“ปกติไม่นิด” เธอพูดย้อน จนอีกฝ่ายชะงักนิ่งไป แล้วพยักหน้ายอมเดินกลับโต๊ะทำงานแต่โดยดี ปล่อยให้รมิตาจัดการกับงานตรงหน้าโดยไม่เข้าไปวุ่นวาย
นคินทร์ชำเลืองมองเธอเป็ระยะ แล้วเผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้านิ่วจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า ไม่นานนักเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นทำให้นคินทร์เลื่อนสายตาไปยังคนที่เดินตรงดิ่งเข้ามา
“นุวัตร มีอะไร” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถาม ก่อนที่ชายหนุ่มจะค้อมตัวเล็กน้อย แล้วนำห่อเอกสารสีขุ่นเดินมายื่นให้เ้านายด้วยท่าทางอ่อนน้อม
“คุณศิวกรให้ผม นำตัวอย่างการ์ดงานแต่งมาให้คุณนคินทร์และคุณรมิตาเลือกครับ” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงหันมายังนคินทร์ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ เปิดซอง แล้วหยิบตัวอย่างการ์ดแต่งงานลายน่ารักขึ้นมา พลันหันไปหาหญิงสาวแล้วเอ่ยเรียกเธอ
“มิตา...มาเลือกการ์ดงานแต่งของเรากัน” นุวัตรได้ยินน้ำเสียงอบอุ่นของเ้านาย จึงถอยห่างออกไป ปล่อยให้หญิงสาวเดินเข้ามา แล้วย่อตัวลงนั่ง
ทั้งสองนั่งเลือกการ์ดงานแต่งกันด้วยความตั้งใจ โดยที่รอยยิ้มของนุวัตรเผยออกมาเป็ระยะ ในตอนแรกเขาไม่เชื่อนักว่าความรักที่นคินทร์มีให้กับมิตานั้นจะเป็เื่จริง แต่ในยามนี้เขาเชื่อสนิทใจว่าเ้านายของเขานั้น ได้ตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เข้าแล้วจริง ๆ
“มิตาชอบลายไหน” หญิงสาวแย้มยิ้มแล้วหยิบการ์ดงานแต่งสีชมพูเคลือบทอง ดูเรียบหรูและสะอาดตา ซึ่งเป็ใบเดียวกับที่นคินทร์ชอบเช่นกัน
“มิตาชอบใบนี้ค่ะ พี่คินทร์ล่ะคะ” เธอเอ่ยถาม พร้อมกับชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบการ์ดใบนั้นยื่นให้กับนุวัตร
“ตกลงฉันกับมิตาเลือกใบนี้”
“ได้ครับ ผมจะรีบไปรายงานกับคุณศิวกรทันที” เขาพูดจบจึงเก็บการ์ดทั้งหมดแล้วหันตัวเดินออกจากห้องไป พร้อมกับร่างของนคินทร์เดินมา แล้วดึงร่างเล็กของรมิตาเข้าหาตัว สายตาคมจับจ้องมองตรงไปั์ตาของหญิงสาว
“เด็กน้อยของพี่ ได้บอกเื่นี้กับคุณวิพาหรือยัง” เขาเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มของรมิตาจะเผยออกมา
“พี่คินทร์ให้ปิดเป็ความลับไม่ใช่เหรอคะ เวลานี้มิตาเลี่ยงที่จะคุยกับพี่วิพาค่ะ แต่หลังจากแต่งงานแล้วมิตาคงไม่อาจปิดเื่ทั้งหมดได้ คงต้องบอกความจริงกับเธอค่ะ และยิ่งตอนนี้มิตาเองก็คิดถึงหลานใจจะขาด อยากเห็นหน้าแล้วค่ะ” คำพูดของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มเบี่ยงตัวเดินไปนั่งนิ่งยังโซฟา
“ครอบครัวของคุณวิพามีความสุขมากเลยใช่ไหม” น้ำเสียงขุ่นเอ่ยขึ้นอย่างลืมตัว ก่อนที่สองเท้าของหญิงสาวจะเดินตามไปนั่งด้านข้าง แล้วจับมือเขามาแนบแก้มเหมือนเช่นเคย
“พี่วิพามีความสุขมากค่ะ พี่โยธินดูแลพี่สาวของมิตาได้เป็อย่างดี เมื่อก่อนมิตาเคยคิดว่า จะมีใครโชคดีเท่าพี่สาวของมิตาอีกไหม ที่ได้สามีแสนดีแบบนั้น แต่ตอนนี้มิตารู้แล้วค่ะว่ายังมีพี่คินทร์ที่แสนดีไม่แพ้พี่เขยของมิตาเลย...ถ้าพี่วิพาได้รู้จักกับพี่คินทร์พี่วิพาต้องดีใจมากแน่ ๆ ค่ะ” รมิตาพูดพร้อมยังเขากุมมือเขาแน่นเหมือนอย่างเคย ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อหันไปเห็นสายตาบางอย่างของนคินทร์ที่เผลอแสดงออกมา
“พี่คินทร์เป็อะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” คำถามของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มได้สติกลับมา แล้วปั้นหน้ายิ้มในทันที
“เปล่าหรอก พี่ไม่ได้เป็อะไร เพียงแค่พี่เองก็อยากให้คุณวิพารู้แล้วเหมือนกัน ว่าพี่กำลังจะแต่งงานกับน้องสาวของเธอ หวังว่าเธอจะดีใจเหมือนอย่างที่มิตาหวังไว้” ภายใต้คำพูดของเขา รมิตารู้สึกเสียวสันหลังวาบ ไม่รู้ทำไมสายตาอ่อนโยนของเขาดูเปลี่ยนไป
หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ต่อมา ณ ประเทศออสเตรเลีย โยธินได้รับสายจากทางบ้าน เขาคุยโทรศัพท์อยู่นานพอควร ก่อนก้าวเท้ากลับมา พร้อมทำสีหน้าไม่สู้ดีเดินตรงมายังภรรยาที่กำลังกล่อมลูกน้อยนอนหลับ
“มีอะไรเหรอคะ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น” รวิพาเอ่ยถามโยธินด้วยความแปลกใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะย่อตัวลงนั่ง พลันทอดสายตามายังภรรยาของเขา
“คุณพ่อโทรมาบอกว่า คุณลุงกำลังแจกการ์ดงานแต่งของนคินทร์” รวิพาได้ยินดังนั้นจึงชะงักนิ่งไป เขาลืมเธอได้ง่ายกว่าที่เธอคิด แต่ใจหนึ่งก็รู้สึกดี ที่นคินทร์ไม่ต้องทนทรมานกับความผิดของเธอ ที่เคยทำกับเขาในอดีต ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา
“ก็น่ายินดีไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ”
“พี่คงไม่มีหน้าไปงานของนคินทร์ พี่รู้ว่าผิดที่เคยทำอะไรกับเขาไว้ วิพารู้ไหม จนถึงตอนนี้ทางบ้านพี่ยังไม่มีใครรู้เลยว่าพี่กับนคินทร์โกรธกันด้วยเื่อะไร เพราะเขาไม่เคยพูดถึงความเลวของพี่ให้ใครฟัง”
“อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ” รวิพารีบจับตัวเขาแล้วเอ่ยเตือน
“เราสองคนไม่ได้ฆ่าใครตายนะคะ พี่จะเลวได้ยังไง เพียงแต่ความรักมันบังคับกันไม่ได้ วิพารู้ค่ะว่าพี่โยธินรู้สึกผิดต่อคินทร์ จึงไม่ยอมกลับไทยและตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ถ้าพี่โยธินไม่อยากไปงานแต่งงานของเขา พี่โยธินก็ไม่ต้องไปค่ะ เราอยู่ในที่ของเรา เขาอยู่ในที่ของเขา เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้” โยธินได้ยินดังนั้นจึงดึงร่างของหญิงสาวเข้ามาสวมกอด ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วค่อย ๆ ปล่อยร่างเล็กออก