โลกแห่งเกม Guardian and Demonพระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า ราตรีกำลังมาเยือนเคนจิก็ตื่นขึ้นมาเขาตรวจดูเวลาขณะที่ออนไลน์พบว่าพึ่งจะผ่านไปแค่ 8 ชั่วโมงหรือ่เวลาที่เขากลับมานอนแค่นั้น เมื่อสังเกตรอบๆตัวก็พบชายชรากำลังนั้งมองอะไรบางอย่างอยู่หน้าถ้ำ“ตื่นแล้วหรอเ้าเซ่อหลับสบายเชียวนะ มาดูผลงานของเ้าได้แล้ว”
เคนจิสับสนว่าชายชราพูดถึงเื่อะไรจึงได้ออกตามมาดู ภาพที่เขาเห็นเบื้องหน้าคือป่าที่หักโค่นเปลวไฟกำลังเผาเป็จุดๆ บางจุดเล็ก บางจุดใหญ่ ฝูงสัตว์ต่างวิ่งหลบหนีกันเกลื่อนกราด
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เหอะ!! ยังมีหน้ามาถามก็เ้าเล่นงานบอสก๊อบลินซะยับ แถมยังปล้นสะดมมันอีกปล่อยบรรดาหญิงสาวที่มันจะเอามาขยายเผ่าพันธุ์อีก นี้น่ะมันฝีมือพี่คนที่ 2 ของมันบอสอ๊อคไงล่ะ พวกมันตามล่าหาเ้าทั้งวัน ทำลายทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าไม่เหลือชิ้นดีภาพเบื้องหน้านั้นทำให้เคนจิรู้สึกวิตกกังวล“เมือง!!!” ก่อนจะถามออกไปชายชราก็ตอบก่อน
“ปลอดภัยดีพวกมันบ้าบิ่นขนาดไหนก็คงไม่กล้าไปตีเมืองที่มีอัศวินคุ้มครองอยู่หรอกก็ได้แต่เฝ้าดูทางเข้า ทางออกแค่นั้น เหอะ!!ปีศาจอะไรห่วงพวกเผ่ามนุษย์”
ชยาชราเดินออกไปโดยกล่าวทิ้งท้ายไว้
“เื่ของเ้าจัดการให้เสร็จก่อนรุ่งสางเข้าใจนะ ข้าไปล่ะ”
เคนจิพยักหน้ารับ
“ระหว่างรอไปจัดการเ้าโทริเ้าต้องเก่งกว่าเ้าหนู ถือว่าเป็การฝึกที่ดี”
ชายชราพูดกับตัวเองเบาๆขณะที่กำลังเดินจากไป
“เดียว!!! ลุงอลัน” ชายชราชะงักนิ่ง
“มีอะไร?”
“ท่านยังไม่สอนจิตสังหารข้าเลย”
“เ้าบ้าแค่เ้าคิดจะฆ่าใครจริงๆมันก็ออกมาเองแหละ จะรุนแรงหรือไม่ขึ้นอยู่กับความฉลาดของเ้า”
เมื่อพูดจบชายชราก็หายไปทันทีพร้อมกับเสียงระบบที่ดังขึ้น
“ติ่ง!! ท่านได้เรียนรู้ทักษะลับจิตสังหารของแวมไพร์ ความรุนแรงของจิตสังหารขึ้นอยู่กับค่าInt ทักษะใช้อัตโนมัติเมื่อคิดสังหารศัตรู หากค่า Intของศัตรูต่ำกว่าผู้ใช้ จะทำให้ศัตรูเกิดอาการหวาดกลัว กดดัน หยุดนิ่งสลบ หรืออาจตายได้ ”
เมื่อเคนจิได้รับทักษะมาอย่างงงๆ แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกดีเป็อย่างมาก เมื่อเห็นว่าค่า Int เพิ่มพลังให้จิตสังหารเขาจึงตะบันใส่ Ponit ลงใน Intทั้งหมด เพราะค่า Int นั้นช่วยเพิ่มดาเมจให้พลังเวทย์ด้วย เขายื่นมือเข้าไปในช่องมิติหยิบของบางอย่างออกมาไม่นานก็มีชุดออกมาเป็ชุดที่เขาซื้อมาจากห้างนั้นเอง มันเป็ชุดคลุมของจอมเวทย์สีดำผ้าคลุมสีขาว เกาะสีเงิน ตามชายขอบผ้าประดับไปด้วยโลหะสีเงินมันทำให้เขาดูลึกลับมาก พร้อมกับสวมใส่หน้ากากสีขาว
เมื่อจัดแจงตัวเองเรียบร้อยแล้วเขาก็พุ่งทะยานเข้าไปในป่าทันทีตามรายทางที่เคนจิผ่านเต็มไปด้วยร่องลอยการถูกทำลายเป็จำนวนมากต้นไม้ป่าหญ้าต่างโค่นและหักพัง ผ่านไปไม่นานเขาก็เจอเป้าหมายของเขาห่างไปไม่ไกลจากจุดที่เคนจิซ่อนตัวอยู่เขาพบกับลูกสนุมอ๊อค 3 ตัว กำลังนั้งรวมกลุ่มคุยกันรักษาอาการาเ็ที่พึ่งได้รับมา
“ตามหามันมาทั้งคืนแล้วยังไม่เจอเลยชิชิ!!”
“ป่านนี้มันคงหนีไปที่อื่นแล้วล่ะชิชิ!!”
“ดีนะอย่างน้อยพวกเราก็ไม่ได้กลับกันมือเปล่าฮ่าฮ่า ชิชิ!!”
ขณะที่พวกมันกำลังคุยกันหนึ่งในพวกมันก็โยนคนออกมาคนหนึ่งเป็หญิงสาวผู้เล่นที่เคนจิเคยได้ช่วยไว้สภาพของเธอนั้นอิดโรยถูกล่ามด้วยโซ่เส้นใหญ่ ผิวที่ขาวเนียน สัดส่วนที่โค้งเว้าของเธอทำให้ความกระหายเืของเคนจิเริ่มสั่นไหวเขาจึงต้องคุมอาการของตัวเองอย่างทันที แล้วแอบฟังอ๊อคคุยกันต่อไป
“แม่สาวคนนี้ข้าขอได้ไหมว่ะ ชิชิ!”
“ไม่ได้โว้ย!! ข้าจะไปให้ท่านหัวหน้า ต้องได้รางวัลแน่ๆ ชิชิ!”
“แต่แม่นี้ก็ไม่เบานะกว่าจะจัดการได้ทำเราตายไปตั้งหลายตนเลยที่เดียวพวกเราก็เกือบตายเพราะนาง ข้าอยากจะขยี้นางใจจะขาด~~~ ฮ่าฮ่าฮ่า ชิชิ!!”
เมื่อไม่มีสาระจากกลุ่มอ๊อคที่คุยกันเคนจิจึงเตรียมตัวออกไปจัดการ เมื่อเห็นว่าพวกอ๊อคพวกนี้เหลือเือยู่ไม่มาก เขาลองใช้จิตสังหารกับกลุ่มอ๊อครังสีการฆ่าฟัน กลิ่นอายที่น่ากลัวเริ่มลอยฟุ้งไปบริเวณพวกมันทั้งสามตัว พวกมันเริ่มสั่นไหวมองซ้ายมองขวาแรงกดดันยิ่งนานก็ยิ่งมากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งหญิงสาวก็เริ่มหวาดกลัวแม้จะไม่ได้รับผลเต็มๆก็ตาม พวกมันทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเคนจิ
“จอมปีศาจริชเตอร์!!!!”
“แก!!! เ้าแวมไพร์ แกทำอะไรพวกเรา แรงกดดันนี้มันคืออะไรกัน ชิชิ!!”
เคนจิไม่พูดอะไรออกไป ปรากฏเปลวไฟสีดำที่มือทั้งสองข้างของเคนจิลูกแรกบินด้วยความเร็วปะทะเข้ากับอ๊อคตัวแรก เปลวไฟขยายใหญ่ขึ้นและลุกลามไปเรื่อยๆท่ามกลางเสียงกรีดร้อง โหยหวนของมันไม่นานมันก็กลายเป็ขี้เถ้าแล้วปลิวหายไปตามลม เคนจิปล่อยลูกไฟดวงที่สองตามทันที เปลวไฟสีดำพุ่งทะยานเข้าหาอ๊อคตัวที่สองมันพยายามตะเกียตตะกายคลานหนีแต่ก็หนีไม่พ้นสภาพของมันนั้นไม่ต่างจากตัวแรก
เคนจิเดินเรียบๆไม่รีบร้อนเขาก้มหยิบของแต่ละอย่างที่ดรอปจากอ๊อคทั้ง 2 ตัว มีทั้งชิ้นเนื้อเศษผ้าแลเหรียญเงิน เขาเหลือบมองไปทางอ๊อคตัวที่ 3 ซึ่งตอนนี้มันกำลังสั่นด้วยความหวาดกลัวเพียงแค่สายตาที่เคนจิจ้องมองมันผ่านหน้ากากก็ทำให้มันต้องฉี่ราดทันทีเคนจิใช้ทักาะเคลื่อนที่พริบตามาโผล่ที่ด้านหลังของมันพร้อมกับจับหัวของอ๊อคแล้วยกลอยขึ้น
“หัวหน้าแกอยู่ไหน ?”
“หัว...หัวหน้าอยู่ที่ถ้ำทางทิศใต้ปล่อยข้าไป ข้าบอก....อั๊กกก!!!”
พูดไม่ทันจบประโยคเคนจิก็บีบหัวมันแตกกระจายทันทีเขาก้มเก็บของต่างๆ ซึ่งครั้งนี้เขาได้ขวานอ๊อคมาด้วย ทุกการกระทำของเคนจิทำให้หญิงสาวนั้นตกตะลึงเป็อย่างมากเคนจิเดินลากขวานขนาดใหญ่จนเกิดเสียงดังน่ากลัวเขาเดินเข้ามาหาหญิงสาวเขายกขวานั์ลอยขึ้นฟ้าแล้วฟันลงมาที่หญิงสาวทันที
“กรี๊ดด~~~~~~ด !!!”
“ตูมมมมม!!!”
หญิงสาวร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อเวลาผ่านไปก็สังเกตเห็นว่าโซ่ที่ล่ามเธอไว้ก่อนหน้านี้ได้ขาดหล่นลงไป เคนจิเก็บขวานลงช่องมิติแล้วเดินจากไปหญิงสาวเห็นดังนั้นจึงตบหน้าตัวเองเพื่อไล่ความกลัวแล้ววิ่งตามเคนจิไป เขาวิ่งด้วยความเร็วคงที่ไม่เร็วและไม่ช้าเกินไป จนมาหยุดลงที่กลางป่าทึบแล้วหันหลังกลับไปทันที
“เ้าตามข้ามาทำไม ?”
“ข้าชื่อ ทากีร่าก็ข้าไม่รู้นี้ว่าจะไปที่ไหน ถ้ากลับไปคนเดียวก็กลัวเจอพวกฝูงอ๊อคเลยตัดสินใจว่าจะตามคุณไป แล้วอีกอย่างถ้าคุณคิดจะไปจริงๆคุณคงทิ้งฉันไปตั้งนานแล้ว ไม่วิ่งช้าแบบนี้แน่นอน ใช่ไหมค่ะ”
เคนจินิ่งเงียบไม่โต้ตอบสิ่งใดเพราะที่เอพูดมานั้นคือเื่จริง
“เ้าไม่กลัวข้าจะฆ่าเ้าหรือจะดื่มเืเ้าหรือไงข้าคือปีศาจ ไปซะ”
“กลัวซิ!! แต่ให้ทำอย่างไงล่ะ ถึงเป็ปีศาจก็เป็ผู้เล่นนี้นา ช่วยๆกันหน่อยซินายจะปล่อยให้หญิงสาวบอบบาง ไว้กลางป่าคนเดียวหรือไง”
“ถ้างั้นก็อย่าเกะกะ ตามให้ทันแล้วกันถ่วงแข้งถ่วงขา พ่อจะดูดเืให้แห้งเลย”
เคนจิกางปีกัแล้วพุ่งทยานออกไปทันที ทากีร่ามองด้วยความใเมื่อเห็นปีกัเมื่อเรียกสติกลับมาได้ก็พุ่งทะยานไปในทิศทางเดียวกันกับเคนจิซึ่งเคนจิบินด้วยความเร็วไม่สูงมากแต่ก็ยากจะตามทัน ทากีร่าตามมาไม่ทิ้งห่างมากนัก แต่เหงื่อบนบนหน้าของเธอก็ทำให้รู้ว่านั้นคือสุดกำลังของเธอเคนจิจึงชะลอความเร็วลงนิดหน่อยเพื่อให้เธอตามทัน
ผ่านไปตามทางเคนจิก็ฆ่าฝูงอ๊อคไปจำนวนมากบางตัวก็ทำให้าเ็เกือบตายเพื่อเหลือไว้ให้ทากีร่าจัดการแบบไม่ยากเย็น มันทำให้ทากีร่าได้ค่าประสบการณ์ไปด้วยเวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงวัน เคนจิจึงหยุดพักเพื่อกินข้าวเขามาหยุดที่ต้นไม้ต้นนึงแล้วย่างเนื้อรอใครบางคน ไม่นานทากีร่าก็โผล่มา ด้วยอาการเหนื่อยหอบซึ่งเคนจิเห็นภาพก็แอบยิ้มภายใต้หน้ากาก

*ชุดที่เคนจิซื้อมา*