แม้ว่าจะข่มใจตัวเองว่ามันแค่เื่บังเอิญ คนอย่างแอนนา เธอไม่ใฝ่ต่ำขนาดนั้นอย่างน้อยในความรู้สึกนึกคิดแบบทั่วๆ ไปเท่าที่ผมรู้จักเธอ เธอไม่ใช่พวกจะทำเื่แบบนี้ได้ มันคงเป็เื่บังเอิญ แต่เมื่อมองเข้าไปดี ๆแบบตั้งใจการที่นิ้วของทั้งคู่กอดก่ายกัน กับการที่มือบังเอิญโดนถูกกัน มันคนละแบบกันเลย
ผมอาจจะเป็คนคิดมาก แต่ก็คิดมากเฉพาะตอนนี้ ... และผมเริ่มรู้สึกตัวเองว่า ผมหึงเมีย นี่เป็ครั้งแรกที่ผมรู้สึกแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยมีผู้ชายอื่นมาจีบ หรือไม่เคยแย่งกับใคร แต่มันคนละความรู้สึกกับการหึงแบบวัยรุ่นในสมัยหนึ่ง แต่นี่เธอเป็เมียของผม และการที่เธอมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นกับชายอื่นอย่างนี้ มันทำให้ผมหึงแบบเจ็บแปลบ
ผมกระสับกระส่าย และรู้สึกตัวเองว่าผมจะอยู่อย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด ผมต้องอกแตกต่างแน่ ๆเหมือนสิ่งอื่นใดผมต้องเห็นให้รู้แก่ตาตัวเอง ไม่ใช่มานั่ง ลุก เดิน กระสับกระส่ายควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างนี้
ผมจึงผลักร่างกายและหัวใจะโขึ้นรถแล้วลิ่วไปที่ระยองทันที
…….. …….. …….. & …….. …….. ……..
เพื่อน ๆของเธอบางคนโพสต์รูปเป็พัก ๆทำให้ผมรู้โลเคชั่นได้ไม่ยาก ว่าตอนนี้พวกนั้นอยู่ที่ไหนกัน เสียงเอะอะเฮฮากันอยู่ตรงริมหาดทำให้ผมเห็นและโล่งใจ หลังจากที่หัวใจจะแตกเป็เสี่ยง ๆในความอัดอั้น ที่ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อมาถึงหน้างานแล้วจะทำอย่างไรต่อ
พวกนั้นเล่นวอลเล่บอล ดูเหมือนจะเป็ลิงชิงบอล ผมคิดอะไรไม่ออก มากไปกว่าค่อย ๆเดินไปอย่างไร้ความคิดไปที่กลุ่มคนเ่าั้ ไอ้หนุ่มคนนั้น สูงไล่เลี่ยกับผม หน้าตาดี ผิวขาว ดูเหมือนจะประกบกับแอนนาไม่ต่างจากคนสนิทกันมาเป็ชาติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าน่าจะได้แนะนำตัวหรือคบหาเพื่อนกับเธอจนครบหมดทุกคนแล้วแท้ ๆ
ระหว่างที่ผมใกล้จะถึงนั้น เหมือนจังหวะนรกระหว่างที่เธอกำลังยื้อแย่งหลบอีกลูกบอลกับไอ้หมอนั่นไม่ต่างจากคู่รักอยู่นั้น เหมือนเธอจะเสียหลักล้มลง แล้วไอ้หมอนั่นก็รีบเข้าไปรวบร่างเธอมาประคองกึ่งอุ้ม และคาเอาไว้อย่างนั้นเหมือนคุ้นมือ
และที่ผมหูอื้อเพิ่มดีกรีเข้าไปอีก ก็คือการที่เพื่อน ๆน้อง ๆของเธอที่อยู่ในนั้นร้องส่งเสียงเป็เชิงแซวดังอู๊ ! ยาว ๆดัง ๆออกมา ราวกับว่าเป็ที่รู้กันดีว่ามีซัมติงอะไรกัน จิตใจของพวกมันทำด้วยอะไรกัน ทั้ง ๆที่รู้ว่าเธอมีผัวเป็ตัวเป็ตนแล้วแท้ ๆแต่กลับปิดบัง เลวกว่าปิดบังก็คือส่งเสริมอีกต่างหาก ...บัดซบเอ๊ย !...
ผมเริ่มแน่ใจในสถานการณ์เบื้องหน้าแล้ว แค่ยังไม่รู้ว่าถึงไหนแล้วเท่านั้นเอง
รู้ตัวอีกทีผมก็มายืนอยู่ตรงหน้าสองคนนั้นแล้ว ....
“แท่ง !” แอนนาอุทานชื่อผมออกมาเบา ๆ หลังจากที่ผมแทบไม่ได้ยินเสียงเธอมานาน ไอ้หมอนั่นใบหน้าซีดเผือด มันคงไม่โง่ขนาดไม่รู้ว่าผมเป็ใคร ทุกคนที่อยู่นี้พากันยืนเงียบ ไม่มีเสียงอ้อล้อเล่นหัวกันอีก
“มะ ไม่ใช่อย่างที่พี่คิดนะครับ” มันเริ่มลนลานแก้ตัว
“แล้วให้กูเข้าใจว่ายังไง” ผมเสียงเข้ม มันหลบสายตาแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น เม้มปากหายใจเข้าออกถี่ ๆ แล้วเหมือนจะเพิ่งคิดได้ รีบปล่อยมือจากการโอบอุ้มเมียของผม
“ว่ายังไง จะให้กูเข้าใจว่ายังไง”
“พอได้แล้วแท่ง มีอะไรก็คุยกับแอนนี่” เธอแก้ต่างให้กับมัน
“ใช้สมองคิดสิ ไม่รู้หรือไงว่านี่เป็อุบัติเหตุ” เธอว่าผม มันอาจจะเป็อย่างที่เธอว่า เพราะถ้าไม่รวมหลักฐานสภาพแวดล้อมแล้ว ผมไม่มีหลักฐานใด ๆ นอกจากการคาดเอาที่ไร้ตรรกะไม่ต่างจากผัวขี้หึงไร้เหตุผล
“ทำไมถึงทำแบบนี้” ผมถามเธอ
“ทำอะไร”
“ทำไมไม่บอกกันตรง ๆ” สายตาของผมนั้นปวดร้าวแค่ไหน เธอหรือแม้แต่เพื่อนเฮงซวยของเธอพวกนี้ไม่มีวันรู้หรอก แน่นอนว่าผมไม่ได้คาดหวังจะคนพวกนี้
“ได้ ... จะให้บอกตรง ๆใช่ไหม ต่อหน้าคนอื่น ๆนี่ใช่ไหม” เธอขึ้นเสียง เป็ไม่กี่ครั้งที่เธอเป็แบบนี้ ปกติหากทะเลาะกันเธอเลือกที่จะเป็คนเงียบ คราวนี้เธอชัดเจนเกินไปที่จะปกป้องไอ้หมอนั่น หรือบางทีผมอาจจะกำลังโกรธเพราะภาพบาดตา มันอาจจะเป็การเข้าใจผิดที่ผมคิดไปเอง แต่ทว่าอารมณ์ในตอนนั้นถ้าไม่ควายจริง ๆก็คงดูออก
“ก็พูดมาสิ เผื่อว่าจะให้ตัวเองดูดีขึ้น” ผมไม่ใช่พวกเล่นลิ้นพูดมาก แต่หากผมไม่พูดหรือทำอะไรสักอย่าง ผมต้องอกแตกตายแน่ ๆ
“ไม่จำเป็ ... ยังไงเราก็ไม่ต่างจากคนอื่นต่อกันอยู่แล้ว”
“ผมไม่เคยคิดแบบนั้นนะแอนนา”
“จริงเหรอ”
“จนกระทั่งตอนนี้ ผมชักไม่แน่ใจ” เธอกำลังจะอ้าปากพูด ผมหันไปมองหน้าไอ้หมอนั่นทีหนึ่งแล้วข่มหัวใจตัวเองอย่างสุดกลั้นที่จะเดินหันหลังจากไป
“พี่ครับ ผมขอโทษ มันเป็อุบัติเหตุนะครับ” ผมได้ยินเสียงมันเป็ครั้งแรก ผมหันไปมองหน้ามัน
“อย่าเข้าใจผิดนะครับ ไม่มีอะไรจริง ๆ” ทั้ง ๆที่รู้ว่ามันอาจจะโกหก แต่ผมกลับรู้สึกดีขึ้ที่ได้ยินอย่างนั้น
“งั้นบอกมาหน่อย ว่าคืนนี้มึงนอนกับใคร” ผมถาม
“ผมนอนกับ .... แล้วมันก็หันไปมองหน้าเธอ ก่อนจะตอบผม”
“นอนกับไอ้ปอนด์ เพื่อนผมครับ” คงเป็ผู้ชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่ม
“ปอนด์ มึงไม่นอนกับแฟนเหรอ”ผมถาม ไอ้ปอนด์ที่ผมเพิ่งรู้จักแบบผิวเผิน มันไม่ได้อยู่ในก๊วนของแอนนา แต่เมียมันอยู่มันเลยอยู่ที่นี่ด้วย
“อ่อ” ท่าทีอึกอัก และเห็นตอนที่เมียมันกระทุ้งอกผัวตัวเองทำให้ผมยิ้มอย่างแห้งแล้ง
“มึงได้เมียกูนายยัง” ผมถาม
“เอ่อ ..ผมขอโทษครับพี่ ผมไม่ ...”
“ไม่ต้องพูดแล้ววิทย์ คนมันเป็หมาบ้ามันไม่ฟังอะไรหรอก”
“ทำไมไม่บอก” ผมลดเสียงเบาลงถามเธอ
“แค่บอกนะแอนนา ผมจะไม่ว่าอะไรคุณเลย”
และคิดว่านี่คงเป็ครั้งสุดท้ายที่จะได้ระลึกว่าผมรักเธอมากแค่ไหน ผมก็แค่หลีกทางให้เธอได้กับมัน แล้วผมก็เริ่มต้นใหม่ เป็ไอ้โง่ที่เมียมีชู้
ทั้งที่ไม่มีหลักฐานอันใด แต่ผมคงทำใจไม่ได้ที่จะเห็นหลักฐานคาตา เพราะถ้าเป็อย่างนั้นผมคงทนไม่ได้เหมือนตอนนี้
และเพียงแค่นี้คงไม่ใช่เหตุจูงใจในการฆ่าไม่ใช่เหรอ ...