เมืองที่สวยงาม เมืองที่รุ่งเรือง ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว เหลือเพียงซากปรักหักพัง เศษเนื้อ เื และควัน ท้องฟ้ามืดมิดเกิดจากควันของาระหว่างคนกับศพเดินได้ ในเกมเราอาจชนะ ในหนังเราจะได้ยินข่าวดี แต่ในชีวิตจริงตอนนี้ไม่เป็แบบนั้น เราแพ้ ทหารติดอาวุธทุกนายไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว ซากศพเกลื่อนกลาด ผู้คนสิ้นหวัง ปลิดชีพตนเอง ตอนนี้ไม่เหลือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์อีกแล้ว พวกผีดิบชนะ มันร้องคำรามด้วยความดีใจ พร้อมกับรุมแย่งกันแทะศพของทหาร สยดสยองที่สุด ผมนั่งสิ้นหวังกับภาพที่เห็นตรงหน้าจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ผมตัวชาไปทั้งตัว หมดแรง รู้สึกอยากจะตายไปให้พ้นๆ แต่ผมก็ฉุกคิดเื่มีอากับครอบครัวขึ้นมา ใช่แล้ว! ผมยังเหลือพวกเขา ผมยังเหลือคนที่ต้องกลับไปหา ผมเริ่มวางแผนผมจะลองไปที่สถานีตำรวจดูก่อน เผื่อจะเจอวิทยุสื่อสารกับอาวุธ ผมไม่หวังสูงขนาดนั้น อย่างน้อยข้าวกล่องสักกล่องก็ยังดี เพราะจะไปเอาวิทยุสื่อสารกับอาวุธที่รถทหารคงไม่ได้แน่ เพราะมีพวกมันอยู่เต็มไปหมด ผมคิดว่าที่สถานีตำรวจคงไม่มีพวกมันเยอะ เพราะอยู่ห่างจากในเมืองพอสมควร ผมตรงไปที่สถานีตำรวจ ตามคาด ไม่มีคน แต่ก็ยังมีซากศพ และการฆาตกรรม แต่ดูเหมือนว่าที่นี่จะโดนถล่มมาแล้ว พวกมันเลยไปในที่ชุมชนกันหมด ผมเข้าไปในสถานีตำรวจ
“อย่าเข้ามานะ! ” เสียงของหญิงสาวร้องะโสุดชีวิต
ปัง! ปัง! ปัง! เธอเหนี่ยวไกใส่นายตำรวจคนหนึ่งที่กลายสภาพแล้วเธอหลับตาร้องไห้ พร้อมยิงศพนายตำรวจคนนั้นแม้เขาจะล้มไปแล้ว สิ้นเสียงปืน หญิงสาวหันปืนมาที่ผม
“แกเป็ใคร? แกโดนกัดมารึเปล่า? ถ้าเงียบเกินห้าวินาที ฉันเป่าสมองแกกระจุยแน่” ปัง! เธอถามพร้อมยิงขู่ผมหนึ่งนัด
“ผมชื่อไคล์ ผมไม่โดนกัดครับ ผมจะไปที่ชนบทไปหาพ่อ..”
“ไม่มีใครเหลือรอดอีกแล้ว แต่ถ้านายอยากไป ก็ตามใจ แต่บอกตรงตรงนะ ว่านั่นเป็ความคิดที่โง่มาก!” เธอพูดสวนผมขึ้นมาทันที
พวกผีดิบเริ่มแห่มาเพราะเสียงปืนของหญิงสาวที่ยิงออกไปเมื่อครู่ เธอรีบเก็บของทุกอย่าง อาวุธและเครื่องมือสื่อสาร
“จะตายอยู่ตรงนี้? หรือจะตามฉันมา!” เธอเรียกผม
เราลงไปซ่อนตัวอยู่ห้องใต้ดิน ซึ่งที่ตรงนี้ถ้าลงไปอีกก็จะไปโผล่ที่ท่อระบายน้ำใหญ่บนถนน ผมรู้เพราะตอนเรียนผมได้ดูผังเมืองนี้อยู่คร่าวๆ แต่จำได้ไม่หมด
“นายยังมีครอบครัวให้กลับไปหางั้นเหรอ?” หญิงสาวร้องไห้พร้อมถามผม
“ใช่ครับ ผมคิดว่าอย่างนั้น” ผมตอบ
“คนที่ฉันยิงไปเมื่อกี้นี้ คือพ่อฉันเอง” เธอบอกพร้อมกอดเข่าร้องไห้
ผมใมาก มันจุกเหมือนโดนต่อยเข้าที่ลิ้นปี่ พูดไม่ออก
“เสีย...เสียใจด้วยนะครับ คุณทำดีที่สุดแล้ว” ผมปลอบเธอ
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันชื่อ คัท นะ คุณชื่ออะไรนะ เมื่อกี้ต้องขอโทษคุณด้วย ฉันจิตตกสุดๆ น่ะ เลยทำอะไรไปไม่ทันได้คิด”
“ผมชื่อไคล์ครับ ไม่เป็ไรครับผมเข้าใจครับ” ผมบอกเธอ
“คุณจะไปที่ชนบทใช่มั้ย ฉันขอเดินทางไปกับคุณด้วยได้มั้ย ฉันไม่เหลือใครแล้ว ตอนที่ฉันมาที่นี่ แม่ของฉันถูกพวกมันฆ่าต่อหน้าต่อตา พ่อฉันท่านช่วยฉันจนท่านโดนกัด” เธอเอ่ยพร้อมหยิบข้าวกล่องกับปืนพกสั้นให้ผม
“เอาไว้ใช้ตอนฉุกเฉินจริงจริงเท่านั้นนะ บ้านฉันอยู่ทางชนบทพอดีเลย ฉันจะไปเอาของด้วย ลืมของไว้น่ะ” เธอบอกผม
ผมรับของจากเธอมา เธอสอนผมใช้ปืน ระบบปืน และการเล็งต่างต่าง คัทบอกว่าพ่อเธอเคยสอนเธออยู่บ่อยบ่อย และสอนทักษะการต่อสู้ต่างต่าง ให้ด้วย ผมไม่คิดเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กอย่างเธอจะเก่งขนาดนี้ คัทตัวเล็กและผิวขาวเหมือนลูกคุณหนูมาก แต่อย่าไปมีเื่กับเธอเชียวล่ะ ผมและคัทหิวมากเรารีบกินข้าวกันเหมือนคนอดอยากมานานนับปี สามชั่วโมงแล้วกับเื่บ้าบ้านี่ ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงพวกผีดิบทุบประตู พวกมันได้ยินเสียงจากวิทยุสื่อสารของคัทนั่นเอง ผมรีบปลุกคัทให้ตื่น
“อพยพไปจากที่นี่ซะ ไปทางเหนือ อย่าหยุด” เสียงจากวิทยุสื่อสารเตือน
คัทบอกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เธอพยายามติดต่อสื่อสารขอความช่วยเหลือกับทางการ แต่ไม่มีใครตอบ
“ฮัลโลๆ! เฮ้ๆ!” คัทพยายามติดต่อกลับ
แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงปลายทางตอบกลับมาอีกเลย ผมพยายามโทรหามีอา ครอบครัวผม แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมาเลย ยิ่งทำให้ผมเป็กังวล หมดหวังที่สุด ผมหดหู่มากตอนนี้ คัทพยายามติดต่อหาคราเอล ซึ่งคัทบอกว่าคราเอลเป็เพื่อนของเธอ เขามาช่วยรบที่ในตัวเมือง แล้วก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย ผมยิ่งรู้สึกหดหู่และสิ้นหวังกว่าเดิม ทหารเหรอ? ไม่มีอีกแล้ว ผมคิดในใจ แต่ผมไม่บอกคัท เพราะไม่อยากให้เธอสิ้นหวัง แต่คัทเข้มแข็งกว่าผมมาก เธอพึ่งผ่านพ้นเื่ราวร้ายๆ มา แต่เธอยังคิดที่จะมีชีวิตต่อไป เธอมีความกล้าเกินผู้หญิงตัวเล็กเล็กมาก แตกต่างจากผมที่ปืนยังยิงไม่เป็เลย ไม่สิ! แม้แต่ฆ่าพวกมันผมยังไม่กล้าทำเลย ปัง! ปัง! ตูม! พวกมันพังประตูเข้ามาได้แล้ว ผมกับคัทรีบเข้าไปหลบในตู้ใหญ่ ในนี้มีศพของนายตำรวจยิงตัวตาย ส่งกลิ่นเหม็นมาก แต่เราก็ต้องทนเพื่อความอยู่รอด ได้แต่ภาวนาว่ามันจะไม่เห็นเรา อะไรก็ตามที่ผ่านประตูนั่นมา ผมฉุกคิดขึ้นได้ทันทีรู้สึกโชคดีที่มีศพกลิ่นเหม็นเน่าอยู่ในนี้ เพราะผมเคยดูหนังมา พวกซอมบี้มันจะไม่สนใจกลิ่นเหม็น อย่างน้อยความโชคดีก็ยังมีในความโชคร้าย ผมรู้สึกอุ่นใจขึ้นเล็กน้อย พวกมันเดินลงไปเรื่อยเรื่อยแล้ว พวกเราจึงออกมาจากตู้ ปิดประตูขังพวกมันแล้วรีบขึ้นไปทันที ข้างบนไม่มีพวกมันแล้ว คัทนำเสื้อคลุมปกร่างพ่อของเธอไว้ และกอดเป็ครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทาง เราเตรียมของใส่รถตำรวจ ก่อนออกเดินทางสู่ชนบท
17.30น.เราเดินทางมาเกือบจะถึงแล้ว ผมติดต่อมีอาได้แล้ว เธอปลอดภัยดี อยู่กับวาเนสซาและดรอย ตอนนี้เธอออกจากตัวเมืองแล้ว เธอกำลังขึ้นไปหัวเมือง และจะรอผมอยู่ที่นั่น เพราะที่นั่นมีค่ายกักกันอยู่ มีผู้คนอยู่มากในบริเวณนั้น ทหาร และกลุ่มคนติดอาวุธ ยังคุยไม่ทันจบ สัญญาณก็ตัดไป เรามาถึงชนบทแล้ว มันเงียบผิดปกติ มีซากศพ แต่ไม่มาก ส่วนมากจะเป็ศพของคนฆ่าตัวตาย ไม่มีพวกซอมบี้ที่นี่ หรือพวกมันไปในเมืองกันหมดแล้ว ผมตรงไปที่บ้านของพ่อและแม่ ใจหนึ่งผมก็กลัวที่จะรับความจริงไม่ได้ ใจหนึ่งก็ดีใจที่มาถึง ผมเปิดประตูรั้วออก ความจริงปรากฏ