เมื่อถึงโรงพยาบาล...อลินก็ได้รับการรักษาอย่างดีจนปลอดภัยดีที่สมองไม่กระทบกระเทือนเพียงแต่ว่าหัวแตกจากการไปชนราวบันไดอย่างแรงตอนนี้พิญญาตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรเธอจะไม่ยอมให้อลินอยู่กับเขาอีกถึงแม้ชยันต์จะเป็นพ่อแท้ๆ ของเธอก็ตามหญิงสาวนั่งมองร่างเล็กนอนหลับตาพริ้มที่เตียง เธอควรจะเชื่อฟังคำแนะนำของกัลยาตั้งแต่แรกไม่อย่างนั้นอลินก็คงจะไม่เจ็บตัว
“แม่ขา...” เสียงเล็กๆเรียกทำให้พิญญาที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงตื่นขึ้น
“อลิน เป็นไงมั่งลูก”
“อลินเจ็บหัวค่ะ ตรงนี้” เด็กหญิงชี้ไปที่ส่วนหัวตรงที่หมอพันผ้าก๊อตไว้เพราะต้องเย็บแผลอยู่หลายเข็ม
“ไม่เป็นไรนะคะคนเก่ง เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว”คนเป็นแม่ฝืนยิ้มทั้งที่ข้างในใจอยากจะร้องไห้
“แล้วคุณลุงเจ้าของบ้านล่ะคะ”
“คนใจยักษ์ใจมารอย่างนั้นอลินไม่ต้องไปสนใจหรอกลูก”
แม้เด็กหญิงจะไม่เข้าใจคำที่แม่พูดแต่เธอก็ฝังใจแล้วว่าลุงเจ้าของบ้านนั้นทำร้ายแม่และเธอจากวันนี้ไปอลินคงทำใจให้เขาเข้ามาใกล้อีกไม่ได้ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของบ้านที่เธออาศัยอยู่ก็ตามที
ทางด้านชยันต์...แม้เขาจะรู้เรื่องการรักษาตัวของอลินโดยตลอดแต่ก็ไม่กล้าโผล่หน้าไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลอันที่จริงเขายังรู้สึกผิดไม่หายที่ทำให้เด็กน้อยต้องเจ็บตัวเขาไม่ได้ตั้งใจและรู้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุแต่ถ้าเขาไม่โมโหใจร้อนและทำแบบนั้นกับพิญญา เรื่องต่างๆ ก็คงไม่เกิดขึ้นเรื่องยุ่งยากทุกอย่างก็เพราะตัวของเขาเองทั้งนั้น
“นายครับ คุณสารัชมาแล้วครับ”
“งั้นเหรอ เชิญเขาเข้ามาได้เลย”ชยันต์จำเป็นต้องเก็บความเสียใจไว้แล้วเดินหน้าทำงานของตัวเองต่อ
วันนี้อยู่ดีๆ สารัชก็นัดมาพบกับเขาที่บริษัท แม้ว่าทางชยันต์จะขอตัดสินใจเรื่องการร่วมลงทุนรีสอร์ตแห่งใหม่อีกสักระยะแต่ชายหนุ่มก็พอจะเดาออกว่าสารัชมาหาเขาทำไม ก่อนหน้าเขาก็ให้คนเอาของมาให้บ้างบางทีก็ให้ลูกน้องมาถามความคืบหน้าทั้งๆที่ถ้าทางสารัชอยากจะรู้เขาก็เพียงแค่โทรกริ๊งเดียว ชยันต์เข้าใจเรื่องแบบนี้ดีเพราะลูกน้องแต่ละคนที่สารัชส่งมานั้นดูไม่น่าไว้วางใจ
“สวัสดีครับ คุณสารัช”
“อ้าว สวัสดี คุณชยันต์ เป็นไง...ดูเครียดๆ นะ”
“มีเรื่องให้คิดเยอะน่ะครับว่าแต่...คุณสารัชมาหาผมวันนี้มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าครับ”ชยันต์กล่าวโดยสุภาพพร้อมกับนั่งตรงข้ามเขาที่โซฟารับแขก
“ก็ไม่มีอะไรหรอก ผมมาถามข่าวว่าตกลงเรื่องร่วมทุนกันน่ะเป็นไงบ้างเอาจริงนะ...ผมมันคนใจร้อน อยากจะให้งานมันเสร็จๆ ไป”
“โปรเจคนี้เป็นโปรเจคใหญ่ครับ เราเลยต้องละเอียดกันหน่อยถ้ายังไงผมจะรีบแจ้งความคืบหน้าให้นะครับ”
“ผมนี่คิดไม่ผิดจริงๆ ที่เอาเงินมาลุงทุนกับบริษัทของคุณเพราะต้องทำงานละเอียดแบบนี้ใช่ไหมถึงต้องส่งคนไปสืบเรื่องกิจการของผมด้วย”
ชายหนุ่มมองฝ่ายตรงข้ามด้วยสายตานิ่งสนิทอันที่จริงเขามีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าที่มาของเงินจำนวนมากนั้นมาจากไหนกันแน่แต่ที่สารัชพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแบบเมื่อกี้ก็ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่พอใจที่ถุกขุดคุ้ย
“ผมไม่รู้ว่าคุณหมายถึงอะไรนะครับ”
“อย่างงั้นเหรอครับ ถ้างั้นผมคงเข้าใจผิดไปเอง ต้องขอโทษด้วยนะครับก็อย่างว่าแหละครับ...คนทำธุรกิจก็ย่อมต้องมีความลับทางการค้าที่ไม่อยากให้ใครรู้เก็บไว้บ้างแต่ถ้าคนนอกยังพยายามจะสืบให้ได้ ผมว่ามันก็ไม่โอเคเท่าไหร่นะ คุณชยันต์ว่าไหม”
หลังจากสารัชกับคนของเขาออกไปแล้วชยันต์ก็เรียกคนสนิทเข้ามาพบเขาย้ำกับศิรธรให้ระวังการสืบข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเงินของสารัชบางทีฝั่งนั้นอาจรู้จุดอ่อนอะไรบางอย่างของชยันต์ที่เขาสามารถนำมาต่อรองเพื่อแลกกับรีสอร์ตแห่งใหม่ได้และถ้ารีสอร์ตนั้นตกอยู่ภายใต้การครอบงำของสารัชชายหนุ่มก็เชื่อแน่ว่าอีกฝ่ายต้องทำเรื่องไม่ดีแน่ๆ
แม้สองแม่ลูกจะไปอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ชยันต์ก็ยังวนเวียนมาที่บ้านหลังเดิมเผื่อว่าหญิงสาวจะกลับมาและได้พบกันเขาอยากจะขอโทษเธอด้วยใจจริง ครั้งนี้ขอสัญญาว่าจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นพอที่เธอจะไว้ใจให้เขาดูแลเด็กน้อยต่อไปได้แต่จนแล้วจนรอดหญิงสาวก็ไม่กลับมาที่บ้านหลายวันแล้วจนกระทั่งตอนสายของวันหนึ่งชยันต์แอบแวะเข้ามาที่บ้านเหมือนเคยทำให้ครั้งนี้เขาได้พบกับพิญญาโดยบังเอิญ
“ญ่า ลูกเป็นยังไงบ้าง” เขาเรียกอลินว่าลูกอย่างเต็มปากเต็มคำโดยไม่สนใจแล้วว่าผลตรวจดีเอ็นเอจะออกมาอย่างไร ไม่สนอะไรทั้งนั้น...
“คนอย่างคุณรู้จักห่วงคนอื่นเป็นด้วยเหรอ”
“ฉันขอโทษ วันนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจ”เขาตอบเสียงอ่อยด้วยความรู้สึกผิดเต็มประตู
“ถึงอย่างนั้นฉันก็คงให้คุณดูแลยัยอลินต่อไปไม่ได้อีกแล้ว”
แม้ตอนแรกชายหนุ่มจะไม่เข้าใจความหมายแต่เมื่อเขาเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าที่อยู่ในมือของพิญญาก็พอเข้าใจได้มีแม่ที่ไหนบ้างจะยอมทนให้ลูกของตัวเองอยู่กับคนแบบเขา
“อย่าไปเลยนะพิญญา...อย่าจากฉันไปอีกเลย”
“ต่อให้คุณขอร้อง ฉันก็ทำตามไม่ได้หรอกค่ะ ฉันขอโทษที่ทำให้ทุกอย่างมันวุ่วายไปหมดต่อจากนี้ฉันจะดูแลอลินเอง เราสองแม่ลูกจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก”
“เธอจะทำอย่างนั้นได้ไงล่ะญ่าในเมื่อตัวเธอเองก็ต้องรักษาโรคมะเร็งนั่นอยู่ไม่ใช่หรือ”
“คุณรู้” หญิงสาวเอ่ยแล้วนิ่งไป
“ใช่ ฉันรู้ ตอนเธออยู่ที่โรงพยาบาลกับลูกฉันแวะมาที่นี่ทุกวันฉันเลยเจอถุงยาของเธอก็เลยรู้ว่าเธอเป็นมะเร็งแล้วฉันก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงอยากให้ฉันเลี้ยงอลินไว้ ญ่า...อย่าไปจากฉันเลยนะก่อนนี้ฉันทำผิดกับเธอและลูกมามาก ขอให้ฉันได้ชดใช้ในสิ่งที่ฉันทำพลาดไปเถอะ”
หญิงสาวทรุดลงนั่งบนโซฟาเพราะอยู่ๆ แข้งขาก็อ่อนแรงลงที่เขาพูดแบบนั้นเพราะสำนึกผิดแน่หรือหรือว่าที่ชายหนุ่มพูดออกมาก็เพื่อรั้งตัวเธอไว้ให้เป็นเรื่องระบายอารมณ์เหมือนเก่าแต่ดูจากสีหน้าและท่าทางของเขาแล้วหญิงสาวก็ทำใจให้เชื่อได้ยากว่าเขาสำนึกผิดแล้วจริงๆคนอย่างชยันต์เก็บอาการเก่งเสมอเว้นแต่ความหึงหวงในตัวเธอเท่านั้นที่เขาจะไม่ยอมเก็บงำมันเลยแม้แต่น้อย