เคลไม่คิดเข้าไปแทรกแซงระหว่างทั้งสองหลังจากรองหัวหน้าหน่วยอัศวินได้เห็นความสามารถทั้งหมดของชเวฮันเขาก็ไม่อาจนอนหลับสนิทได้อีกเลย เพราะกลัวหัวหดเสียจนหลับไม่ลงอย่างไรล่ะ
“นายน้อย ออกเดินทางเลยไหมครับ”
เมื่อรองหัวหน้าหน่วยอัศวินถามเคลจึงเอ่ยตอบขณะปิดประตูรถม้า
“อืม ออกเดินทางได้”
คณะผู้ติดตามของเคลซึ่งจัดขบวนขึ้นอย่างเรียบง่ายประกอบไปด้วยอัศวินห้าคน ทหารสิบห้านาย ทหารคุ้มกันพิเศษอีกหนึ่งนาย รวมถึงคนอื่น ๆ ได้เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
แน่นอนว่าการเดินทางย่อมไม่ราบรื่นนักตามประสาโลกแฟนตาซี
ในอาณาเขตเฮนิทุสไม่ว่าใครก็ไม่อาจเข้ามายุ่มย่ามกับรถม้าของเคลได้แม้จะไม่ได้แขวนธงบ่งบอกตระกูลแต่ที่รถม้าก็มีรูปเต่าทองคำซึ่งเป็ตราประจำตระกูลเฮนิทุสประดับอยู่นี่คือสัญลักษณ์ซึ่งเป็ดั่งหัวใจของตระกูลเฮนิทุสที่รักในความมั่งคั่งและอายุขัยอันยืนยาว
ทว่าในตอนที่ออกมาจากอาณาเขตเคลก็รับรู้ได้ในทันที
โผล่มาอย่างที่คิดจริง ๆ ด้วย
ขณะเดินทางข้ามูเาตามกำหนดการที่แน่นขนัดก็มีคนจำนวนหลายสิบปรากฏตัวขึ้นตรงเส้นทางระหว่างหุบเขา
“ถ้าจะข้ามูเาลูกนี้ไปก็จ่ายค่าผ่านทางมา!”
“มีอะไรก็ส่งมาให้หมด!ถ้าค้นตัวแล้วยังเจออะไรอีกละก็ ฉันจะตบหน้าพวกแกตามจำนวนเหรียญบรอนซ์ที่มี!”
ใช่แล้ว พวกโจรูเาอย่างไรล่ะ
ไม่ว่าที่ไหนก็ย่อมมีโจรสมองทึบแต่การที่โจรพวกนี้อยู่รวมกันหลายสิบชีวิตก็น่าประหลาดใจไม่น้อยอีกฝ่ายคงเชื่อในจำนวนพวกพ้องของตนถึงได้กล้าพุ่งมาโจมตีรถม้าที่มีอัศวินคุ้มกันเพียงห้าคน
เคลหันไปถามอนที่กำลังหาวหวอดอย่างง่วงงุน
“พวกเขาไม่เห็นตราประจำตระกูลบนรถม้าของฉันหรือไง”
“ก็คงงั้น”
“พวกโง่ โจรอ่อนหัด”
เคลพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของฮงไม่มีทางที่เขาจะกลัวพวกโจรูเาอยู่แล้ว
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะเบา ๆดังขึ้นตรงตำแหน่งหน้าต่างบานเล็กฝั่งที่นั่งของสารถี เมื่อแง้มหน้าต่างออกเล็กน้อยก็เผยให้เห็นใบหน้าของรอน
“นายน้อยครับเราคงต้องหยุดพักกันสักครู่แล้วละครับ แถวนี้กระต่ายชุกชุมเสียจริง”
กระต่าย...ดวงตาของเคลสั่นไหวเล็กน้อยส่วนรอนก็ร้อง ‘อ้อ’ ขึ้นมา ก่อนจะพูดเสริมพร้อมรอยยิ้มใจดี
“อ้อกระต่ายพวกนี้ไม่เหมือนกับกระต่ายที่กระผมจับไปให้นายน้อยหรอกครับและแน่นอนว่าคนอื่นจะเป็คนจับพวกมันแทนกระผมเองครับ”
มีคนที่น่ากลัวกว่าโจรูเาคอยปกป้องเขาอยู่
เคลคาดการณ์เวลาโดยฟังจากเสียงกรีดร้องและเสียงที่พวกโจรเ่าั้วิ่งหนีอยู่ด้านนอกรถม้า
“ผ่านมาครึ่งวันแล้วเหรอ”
หากเดินทางต่ออีกครึ่งวันก็จะไปถึงบริเวณสถานที่เลี้ยงัคลั่งเร็วกว่ากำหนดเวลาในหนังสือการเร่งเดินทางให้เร็วที่สุดโดยไม่หยุดพักเว้นแต่การตั้งค่ายพักแรมก็นับเป็เื่ที่คุ้มค่า
เพื่อตอนจบที่คุ้มค่าเคลจึงตัดสินใจตั้งค่ายพักแรมเนื่องจากจนกว่าจะถึงหมู่บ้านซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่เลี้ยงัคลั่งตัวนั้นไว้ก็ไม่มีที่ไหนที่เรียกว่าเป็หมู่บ้านได้อีกแล้ว
เมี้ยวววว
เ้าแมวสีแดงที่ตามเคลออกมาจากรถม้าย่นจมูกฟุดฟิดและแกว่งหางไปมาด้วยท่าทางตื่นเต้นจมูกของฮงถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นหอมชวนนํ้าลายสอที่อบอวลไปทั่วบริเวณค่ายพักแรม
เคลคิดว่ารางวัลประจำวันก็คือมื้อเย็นแสนอร่อยอาหารอุ่น ๆ บ่งบอกให้รู้ว่าวันที่ยากลำบากและเหนื่อยล้าได้สิ้นสุดลงแล้วและคํ่าคืนอันเงียบสงบก็ได้เริ่มต้นขึ้น
อาหารจานหลักสำหรับมื้อเย็นวันนี้คือซุปเนื้อกระต่ายนั่นเอง
“ให้ตายสิ”
ทว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของรอนเคลเบนสายตาไปยังด้านข้างแท้จริงคนที่ล่ากระต่ายมาได้หลายตัวก็คือชเวฮันซึ่งกำลังเพลิดเพลินกับซุปอยู่
เมี้ยวววว
ตุบ ตุบ
เ้าแมวอนและฮงแตะเบา ๆที่ขาของเคลราวกับจะขอซุปนั่นหากเขาไม่อยากกินฮันส์ฉีกยิ้มกว้างให้ลูกแมวทั้งสองแล้วค่อย ๆ ย่องเข้าหาอย่างระมัดระวัง
“คุณแมวเหมียวกินเนื้อตากแห้งที่ผมเตรียมไว้ไหมครับเป็อาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่โรยเกลือหรือเครื่องปรุงใด ๆ ทั้งสิ้นเลยนะครับ”
แน่นอนว่าอนกับฮงเมินหน้าหนีผู้ช่วยพ่อบ้านฮันส์ซึ่งมัวแต่ป้วนเปี้ยนอยู่ข้าง ๆไม่รู้เลยว่าทั้งสองมาจากเผ่าแมวแถมยังบอกว่าแม้แต่ภาพลักษณ์อันหยิ่งผยองของพวกมันก็ช่างดูน่าเกรงขาม
นี่เป็ภาพอันผ่อนคลายและสงบสุขจนดูไม่เหมือนว่าเพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งแรกมาทว่าบรรยากาศของเหล่าอัศวินกลับดูแปลกไปพวกเขาเหลือบมองชเวฮันที่กำลังกินซุปอยู่ข้าง ๆ เคลส่วนรองหัวหน้าหน่วยอัศวินก็ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ
“จิ๊”
เคลเดาะปาก
วันนี้คณะเดินทางของเขาต้องรับมือกับโจรูเาเป็สิบๆ คน แน่นอนว่าคนที่กระตือรือร้นที่สุดในนั้นก็คือชเวฮัน เขาไม่ได้ฆ่าโจรพวกนั้นแต่ก็ฝากแผลลึกไว้ตามแขนขาสักข้างหรือไม่ก็ตัดพวกมันทิ้งไปยิ่งไปกว่านั้นเ้าตัวยังลงมือด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวอีกด้วย
“นายน้อย การต่อสู้จบแล้วครับ”
รองหัวหน้าหน่วยอัศวินมารายงานกับเคลด้วยสีหน้าตกตะลึงที่การต่อสู้จบลงเร็วเกินไป
โจรพวกนั้นคือคนที่ถูกผลักไสออกมาจากอาณาเขตใกล้เคียงระหว่างการต่อสู้แย่งชิงอำนาจโจรที่เคลคิดว่าช่างโง่เขลาคือพวกคนที่ถูกบีบให้จนตรอกและถูกความชั่วร้ายเข้าครอบงำดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเชื่อมั่นในจำนวนของตนที่มีมากกว่าอัศวินห้าคนรวมกับเหล่าทหารถึงสามเท่าจึงบุกเข้ามาโจมตีทว่าเป้าหมายแรกที่พวกเขาแตะต้องดันเป็รถม้าที่มีชเวฮันคุ้มกันอยู่
สาเหตุที่ใบหน้าของรองหัวหน้าหน่วยอัศวินซีดเผือดไม่ใช่เพราะความไร้ฝีมือของพวกโจรแต่คือชเวฮันที่เดินเข้ามายืนข้าง ๆ และกล่าวเสริมกับเคลว่า
“เป็แค่การต่อสู้เบา ๆ เองครับ นับว่าง่ายดายทีเดียว”
ตอนนั้นเคลเห็นดวงตารองหัวหน้าหน่วยอัศวินสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่งและยังได้เห็นภาพที่ชเวฮันหันมองอีกฝ่ายพลางยิ้มมุมปากให้อีกด้วย
ชเวฮันไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมถูกกระทำฝ่ายเดียวอยู่แล้วถึงอย่างไรคนที่ทุบตีบุตรชายของท่านเคานต์ไม่ยั้งมือแบบนั้นย่อมไม่ใช่คนดีที่ทนอยู่เฉยๆ และเป็ฝ่ายโดนกระทำเหมือนคนโง่ไปได้หรอก
“ไม่รู้สึกอยากอาหารเลยเหรอครับ”
เคลมีสีหน้าบูดบึ้งเมื่อรอนเดินเข้ามาถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเขามองสลับไปมาระหว่างรอนกับซุปเนื้อกระต่ายแล้วก็มั่นใจได้ทันทีตาแก่นี่ดูจะสนุกกับการที่ได้แกล้งกันเสียเหลือเกิน
“อืม ไม่เลย”
ชเวฮันตอบสนองต่อคำพูดนั้น
“ไม่สบายท้องหรือเปล่าครับ”
“เอ่อ ก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”
ถ้าที่นายจับมาไม่ได้มีแต่กระต่ายฉันก็คงกินจนหมดแล้ว
เคลมองชเวฮันและโบกมือส่ง ๆราวกับจะบอกว่าไม่ต้องสนใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับจ้องมองเขาด้วยแววตาจริงจัง
“ทำไมถึงจ้องฉันแบบนั้น”
“...นี่เป็การต่อสู้ครั้งแรกของท่านเคลเหรอครับ”
เคลมองชเวฮันที่เอ่ยถามทั้งสีหน้าจริงจังแล้วพูดขึ้นอย่างเ็า
“การต่อสู้อะไร หมายถึงโจรที่เจอวันนี้น่ะเหรอ”
“ครับ”
“ก็ครั้งแรกน่ะสิเพราะฉันไม่เคยเห็นโจรเยอะขนาดนี้มาก่อน”
“อย่างนี้นี่เอง”
ชเวฮันพยักหน้าและพูดเสริมขึ้นมาราวกับกำลังคุยกับตนเอง
“...คงเป็ครั้งแรกที่ชีวิตของท่านตกอยู่ในอันตรายสินะครับ”
ใครบางคนในหมู่ทหารถอนหายใจเช่นเดียวกับเคลที่พ่นลมหายใจออกมาคล้ายรู้สึกเหลือเชื่อ
ชีวิตตกอยู่ในอันตรายครั้งแรกอะไรกัน ฉันใจหายใจควํ่าเพราะนายมาตั้งกี่ครั้งแล้ว
ไม่ใช่แค่นั้นไม่ว่าจะเป็รอนที่หัวเราะเยาะตอนชเวฮันจับกระต่ายมาหรือบีครอสที่กำลังลับมีดทำครัวอยู่พวกเขาล้วนทำให้เคลใจหายใจควํ่าอยู่เสมอและเมื่อนึกย้อนไปถึง่เวลาแห่งความหวาดผวาั้แ่ตอนที่อยู่ในอาณาเขตมาจนถึงตอนนี้
ยิ่งกินอะไรไม่ลงกว่าเดิมอีก
เคลหมดความอยากอาหารทันทีมือที่ถือช้อนพลันอ่อนแรง เขาวางช้อนกลับลงไปบนชามซุปแบบส่ง ๆจึงไม่ได้สังเกตว่าเหล่าทหารต่างมองมาด้วยสายตาเข้าอกเข้าใจรวมถึงชเวฮันที่ดูเหมือนจะหวนนึกถึงภาพความทรงจำในอดีต
“ท่านเคล”
“มีอะไร”
จิตใจของเคลสงบลงพลางคิดถึงเื่ที่ตนรอดจากการถูกชเวฮันกระทืบแถมยังได้รับพลังของโล่ขึ้นมาอีกครั้งในขณะที่คลายความกังวลและกำลังรู้สึกภูมิใจในตนเองอยู่นั้นเขาก็หันไปตามเสียงเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยเรียก
ทำไมถึงได้เอาแต่ชวนคุยมาั้แ่เมื่อกี้แล้วนะ
“ครั้งแรกมันยากแบบนี้แหละครับ”
“หมายความว่ายังไง”
แม้เคลจะถามกลับอย่างตรงไปตรงมาแต่ชเวฮันกลับทำเพียงยิ้มน้อย ๆ แล้วย้อนถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมดวงตาของเขาฉายแววจริงจังขณะที่โยนคำถามมา
“ท่านเคลไม่ฝึกศิลปะการป้องกันตัวไว้บ้างเหรอครับ”
“ไม่เห็นต้องทำเลยนี่”
“ไม่ใช่ว่าควรมีพลังไว้ปกป้องตนเองเหรอครับ”
มีความกังวลแฝงอยู่ในความจริงจังนั้นเคลจึงตอบกลับไปแม้จะสงสัยว่าทำไมจู่ ๆ ชเวฮันถึงจริงจังขึ้นมาขนาดนี้
“ก็มีเยอะแล้วนี่”
เคลเบนสายตาจากชเวฮันและกวาดตามองไปรอบ ๆมีทหารสิบห้านายที่แข็งแกร่งกว่าตัวเขาและอัศวินห้าคนที่ติดตามไปทุกที่ไม่เคยห่างกาย นอกจากนี้แม้จำนวนผู้ติดตามจะมีน้อย แต่รอน บีครอส เด็ก ๆ เผ่าแมว และผู้ช่วยพ่อบ้านอย่างฮันส์เองก็มีทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าเขามากโข
เคลสบตากับกลุ่มคนที่มองมาทางนี้หนึ่งครั้งจากนั้นก็หันกลับไปมองชเวฮันแล้วถามขึ้น
“นายก็เห็นด้วยตาตนเองแล้วนี่”
การคุ้มกันบุตรชายของท่านเคานต์ผู้มั่งคั่งก็เป็เช่นนี้มุมปากของเคลยกขึ้นโดยไร้เหตุผล
พวกเขาทั้งหมดจะต้องคอยปกป้องฉัน
แน่นอนว่าเคลไม่อาจเดาใจรอนกับบีครอสแต่อย่างน้อยพวกเขาย่อมไม่ปล่อยให้คนอื่นตายแน่นอน
แล้วก็ไม่ได้มีแค่นี้สักหน่อย
เคลตัดสินใจว่าจะตอบชเวฮันที่มองมาพลางเม้มปากแน่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเขาตบหน้าอกของตนก่อนกล่าวว่า
“เพราะฉันเชื่อมั่นในหัวใจตนเองเชื่อว่าตนเองจะต้องรอด”
แหงอยู่แล้วเพราะโล่คงกระพันที่ห่อหุ้มอยู่รอบหัวใจจะคอยปกป้องเขาเองถึงจะมีเงื่อนไขว่าต้องคอยหลีกเลี่ยงพวกคนอย่างชเวฮันเอาไว้ก็เถอะ
ชเวฮันมองเคลด้วยแววตาสั่นไหว
เมี้ยวววว
เมี้ยว
“หืม? เป็อะไรกัน”
อนและฮงเดินเข้ามาหาแล้วใช้อุ้งเท้าเล็กจิ๋วนวดที่ขาของเคลเขาขมวดคิ้วเพราะเจ็บจากแรงกดของอุ้งเท้าสองพี่น้องเผ่าแมวทิ้งอาหารของตนไว้แล้วถูไถใบหน้าคลอเคลียชายหนุ่ม
ตึก
ชเวฮันวางชามซุปที่ว่างเปล่าบนโต๊ะเสียงดังก่อนจะดีดตัวลุกจากที่นั่ง
“...ผมต้องไปฝึกดาบครับ”
“หลังกินข้าวเสร็จเนี่ยนะ”
“ผมคิดว่าตนเองต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ครับ”
...เ้าเด็กนี่น่ากลัวชะมัดจะแข็งแกร่งขึ้นจนทำลายโลกทั้งใบไปเลยหรือไง เคลส่ายหน้าด้วยความระอาจากนั้นบีครอสก็เดินเข้ามาแล้วยื่นจานใบใหม่ให้
“รับประทานเยอะ ๆ นะครับ”
“โอ้! ขอบใจ”
เคลยิ้มออกมาเมื่อมองจานที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศคุณภาพดีและสเต๊กเนื้อชั้นยอดที่วางอยู่บนโต๊ะส่วนตัว
“อาหารรสเปรี้ยวอย่างนํ้ามะนาวดีต่อการกระตุ้นความอยากอาหารนะครับ”
นี่เป็ครั้งแรกที่รอนเสนอนํ้ามะนาวมาให้นับั้แ่เจอกันที่ร้านนํ้าชาครั้งล่าสุดทว่าเคลกลับง่วนอยู่กับสเต๊ก ในเมื่อมีอาหารรสเลิศอยู่แล้ว เขาจึงเมินนํ้ามะนาวไป
“ถ้าทุกคนกินกันเสร็จแล้วอีกสักครู่ก็เริ่มการฝึกรอบเย็นได้”
พอได้ยินเสียงก้องกังวานของรองหัวหน้าหน่วยอัศวินเคลจึงครุ่นคิด
ดูเหมือนแม้แต่รองหัวหน้าหน่วยอัศวินก็คงได้รับแรงกระตุ้นจากชเวฮันมาเยอะเลยสินะ
เคลมองอัศวินและเหล่าทหารที่กำลังฮึกเหิมพลางเพลิดเพลินกับสเต๊กและซุปเนื้อกระต่ายเมื่อลองชิมซุปเนื้อกระต่ายดูก็พบว่ามันอร่อยมาก แน่นอนว่าเคลปฏิเสธเนื้อตากแห้งที่พวกลูกแมวพยายามยื่นให้ลูกเดียวเพราะเนื้อนั่นไม่ผ่านการปรุงรสเลยสักนิด ดังนั้นเขาจะไม่แตะต้องมันเด็ดขาด
สามวัน
เคลคิดคำนวณขณะเข้าไปในหมู่บ้าน
อีกสามวันัคลั่งจะะเิพลังมานาออกมา
ที่นี่เป็อาณาเขตของไวเคานต์ซึ่งอยู่ถัดจากอาณาเขตเฮนิทุสน่าแปลกที่ไม่กี่ปีมานี้ได้มีการสร้างบ้านพักตากอากาศขึ้นที่ตีนเขาทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านแห่งนี้
แน่นอนว่าเมื่อมองเผิน ๆ จากภายนอกมันเป็เพียงบ้านพักตากอากาศของไวเคานต์แต่ความจริงแล้วมันคือบ้านพักตากอากาศของมาร์ควิสสเตนผู้เป็ต้นเหตุของัคลั่งไวเคานต์ของอาณาเขตแห่งนี้จึงไม่ต่างอะไรจากสุนัขรับใช้ของอีกฝ่าย
ัดำของพวกเราอยู่ในถํ้าบนูเาด้านหลังบ้านพักตากอากาศหลังนั้น
ัดำได้ะเิพลังมานาและทำให้ถํ้ากับูเาปลิวหายไปพร้อมกันเคลเดาะปากขณะมองไปยังจุดที่เป็ตำแหน่งของูเาลูกนั้นซึ่งอยู่ทางตะวันออกของูเาที่ตนข้ามมา
เวเนียนแห่งตระกูลมาร์ควิสสเตนเคลนึกถึงบุตรชายคนรองของมาร์ควิสผู้นั้นเ้าโรคจิตที่ทำให้พี่ชายกลายเป็คนพิการเพื่อที่ตนจะได้ครองตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลหมอนั่นมักแวะมาที่บ้านพักตากอากาศหลังนั้นเป็ครั้งคราวเพื่อทรมานัดำเป็การแก้เบื่อ
“จิ๊”
ฮันส์สะดุ้งโหยงเพราะเสียงเดาะปากก่อนจะรีบลากตัวชเวฮันมาแล้วเอ่ยขึ้น
“นายน้อยกระผมกับคุณชเวฮันจะรีบไปหาโรงแรมแถวนี้ให้เดี๋ยวนี้เลยครับ โปรดรอสักครู่นะครับ”
ตอนนี้รถม้ากำลังจอดพักอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน
“เอาสิ”
“กระผมจะรีบไปรีบมาครับ”
เคลพยักหน้าตอบรับคำพูดของฮันส์พลางเฝ้าสังเกตชเวฮันไปด้วยแววตาของอีกฝ่ายเปี่ยมด้วยความคำนึงถึงอดีต
ทำไมชเวฮันถึงต้องต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตที่จะะเิพลังมานาออกมาน่ะเหรอนั่นเป็เพราะเขาไม่อาจละทิ้งหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบแห่งนี้ไปได้
หมู่บ้านแฮร์ริสสถานที่ที่ทำให้ชเวฮันตระหนักถึงความรัก การแก้แค้น และทุกสิ่งทุกอย่างหมู่บ้านนี้ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับที่นั่นจึงเป็เหตุผลที่เขาต่อสู้เพื่อช่วยชีวิตผู้คนในหมู่บ้านที่ตนไม่รู้จัก
เคลขมวดคิ้วมุ่นแล้วส่งเสียงเรียกชเวฮัน
“ชเวฮัน”
“...ครับ?”
“รีบไปรีบมาล่ะ”
คำอุทานเบา ๆ ดังออกมาจากปากของชเวฮันแม้จะใช้ชีวิตมาหลายสิบปี แต่เขาก็ยังเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดเท่านั้นริมฝีปากของชเวฮันคลี่ยิ้มบริสุทธิ์แล้วพยักหน้าให้เคล
“ครับ ผมจะรีบไปรีบกลับครับ”
เคลโบกมือไล่ราวกับรำคาญเสียเต็มประดาทว่าอีกฝ่ายก็ยังโค้งปลก ๆ แล้วเดินเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมกับฮันส์อย่างรวดเร็วเขาค่อนข้างชอบท่าทางเฉลียวฉลาดและว่องไวของชเวฮันมากกว่าอาการเหม่อลอยไร้สติ
เคลทอดมองภาพนี้อย่างเงียบ ๆแต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันชั่วขณะ
เขาเห็นรถม้าวิ่งห้อตะบึงมาแต่ไกลและมุ่งหน้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว
ทำไมรู้สึกแปลก ๆ แฮะ
เคลรู้สึกเหมือนมีคนยื่นแอปเปิลอาบยาพิษมาให้ด้วยมือที่ชุ่มเหงื่อซึ่งชวนให้รู้สึกไม่สบายใจเอามากๆ และในไม่ช้าเขาก็มองเห็นต้นตอของความรู้สึกนั้นด้วยตาของตนเองอย่างชัดเจน
“นี่มัน —”
เคลอุทานออกมา
เขาเห็นชายชราคนหนึ่งล้มลงบนพื้นเพราะไม่อาจหลบรถม้าที่วิ่งห้อมาตามถนนได้ทันแต่ทันใดนั้นก็เห็นชเวฮันพุ่งเข้าไปหาชายชราเช่นเดียวกับรถม้าที่ไม่มีทีท่าว่าจะลดความเร็วลง
นี่มันซํ้าซากเป็บ้า!
ที่รถม้ามีธงผืนหนึ่งปลิวไสวอยู่ในอากาศั์ตาของเคลสั่นระริกเมื่อเห็นภาพงูสีแดงอันเป็สัญลักษณ์ประจำตระกูลมาร์ควิสสเตน
เกิดขึ้นแล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว
โครม!