ตอนที่ 39
ฟาร์ม(5)(จบการฟาร์ม)
“เมล็ดพันธุ์ชุดเกราะ? ไหนลองใช้ดูหน่อยสิว่าเป็นยังไง”
กลุ่มก้อนพลังงานได้ปกคลุมไปทั่วร่างของบอสเขาลองนับในใจว่ามันใช้เวลาเท่าไหร่ ประมาณ 3 - 4วินาทีร่างกายของเขาก็ถูกเกราะปกคลุม ชุดเกราะตัวนี้คล้ายกับชุดเกราะอัศวินมังกรในส่วนข้อต่อของร่างกายนั้นจะมีเกล็ดอ่อนปกคลุมเอาไว้อยู่ซึ่งมันเป็นส่วนที่มีการป้องกันอ่อนที่สุดด้วย
แต่มันก็ดีกว่าเกราะหมาป่าสีเงินอยู่หลายเท่าเพราะมันอยู่ในคนละระดับแถมชุดเกราะอันนี้ก็เป็นถึงเมล็ดพันธุ์อีกด้วยส่วนที่บอสชอบก็คือผ้าคลุมของตัวเกราะที่มีสีดำมันเข้ากับตัวเกราะที่มีสีเหล็กมากตัวผ้าคลุมนั้นมีคุณสมบัติป้องกันไฟสูงมากนับว่ามีประโยชน์มากเวลาเจอกับมอนสเตอร์ธาตุไฟ
ถึงแม้ว่าบอสจะมีเมล็ดพันธุ์เกราะแล้วเขาก็ต้องสร้างเกราะออกมาใช้อยู่ดีการป้องกัน 2 ชั้นดีกว่าชั้นเดียวแน่นอนอยู่แล้ว เขาตัดสินใจสร้างชุดเกราะเทียร์ 1ที่ได้รับมาจากการเรียนรู้ซากของไฟเยอร์เดรกรอบนี้จะไม่มีใครมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกภายในเมืองหลวงอีกแค่รูปร่างภายนอกก็เท่มากแล้วมันเป็นเกราะที่ไม่มีขายเพราะเขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยระบบหากจะลอกเลียนแบบเอาไปทำขายก็ลอกเลียนแบบได้แค่ภายนอกแต่ประสิทธิภาพนั้นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้แน่นอน
หลังจากนั้นบอสก็เข้าไปในเทือกเขาอสูรแล้วไล่ฆ่าพวกมอนสเตอร์อย่างบ้าคลั่งตลอดทั้งวันอย่างไม่หยุดหย่อน
.....
วันต่อมา
ณสถานที่แห่งหนึ่งในพื้นที่ระดับ 1 (ดาวเคราะห์ระดับ 1)
มีกลุ่มมอนสเตอร์กำลังนั่งล้อมวงกันอยู่ตรงกลางวงมีโลงศพหินตั้งเอาไว้อยู่ ที่ฝาโลงมีหิน 7 สีจำนวนนับสิบถูกวางเอาไว้ในรูมีรูที่ไม่มีหินเหลืออยู่เพียง 2 รูมอนสเตอร์ที่นั่งล้อมวงอยู่นี้ล้วนอยู่ในระดับจักรพรรดิ 3ดาวทั้งหมดแต่พวกมันก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าระดับจักรพรรดิ 3 ดาวทั่วไปหากให้เปรียบเทียบกับระดับที่แท้จริงแล้วพวกมันอยู่ในระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุดนั่นเอง
“อีกนิดเดียวเท่านั้น! หากท่านผู้นี้ตื่นขึ้นเราจะถูกปลดปล่อยจากผนึกนี่เสียที!”แมทเทอเรียลล่าว
“....”มอนสเตอร์ตนอื่นไม่ได้กล่าวอะไรออกมาพวกมันเพียงหลับตารอฟังข่าวดีจากลูกน้องของมันเท่านั้นหากไม่มีผลประโยชน์เรื่องการปลดผนึกพื้นที่แห่งนี้เพื่อเอาพลังที่แท้จริงของพวกมันกลับคืนมาแล้วละก็พวกมันไม่อยากได้ยินเสียงของกันและกันเลยด้วยซ้ำ
ตึม! ตึม! ตึม!
เสียงบางอย่างที่มีขนาดใหญ่เดินเข้ามาภายในปรากฏเงาที่คล้ายกับมังกรมีไอทมิฬแผ่ออกมาจากเงานั้น
“พวกเจ้าทุกคนข้ามีเรื่องจะบอกกล่าวให้ฟัง”อันเดตเดรกกล่าว
“พูดออกมา!”ชาโดว์กล่าว
“มีหินผนึกอยู่1 ก้อนถูกฝังเอาไว้ในสุสานของราชันผีดิบ”
“เหตุใดเจ้าถึงไม่ส่งคนไปเอามันมาเล่า? หรือคนของเจ้าไม่มีความสามารถ?”วิหคเพลิงกล่าว
“หึ! เจ้าลองเข้าไปถามผู้พิทักษ์สุสานระดับตำนานให้ข้าประจักษ์ได้หรือไม่ข้าอยากเห็นผู้มีความสามารถยิ่งนัก!”อันเดตเดรกกล่าว
มอนสเตอร์ทุกคนลืมตาขึ้นมาพร้อมกันแล้วมองไปอันเดตเดรกด้วยความสนใจ
“เจ้าว่าอย่างไรนะ? มีผู้เข้าสู่ระดับตำนานอยู่ด้วยงั้นรึ?”เอลเดอร์ลอร์ดถาม
“ข้าพูดจริงข้ามาที่นี่เพื่อหารือกับพวกเจ้าเรื่องนี้”อันเดตเดรกกล่าว
จากนั้นมันก็อ้าปากแล้วนำก้อนหินที่มี7 สีออกมา 1 ก้อน
“เมื่อวานข้าได้ยินมาว่าเมื่อวานลูกน้องของไอ้ตัวมีความสามารถถูกมนุษย์ฆ่าแล้วนำหินผนึกไปด้วย1 ก้อน โชคดีที่ข้าไปเจอกับมนุษย์ผู้นั้นแล้วแย่งชิงมันมาได้เสียดายที่ฆ่ามันไม่ได้แต่อย่างน้อยข้าก็ได้มันมา”อันเดตเดรกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูถูก
มอนสเตอร์นักบวชแห่งความตายรับหิน7 สีมาจากอันเดตเดรกแล้วนำหินไปใส่ในรูของบนโลงศพ
แก๊ก~~!!! วิ้งงง!!!!
วงแหวนที่อยู่บนโลงศพเริ่มปะติดปะต่อกันแต่มันยังมีเส้นหนึ่งหายไปหัวใจของพวกมันทุกตัวตื่นเต้นมากอีกไม่นานพวกมันจะถูกปลดปล่อยจากพันธนาการเสียที
“แล้วตกลงพวกเจ้าจะทำอย่างไรกับหินก้อนสุดท้าย?”อันเดตเดรกถามทุกตัว
“ร่วมมือกันสังหารมันแล้วแย่งชิงมันมาเป็นอย่างไร?”นักรบปีศาจกล่าว
“เจ้าคิดว่าระดับตำนานมีเอาไว้ประดับเฉยๆงั้นรึ? สำหรับผู้ที่มีระดับนั้นพวกเราไม่ต่างอะไรจากมดปลวกเวลาเสนออันใดใช้หัวคิดเสียบ้าง”อสูรจิ้งจอกกล่าว
หลังจากนั้นพวกมอนสเตอร์ก็หารือเรื่องหินผนึกก้อนสุดท้ายร่วมกัน
......
ฝั่งทางบอส
ชิ้งง!!!!
[คุณสังหารราชสีห์ทองคำระดับจักรพรรดิ 1 ดาว]
[+37,000 ค่าประสบการณ์สะสม +13,400 ทอง]
“ป่านี่มันคลังสมบัติดีๆ นี่เองไปที่ไหนก็เจอมอนสเตอร์ระดับราชัน 3ดาวเป็นอย่างต่ำ”บอสพึมพำ
[หากคุณเพิ่มระดับไปถึง 20แล้วค่าประสบการณ์ของพื้นที่ระดับ 1 จะไม่สามารถใช้เพิ่มระดับตั้งแต่ระดับ 21ขึ้นไปได้นะคะ หากเพิ่มทุกอย่างไปจนถึงระดับ 20แล้วอย่าเสียเวลาอยู่ในพื้นที่นี้อีกต่อไป ไปล่าในพื้นที่ระดับ 2 ต่อเลยจะดีกว่า]
“แล้วค่าประสบการณ์ที่เหลือจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ?”บอสถาม
[คุณสามารถแปลงมันไปเป็นค่าประสบการณ์ของพื้นที่ระดับ 2ได้ แต่อัตราส่วนการแปลงอยู่ที่ 1,000 : 1 เท่านั้นนะคะบอกเลยว่าไม่คุ้มสู้ไปล่ามอนสเตอร์พื้นที่ระดับ 2 คุ้มกว่าเยอะเลย]
“หนอนน้อย ฉันขอถามเธอสักเรื่องได้ไหม?”
[ถามมาได้เลยค่ะ]
“หากมอนสเตอร์ที่นี่สามารถปลดขีดจำกัดของตนเองได้มันจะเกิดอะไรขึ้น?”
[พวกมันจะไม่มีเพดานของระดับพลังอีกต่อไปพวกมอนสเตอร์ที่มีอายุเยอะและติดอยู่ในระดับจักรพรรดิพลังจะพุ่งยานขึ้นไปจนไม่สามารถหยั่งถึงได้พื้นที่นี้จะเปิดกว้างและไม่มีขีดจำกัดของพลังอีกต่อไปพูดง่ายๆมันจะเป็นเหมือนกับโลกมนุษย์นั่นเองค่ะ]
“แล้วประตูมิติจะยังใช้ได้อยู่รึเปล่า?”
[ตราบใดที่ประตูฟังนี้ไม่ถูกทำลายก็ยังคงใช้ได้ตามปกติค่ะ]
“แล้วไอ้สิ่งที่เธอบอกว่าผนึกอ่อนและแข็งนี่มันยังไง? แล้วขึ้นอยู่กับอะไร?”
[อันนี้ขึ้นอยู่กับเวลาและความแข็งแกร่งของผนึกของผู้มาก่อนค่ะยิ่งผู้มาก่อนแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ผนึกของพวกเขายิ่งรุนแรงและทำให้มอนสเตอร์อ่อนแอลงตามไปด้วยส่วนเหตุผลที่พวกเขาผนึกพื้นที่นั้นจะแตกต่างกันออกไปไม่มีใครสามารถรู้ความคิดของคนอื่นได้ค่ะ]
บอสพยักหน้าจากนั้นเขาก็ตรวจสอบว่าค่าประสบการณ์สะสมมีเท่าไหร่แล้ว
“5ล้าน!! พระเจ้า! แถมเงินของฉันก็มีตั้งเกือบ2.6 ล้านทอง! พลังงานสะสมเองก็อยู่ที่ 1.1 ล้าน รวย!!ฉันรวยแล้ว!! ฮ่าๆๆ”
ผลจากการฟาร์มแบบไม่ได้นอนทั้งวันทั้งคืนจนถึงตอนเที่ยงวันของวันนี้ทำให้เขาสามารถเพิ่มระดับตั้งแต่ระดับ1 ไปถึงระดับ 20 ได้โดยการใช้ค่าประสบการณ์จำนวน 4.04 ล้านหน่วยของทุกอย่างใช้ค่าประสบการณ์เท่ากันหมดตอนนี้เขาเหลือเวลาล่ามอนสเตอร์อีกไม่มากเขายังลังเลอยู่ว่าจะเพิ่มระดับของตัวเองหรือเมล็ดพันธุ์สัตว์เลี้ยงก่อนดี
ปัจจุบันเขาอยู่ในระดับ12 เขาจะต้องใช้ค่าประสบการณ์ 2.4 ล้านหน่วยในการเพิ่มระดับของตนเองไปถึงระดับ 20 มันจะเหลือค่าประสบการณ์อีกจำนวน2.6 ล้าน หากใช้มันเพิ่มระดับเมล็ดพันธุ์ระดับ 1 มันจะไปถึงได้แค่ระดับ 16เท่านั้นเอง
[เก็บค่าประสบการณ์สะสมให้ได้สัก 9ล้านถึงเพิ่มระดับก็ได้ค่ะ อีกอย่างคุณเหลือเวลาอีก 1 วันกว่าๆพรุ่งนี้ค่อยกลับไปตอนสายๆก็ได้ยังไงงานวันเกิดของผู้หญิงคนนั้นก็จัดตอนค่ำคุณยังมีเวลาเตรียมตัวอีกเยอะส่วนของขวัญคุณก็สร้างอาวุธของพื้นที่ระดับ 2ระดับอัศวิน 3 ดาวให้เธอไปก็จบแล้ว]
บอสพยักหน้าจากนั้นเขาก็ออกล่าต่อ
1 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
[-2.4 ล้านค่าประสบการณ์สะสมเพื่อเพิ่มระดับ]
[ระดับของคุณเพิ่มขึ้น 12 > 20]
[คุณถึงระดับ 15 ได้รับสกิลเหยียบนภาระดับ A]
[คุณถึงระดับ 20 ได้รับแกนธาตุสายฟ้า และปลดล็อคการสร้างและแปลน Tier2 ]
[ร้านค้ามีสินค้าเทียร์ 2 ขายแล้ว]
บอสเพิ่มใช้ค่าประสบการณ์เพิ่มระดับตัวเขาเองและเกราะไปจนถึงระดับ 20แล้วส่วนเมล็ดพันธุ์สัตว์เลี้ยงอสรพิษเกล็ดม่วงไปถึงระดับ 20ได้แต่ชุดเกราะผีสิงอยู่ในระดับ 15เท่านั้นเองสาเหตุที่บอสเลือกอสรพิษเกล็ดม่วงเพราะมันเป็นสัตว์เลี้ยงระดับราชันความแข็งแกร่งโดยรวมของมันมากกว่าชุดเกราะผีสิง
“ฉันจะต้องไปบอกเรื่องพวกมอนสเตอร์กำลังพยายามทำลายผนึกกับใครดีนะ? ใครจะเชื่อเราหากเราบอกไปแม้แต่คุณหลุยเองก็น่าจะไม่เชื่อ...แต่ก็ต้องบอกพวกไอ้อเนกก่อนอย่างน้อยเราก็ได้เตือนพวกมันหากพวกมันไม่เชื่อก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”บอสพึมพำ
บอสไม่มีหลักฐานอะไรเลยนอกจากบทสนทนาของพวกมอนสเตอร์อีกอย่างใครบ้างละจะเชื่อว่าเขาเข้าใจภาษาของมอนสเตอร์? หากทำวิดีโอใส่ซับก็จะโดนหาว่าลวงโลกอีก! หนอนน้อยเขาว่าไม่ต้องสนใจคนแปลกหน้าแค่เขาทำหน้าที่ให้ดีก็พอเขาไม่สามารถช่วยเหลือทุกคนได้ดังนั้นเขาควรเลือกช่วยแค่คนใกล้ตัวก็พอ
เขาเดินทางกลับไปถึงที่โลกในตอนเที่ยงพอดีชุดเกราะระดับจักรพรรดิของเขาดึงดูดสายตาของคนรอบข้างไม่น้อยเลยเขาเหมือนกับพระเอกที่หลุดมาจากนิยายแฟนตาซีรอบนี้เขาพยักหน้าด้วยความพอใจเวลาเห็นสายตาของคนรอบข้างถึงแม้ว่าจะมีสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาอยู่บ้างก็ตาม
“กลับมาแล้วครับ!!!”บอสตะโกนเมื่อเขาถึงบ้าน
“พี่จ๋ามาแล้ว!!”บีนรีบวิ่งมาหาเขาแต่เธอก็หยุดอยู่กับที่แล้วจ้องไปที่บอสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตะลึง
‘นั่นมันชุดเกราะและอาวุธระดับจักรพรรดินี่? พี่ชายไปเอามาจากไหนกัน? ในดาวดวงนี้มันไม่มีใครสามารถสร้างมันออกมาได้ไม่เหรอ?’บีนกล่าวในใจ
“เป็นไงชุดเกราะของพี่เท่ใช่ไหม? พี่สร้างมันด้วยตัวเองเลยนะ!ออกแบบเองด้วย ในอนาคตเดี๋ยวพี่จะสร้างชุดเกราะให้เฟรนด์สักชุดนะ”บอสกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
‘เขาสร้างมันด้วยตัวเอง? บ้าไปแล้วอายุแค่ 21กลับสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ ศักยภาพของเขาไม่แพ้คนจากดาวหลักเลยนะ อีก 5ปีเขาจะต้องสร้างอาวุธระดับครึ่งเทพได้แน่!!’
บีนเริ่มสงสัยในตัวของพี่ชายของเธอแล้วว่าเขาเป็นใครกันแน่เธอจำได้ว่าเหรียญตราระดับฟ้านั้นบ่งบอกว่าเขาสร้างอาวุธระดับอัศวินได้นั่นก็หมายความว่าพี่ชายของเธอปิดบังความสามารถเอาไว้นั่นเอง! เธอจำได้ว่ามีคนลอบสังหารพี่ชายของเธอเพียงเพราะเขาสามารถสร้างอุปกรณ์ระดับอัศวินได้หากพวกนั้นรู้ว่าเขาสามารถสร้างระดับจักรพรรดิได้ต้องยกโคตรมาเพื่อฆ่าพี่ชายของเธอแน่นอน
‘เราจะต้องปกป้องเขา! ต้องสั่งให้คนมาคอยคุ้มกันเขาเอาไว้!’บีนกล่าวในใจ
บีนปรับอารมณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้วกระโดดกอดพี่ชายของเธอพร้อมกล่าว
“พี่จ๋าของหนูเก่งจังเลย!!”
“แน่นอนอยู่แล้ว!! จริงสิพี่เอาเนื้อพวกเผ่ามังกรมาด้วยเรามากินด้วยกันเถอะ!”บอสกล่าว
(เผ่ามังกรหมายถึง เดรก(Drake) ไวเวิร์น(wyvern)
โดยปกติแล้วพวกเดรกจะไม่มีปีกแต่ผมดันให้ปีกมันมาด้วยขออภัยด้วยนะครับT^T)
“เย้!!”บีนทำท่าดีใจเหมือนกับเด็กสาว
“แล้วแม่ละ?”บอสถาม
“ตอนนี้แม่กำลังนั่งคุยโทรศัพท์ในห้องนอนค่ะ”
“อ้อ!”
บอสเดินเข้าไปภายในห้องแล้วทำการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเขานำเนื้อของไวเวิร์นมาทำอาหารกลางวันสำหรับ 3ที่ไม่นานแม่ของเขาก็เดินออกมาจากห้องนอนเพราะเธอได้กลิ่นหอมอันยั่วยวนของอาหารพออาหารเสร็จพวกเขาก็ทานอาหารร่วมกัน
........................................................................................................................