ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่183 ยึดแคว่นเล่ยคืนมา

    ซีเผิงที่เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยเขาถึงกับ ดวงตาสั่นไหวไม่เชื่อในสายตาตัวเองว่าชายที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นอี้เฉิน เขาพุ่งทะยานเข้าไปตบไหล่อี้เฉินโดยไว "เจ้าจริงๆ งั้นหรือ อี้เฉินข้านึกว่าข้าฝันไปเสียอีก เจ้าหายหัวไปถึงสองปี ข้าคิดว่าเจ้าเป็นเท่าธุลีไปแล้วเสียอีก"


    อี้เฉินเพียงยิ้มแห้งๆ "ท่านก็โด่งดังใช่ย่อยเพียงไม่กี่ปี ท่านก็มายืนอยู่จุดเดียวกับเหล่านายน้อยเสียแล้ว"


    "คนรู้จักของนายกองซีเผิงเองงั้นหรือถึงว่าเก่งร้ายกาจไม่เบา" พวกเขาหลายคนต่างชื่นชมอี้เฉินไม่คิดเพียงอี้เฉินมาสถานการณ์จะพลิกผันได้ถึงเพียงนี้


    จางเล่น ที่เห็นอี้เฉินไกลๆ เขาเพียงเอ่ยพูดพึมพำออกมา เจ้ายังไม่ตายงั้นหรือ หายไปถึงสองปี คงกลัวโดนตามล่าจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนสินะ


    จางเล่ยเอ่ยถาม ซีเผิง ชิงอี้ พวกเขาทั้งสองล้วนเป็นนายกอง การจะคิดการใด ต้องถามความเห็นของ อีกสองนายกอง "ซีเผิง ชิงอี้ พวกเจ้าจะเอาอย่างไรต่อดี ข้าว่าไหนๆ เราก็เกือบตายกันมาแล้วครั้งหนึ่ง สู้เราบุกจะลุยเข้าใจกลางเมืองเลยเป็นไง พวกต่างดินแดนเองก็คงไม่คิดว่าพวกเราจะบุกโจมตียามค่ำคืนเป็นแน่"


    ซีเผิง ชิงอี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนออกคำสั่งออกไป "พวกเราจะบุกยึดแคว้นเล่ย กลับคืนมา หากใครไม่พร้อมต่อสู้อยู่ที่นี่เสีย" พวกเขาไม่บังคับเหล่าทหารให้บุกโจมตียามค่ำคืนฝ่ายศัตรูล้วนได้เปรียบพวกเขาต่างรู้ดี แต่ก็มีหลายคนเห็นด้วยกับนายกอง ถึงพวกเขาจะผ่านวิกฤติมาได้เพราะอี้เฉินหากตีโต้กลับไปก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้


    "ข้าไปด้วย" หลายคนต่างพากันฮึกเหิม บ้าคลั่งหากยึดใจกลางเมืองหลวงได้ แคว้นเล่ยก็จะตกเป็นของพวกเรา


    "ข้าเอาด้วยคน หากยึดใจกลางเมืองได้ การยึดดินแดนร้อยแคว้นคืนจะไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป"


    "ใช่ๆ หากยังลังเล พวกเราก็จะไม่มีทางได้ดินแดนกลับคืนมาอย่างแน่นอน"


    พวกเขาต่างคำรามออกมาเสียงดังก้อง เสียง "ฆ่า" ดังเอ็ดอึง


    กลุ่มจอมยุทธร่วม 150คนพุ่งเข้าไปใจกลางเมืองกันอย่างบ้าคลั่ง ทั้ง3นายกองต่างพากองกำลังบุกตะลุยออกไปอย่างไม่หวาดกลัว เสียงปะทะกันดังออกไปอีกครั้งในไม่ถึง 1000ลมหายใจ ญาณ วิเศษ ถูกสำแดงออกมาอย่างบ้าคลั่ง หมุนควงศาสตราวุธที่อยู่ในมือเข้าใส่ศัตรูอย่างไม่หวาดหวั่น รอบๆ เต็มไปด้วยแสงสีทองพร่างพราว กลิ่นอายความตายคาวเลือดลอยคละคลุ้ง ถูกกลุ่มพวกเขาโจมตีอย่างฉับพลัน จนต่างดินแดนหลายคนตั้งตัวไม่ทัน



    .....
    แม้แต่จอมยุทธดินแดนร้อยแคว้น กลุ่มอื่นๆ ยังส่ายหัว พวกเขาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน มีกองกำลังบุกเข้าไปใจกลางเมืองในยามค่ำคืน ต้องเข้าใจด้วยว่ายามค่ำคืนเหมือนเป็นเวลาต้องห้ามของพวกเขา "ใครมันช่างใจกล้าห่อฟ้าบุกโจมตียามค่ำคืนกัน"


    หลายๆ กลุ่มเลือกที่จะไม่ไปสมทบนึกเพียงว่า เป็นหน่วยกล้าตายออกไปโจมตีเท่านั้นสักพักหนึ่งการต่อสู้ คงจบ ลง
    ....




    อี้เฉินหมุนควงหอกในมือบุกตะลุยไปพร้อมกับ ซีเผิง จางเล่ย ชิงอี้ อย่างไม่หวาดกลัว ฝูงชนที่อยู่รอบๆ เห็นการต่อสู้ของอี้เฉินต่างพากันชื่นชม พร้อมบุกตะลุยไปพร้อมกับอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง เหมือนดั่งมีนายกองมาเพิ่มอีกคนอย่างไรอย่างนั้น


    ทางที่พวกเขาผ่านเต็มไปด้วยเลือดอาบย้อมตามทางเดินเป็นสายธาร รอยเท้าที่เดินออกไปเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน พวกต่างดินแดนกว่าจะตั้งตัวได้ กองทัพก็เสียหายไปหลายส่วน


    แม่ทัพฝั่งตรงข้ามเองก็ไม่หวาดหวั่น พุ่งออกโจมตี อี้เฉิน กับพวกที่บุกตะลุยเข้ามาอย่างไม่หวาดกลัว


    "ข้าจัดการไอ้เด็กผมขาวเอง" ก่อนชายหนุ่มจะเดินลงมาจากสัตว์อสูรเทาเที่ย มองลงมาที่เหล่าจอมยุทธต่างดินแดนด้วยความดูถูกดูแคลน แววตาเย้ยหยันทุกสรรพสิ่ง ดั่งตัวเองเป็นผู้ยืนหัวเต่ามังกร


    ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยพูด "งั้นข้าจัดการคนทางซ้ายมือเอง" เขามองซีเผิงด้วยดวงตาคมกล้า ก่อนพุ่งเข้าปะทะกับซีเผิงอย่างบ้าคลั่ง


    หญิงสาวเอ่ยพูด "งั้นข้าขอคนขวาแล้วกัน" ก่อนนางจะพุ่งเข้าใส่จางเล่ย


    ซีเผิงคำรามก้อง"ชิงอี้เจ้านำทัพแทนพวกข้าไปก่อน บุกตะลุยเข้าไปไม่ต้องยั้ง"


    "ข้าเข้าใจแล้ว" ก่อนที่ชิงอี้จะประกาศกร้าว "ฆ่าพวกมันเสีย"


    พวกดินแดนจันทราทมิฬเองก็ไม่คิดถอยหนี เมื่อเห็นเหล่านายกองออกมาต่อสู้ "ฆ่าพวกมันเสีย อย่าให้ใครเหลือรอดแม้แต่คนเดียว บุกเข้าไป" พวกเขาต่างพากันฮึกเหิม เข้าปะทะกับคนดินแดนร้อยแคว้นอย่างบ้าคลั่ง เสียง"ตูม"ดังก้องไม่ขาดสาย


    เยี่ยชางอี้ เอ่ยเสียงเรียบไปหาอี้เฉินผมสีทองของเขาปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง มองมาที่อี้เฉินราวจะกินเลือดกินเนื้อ "เจ้าซินะที่ลอบสังหารนายน้อยของ ข้า ข้าจะเด็ดหัวเจ้าไปขอขมานายน้อยข้า"


    "หากเจ้าทำได้ก็ลองดู ข้าเองก็อยากรู้ผู้สูงส่งของดินแดนจันทราทมิฬจะเก่งกาจถึงเพียงใด"


    เยี่ยชางอี้ แสยะยิ้มออกมาอย่างบ้าคลั่ง กระบี่ในมือสั่นไหวอย่างรุนแรง ปลดปล่อยปราณพลังสีดำออกมาจนล้นทะลักอย่างบ้าคลั่ง กระบี่ในมือของเขากลืนกิน ปราณพลังสีดำเข้าไปจนดำสนิทดุจดั่งรัตติกาล ง้างกระบี่ฟาดใส่อี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง ใบกระบี่ปล่อยคลื่นกระบี่สีดำทมิฬเข้ากลืนกินอี้เฉินอย่างรุนแรง รอบๆ เหมือนมีคลื่นจันทร์เสี้ยวสีดำเข้าโจมตี


    แม้แต่อี้เฉินยังเบิกตากว้าง หอกที่เขาถือป้องกันถึงกับแตกร้าวพังทลาย เศษคลื่นจันทร์เสี้ยวบางส่วนถึงกับเฉือนร่างเขาจนหน้าอกเป็นแผลใหญ่เลือดไหลนอง ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "อ๊าก" เขาไม่อยากเชื่อเยี่ยชางอี้ ผู้นี้จะมีพลังมากถึงเพียงนี้แทบไม่ต่างอะไรกับเขาเผชิญหน้ากับขั้นพลังกษัตริย์ อย่างไรอย่างนั้น


    เยี่ยชางอี้ ไม่ปล่อยโอกาสทองไป เขาพลิกฝ่ามือเหวี่ยงอาวุธลับเข้าใส่อี้เฉินหมายมั่นโจมตีจุดตายของอี้เฉินเสีย
    "ฟึบ"

    อี้เฉินขับเคลื่อนดวงตาเพ่งมองออกไปอย่างรวดเร็ว หมายมั่นหลบอาวุธลับ เลี่ยงจุดตาย
    เข็มเล่มใหญ่พุ่งแทงหัวไหล่ของเขาจนทะลุ แทนที่จะเป็นใจกลางหัวใจของเขา

    เยี่ยชางอี้ มองมาด้วยความแปลกใจเขาไม่คิดว่าอี้เฉินจะหลบอาวุธลับของเขาได้ทัน ทั้งๆ ที่เขาเล็งจุดตายไว้แล้วเชียว


    " ไม่เลว ไม่เลว ถึงกับหลบเลี่ยงจุดตายได้ เหมือนข้าจะประเมินเจ้าต่ำไป"


    อี้เฉินตอนนี้เขาไม่อาจประมาทชายตรงหน้าได้ เขาเพ่งดวงตาจนเลือดหลั่งไหลออกมาจากดวงตาจนเปรอะเปื้อนใบหน้า ก่อนจะสำแดงมังกรทะยานนภาหายฉับพลันไปในพริบตา ง้างกำปั้นที่เต็มไปด้วยปราณพลังเข้าใส่ เยี่ยชางอี้อย่างแรง
    เสียง"ตูม"ดังก้อง เยี่ยชางอี้ ถึงกับตัวงอถอยหลังไปหลายก้าว กระดูกซี่โครงถึงกับแตกหัก กระอักเลือดออกมาคำใหญ่


    "เจ้าก็ไม่เห็นจะเท่าใด เพียงมีปราณพลังไม่จำกัดอย่าทำเป็นได้ใจ"


    "เจ้า เจ้า อย่าให้มันได้ใจไป เพียงต่อยข้าได้หมัดเดียว คิดว่ากายาของเจ้าร้ายกาจที่สุดแล้วงั้นหรือ"
    เยี่ยชางอี้เช็ดเลือดที่ปากออก ตัวเขาเดือดดาลบ้าคลั่ง ไม่คิดว่าจะถูกคนอื่นดูถูกดูแคลนเช่นนี้ เขายกมือผสานอิน กลางอากาศปราณพลังสีดำถูกสูบกลืนออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฟาดกระบี่ที่ดูดปราณพลังสีดำทมิฬดุจดั่งรัตติกาลออกไป กระบี่ในมือของเยี่ยชางอี้ขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว กวาดโจมตีทุกสิ่งที่อยู่ด้านหน้าจนสิ้น


    อี้เฉินที่เห็นกระบี่สีดำทมิฬ กวาดโจมตีออกมารอบทิศ เขาสร้างเกาะป้องกันปราณพลังเต็มกำลังที่มีหมายมั่นป้องกันการโจมตีไว้ ตัวของเขารอยกระเด็นออกไปไกล กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ จอมยุทธ์ที่อยู่ใกล้ๆ อี้เฉินหลายคนร่างแตกสลายตายตกในทันที

    ชายอาภรณ์ ผมสีทอง เยี่ยชางอี้ ปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง ง้างกำปั้นที่เต็มไปด้วยปราณพลังอัดแน่น เข้าใส่อี้เฉินอย่างกับหมาป่าที่เจอเหยื่อ หมายมั่นจบการต่อสู้ครั้งนี้ด้วย พลังกายาที่เขาภาคภูมิใจ คิดบดขยี้อี้เฉินให้เละเป็นเศษเนื้อ


    "ตายซะ"


    อี้เฉินที่ยันร่างขึ้นมาได้เขายกยิ้ม ก่อนชี้สองนิ้วมือไปด้านหน้ากำปั้นที่พุ่งเข้ามา อี้เฉินสำแดง"วิชาอสูรคลั่ง" พลังกายาของเขาพลุ่งพล่านอย่างรวดเร็ว
    กำปั้นของเยี่ยชางอี้ที่พุ่งเข้ามา ถึงกับหยุดชะงักเพียงแค่สองนิ้วมือ ก่อนอี้เฉินจะดันสองนิ้วมือเข้าไปอย่างแรง นิ้วมือทั้งสองเต็มไปด้วยปราณพลัง ไม่ต่างอะไรจากกระบี่ดีๆ นี่เอง


    เสียง"ฟึบ"ดังหนักแน่น กำปั้นของเยี่ยชางอี้ โดนแทงจนทะลุเป็นรู ร้องออกมาด้วยความ ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ไม่คิดว่าตัวเขาจะแพ้พ่ายด้านกายา ให้กับอี้เฉินแถมยังแพ้ในการโจมตีเพียงสองนิ้วมือ


    อี้เฉินคำรามก้อง "ตายเสีย" สองนิ้วมือที่ชี้ออกไป พุ่งเข้าใส่ใจกลางหน้าอกของเยี่ยชางอี้ ทันที ร่างของเยี่ยชางอี้ เริ่มมีรอยแตกร้าวเป็นทางยาวร้าวถ้วยแก้วที่ใกล้จะแตกสลาย กายาค่อยๆ พังทลายกลายเป็นเถ้าธุลีทีละน้อย สลายไปตามแรงลม เขาร้องออกมาด้วยความแค้นเคืองครั้งสุดท้าย ไม่คิดจอมยุทธผู้สูงส่ง อย่างเขาจะมาตายตกในที่แบบนี้


    จอมยุทธต่างดินแดน หลายคนที่เห็นนายกองของพวกเขาตายตกลงไป ต่างตัวเย็นเยือกด้วยความหวาดกลัว ไม่คิดเยี่ยชางอี้ จะแพ้พ่ายได้
    กลุ่มจอมยุทธต่างดินแดนเริ่มเสียขวัญ หลายๆ คนเริ่มหวาดหวั่นจอมยุทธดินแดนร้อยแคว้น ถึงพวกเขาจะมีมากแถมยังได้เปรียบอยู่ไม่น้อย แต่หากเสียนายกองไป ก็เหมือนเสียหัวเรือใหญ่ไร้ทิศทาง


    ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูปนายกองอีกฝ่ายก็ถูกซีเผิงเผาร่างจนไม่เหลือซาก ไม่มีแม้โอกาสได้ร้องออกมา นายกอง ที่เป็นหญิงสาวอีกคนก็พ่ายแพ้ ถูกจางเล่ยจับเป็นเชลยศึกในอีกไม่กี่ร้อยลมหายใจ



    กลุ่มต่างดินแดนที่เห็น เหล่านายกองของพวกเขาแพ้พ่ายต่างใจสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว เผ่นหนีกันอย่างบ้าคลั่ง เหมือนผึ้งที่แตกรังออกไป ไม่มีใครคิดต่อสู้อีกต่อไป


    จอมยุทธดินแดนร้อยแคว้นต่างฮึกเหิม ถึงพวกเขาจะตายไปร่วม 100คน แต่ก็ไม่หวาดหวั่นขับไล่พวกต่างดินแดนอย่างบ้าคลั่ง ยามค่ำคืนกลายเป็นฉากนองเลือดใหญ่ กลิ่นอายความตายคาวเลือดรอยคละคลุ้ง หิมะที่ตกโปรยปรายลงมา กลายเป็นสีแดงฉาน รอบบริเวณเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของเหล่าจอมยุทธต่างดินแดน ใจกลางเมืองถูกกวาดล้างจนสิ้นไร้จอมยุทธต่างดินแดนอีกต่อไป

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน