ตอนที่ 16 ซ้อนแผนโต้กลับ
“แต่ว่า…” เหนียนอิ๋งสี่เปลี่ยนเื่คุย เอ่ยต่ออีกว่า “เป็น้องอิ๋งชุนให้ข้าไปเ้าค่ะ”
“เ้าพูดเหลวไหล!” เหนียนอิ๋งชุนได้ยินเหนียนอิ๋งสี่พุ่งเป้ามาทางตน รีบหยุดน้ำตาอันจอมปลอมทันที พลางหันมาะโด่าเหนียนอิ๋งสี่ “เ้า นางแพศยาชั้นต่ำ ตัวเองทำผิดแล้วยังคิดโยนมาให้ข้าอีกหรือ”
เหนียนเกิงหรงไม่คิดว่าเหนียนอิ๋งชุนจะทำตัวไร้การศึกษาเพียงนี้ พลันขมวดคิ้วปราดสายตามาทางอันจือเหมยที่อยู่ด้านข้าง “ปกติเ้าอบรมสั่งสอนลูกอย่างไร”
ใบหน้าของอันจือเหมยแข็งทื่อ รีบก้าวมาข้างหน้าดึงเหนียนอิ๋งชุนกลับมา
เหนียนอิ๋งสี่เห็นว่าภายในห้องเงียบลงกะทันหัน จึงเอ่ยด้วยท่าทีเรียบเฉยว่า “หากมิใช่น้องอิ๋งชุนให้ข้าไปจวนซือหนานอ๋อง แล้วจะรีบมาเยี่ยมหาข้าในวันรุ่งขึ้นได้อย่างไรกันเ้าคะ”
เหนียนอิ๋งชุนตะลึงงัน ยืนแน่นิ่งกับที่กล่าวอะไรไม่ออก
อันจือเหมยใจเต้นตึกตัก รอยยิ้มบนใบหน้าเมื่อครู่ค้างเติ่งอยู่ตรงริมฝีปาก นางมองเหนียนอิ๋งสี่ที่นอนเงียบอยู่บนเตียงในขณะนี้อย่างไม่กล้าเชื่อน้อยๆ เป็คนเดียวกันแท้ๆ ไฉนกลับจากจวนซือหนานอ๋องแล้วถึงเปลี่ยนไปมากเช่นนี้
เหนียนอิ๋งสี่รู้สึกขบขันในใจ แม้ว่าทุกคนล้วนอยากประจบเอาใจผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็พระชายาซือหนานอ๋อง แต่เหนียนเกิงหรงที่มีปัญหาขัดแย้งกับบิดาของอวี๋ซูหลานอันเนื่องจากเื่การเมืองราชสำนักเมื่อหลายปีก่อน ดังนั้นต่อให้เหนียนเกิงหรงไม่ได้บอกให้คนในจวนห้ามไปมาหาสู่กับอวี๋ซูหลาน แต่เพื่อเห็นแก่หน้าของเขา ไม่มีผู้ใดกล้าไปคบค้าสมาคมกับอวี๋ซูหลานอย่างเปิดเผยเกินไป ตอนนี้เหนียนอิ๋งสี่เปิดเผยเื่นี้แล้ว เพียงแค่อยากให้เหนียนอิ๋งชุนหยุดพูดต่อหน้าเหนียนเกิงหรงเท่านั้น ในทางเดียวกันนั้นก็อยากให้อันจือเหมยสงบปากสงบคำลงหน่อย อยากจะต่อกรกับตนนั้นทำได้ แต่ขอให้พกสมองมาด้วย พวกนางอยากหาเื่ใส่ตัวก็ไม่เป็ไร แต่อย่ามาดูถูกสติปัญญาของตน
ถังฉู่ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในตู้ตกตะลึงเล็กน้อย เขาไม่อาจนำสตรีที่หน้าไม่อายเมื่อครู่คนนั้น และสตรีที่แววตาสงบโต้ตอบได้อย่างอิสระผู้นี้มาพูดเปรียบเทียบกันได้จริงๆ
ว่ากันว่าใบหน้าของสตรีเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าสภาพอากาศ เขากลับรู้สึกว่าเหนียนอิ๋งสี่ผู้นี้มีสติปัญญาเฉียบไวยิ่งกว่าการพลิกหน้าหนังสือเสียอีก
เซวียนอี้หนิงที่อยู่ใต้ผ้าห่ม มุมปากเผยรอยยิ้มที่คล้ายมีคล้ายไม่มี ปีนั้นเหนียนเกิงหรงและอวี๋เจิ้งกั๋วมีข้อพิพาทครั้งใหญ่เกี่ยวกับแผนการพัฒนาชายแดน เนื่องจากขุนนางส่วนใหญ่ในเวลานั้นเห็นด้วยกับแิของอวี๋เจิ้งกั๋ว ที่สุดแล้วฎีกาของเหนียนเกิงหรงก็ถูกปฏิเสธ ซึ่งเดิมเป็เพียงเื่เล็กๆ แต่ไม่คิดว่าเื่ที่ผ่านไปนานแล้วจะยังฝังใจเหนียนเกิงหรงอยู่ แถมยังปล่อยให้ลูกสาวตนใช้เื่นี้มาเป็เกราะป้องกันได้อีก
เหนียนอิ๋งสี่…รอยยิ้มตรงมุมปากของเซวียนอี้หนิงยิ่งมีความล้ำลึก ดูแล้วสตรีผู้นี้ไม่เพียงมีท่าทีวางเฉยเมื่อเผชิญกับวิกฤติเท่านั้น แต่ยังเป็คนที่มีความคิดละเอียดรอบคอบอีกด้วย
เื่มาถึงจุดนี้แล้ว เหนียนเกิงหรงแม้จะรู้สึกไม่สบอารมณ์เพราะนึกสงสัยว่าเหนียนอิ๋งชุนคบหากับอวี๋ซูหลานเป็การส่วนตัว แต่เนื่องจากเห็นแก่หน้าอันจือเหมยและเหนียนอิ๋งสี่ที่ยังอยู่ตรงนี้ จึงทำได้เพียงข่มความโมโหอย่างไม่เต็มใจ
อันจือเหมยย่นคิ้ว เพื่อไม่ให้เหนียนเกิงหรงสืบสาวเื่นี้อีกจนหาเื่ใส่ตัว จึงรีบหันมาทางเหนียนอิ๋งสี่เอ่ยยิ้มด้วยใบหน้าเป็มิตรว่า “เสี่ยวสี่ ที่จริงนายท่านไม่ใช่ตั้งใจมาดุว่าเ้า แค่อยากคุยกับเ้าเื่งานแต่ง”
อันเข่อสบถเสียงเย็นในใจ นัดดูตัวอีกแล้วหรือ ดูเหมือนบิดาของตนผู้นี้จะกังวลว่าตนออกเรือนไม่ได้จริงๆ ถึงได้พยายามพูดเื่แต่งงานกับตนสุดชีวิต
เหนียนเกิงหรงสบถเสียงเย็น เอ่ยต่อจากอันจือเหมยว่า “งานแต่งนี้เป็อี๋เหนียงรองเ้าขอให้เ้าอย่างยากเย็น อีกไม่กี่วันเ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม และไปพบคนพร้อมกับข้า ข้าขอเตือนเ้านะเหนียนอิ๋งสี่ หากงานแต่งครั้งนี้ถูกคนยกเลิกอีก อย่ามาว่าข้าไม่เห็นแก่ไมตรีความเป็พ่อลูก!” เอ่ยจบ ก็สะบัดแขนเสื้อออกไป
อันจือเหมยยิ้มอย่างชั่วร้ายให้เหนียนอิ๋งสี่คล้ายเพลิดเพลินกับการแสดง พลางเดินตามติดหลังเขาออกไปพร้อมกับสาวใช้
เหนียนอิ๋งชุนที่เดินออกห้องคนสุดท้ายสะบัดชุดกระโปรงผ้าไหมสีเหลืองที่เพิ่งตัดใหม่ ดวงหน้างามหวานเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและดูถูก “นางโง่ ข้าได้ยินว่าคุณชายบ้านนั้นเป็อัมพาต ถึงครานั้นเ้าต้องทำตัวดีๆ ด้วยล่ะ โบราณว่าไว้คนอัมพาตและคนโง่เป็คู่บุพเพสันนิวาสกัน ข้าคาดหวังกับคู่สร้างคู่สมนี้ยิ่งนัก!”
เหนียนอิ๋งสี่รู้สึกตลกในใจ หากการคุกคามและข่มขู่ใช้ได้ผล แม่นางเช่นข้าคงตายได้เป็ร้อยชาติแล้ว ไยต้องมาเล่นอุบายกับเ้าอยู่ตรงนี้ด้วยเล่า
ฉวยโอกาสขณะเหนียนอิ๋งชุนหันกายกำลังก้าวข้ามธรณีประตู เหนียนอิ๋งสี่เอื้อมมือหยิบหินเล็กก้อนหนึ่งออกมาจากใต้หมอน พลิกมือโยนหินเล็กกระแทกใส่ข้อเท้าของเหนียนอิ๋งชุน เมื่อเห็นอีกฝ่ายทรงตัวไม่อยู่จนล้มราบไปกับพื้น ก็เหยียดยิ้มอย่างพอใจ
ถังฉู่ที่อยู่ในตู้เห็นฉากนี้เข้าก็ตกตะลึงเล็กน้อย ตะลึงที่มีคนเอาหินแบบนี้ไปวางไว้ใต้หมอน และตะลึงที่กำลังภายในของหญิงนางนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย
ความเ็ปและความอับอายทำให้ดวงหน้าเล็กของเหนียนอิ๋งชุนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ นางพลันลุกขึ้นยืนและเหยียบธรณีประตูอย่างชิงชัง หมุนกายกลับไปด้วยความโมโห
คนก็ไปหมดแล้ว การแสดงจบลงแล้ว เหนียนอิ๋งสี่ในที่สุดก็ปิดปากได้เสียที ขณะเอื้อมมือตบแก้มที่แข็ง ก็เหยียดขาที่ขดอยู่ในผ้าห่ม ระหว่างที่ผ่อนคลาย พลันัักับขายาวอุ่นร้อนของคนผู้หนึ่ง เหนียนอิ๋งสี่ถึงนึกขึ้นได้ว่า ยังมีคนเป็ๆ ซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่มของตน