ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 55 พวกเราจะไม่มีลูกอีกแล้ว

            ครึ่งชั่วโมงต่อมาในที่สุดตงจื่อก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กทารก

            พยาบาลอุ้มทารกน้อยผิวเหี่ยวย่นออกมาจากห้องผ่าตัด

            “ใครคือญาติของหลี่ชุ่ยเฟินคะ”

            ตงจื่อยังคงนิ่งอึ้ง

            สวีหว่านหนิงเตะเขาหนึ่งทีแล้วรีบก้าวตรงไปหาพยาบาล

            “อยู่นี่ค่ะญาติของหลี่ชุ่ยเฟินอยู่นี่”

            “คนไข้คลอดบุตรชายน้ำหนักสองจุดสี่กิโลกรัมแต่เพราะอยู่ในครรภ์แม่นานเกินไปจึงมีภาวะขาดอากาศหายใจเล็กน้อยจำเป็นต้องส่งตัวเข้าตู้อบค่ะ ตู้อบราคาแพงมากอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายวันละสองถึงสามหยวนพวกคุณต้องตัดสินใจว่าจะส่งเขาเข้าตู้อบหรือเปล่า”

            “ส่งค่ะพวกเราส่ง!” สวีหว่านหนิงตอบอย่างไม่ลังเล

            ตอนนั้นเองตงจื่อก็เดินมาเขาอ้าปากเล็กน้อยแต่ก็หุบปากลงอีกครั้งเขาอยากพูดบางอย่างแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่มองพยาบาลอุ้มลูกของเขาจากไป

            “ได้ลูกชายทำไมดูไม่ดีใจเลยล่ะ”

            ตงจื่อหน้านิ่วคิ้วขมวดเขาเขย่งเท้าชะเง้อมองประตูห้องผ่าตัดที่ปิดสนิท

            “ไม่รู้ว่าชุ่ยเฟินเป็นอย่างไรบ้าง”

            “ในเมื่อพยาบาลไม่ได้พูดถึงอาการของชุ่ยเฟินแสดงว่าเธอไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องห่วงนะ”

            ตงจื่อแย้มยิ้มที่ดูน่าเกลียดกว่าตอนร้องไห้ออกมา

            ผ่านไปอีกสองชั่วโมงกว่าในที่สุดชุ่ยเฟินก็ถูกเข็นออกจากห้องผ่าตัด

            ดวงตาสองข้างของตงจื่อเปล่งประกายทันทีเขารีบก้าวตรงไปถามอย่างร้อนใจว่า “หมอครับภรรยาของผมเป็นอย่างไรบ้างครับ”

            “ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วแต่ว่า...”

            “แต่อะไรครับ”

            “แต่การคลอดบุตรครั้งนี้ทำให้ร่างกายของเธอได้รับความเสียหายหากไม่ฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ดี เกรงว่าคงจะมีลูกยากแล้วละครับ”

            “แค่นี้หรือครับ”

            “ไม่เป็นไรครับไม่เป็นไร ถึงอย่างไรพวกเราก็คงไม่มีลูกแล้ว พวกเราจะไม่มีลูกอีกแล้ว”

            ก่อนหน้านี้เขามัวแต่ตั้งตารอการถือกำเนิดของชีวิตใหม่แต่ไม่เคยรู้เลยว่าการคลอดลูกเป็นอันตรายต่อชีวิตเช่นนี้

            เคราะห์ดีที่ทั้งแม่และลูกปลอดภัย

            สวีหว่านหนิงได้ยินคำพูดของตงจื่อแล้วประหลาดใจ

            ความคิดและค่านิยมของคนยุคนี้ยังล้าหลังมากและมักคิดว่ายิ่งมีลูกมากก็จะยิ่งมีบุญบารมี ผู้หญิงคนไหนมีลูกแค่คนเดียวมักจะถูกแม่สามีดูแคลน

            ตงจื่อคิดจากมุมมองของชุ่ยเฟินและประกาศกร้าวอย่างไม่ลังเลว่าจะไม่มีลูกอีกแล้ว ช่างหาได้ยากนัก

            ดูออกว่าเขารักและทะนุถนอมชุ่ยเฟินจากใจจริงถือเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ

            เพราะฤทธิ์ของยาทำให้ชุ่ยเฟินยังสลบไสลตงจื่อนั่งเฝ้าข้างเตียงพลางจ้องมองเธอตาไม่กะพริบ

            สวีหว่านหนิงสะกิดแผ่นหลังของเขา“ชุ่ยเฟินยังหลับอยู่ อยากไปดูลูกชายก่อนไหม”

            “ดูผมสิลืมไปเลยว่าผมมีลูกชายแล้ว!” ตงจื่อเขกหัวตัวเองหลังรู้ว่าตู้อบตั้งอยู่ที่ไหน เขาก็รีบไปหาลูกชายทันที

            เมื่อครู่เขามัวแต่ห่วงชุ่ยเฟินจึงไม่ได้สนใจอาการของลูกชาย

            ตอนนี้เมื่อเห็นลูกชายนอนอยู่ในตู้อบร้องไห้งอแงจนผิวแดงระเรื่อ แต่เขากลับอุ้มไม่ได้เขารู้สึกเหมือนมีมือล่องหนมาบีบหัวใจจนทำให้เขาหายใจไม่คล่อง

            “พยาบาลพยาบาล!” ตงจื่อเรียกพยาบาลที่เดินผ่านมา “ลูกชายผมกำลังร้องไห้ ผมขออุ้มเขาได้หรือเปล่า”

            “ไม่ได้!” พยาบาลปฏิเสธด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ลูกชายคุณจำเป็นต้องอยู่ในตู้อบสักระยะหนึ่งจนกว่าสภาพร่างกายของเขาจะแข็งแรงสมบูรณ์ดีถึงจะออกมาได้ เพื่อความแข็งแรงของลูกคุณอดทนหน่อยเถอะ”

            ตงจื่อจนปัญญาทำได้แค่เกาะกระจกมองดูลูกชายร้องไห้แล้วร้องไห้ตาม

            หลังชุ่ยเฟินฟื้นแล้วตงจื่อถึงรีบกลับไปที่ห้องคนไข้

            ร่างกายของชุ่ยเฟินยังคงอ่อนเพลียมากเธอไม่มีแรงพูด ทำได้เพียงจับมือตงจื่อไว้

            สวีหว่านหนิงออกจากห้องไปเงียบๆให้พื้นที่ส่วนตัวกับพวกเขา

            ผ่านไปสักพักตงจื่อก็ออกมาจากห้อง

            “ชุ่ยเฟินหลับไปแล้วหรือ”

            “ครับ” ตงจื่อเม้มปาก “พี่สะใภ้ ครั้งนี้ต้องขอบคุณพี่มากถ้าพี่ไม่ตัดสินใจเด็ดขาดพาชุ่ยเฟินมาส่งโรงพยาบาล และตัดสินใจให้เธอผ่าคลอดผมคงต้องเสียทั้งภรรยาและลูกไป”

            “ไม่เป็นไรความรู้สึกของเธอในตอนนั้น ฉันเข้าใจได้”

            “จริงสิครับค่ารักษาพยาบาลที่พี่ออกให้ก่อน ผมจำได้เป็นอย่างดีผมหาเงินได้เมื่อไรจะรีบคืนให้พี่ทันที”

            “ได้สิ” สวีหว่านหนิงยกมือตบไหล่เขา “ดูแลชุ่ยเฟินให้ดีฉันคงต้องกลับบ้านก่อน”

            เพราะเกิดเรื่องของชุ่ยเฟินอย่างกะทันหันวันแรกเธอจึงกลับไปที่บ้านมาหนึ่งรอบเพื่อบอกให้แม่หลินกับลูกๆ รู้ข่าวก่อนจะกลับมาเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลาสองวัน

            เธอเองก็เป็นห่วงว่าตงจื่อคนเดียวจะรับมือไม่ไหว เพราะเวลาอยู่ในช่วงคับขันคนเรามักจะขาดสติ

            เมื่อครู่ตอนเห็นภาพตงจื่อมองดูลูกชายมันทำให้เธอคิดถึงต้าชุนกับเยาเม่ย

            ในเมื่อชุ่ยเฟินปลอดภัยแล้วเธอก็ได้เวลากลับบ้านสักที

            ก่อนกลับสวีหว่านหนิงจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้ชุ่ยเฟินเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง

            หลังออกมาจากโรงพยาบาลสวีหว่านหนิงก็ตรงไปที่ตลาดมืดของตำบลเหอตง เพื่อขายของในช่องมิติจำนวนหนึ่ง

            เงินหลายร้อยหยวนที่ทวงคืนมาจากกู้จวิ้นเธอทยอยใช้ซื้อของเข้าบ้านหมดแล้ว ก่อนพี่รองจะกลับปักกิ่งเขาให้เงินเธออีกสองร้อยหยวน เธอจึงใช้มันแลกกับทองคำของหยวนซิน

            ชุ่ยเฟินเข้าโรงพยาบาลเธอจ่ายเงินค่ารักษารวมๆ แล้วเป็นร้อยหยวนเงินที่อยู่ในมือของสวีหว่านหนิงเหลือไม่มากแล้ว มันทำให้เธอไม่สบายใจ

            เพราะฉะนั้นการเอาของจากช่องมิติมาขายจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำ

            ใกล้สิ้นปีเข้ามาเต็มทีอาหารประเภทเนื้อสัตว์ขาดแคลนมาก สวีหว่านหนิงขายไก่และเป็ดสองตัว เนื้อหมูบางส่วนรวมถึงพวกแป้งข้าวเจ้าต่างๆ ได้เงินมาทั้งสิ้นหนึ่งร้อยกว่าหยวนเงินทั้งหมดที่เธอมีในปัจจุบันยังไม่ถึงห้าร้อยหยวน

            ดูท่าก่อนตรุษจีนเธอคงต้องมาที่ตลาดมืดอีกหลายครั้ง

            ฉลองตรุษจีนจำเป็นต้องซื้อของเข้าบ้านหลายอย่าง

            นี่เป็นตรุษจีนแรกหลังเธอเข้ามาในหนังสือนิยายต่อให้ไม่มีเงินเธอก็จะต้องหาเงินมาให้ได้ เธอจะต้องฉลองปีใหม่อย่างมีความสุข

            หลังเทศกาลตรุษจีนผ่านไปอากาศคงจะอบอุ่นขึ้นจากนั้นเธอก็จะต้องทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับการผลิตอาหารแปรรูป

            ก่อนการผลิตอาหารแปรรูปจะประสบความสำเร็จเงินทุนเริ่มต้นทั้งหมดคือเงินทุนของเธอเองไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับโรงงานผลิตแก้ว หรือเรื่องจิปาถะต่างๆจำนวนค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆ

            ท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้วสวีหว่านหนิงเพิ่งเสร็จธุระกลับมาที่บ้าน

            ต้าชุนกับเยาเม่ยนั่งเผามันเทศอยู่หน้าเตาเมื่อได้ยินเสียงจักรยาน สองพี่น้องก็แย่งกันวิ่งไปหาคุณแม่

            มือของต้าชุนยังถือมันเผาเอาไว้

            สวีหว่านหนิงเข้าบ้านมาก็ได้กลิ่นหอมของมันเผาทำเอาท้องของเธอส่งเสียงร้อง

            “แม่ครับแม่กินมันเผาสิครับ มันอุ่นกำลังดี ไม่ลวกมือแน่นอน”

            ต้าชุนยื่นมันเผาที่ปอกเปลือกแล้วครึ่งหัวให้กับสวีหว่านหนิงสวีหว่านหนิงกัดเข้าปากคำโต “หวานจริงๆ”

            “ในเตายังมีอีกครับผมจะไปปอกมาให้แม่อีกหัว” ใบหน้าเปื้อนเขม่าควันของต้าชุนแย้มยิ้มกว้างแม่กินมันเผาที่เขาปอกให้ มันคือความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา

            แม่หลินยังไม่เข้านอนเธอรอสวีหว่านหนิงเข้าบ้านมาก่อนแล้วจึงถามว่า “เมียตงจื่อคลอดแล้วหรือยัง”

            “ได้เด็กผู้ชายตัวอ้วนกลมมาคนหนึ่งค่ะแต่เพราะคลอดยาก ตอนนี้สองแม่ลูกจึงต้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล”

            “ไม่เป็นอะไรมากก็ดี” แม่หลินโล่งอก “ผู้หญิงเวลาคลอดลูกไม่ต่างจากการเดินผ่านประตูยมโลกแม่ว่าตระกูลหลินของเรามีต้าชุนกับเยาเม่ยสองคนก็พอแล้ว อย่ามีลูกอีกเลย”

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663