บทที่ 33 ไปเปิดโรงอาหารที่กรมทหารองครักษ์
หลังจากที่ซ่งเส้าเส้าพูดจบ ลู่เฉินโม่ก็ยังคงจ้องนางด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
สายตาของลู่เฉินโม่ช่างลึกลับ ทำให้ซ่งเส้าเส้าคิดว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า พูดมากเกินไปหรือไม่ แต่สัญญาแต่งงานระหว่างนางกับเส้าชิงหยวนก็เป็นแค่คำพูดลอยๆของเด็กจริงๆนะ!
ไม่ได้การ! นางต้องแก้สถานการณ์นี้ให้ได้!
"ฟังจากน้ำเสียงแล้ว คุณชายลู่คล้ายไม่เชื่อข้ากับน้องชายในอนาคตของท่านหรือเจ้าคะ"
ในเมื่อท่านถามข้า ข้าก็จะถามท่านกลับ!
ลู่เฉินโม่คิดในใจ : สาวน้อยคนนี้รู้จักใช้ประโยชน์จากคำพูดได้ดีจริงๆ ช่างเฉียบแหลมนัก
ลู่เฉินโม่ก้มหน้าลง มุมปากยกยิ้มขึ้น "แม่นางซ่งล้อกันเล่นแล้ว ในเมื่อเส้าชิงหยวนเป็นคู่หมั้นของน้องสาวข้า ข้าจึงอยากรู้จักเขาให้ชัดเจนก็เท่านั้น"
"เส้าชิงหยวนอายุยี่สิบสองปี บ้านอยู่นอกเมือง มีคนในครอบครัวห้าคน มีปู่ ย่า พ่อแม่ ไม่มีพี่น้อง ตระกูลเส้าเป็นคนซื่อสัตย์ คุณชายลู่วางใจเถอะเจ้าค่ะ น้องสาวของท่านแต่งงานเข้าไปจะไม่ถูกรังแกแน่นอนเจ้าค่ะ"
ลู่เฉินโม่ "..."
ซ่งเส้าเส้าก็ไม่รู้ว่าทำไมนางถึงได้พูดเข้าข้างเส้าชิงหยวน หรือเป็นเพราะนางแค่อยากจะแกล้งลู่เฉินโม่ก็ไม่รู้
หลังจากที่ซ่งเส้าเส้าพูดจบ ทุกคนในห้องก็เงียบกริบ จ้องมองนางเป็นสายตาเดียว
ซ่งเส้าเส้ารู้สึกอึดอัดจึงพูดว่า "ข้าแค่ ... ข้าไม่ได้ ... ที่จริงแล้วข้า ... อย่าเข้าใจข้าผิดนะเจ้าคะ"
ซ่งเส้าเส้ารู้สึกเสียใจ นางทำอะไรลงไปเนี่ย?
แต่แล้วลู่จินโม่ก็หัวเราะออกมา "ช่างตัดเสื้อตัวน้อย เจ้าเป็นคนแรกเลยนะ"
"คนแรกอะไรหรือเจ้าคะ" ซ่งเส้าเส้างงไปหมด
"แน่นอนว่าเป็นคนแรกที่ทำให้เฉินโม่พูดไม่ออก สาวน้อย เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นดาวข่มของเฉินโม่โดยแท้!"
ซ่งเส้าเส้าเกาหัว ยิ้มอย่างอึดอัด "ดาวข่มหรือ ข้าว่าเขาต่างหากที่เป็นดาวข่มของข้า"
....
ตระกูลลู่มีธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่เป็นทางการว่า หลังจากกินข้าวเสร็จต้องเก็บจานชามเอง เพื่อขัดเกลานิสัยไม่ให้กลายเป็นคนละทิ้งความรับผิดชอบในส่วนของตน
หลังจากที่ทุกคนกินข้าวเสร็จ ต่างพากันเก็บจานชาม พอสบโอกาสเหมาะ เส้าชิงหยวนก็เดินมาหาซ่งเส้าเส้า
"เส้าเส้า"
เส้าชิงหยวนยังคงพูดกับซ่งเส้าเส้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่ในคำพูดนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกผิด
"เจ้าจะแต่งงานกับนาง ในใจเจ้ามีนางอยู่จริงหรือไม่?"
ซ่งเส้าเส้าถามอย่างตรงไปตรงมา จะบอกว่านางถามแทนตัวเอง สู้บอกว่านางถามแทนเจ้าของร่างเดิมจะดีกว่า
เส้าชิงหยวนมองไปที่โต๊ะ เขาเงียบไปนานก่อนจะพูดว่า "สิ่งที่คุณชายลู่สงสัยนั้นเป็นความจริง ข้ายอมรับว่าตอนแรกที่ข้าสนใจจินโม่เพราะฐานะของนาง แม้ตอนนี้ข้าสอบจอหงวนติดแล้ว แต่ในราชสำนักข้ายังไม่มีเส้นสาย
เมื่อไม่มีเส้นสายแล้วจะเลื่อนตำแหน่งได้อย่างไร? คนที่ไม่มีตระกูลใหญ่คอยหนุนหลังอย่างข้า ถึงได้เป็นจอหงวนก็ต้องถูกส่งไปประจำการที่ชายแดน ถ้าอยากจะเป็นขุนนางในเมือง ก็ต้องหาคนคอยสนับสนุน"
ซ่งเส้าเส้าเป็นคนจากศตวรรษที่ 21 นางรู้ดีว่าเส้าชิงหยวนกำลังพูดถึงอะไร
"แต่ว่านะเส้าเส้า หลังจากที่ข้าได้ใช้ชีวิตอยู่กับจินโม่ ข้าก็ค่อยๆรู้ตัวว่าข้าไม่ได้แค่อยากจะพึ่งพานางเท่านั้น แต่ข้ารักนาง อยากจะแต่งงานกับนาง มีลูกมีหลาน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข"
ซ่งเส้าเส้าได้ยินคำพูดของเส้าชิงหยวนก็รู้สึกเศร้าใจ ที่ผ่านมาซ่งเส้าเส้าในนิยายคิดว่าลู่จินโม่แย่งเส้าชิงหยวนไปจากนาง แต่ที่จริงแล้วเป็นเพราะนางกับเส้าชิงหยวนห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เส้าชิงหยวนเป็นถึงจอหงวน ดังนั้นภรรยาจึงต้องเป็นคนอย่างลู่จินโม่เท่านั้นถึงจะคู่ควรกับเขา
"พี่ชิงหยวน จินโม่เป็นสตรีที่ดี ท่านต้องจริงใจกับนางนะเจ้าคะ"
"วางใจเถอะ ข้าจะจริงใจกับนางแน่นอน"
ซ่งเส้าเส้ากับเส้าชิงหยวนยิ้มให้กัน ตอนนี้ฐานะของพวกเขาคือเพื่อนสมัยเด็กเท่านั้น ไม่ได้มีความรู้สึกอื่นใดต่อกันอีก
"จริงสิเส้าเส้า ข้าได้ยินจินโม่บอกว่าเจ้าทำอาหารเก่งมาก คุณชายลู่กับคุณชายเหยียนอยากให้เจ้าไปเปิดโรงอาหารที่กรมทหารองครักษ์เหนือแต่เจ้ากลับปฏิเสธ"
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้ายอมรับ
"เหตุใดถึงไม่ไปเล่า นั่นเป็นโอกาสที่ดีนะ อีกอย่างเจ้าเป็นสตรี ไปตั้งร้านแผงลอยคนเดียวมันไม่ปลอดภัย แต่ที่นั่นมีคุณชายเหยียนกับคุณชายลู่ หากอยู่ในกรมทหารเจ้าไม่ต้องกลัวว่าจะถูกรังแก"
ถ้าเรื่องแค่นั้นซ่งเส้าเส้าก็รู้ เพียงแต่ว่า...
"พี่ชิงหยวนวางใจเถอะเจ้าค่ะ เรื่องนี้ข้าจะคิดให้รอบคอบ"
เส้าชิงหยวนยิ้มให้ซ่งเส้าเส้าเหมือนกับแต่ก่อน "เจ้าคิดให้ดีก็แล้วกัน แต่ทำไมข้าถึงไม่รู้เลยว่าเจ้าทำอาหารเก่งขนาดนี้"
ท่านไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอกเจ้าค่ะ เพราะซ่งเส้าเส้าในอดีตเป็นแค่สาวชาวบ้านธรรมดาๆคนหนึ่ง ส่วนซ่งเส้าเส้าคนปัจจุบันเป็นถึงบล็อกเกอร์สายอาหารนะเจ้าคะ!
ซ่งเส้าเส้ายิ้มบางไม่ได้พูดอะไร
ซ่งเส้าเส้าคุยกับเส้าชิงหยวนเสร็จ พอหันหลังกลับมาก็เห็นลู่เฉินโม่ยืนอยู่ข้างหลังพอดี
"ท่านผู้บัญชาการ"
"คุณชายลู่"
แย่แล้ว แย่แล้วสิ เมื่อครู่เขาได้ยินอะไรบ้างหรือไม่? เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่? เขาได้ยินทั้งหมดแล้วรึ? หากใช่ เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างลู่จินโม่กับเส้าชิงหยวนในอนาคตหรือไม่?
ตอนนี้ในใจของซ่งเส้าเส้าว้าวุ่นไปหมด
เส้าชิงหยวนเห็นว่าสายตาของลู่เฉินโม่จับจ้องเพียงซ่งเส้าเส้า เขาจึงขอตัว
"คุณชายลู่ ฝากเส้าเส้าด้วยนะขอรับข้าไปดูจินโม่ก่อน"
ลู่เฉินโม่ไม่ได้พูดอะไรแค่พยักหน้ารับรู้
"คุณชายลู่ ท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือเจ้าคะ"
ช่างเถอะ ได้ยินก็ได้ยินไป ยังไงก็ต้องถามให้ชัดเจน หากตายไปจะได้ไม่ค้างคาใจ
"เจ้ากลัวว่าข้าจะได้ยินความลับของพวกเจ้าหรือ"
ซ่งเส้าเส้า "..."
"พวกเราจะมีความลับซะที่ไหน คุณชายลู่พูดเล่นแล้วเจ้าค่ะ" ซ่งเส้าเส้ายิ้มอย่างอึดอัด
"ข้ามาได้ไม่ช้าไม่เร็ว พอดีได้ยินว่า..."
แล้วลู่เฉินโม่ก็หยุดพูด
"ได้ยินอะไรหรือเจ้าคะ ท่านพูดให้จบสิเจ้าคะ ข้าลุ้นจะแย่อยู่แล้ว"
ลู่เฉินโม่ยิ้มออกมา "ได้ยินว่าเจ้าให้เส้าชิงหยวนดูแลน้องสาวข้าให้ดี ได้ยินว่าเจ้าจะคิดเรื่องไปเปิดโรงอาหารที่กรมทหารองครักษ์เหนือให้ดี"
เมื่อต้องเผชิญกับบรรยากาศที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ ซ่งเส้าเส้าทำตัวไม่ถูก
"นี่ก็ดึกมากแล้ว คุณชายลู่ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ พรุ่งนี้พี่สาวของข้าจะแต่งงาน ข้าต้องรีบกลับไปช่วยงานเจ้าค่ะ"
ซ่งเส้าเส้ารีบวิ่งหนีแต่ก็ถูกลู่เฉินโม่คว้าแขนไว้
ซ่งเส้าเส้า "..."
"เรื่องไปกรมทหารองครักษ์เจ้าต้องพิจารณาให้รอบคอบ"
ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ข้ารู้แล้ว ...
ซ่งเส้าเส้าไม่อยากจะอยู่กับเขาสองต่อสอง แต่ความรู้สึกในตอนนี้แตกต่างจากที่ผ่านๆมา ตอนนี้เป็นเพราะนางกลัวว่าตัวเองจะตกหลุมรักเขา
ซ่งเส้าเส้ากลับมาที่ห้องโถง บอกลาทุกคน ลู่เฉินโม่กับเหยียนหลีลั่วต่างก็อาสาจะไปส่งนางที่บ้าน
"เช่นนั้นรบกวนคุณชายเหยียนแล้วกันเจ้าค่ะ"
ลู่เฉินโม่คิดในใจ : ซ่งเส้าเส้า นี่เจ้าต้องการหลีกเลี่ยงข้าขนาดนั้นเลยหรือ?