บทที่ 33 พระเอกมักจะมาทีหลัง (รีไรต์)
“ไสหัวไป!”
เสิ่นชิงพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากผู้ชายท่าทางลามกที่ดึงเธอไว้ ก่อนจะคว้าแจกันขึ้นมาทุบลงกับพื้น
“เพล้ง!”
แจกันแตกกระจาย เศษกระเบื้องกระเด็นไปทั่ว
เสิ่นชิงกำเศษแจกันไว้แน่น ปลายแหลมคมจ่อไปรอบ ๆ ดวงตาฉายแววเย็นยะเยือกน่ากลัว “ใครหน้าไหนที่มันกล้าแตะต้องฉัน!”
บรรยากาศที่ร้อนรุ่มพลันเยือกเย็นลงทันที ไม่มีใครคาดคิดว่าเสิ่นชิงจะไม่ไว้หน้าพวกเขาขนาดนี้
“โธ่! คุณเสิ่น พวกเราก็แค่อยากชวนคุณมาดื่มด้วยกัน ไม่เห็นต้องลงไม้ลงมือขนาดนี้เลย ถ้าคนอื่นรู้เข้า คงคิดว่าพวกเราตั้งใจรังแกคุณ” ชายหนุ่มผู้สวมนาฬิกาข้อมือโรเล็กซ์รุ่น Green Submariner ตบเบาะข้าง ๆ ตัวเองอย่างแผ่วเบา “มานี่ มา มานั่งตรงนี้”
แม้จะทำท่าทางเป็นมิตร ทว่าความปรารถนาอย่างหื่นกระหายในแววตาของเขากลับปิดไว้ไม่มิด
เสิ่นชิงไม่ขยับเขยื้อน ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
เธอจ้องมองนาฬิกาแขวนบนผนัง คำนวณเวลาอยู่ในใจ
เฉียวเทียนเอินน่าจะใกล้ถึงแล้ว เธอแค่ถ่วงเวลาอีกหน่อยก็พอ
เสิ่นชิงพยายามตั้งสติ จ้องผู้ชายที่กำลังทักทายเธอ “ลุงไห่คะ อายุขนาดนี้แล้ว ยังออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้อยู่อีกเหรอคะ? คุณป้ารู้หรือเปล่าคะ”
ตอนเสิ่นชิงยังเด็ก คุณปู่เฉียวรักและเอ็นดูเธอมาก แม้กระทั่งตอนพูดคุยเรื่องธุรกิจก็ยังอุ้มเธอไว้ ดังนั้นสปอนเซอร์บางคนที่อยู่ตรงนี้ ล้วนเป็นคนที่เธอเคยพบหน้ามาก่อน ลุงไห่ที่อยู่ตรงหน้าเคยอุ้มเธอด้วยซ้ำ
แววตาของเสิ่นชิงเย้ยหยัน พลางคิดว่า ‘พวกผู้ชายแก่ ๆ ช่างไร้ยางอายจริง ๆ’
ใบหน้าของลุงไห่แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะกัดฟันพูดว่า “นี่คุณเสิ่น คุณเรียกใครว่าลุง? อย่ามาอ้างเป็นญาติกันมั่ว ๆ แบบนี้สิ จำคนผิดแล้วมั้ง”
เสิ่นชิงแสยะยิ้มเบา ๆ เหอะ ยังมีหน้ามาแสร้งทำเป็นจำไม่ได้อีก? เธอดูถูกความหน้าด้านของคนพวกนี้แล้วสินะ
พริตตี้สาวสวยข้าง ๆ ยิ้มอย่างมีเลศนัย “คุณเสิ่น ทำไมถึงไร้มารยาทแบบนี้ล่ะคะ? พวกท่านแค่อยากชวนคุณดื่มเหล้าดี ๆ ทำไมถึงพูดจาไม่น่ารักแบบนี้ล่ะคะ?”
พูดจบ พริตตี้สาวสวยก็ปรายตามองเสิ่นชิง “คุณก็เป็นแค่ผู้หญิงหากินเหมือนกัน ทำไมถึงทำเป็นสูงส่งนักล่ะ”
พริตตี้คนอื่น ๆ ก็เริ่มพูดเสริม “นั่นสิ คนบางคนก็ตกต่ำถึงขั้นต้องไปโกยขี้หมู ทั้งที่ตัวเองก็เคยเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลเฉียว เป็นแค่หงส์ตกยาก ยังไงก็สู้ไก่ไม่ได้หรอก”
ภายในห้องควบคุม เฉียวอวี้เหอมองดูทุกคนรุมด่าเสิ่นชิง มุมปากของเธอเผยรอยยิ้มสะใจ
เธอพูดกับผู้ช่วยข้างกายว่า “จับตาดูให้ดี พอถึงเวลาที่เหมาะสมก็เริ่มแผนการของเราได้”
ผู้ช่วยพยักหน้ารับ “รับทราบค่ะ!”
เฉียวอวี้เหอพ่นควันบุหรี่ออกมา ดวงตาพร่ามัวทว่าแฝงไปด้วยความยินดี พลางถามด้วยน้ำเสียงเคลิบเคลิ้มว่า “จริงสิ แล้วเรื่องของเฉียวเทียนเอินล่ะ จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?”
ผู้ช่วยตอบกลับ“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
เฉียวอวี้เหอยกยิ้มมุมปาก “ดีมาก”
ทันทีที่เฉียวเทียนเอินได้รับข่าวว่าเสิ่นชิงเดินทางมาถึงโรงแรมแล้ว เขาก็รีบขับรถออกไปในทันที เขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าเฉียวอวี้เหอกำลังวางแผนอะไรอยู่
ในช่วงเวลาที่ตึงเครียด ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในการแย่งชิงเฉียวกรุ๊ป เขาจำเป็นต้องจับตาดูทุกการกระทำของเฉียวอวี้เหอเอาไว้ให้ดี
เฉียวเทียนเอินขับรถเบนท์ลีย์คู่ใจอย่างมั่นคง ทันใดนั้นก็มีเด็กตัวผอมบางวิ่งตัดหน้ารถออกมาจากข้างทาง เด็กคนนั้นยืนขวางเส้นทางการขับรถของเขาพอดี
“อันตราย!”
เฉียวเทียนเอินตะโกนเสียงดัง พร้อมกับกดแตรและเหยียบเบรกทันที
“เอี๊ยด!”
หลังจากเสียงเบรกดังขึ้นอย่างเร่งรีบ เด็กน้อยก็ล้มลงกับพื้น
ความเร็วในการขับรถของเฉียวเทียนเอินไม่ได้เร็วมาก เขาเหยียบเบรกแต่เนิ่น ๆ ตามหลักแล้วไม่น่าจะชนได้
แต่เด็กคนนั้นก็ยังกอดขาและกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวดบนถนน ผู้คนรอบข้างเห็นว่าเกิดอุบัติเหตุ จึงรีบวิ่งเข้ามามุงดู
ตำรวจจราจรก็มาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว และขอให้เฉียวเทียนเอินลงจากรถเพื่อรับการตรวจสอบ
เฉียวเทียนเอินไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขารู้ว่าตอนนี้ไม่สามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้ในเร็ว ๆ นี้ จึงรีบโทรหาเสิ่นชิง แต่กลับพบว่าโทรศัพท์แจ้งว่าผู้ใช้อยู่นอกพื้นที่ให้บริการ
ตอนนี้ เสิ่นชิงกำลังถือเศษแจกันที่แตก และยืนเผชิญหน้ากับคนในที่เกิดเหตุอย่างตึงเครียด
ภายในห้องส่วนตัว มีอันธพาลหลายคนที่ปลอมตัวเป็นสปอนเซอร์ พวกเขาเป็นคนที่เฉียวอวี้เหอจ้างมา
พวกเขาเห็นบรรยากาศในที่เกิดเหตุตึงเครียด จึงสบตากันแวบหนึ่ง แล้วเดินเข้าหาเสิ่นชิงด้วยสีหน้าลามก
“มาเถอะคุณเสิ่น อย่ายืนแข็งทื่ออยู่ตรงนี้เลย มาดื่มสักสองแก้ว แล้วคุยเรื่องการลงทุนกันดีกว่า”
พูดจบ คนหนึ่งก็จะเอื้อมมือจะโอบเอวของเสิ่นชิง อีกคนหนึ่งเอื้อมมือไปใต้กระโปรงของเธอ
สายตาของพวกเขาจ้องมองเสิ่นชิงหื่นกระหาย ราวกับอยากปลดเปลื้องเสื้อผ้าของหญิงสาวตรงหน้าแทบขาดใจ
“ไปให้พ้น!”
เสิ่นชิงเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง ผลักแจกันดอกไม้ใบใหญ่สูงครึ่งเมตรที่อยู่ข้างตัวลงมา แจกันใบนั้นหนักมากจึงไม่แตก แต่กลิ้งไปหาอันธพาลทั้งสองแทน
เสิ่นชิงมองนาฬิกาบนผนัง รู้สึกกังวลใจ ป่านนี้แล้วทำไมเฉียวเทียนเอินยังไม่มาอีก?
เฉียวเทียนเอินอยู่ห่างจากที่นี่แค่ 10 นาที ตามหลักควรจะมาถึงนานแล้ว
ถ้าเฉียวเทียนเอินอยู่ด้วย ต่อให้พวกนี้มีความกล้าสิบเท่าก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามแน่
อันธพาลคนหนึ่งเหยียบแจกันที่กลิ้งมาไว้ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยเยาะเย้ย
“ฉันจะบอกความจริงให้นะ วันนี้คืองานเลี้ยงต้อนรับเธอ เธอหนีไม่พ้นหรอก รีบเชื่อฟัง แล้วมานั่งให้เรียบร้อยดีกว่า ถ้าทำให้พวกฉันโมโหขึ้นมา อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน”
อันธพาลคนหนึ่งเขย่าขวดแชมเปญ แล้วเล็งไปที่เสิ่นชิง ก่อนจะเปิดมันออกด้วยเสียงดังสนั่น
เสิ่นชิงหลบไม่ทัน แชมเปญที่ผสมฟองอากาศจึงกระเซ็นโดนตัวเธอเต็ม ๆ ปลายผมและหน้าอกก็เปื้อนฟองสีขาว
ฟองไหลมาตามลำคอระหงศ์ของเสิ่นชิงลามไปถึงหน้าอก ดูเย้ายวนยากอธิบาย
ภาพงดงามตรงหน้า ทำให้ผู้ชายหลายคนในที่นั้นกลืนน้ำลายลงคอ
แชมเปญขวดนั้นถูกผสม ‘อะไรบางอย่าง’ เอาไว้ นอกจากกลิ่นแชมเปญและแอลกอฮอล์ที่ฟุ้งกระจายลอยไปทั่วอากาศแล้ว ทั้งยังมีกลิ่นยาปลุกเซ็กส์ ทำให้บรรยากาศรอบข้างพลุ่งพล่านขึ้นอีก
เสิ่นชิงโดนแชมเปญสาดใส่ทั้งตัว ไม่เพียงแต่ไม่น่าเกลียด กลับยิ่งเย้ายวนใจ
“หึ ๆ เหล้าอยู่บนตัวคุณเสิ่นหมดแล้ว ใครอยากดื่มก็เชิญตามสบายเลยครับ” อันธพาลร้องตะโกน ก่อนจะพุ่งเข้าหาเสิ่นชิงเป็นคนแรก
ในตอนนี้ เสิ่นชิงเหมือนเค้กก้อนโตแสนหวาน ทุกคนต่างอยากลองลิ้มรสชาติ
หัวใจของเสิ่นชิงเย็นวาบ ดวงตาฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอไม่คิดว่าเฉียวเทียนเอินจะทิ้งเธอไปแบบนี้ และไม่คิดว่าคนพวกนี้จะไร้กฎเกณฑ์ได้ถึงเพียงนี้
ท่ามกลางกลุ่มมือที่หยาบกร้านและสกปรกกำลังจะฉุดร่างของเสิ่นชิงลงสู่ห้วงเหวแห่งความมืดมิด เสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น ประตูถูกถีบกระเด็นออกอย่างรุนแรง
“โอ้โห ที่นี่ครึกครื้นกันจังเลยนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเกียจคร้าน ทว่าคุ้นเคยดังเล็ดลอดมาจากทางเข้า
เสิ่นชิงหันขวับไปมอง พบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมดุจธารน้ำแข็งที่มองตรงมาที่เธอ
ลู่เย่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง ปากคาบบุหรี่ มุมปากยกขึ้นเล็ก ๆ คล้ายรอยยิ้มแต่ก็ไม่เชิง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องโถงเบื้องหน้า ท่าทางผ่อนคลายราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่โต บอดี้การ์ดร่างยักษ์เกือบสิบคนยืนจังก้ามองอย่างดุดันอยู่ด้านหลัง
ประตูเพิ่งถูกเปิดออก ลู่เย่ก็ได้กลิ่นหอมหวานจาง ๆ ลอยแตะจมูก เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ไปเปิดหน้าต่างทุกบานเเดี๋ยวนี้ ที่นี่ร้อนเกินไปแล้ว”
สิ้นคำสั่ง บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ขยับตัวพร้อมเพรียง เปิดหน้าต่างทุกบานออกจนหมด
ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาภายในห้อง พัดพากลิ่นหอมเย้ายวนภายในห้องให้จางหายไป ทำให้สติของทุกคนกลับคืนมาบ้าง
เสิ่นชิงจ้องลู่เย่อย่างเหม่อลอย
เขามาที่นี่ได้ยังไง?