป็วันแรกที่เราจะสามารถใช้เวทย์มนต์ได้เสียที! เรารอมันมาตลอดั้แ่เราจำความได้
“วันนี้ตื่นไวจังเลยนะอาธี ... หรือจะให้พี่เรียกว่าอาธีน่าดีนะ???”อะแมนด้า
เหน็บแนมผู้เป็น้องั้แ่เช้าตรู่ด้วยน้ำเสียงเชิงหยอกล้อและหัวเราะไปพราง ๆ
“ไม่เอาหน่า อะแมนด้า จะหยอกล้อน้องไปทำไม ยังไงเราก็มีกันแค่ 3คนนี้แหละนะ” แม่กล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
แม่ของพวกเราชื่อว่า “แอนนา” หรือถ้าเมื่อก่อนทุกคนจะรู้จักกันในชื่อว่า
“แอนนาแห่งคริสตัลวาเรซ” แต่เมื่อออกจากตระกูลจึงต้องสร้างสกุลใหม่ขึ้นมา
เป็ “แอนนา เอเธนส์” เธออายุ 63 ปี ด้วยความที่ว่าเธอท้องลูกสาวคนโตตอนแก่
ทำให้ช่องว่างระหว่างอายุของแม่กับลูกอาจจะกว้างไปหน่อย แต่ไม่มีอุปสรรคสำหรับการดูแลแน่นอนเพราะเธอมีระดับพลังอยู่ที่ 42 แล้ว!
หากมีาระหว่างเมืองหรือการเหตุการณ์จลาจลภายในเมืองเมื่อใด
แม่ของพวกเราจัดว่าเป็หนึ่งในผู้อารักขาเมืองอัลวาเรซเลยทีเดียว
“ไม่เป็อะไรหรอกท่านแม่ ก็ปกติอยู่แล้วที่เมื่ออยู่ต่อหน้ากันเองในครอบครัว
อะแมนด้าก็จะพูดเหน็บแนมลูกเป็ธรรมดา เพราะถ้าไปอยู่ที่โรงเรียนเมื่อใด
ก็คงจะต้องปกปิดนิสัยที่แท้จริงเอาไว้ ไม่ให้พวกผู้ชายตระกูลอื่นรู้ละมั้ง?”อาธียิิิ้มแสดงความล้อเลียน
“อาธี!”
“หยุดต่อล้อต่อเถียงกันได้แล้วลูกทั้งสองนี่นะ!
อะแมนด้าลูกจงพาน้องไปรายงานตัวกับผู้แทนกระทรวงเวทย์มนต์เพื่อรับทำพิธีจุติเทียร่าเสียเถอะส่วนแม่จะไปพบครูใหญ่ของโรงเรียนลูกซะหน่อย ยังไงเมื่อเสร็จพิธี
ก็คงต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนเดียวกัน”
“ค่ะ ท่านแม่”
7.29 AM
ระหว่างทางเดินอาธีรู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะนี่จะเป็วันแรก
ในชีวิตที่ตนจะสามารถใช้เวทย์มนต์ได้ หลังจากที่ต้องอิจฉาคนอื่นรวมถึงพี่สาวของตน
ที่ใช้เวทย์มนต์ในการเรียนรู้รวมไปถึงการดำเนินชีวิตต่าง ๆ
ครอบครัวของอาธีจัดเป็ครอบครัวระดับสูงถึงแม้จะไม่ใช้ชนชั้นพิเศษเหมือนกับตอนยังอยู่ในตระกูลเก่าแต่ก็จัดว่าเป็ครอบครัวที่มีความพร้อมในการเตรียมตัวสำหรับการเรียนรู้ในทุก ๆด้าน
อาธีเริ่มศึกษาตำราและหนังสือเวทย์มนต์สำหรับผู้ฝึกใช้เวทย์มนต์ได้อย่างรวดเร็วในขณะที่ตนอายุเพียง6 ขวบ และยังสามารถจำทุกตัวอักษรได้อย่างขึ้นใจเพียงแค่ 1 เดือนในขณะที่ตนยังไม่ได้เข้ารับการจุติเทียร่าเลยด้วยซ้ำ!
สิ่งนี้เป็อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าอาธีสามารถเป็นักเวทย์
ที่สมบูรณ์แบบได้
“นี่! อาธี เธออยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย?”
“เอ่ออออ ... . พอดีว่าพี่มีนัดกับเพื่อนหน่ะแต่พี่ก็รับปากท่านแม่ไปแล้ว
พี่เลยไม่อยากผิดคำพูด เอาเป็ว่าพี่จะไปส่งเธอตอนรายงานตัวแต่คงจะไม่ได้อยู่ด้วยตลอดพิธีนะ แต่ถ้าพี่คุยกับเพื่อนเสร็จพี่จะรีบไปหาเธอที่นั้นเลย”
“เห้อ กะเอาไว้แล้วเชียว พี่จะให้น้องไปเองั้แ่ตรงนี้เลยก็ได้ยังไงเมืองมันก็ไม่ใช่จะใหญ่อะไรอยู่แล้ว อีกอย่างคงไม่มีใครกล้ามาทำอะไรน้องอยู่แล้วพี่ไม่ต้องเป็ห่วงน้องหรอก”
“แหม่อาธี เธออย่าเพิ่งประมาทไป จิงอยู่ที่พี่กับแม่สามารถดูแลเธอได้
แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะดูแลเธอได้ทันท่วงทีหรอกนะ”
“งั้นก็ตกลงตามนั้นไปส่งน้องถึงจุดรายงานตัวก็พอแล้วพี่อะแมนด้าจะไปหาใคร ไปทำอะไร ที่ไหนก็ไปเถอะ”
“นี่เธอเป็เด็ก9 ขวบแน่หรือป่าว? พูดจาฉะฉานเหมือนคนโตเลยนะ
แต่ว่า ..... เธอจะไม่บอกท่่ะ”
“น้องไม่บอกท่านแม่หรอก”อาธีสวนตอบทันควัน
และอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้นั้นก็คือพัฒนาการของอาธีจะเติบโตเกินกว่าวัยอันควรเสมอถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกหรือการเจริญเติมโตภายนอกจะเสมือนเด็กทั่วไปแต่วิวัฒนาการทางด้านสมองนั้นพัฒนาการไปไกลกว่าเด็กที่อยู่ในรุ่นราวเดียวกันอย่างเห็นได้ชัดสิ่งที่บ่งชี้ให้เห็นสิ่งหนึ่งก็คืออาธีสามารถพูดเป็ประโยคและสื่อสารได้
ั้แ่อายุยังไม่ถึง 1 ปี! ในขณะที่เด็กปกติคนอื่นต้องใช้เวลา2 – 3 ปี
8AM
วันนี้เป็อีกวันหนึ่งที่คนเกือบทั้งเมืองให้ความสนใจเนื่องด้วย
ตระกูลไหนก็ตามที่มีเด็กอายุครบ 9 ปีอยู่ในตระกูลจะต้องเข้ารับพิธีนี้ด้วยกันทั้งสิ้น
และสำหรับปีนี้มีเด็กที่อายุครบ 9 ปีพอดีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 9 คน
“เราจะเริ่มทำพิธีจุติเทียร่ากันในตอน9 โมงตรง อย่างที่ทุกคนทราบ
เราจะใช้เวทย์มนต์เฉพาะที่มีแต่ทางกระทรวงเวทย์มนต์เท่านั้นที่สามารถใช้ได้
นำมาใช้ในการกระตุ้นเทียร่าหรือที่ทุกคนรู้ว่าคือนั่นเป็บ่อเกิดแห่งเวทย์มนต์
ให้ตอบสนองต่อร่างกายของเด็กแต่ละคน”
“ข้ามีนามว่าแมคซิสเป็หนึ่งในตัวแทนของกระทรวงเวทย์มนต์ ระดับพลัง 34 ขอฝากตัวแก่ทุกท่านด้วย”แมคซิสพูดพร้อมกับก้มหัวถือเป็การเคารพและให้เกียรติแก่ผู้ร่วมรับชมพิธี
ชาวบ้านภายในเมืองและผู้ร่วมรับชมภายในพิธีต่างตกตะลึงในระดับพลัง
ที่สามารถหาได้ยาก ในเมืองเล็ก ๆ แบบนี้
“ยังหนุ่มยังแน่นแต่ระดับพลังนั้นสูงลิ่วเทียบได้กับผู้มีพร์เลย!”
“ถึงได้หนึ่งในตัวแทนกระทรวงเวทย์มนต์อย่างไรเล่า!”
“ข้าได้ข่าวมาว่ากระทรวงเวทย์มนต์นั้นคือศูนย์รวมของพวกมีพร์เลยหล่ะ!”
“ข้าก็ได้ข่าวมาเหมือนกันหากใครที่เป็อัจฉริยะประจำเมือง หรือเป็พวกที่เก่งกล้าสามารถส่วนมากก็จะถูกทางกระทรวงเวทย์มนต์ดึงตัวไปเข้าสู่องค์กรทั้งนั้น!”
“ข้าจะขอทวนรายชื่อของผู้ที่เข้าทำพิธีจุติเทียร่าประจำปีนี้อีกครั้ง
ลูเซี่ยนแห่งตระกูลคอร์นวอลล์
ลูซิเฟอร์แห่งตระกูลคอร์นวอลล์
มิเกลแห่งตระกูลคาสเตอร์
มิกาน่าแห่งตระกูลคาสเตอร์
โอลิเวอร์แห่งตระกูลแคลเร็นซ์
ครูสแห่งตระกูลกลอสเตอร์
ดีอ้อนแห่งตระกูลเบดฟอร์ด
เซบาสเตียนแห่งสกุลออมาล
และอาธีน่าแห่งสกุลเอเธนส์ ”
เมื่อกล่าวชื่ออาธีน่าจบบรรยากาศภายในงานต่างดังขึ้นชาวบ้านบางคนต่างก็ลุกฮือขึ้นมา ชาวบ้านบางคนต่างก็ขบขัน
“เ้าเด็กนั้นมันชื่ออาธีไม่ใช่รึ?เ้าเด็กผิดเพศนั่นหนะ! ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ยังมีหน้ามาเข้าพิธีอีกหรือทำไมไม่หัดหัวอยู่ที่บ้าน!”
“เคยเป็ถึงหนึ่งในสมาชิกตระกูลคริสตัลวาเรซแต่กลับวิปริตเสียสิ้น!”
“ท่านแมคซิสข้ามีนามเพียงแค่อาธี ไม่ใช่ อาธีน่า ได้โปรดเขียนบันทึกใหม่อีกครั้งด้วย” อาธีก้มหน้าลงเพราะไม่อยากรับรู้ถึงการนินทาและการกล่าวพูดจาถึงตนจากบุคคลภายนอก
“ข้าเป็เ้าเมืองของที่นี้! และข้ามีศักดิ์เป็ย่าของเ้า!ทำไมข้าจะตั้งชื่อให้เ้า ผู้เป็หลานของข้าไม่ได้กัน!” มาร์กาเล็ตแห่งคริสตัลวาเรซพูดด้วยน้ำเสียงดุดันพรางยิ้มถึงหลาน
“ท่านยาย!”อาธีเบิกตาโต
มาร์กาเล็ตแห่งตระกูลคริสตัลวาเรซระดับพลัง56
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเ้าเมืองอัลวาเรซแห่ง
ถืิอเป็ผู้มีระดับพลังสูงที่สุดในเมืองแห่งนี้