The Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ)

    บทที่ ๓๒ อนันตนาคราช

            พวกพ่อค้าที่เห็นกลุ่มโจรวิ่งเข้าหาวิฬาร์คล้ายยังประมวลผลไม่ถูกว่าควรเข้าไปช่วยหรือทำอย่างไร แต่ลละคนจึงชะงักนิ่งด้วยอาการตกใจปล่อยให้วิฬาร์รับมือสถานการณ์เพียงลำพัง

            วิฬาร์แม้กำลังเข้าตาจนแต่สมองยังคงฉับไว ในเมื่อยังมีหมากในมือ เขาก็ไม่คิดจะฉายเดี่ยวให้เสี่ยงเจ็บตัวเจ้าตัวจึงตวาดลั่นเสียงหลง

            “ช่วยด้วย! โจรมันจะฆ่าผม!”เขาแหกปากอย่างไม่มีที่มาที่ไปจนสะกดโจรทั้งสี่ให้ชะงักไปหนึ่งจังหวะ เปิดโอกาสให้เขาเป็นฝ่ายสวนกลับก่อน

            เขาเสกกำแพงหิมะขึ้นมาเพื่อเปิดทางหนีแล้วพุ่งอย่างไม่คิดชีวิตออกไปสมทบกับพ่อค้าทั้งสี่ที่ยืนอยู่หน้าถ้ำทำให้สถานการณ์เปลี่ยนทันที

            “ฆ่า!” พวกโจรเลือดลมพลุ่งพล่านสุดระงับ เพียงแค่ผู้เล่นหน้าใหม่ไร้ชื่อกลับฆ่าเพื่อนของเขาไปคนหนึ่งต่อหน้าต่อตาแถมยังหลุดรอดเงื้อมมือของพวกมันไปได้ราวกับปลาไหลขัดขวางแผนการปล้นของพวกมันจนพังยับเยิน ต่อให้วันนี้ปล้นของไม่ได้ก็ต้องปล้นศักดิ์ศรีกลับคืนมา

            “ช่วยกันสู้เร็ว!” มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาด เพราะในช่วงเวลาคับขันที่สมองลัดวงจรอยู่พอถูกสั่งให้ทำอะไร ต่อให้เป็นเรื่องงี่เง่าแค่ไหนก็ทำตามโดยไม่มีอิดออด

            อย่าว่าแต่ตอนนี้ที่เบื้องหน้ามีมีดดาบถาโถมเข้ามาหาจะมากน้อยยังไงก็ต้องป้องกันตัวเอาไว้ก่อน

            สี่ต่อสี่พวกพ่อค้าอาจตกเป็นรอง แต่พอเป็นสี่ต่อห้า สถานการณ์ก็ดีขึ้นมาก แถมเมื่อมีวิฬาร์คอยช่วยจับจังหวะแล้วบอกให้ตีอย่างงั้นตีอย่างนี้ราวกับผีเกาะหลังก็ทำให้พวกโจรตะโกนด่าอย่างโกรธเกรี้ยวเพราะสู้แผนการของเขาไม่ได้

    สี่พ่อค้าจับกลุ่มแล้วรุมตี

    เข้าออกหนีตามบัญชาเจ้าเงาผี

    วิฬาร์มุดซ้ายหน้าขวาอย่างรู้ดี

    พอได้ทีก็แทงสวบโชกเลือดไป

    เหล่าขุนโจรโกรธแค้นจนเดือดพล่าน

    ร้องงุ่นง่านอารมณ์เสียแล้วผลักไส

    เฮ้ยมึงนี่ปากมากเสียกระไร

    ออกมาไฝว้กับกูสิตัวต่อตัว

    คนเจ้าเล่ห์มีหรือจะหลงกล

    เร่งรัดผลการต่อสู้แล้วส่ายหัว

    เรื่องมึงสิที่ให้กูไปตัวตัว

    สันดานชั่วอย่างมึงนี่สมควรตาย

    ไม่พูดเปล่ากระซิบบอกเล่าเก้าสิบ

    เวทกะพริบจงลงมือมิให้สาย

    แล้วด่ากราดอีกชุดว่าไอ้ควาย

    สมใจหมายพวกโจรร้องลั่นระงม

             

            แม้ว่าวิฬาร์จะเพิ่งหัดจับหอกได้ไม่กี่วันแต่ด้วยฝีมือหอกขั้นพื้นฐานที่ฝึกมาจากฤๅษีคทานนอย่างเข้มข้นรวมถึงสายตาของผู้เล่นระดับสูงในช่วงเบต้าเทสต์ที่สั่งสมประสบการณ์ผ่านคมดาบอาบน้ำเลือดมาก็เพียงพอจะช่วยให้เขาดึงสถานการณ์กลับมาให้ได้เปรียบได้อย่างช้าๆ

            จนในที่สุดก็ฆ่าพวกโจรได้จนหมด

             

            ..………………

             

            ราวๆสองวันเศษ ในที่สุดเขาก็ฝ่าลมหนาวพร้อมเกล็ดหิมะและป่าสนขึ้นมาจนถึงไตรเหมันต์เมืองเริ่มต้นที่หนาวที่สุดจากเมืองทั้งแปดแห่ง

            หลังจากแยกทางกับพวกพ่อค้าไปเขาก็เดินสำรวจเมืองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะออฟไลน์ออกไปติดต่อเพื่อนจากโลกข้างนอกว่าตอนนี้เขามาถึงไตรเหมันต์เป็นที่เรียบร้อย

             

            ………………..

             

            พาราฟิน:เชี้ยยย!!! มึงจะมาถึงเร็วไปไหนเนี่ย

            ตัวอักษรประโยคหนึ่งลอยเด้งขึ้นมาในหน้าต่างแชทของมือถือแทบจะวินาทีเดียวกันที่เขาพิมพ์ลงไปในกลุ่มหลังจากออฟไลน์ออกไปว่ามาถึงไตรเหมันต์แล้ว

            กิระ : มึงโคตรมหัศจรรย์เลย เกินความคาดหมายตลอดดด

            อีกคนบ่นอุบอิบคล้ายกับอิจฉาปนดีใจแม้ว่าคำพูดจะค่อนข้างหยาบกร้าน แต่ก็แสดงออกถึงความสนิทสนมไม่น้อย

            เดิมที่พวกเพื่อนๆ เขาคาดว่า อย่างน้อยวิฬาร์ควรจะใช้เวลาสักเดือนสองเดือนในการเพิ่มระดับแล้วเดินทางมาที่ไตรเหมันต์แต่เหมือนว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไร ก็มักจะมีเรื่องมหัศจรรย์มาให้ว้าวอยู่เสมอ

            นี่ยังไม่รวมเรื่องที่ว่าเขาได้ร่างอวตารของทศกัณฐ์มาครอบครองแล้วด้วย

            ไม่รู้ว่าถ้าพวกมันรู้เรื่องนี้ขึ้นมาจะทำหน้าตาพิลึกได้แบบไหน

            …แค่คิดก็น่าสนุกแล้ว

            หลังจากทักทายกันอีกนิดหน่อยเพื่อนๆ ทั้งกลุ่มที่กระจายอยู่คนละที่ละทางของดิ เอจ ออฟ อโพคาลิปส์ก็รู้แล้วว่าเขากำลังจะไปถึงไตรเหมันต์แต่ละคนก็มีตื่นเต้นมากบ้างน้อยบ้างที่วิฬาร์เดินทางมาถึงได้รวดเร็วขนาดนี้จากสุริยาวลัยแต่โดยรวมแล้วทั้งหมดก็ดีใจที่ได้เจอเพื่อนครบทีมในที่สุด

             

            ....................

             

            เขาเดินเข้าเมืองแล้วเลี้ยวเข้าไปตามเส้นทางที่เพื่อนบอกเอาไว้ที่นอกเกมก่อนจะมาถึงอาคารสามชั้นหลังหนึ่งที่ถูกหิมะคลุมอยู่เบาบาง มันตกแต่งอย่างพอเหมาะไม่มากไป ไม่น้อยไป ให้ความรู้สึกมั่นคงแข็งแรงแถมยังแฝงกลิ่นอายของความองอาจอยู่ไม่น้อย

            แต่เป้าหมายของวิฬาร์ไม่ใช่ประตูใหญ่บานนี้เพราะตรงตรอกเล็กๆ ที่ถัดไปจากที่ทำการกิลด์อีกประมาณสี่หลังคาเรือน มีผู้เล่นที่สวมผ้าคลุมหน้าสีมอซอดูสกปรกคนหนึ่งยืนเปิดหน้าต่างระบบอ่านอะไรอยู่อย่างเลื่อนลอยเขามองซ้ายมองขวาก่อนจะเดินตรงเข้าไปหา และเมื่อได้ยินคำกระซิบแผ่วเบาด้วยเสียงคุ้นหูทั้งคู่จึงเบี่ยงหลบเข้าตรอกเล็กๆ นั้นไปด้วยกัน

            เดินลดเลี้ยวไปอีกไม่กี่ครั้งก็มาถึงบริเวณกลางตรอก อีกฝ่ายมองหน้ามองหลังอย่างหวาดระแวง ทั้งๆที่ในตรอกอึมครึมแห่งนี้ คนที่น่าจะอันตรายที่สุดน่าจะเป็นมันมากกว่า ก่อนจะเคาะที่ผนังว่างเปล่าตรงหน้าสามครั้งกำแพงเรียบก็เปิดออกเป็นแผงตัวเลขขนาดเล็กเจ้าตัวกรอกเลขลงไปสิบตัวมันก็เปิดออกอย่างง่ายดาย ตัวมันจึงบุ้ยปากเป็นเชิงให้เขาเปิดประตูเข้าไป

            วิฬาร์ยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะทำตามอย่างว่าง่าย

            “เห้อลำบากลำบนจริง” ทันทีที่ปิดประตูลง ทั้งคู่ก็โผล่มาอยู่ในห้องเก็บของรกๆ มืดๆห้องหนึ่ง

            พาราฟินเลิกผ้าคลุมออกเผยให้เห็นผมสั้นสีดำที่รับกับรูปหน้าคมเข้มและหนวดเคราเล็กน้อยดวงตาสีดำข้างจมูกโด่งเป็นสันบอกให้รู้ว่าคงจะมีเชื้อชาติแขกขาวก็ยิ่งขับให้โครงหน้าดูคมยิ่งขึ้นมันสวมใส่ชุดนักเวทแบบสั้นสีฟ้าครามที่ดูทะมัดทะแมง เข้ากับรูปร่างใหญ่โตราวนักมวยปล้ำที่สูงเกือบสองเมตรบนไหล่ซ้ายมีเกราะโลหะชิ้นเบ้อเร่อเกาะตัวอยู่ มันพูดบ่นงึมงำตามประสาไปเรื่อยก่อนจะชนหมัดกับวิฬาร์อย่างคุ้นเคย

            เขาเผยรอยยิ้มอย่างดีใจเมื่อเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานแม้ว่าจะมีการอัปเดตข่าวสารต่างๆ กันอยู่เสมอ แต่ยังไงการได้เจอตัวเป็นๆก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป

            “ไหนเล่ามาดิ๊ ว่าไปไงมาไง ถึงมาโผล่ที่ไตรเหมันต์ได้เร็วขนาดนี้เนี่ย” เจ้าของผมสั้นหันซ้ายหันขวาก่อนจะเจอกองวัสดุอะไรซักอย่างที่สุมกันอยู่มุมห้องหน้าตาเหมาะเหม็งมันปัดฝุ่นเล็กน้อยแล้วนั่งแหมะลงไปท่าทางพร้อมจะฟังเรื่องเล่ามหากาพย์การผจญภัยของวิฬาร์อยู่ตรงนี้ และตอนนี้

            “ตลกละไม่ไปหาที่นั่งดีๆ ที่เหมาะกว่าห้องนี้สักหน่อยเรอะ!” เขาพูดปนขำจนพาราฟินสะอึกขึ้นมาก่อนที่จะรู้ตัวว่าควรหาที่ที่เป็นส่วนตัวมากกว่านี้ในการนั่งคุยกัน

            ไม่อย่างนั้นเขาทั้งสองคนคงไม่ทำท่าลับๆล่อๆ เดินเข้าทางประตูหลังของกิลด์ที่มีน้อยคนนักจะรู้อย่างนี้ตั้งแต่แรก

            “เออลืม มาๆ ตามมา”

            พาราฟินพาเขาย่องออกจากห้องเก็บของลัดเลาะไปตามทางพลางหลบหลีกสมาชิกคนอื่นของกิลด์เป็นระยะๆจนมาถึงห้องประชุมย่อยห้องหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมา

            ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องก่อนจะล๊อคประตูมองหาเก้าอี้ว่างและนั่งลง

            “เอาละ…”ไอ้หนุ่มหัวเกรียนเปิดหน้าต่างระบบ พิมพ์ข้อความก๊อกแก๊กๆ พร้อมกับทิ้งคำพูดค้างเติ่งเอาไว้

            วาบบบ

            เส้นสายทอประกายวิบวับหกเส้นรวมตัวกันตรงหน้าวิฬาร์จนตาพร่าก่อนที่มันจะทวีความเข้มข้นขึ้น แล้วแตกละเอียดออกมาเป็นละอองแสงเบาบางราวสะเก็ดไฟเผยให้เห็นร่างสูงเล็กใหญ่ผอมเบื้องหลัง

            “…ยินดีต้อนรับกลับกิลด์ของเรา…”

            “…อนันตนาคราช”

            วิฬาร์อ้าปากค้างเมื่อเห็นเพื่อนอีกหกคนที่ควรจะกระจายกันอยู่คนละมุมโลกมาอยู่ตรงหน้า

            เพื่อนทั้งเจ็ดคนหัวเราะกันอย่างเฮฮาเมื่อเห็นสีหน้าสุดเหวอของวิฬาร์ก่อนจะกระโดดเข้ามาล้อมวงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ บ้างกอด บ้างขยี้หัวอย่างเมามัน

            เดิมที่วิฬาร์นึกว่าอย่างมากก็แค่เจอกับพาราฟินคุยอะไรอัปเดตเรื่องราวกันนิดหน่อย แล้วก็เพิ่มเพื่อนลงในหน้าต่างระบบจากนั้นวันหลังค่อยหาเวลาไปเจอกับคนอื่นๆ เอา แต่วินาทีนี้เมื่อได้เห็นเพื่อนทั้งเจ็ดคนกลับมาพร้อมหน้าอีกครั้งก็ทำเอาหัวใจของวิฬาร์ล้นทะลักและเอ่อท่วมไปด้วยความปีติยินดี

            เหตุการณ์ในห้องประชุมเล็กๆนี้ดำเนินไปอย่างชื่นมื่น ภายใต้วันธรรมดาที่แสนจะธรรมดาวันหนึ่งโดยที่ไม่มีลูกกิลด์อนันตนาคราชหรือผู้เล่นคนไหนรู้เลยว่า ณ ที่แห่งนี้ได้ชุมนุมไปด้วยกลุ่มผู้เล่นที่ได้ชื่อว่าร้ายกาจที่สุดกลุ่มหนึ่งของดิ เอจ ออฟอโพคาลิปส์

            เจ็ดเศียรแห่งอนันตนาคราช

             

            ………………..

             

            อนันตนาคราชนับเป็นหนึ่งในสี่กิลด์ใหญ่ของดิเอจ ออฟ อโพคาลิปส์ และเป็นกิลด์แห่งทหารรับจ้างอันดับหนึ่งของเกม

            ด้วยการบริหารงานจากเจ็ดเศียรที่แบ่งกันดูแลแต่ละฝ่ายของกิลด์อย่างมีระบบก็ทำให้อสูรตัวนี้ผงาดขึ้นมาเป็นกิลด์ยักษ์ของเกมได้ทัดเทียมกับคู่แข่งคนอื่นตั้งแต่ช่วงต้นๆของเกม

            ในกิลด์มีระบบบริหารงานที่แบ่งงานรับจ้างจากผู้เล่นต่างๆภายในเกม ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองการขนส่งสินค้าระหว่างเมือง การช่วยทำภารกิจข่าวสาร การลอบสังหาร ไอเทม หรือสินค้าหายาก ถ้าหากคุณมีเงินอนันตนาคราชก็จัดหามาให้ได้ทั้งสิ้น

            และด้วยอัตราความสำเร็จที่สูงลิบลิ่วเกินหน้าเกินตาคู่แข่งกลุ่มอื่นก็ทำให้อนันตนาคราชเป็นกิลด์ที่ได้รับความนิยมสูงอยู่เสมอแม้ว่าจะถูกบ่นหรือค่อนขอดเรื่องราคาค่าจ้างที่แพงกว่าคู่แข่งอยู่เนืองๆแต่ไม่ว่าภารกิจใด ถ้าถึงมืออนันตนาคราชแล้วละก็ พวกเขาจะทำจนสุดฝีมือ

            เพราะนั่นคือเกียรติของอนันตนาคราช!

            แม้ว่าเบื้องหน้าที่ผู้เล่นทุกคนได้เห็นจะมีผู้บริหารเพียงเจ็ดคนทว่าความจริงแล้วอนันตนาคราชมีผู้บริหารลับอีกคนที่ทำหน้าที่อยู่ในโลกความจริงมาตั้งแต่เกมเปิดตัววางจำหน่าย

            และคนคนนั้นก็คือวิฬาร์

            เศียรที่แปดที่ยังไม่เคยปรากฏตัวในเกม!

             

            ………………..

             

            “นายมาไงไปไงถึงมาถึงนี่ได้เร็วขนาดนี้เนี่ย” สาวน้อยในชุดนักเวทยาวสีน้ำเงินเข้มที่มีลายคลื่นดูรุ่มร่ามเอ่ยถามเสียงใสทว่าคาดคั้นนัยน์ตากลมบนวงหน้าอ่อนหวานราวตุ๊กตาเคลือบจับจ้องมาที่วิฬาร์ด้วยความสงสัย หากไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเธอมาก่อนก็คงไม่มีใครเชื่อว่าเธอคือหนึ่งในจอมเวทสายธาตุเวทและดาราเวทที่โด่งดังที่สุดในเกมอย่าง มณีเมขลาไซออน

            แต่อย่าดูถูกเพราะรูปร่างภายนอกของเธอเชียวแม้ว่ารูปร่างบอบบางคล้ายตุ๊กตา ประกอบกับส่วนสูงไม่ถึงร้อยหกสิบที่ทำให้ดูคล้ายว่าเธอจะต้องการคนปกป้องดูแลอยู่ตลอดเวลาทว่าความจริงแล้วเธอนี่แหละ ที่เคยร่ายมหาเวทบทหนึ่ง ถล่มเมืองชายฝั่งจนราบเป็นหน้ากลองฆ่าผู้เล่นเป็นพันมาแล้วในครั้งเดียว

            “นั่งสิเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง”

            วิฬาร์ยิ้มแล้วเดินไปหาเก้าอี้นั่งเตรียมเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาทีละประโยคต่อประโยคโดยแอบซ่อนสีหน้ากรุ้มกริ่มไว้ภายในรอดูความอึ้งทึ่งของแต่ละคนที่จะได้เห็นตอนที่เขาเล่าถึงช่วงที่ได้ร่างอวตารทศกัณฐ์มา

            ส่วนเพื่อนทั้งเจ็ดก็หาที่นั่งล้อมวงอยู่รอบๆโต๊ะประชุม บ้างก็นั่งเท้าคาง บ้างก็หยิบของกินที่พกติดตัวขึ้นมาแกะออกบ้างก็นั่งหาวตาปรือแต่ทั้งหมดก็นั่งใจจดใจจ่อรอฟังการผจญภัยปริศนาของเพื่อนตรงหน้า

            เริ่มตั้งแต่ตอนโชว์พาวในลานฝึกเวทมนตร์ที่ทำเอาเพื่อนหมั่นไส้กันใหญ่

            และตอนที่ปฏิเสธแมวมองจากดาร์คฮอไรซอนไป ทำเอาพาราฟินหัวเราะคิกคัก

            หรือตอนที่ลงดันเจี้ยนแล้วเจอกับพวกหน้าใหม่อย่างคมวายุกิระที่นั่งหมุนปากกาในมือเล่นอยู่ก็ผสมโรงช่วยโวยวายคล้ายไปอยู่ในสถานการณ์นั้นเอง มุมปากกว้างกระดกขึ้นอย่างย่ามใจส่งผลให้ใบหน้าสีเข้มยิ่งทวีความน่ากลัวขึ้น แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้คิดอะไรมากหรอกเพียงแค่ผสมโรงเอามันเท่านั้น ไม่เห็นหรอว่านั่นเอาปลายปากกาขึ้นไปเกาผมหยิกๆของตัวเองดังแกรกราก ไม่เข้ากับคำพูดดุดันที่ออกมาจากปากคนหน้าเหี้ยมเลยแม้แต่น้อย

            จนกระทั่งเขาร่วงลงไปในหลุมปริศนาหาทางออกไม่เจอ  ได้แต่วิ่งไปวิ่งมาฝ่าด่านแล้วด่านเล่า จนมาถึงบททดสอบสุดท้ายก่อนเดินเข้าประตูไป ทรินิตี้ที่นั่งอยู่เยื้องกันก็เดาอย่างมั่นใจว่าพลังร่างอวตารที่เขาจะได้มาต้องเป็นสายยักษ์อย่างแน่นอน

            และมาถึงจุดเปลี่ยนของเรื่องราวทั้งหมด

            วินาทีที่วิฬาร์สวมหัวโขนของทศกัณฐ์ลงไป

    คล้ายกับเรื่องThe Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ) ที่คุณอ่าน

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139