“หนูขอร้องล่ะเสี่ยอย่าทำอะไรหนูเลย ปล่อยหนูไปเถอะนะ” หญิงสาวอ้อนวอนผู้ที่กำลังคร่อมตัวเธออยู่ทั้งน้ำตาร่างบอบบางสั่นเทิ้มด้วยความกลัวว่าจะต้องเสียสิ่งที่เก็บไว้ใช้กับคนรักให้กับแขกในร้านเหล้าที่เธอเพิ่งมาทำงานเพียงวันแรกถ้าจะต้องเสียสิ่งนั้นไปก็คงต้องโทษตัวเองที่ดื่มเยอะเพื่อเงินจนขาดสติไปถึงเพียงนี้แต่ถ้ารอดไปได้ก็คงไม่กลับไปทำงานที่อโคจรแห่งนั้นอีก
“ไม่นะเสี่ย ไม่…”หญิงสาวดิ้นพล่านสุดแรงเกิดในขณะที่มือข้างหนึ่งของเสี่ยยังคงรวบข้อมือบางไว้ทั้งสองข้างไม่ยอมปล่อยส่วนมืออีกข้างหนึ่งพยายามปลดเปลื้องเสื้อผ้าของหญิงสาวด้วยความชำนาญ“หนูขอร้องล่ะเสี่ย อย่าทำหนูเลยนะ”น้ำตาของหญิงสาวไหลพรากไม่หยุดจนทำให้ผู้ที่ซ้อนทับอยู่ด้านบนหยุดการกระทำนั้นทันที
“โถ่…ร้องไห้ทำไมล่ะหนูบัว ทำแบบนี้เสี่ยก็ต้องใจอ่อนล่ะสิ”เสี่ยพงษ์ศักดิ์ปล่อยข้อมือบางพร้อมทั้งลุกออกจากร่างของหญิงสาวเดินนวยนาดไปนั่งบนโซฟาสีน้ำตาลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเตียง “ไปเถอะหนูบัว เสี่ยไม่ทำอะไรหนูหรอกเสี่ยแพ้น้ำตาสาว ๆ”
หญิงสาวอึ้งไปสักครู่เพราะไม่คิดว่าจะง่ายดายถึงเพียงนี้แต่เมื่อตั้งสติได้จึงลุกพรวดขึ้นมานั่งบนเตียง สวมใส่เสื้อผ้าจนเรียบร้อยก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังหน้าประตู“ขอบคุณมาก ๆ นะคะเสี่ยที่ปล่อยหนู”
“อ๊ะ เดี๋ยวก่อนหนู”หญิงสาวหยุดชะงักหันกลับมามองหน้าเสี่ยอีกครั้งใจดวงน้อยยังคงเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะด้วยความตื่นกลัวว่าจะไม่ได้ออกไปจากที่นี่
“ก่อนจะไปก็กินน้ำซะก่อนสิ”เสี่ยพงษ์ศักดิ์เดินเข้ามาใกล้พร้อมทั้งยื่นขวดน้ำให้หญิงสาวที่กำลังยืนลังเลว่าจะรับมาดีหรือไม่จากประสบการณ์ของเสี่ยทำให้รู้ว่าหญิงสาวผู้นี้มีความระแวงอยู่ไม่น้อยจึงพยายามพูดให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง “ไม่ต้องกลัวหรอกเสี่ยเพิ่งให้พนักงานไปซื้อเมื่อกี้นี้เอง เผื่อหนูจะหายเมาค้างดื่มหมดแล้วค่อยไปนะหนูบัว”
“ขอบคุณค่ะเสี่ย”หญิงสาวรับน้ำขวดนั้นมาดื่มโดยไม่รู้เลยว่ากำลังเสียท่าให้กับชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง
“หมดแล้วนะคะขอบคุณนะคะเสี่ยที่ปะ ปล่อย ตะ ตัว…”อาการมึนงงจากฤทธิ์ของน้ำที่ดื่มเข้าไปเมื่อครู่ทำให้หญิงสาวสะบัดหัวไปมาเพื่อเรียกสติมือที่เคยถือขวดน้ำปล่อยทิ้งลงกับพื้นทันทีความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะดับวูบลงในไม่ช้าหัวใจเต้นเร็วแรงจนไม่อาจห้ามได้ มือข้างหนึ่งเกาะกำแพงเพื่อพยุงไม่ให้ตัวเองล้ม
“อ่า…ออกฤทธิ์เร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย” เสี่ยพงษ์ศักดิ์เลียริมฝีปากแห้งผากของตนเผยแววตาเปล่งประกายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อก่อนจะลุกจากโซฟาเข้าไปประคองร่างของหญิงสาวที่กำลังจะหมดสติเพราะฤทธิ์ของยาที่ตนได้สั่งให้พนักงานหนุ่มใส่ไว้ในน้ำดื่ม
“สะ เสี่ย…”เสียงพูดเท่าเสียงกระซิบเป็นคำสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะดับวูบลงและทิ้งตัวแทบอกของเสี่ยพงษ์ศักดิ์
“ไม่เป็นไรนะหนูบัวปล่อยใจให้สบายแล้วมาสนุกกับเสี่ยนะ”เสี่ยพงษ์ศักดิ์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมทั้งประคองร่างบอบบางมาวางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมเพื่อไม่ให้เกิดความบอบช้ำ
เสียงและภาพประกอบที่อยู่ในจอสี่เหลี่ยมเหนือศีรษะเร่งเร้าให้ปลุกความเป็นชายออกมามือทั้งสองปลดเปลื้องส่วนเกินที่อยู่บนร่างบอบบางออกจนหมดแม้กลิ่นแอลกอฮอล์จะยังมีอยู่บ้างแต่ก็ไม่สามารถบดบังกลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึ่งเหมือนเป็นการเชิญชวนให้ซุกไซ้ใบหน้าลงบนทุกส่วนของเรือนร่างก่อนจะทำตามแต่ใจที่ปรารถนาตลอดค่ำคืนอันแสนยาวนาน
‘ก๊อกๆ ๆ’ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นเสมือนดั่งนาฬิกาปลุกในยามเช้าเสี่ยพงษ์ศักดิ์ลืมตาขึ้นมาอย่างคนงัวเงียขี้ตาครั้นนึกถึงค่ำคืนแสนหวานที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าก็หันไปมองสาวสวยที่ยังคงนอนอยู่ข้างกายมือหนาลูบไล้เรือนผมขึ้นมาดมกลิ่นหอมก่อนจะหยิบผ้าขนหนูจากปลายเตียงขึ้นมาคลุมเรือนร่างเปลือยเปล่านั้น
‘ก๊อกๆ ๆ’ เสียงเคาะเรียกจากหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้งทำให้เสี่ยพงษ์ศักดิ์ลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ในห้องน้ำมาพันช่วงล่างไว้และเอื้อมไปเปิดประตู