“เธอคิดจะทำอะไร ฉันเตือนเธอแล้วใช่มั้ย” เสียงทุ้มขู่ฟ่อใส่เธอทันทีที่ทั้งคู่เดินกลับออกมาจากบริเวณห้องนอน
มธุรดากลอกสายตามองอีกฝ่าย ผู้ชายตรงหน้าไร้ซึ่งมารยาททำให้มธุรดาเริ่มอยากจะกวนประสาทเขากลับบ้าง
“คุณคิดว่าฉันจะทำอะไรเหรอคะ” เธอถามกลับน้ำเสียงยียวน ใบหน้าเชิดขึ้น
ั์ตาดำถลึงมองเธออย่างเอาเื่
“ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่น” เสียงทุ้มดุดันกว่าเดิม
มือใหญ่ยกจับบ่าเล็ก มธุรดาพยายามขยับตัวออกจากการจับกุมของเขา แต่เธอสะบัดไม่หลุด หญิงสาวเริ่มกลัวเขาขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ยังคงทำใจดีสู้เสือ ร่างเล็กขยับอีกครั้งพยายามเป็อิสระจากเขา
“ฉันก็ไม่ได้คิดว่าคุณเป็เพื่อนเล่น” เธอกล่าว
มือใหญ่คลายแรงกดจากบ่าลงเล็กน้อย แซมเมอร์ยังคงนิ่งเงียบ แต่สายตากลับไม่หลุดไปจากมธุรดาเลย
“ฉันแค่นวดให้คุณลุง ไม่ได้ทำอะไรบ้าๆ อย่างที่คุณคิดหรอกนะคะ” เสียงหวานรีบเอ่ยต่อ หวังว่าเขาจะปล่อยเธอ
แซมเมอร์หรี่สายตามองมธุรดา มือยังคงจับบ่าเล็กเอาไว้ สีหน้าของเขาบอกอย่างชัดเจนว่าไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูด ั์ตาดำตวัดผละจากร่างบาง เขาหัวเราะจากลำคอ
“ทำอะไรบ้า ๆ ..”
ใบหน้าหล่อเหลายื่นเข้ามาใกล้จนมธุรดาแทบลืมหายใจ ใบหน้าหวานยังคงนิ่งไม่ถอยหนี ั์ตากลมโตจ้องเขาไม่กะพริบ แซมเมอร์กวาดมองไรผมบนใบหน้าของเธอ ไล่ลงมายังปลายจมูกเรียว หยุดอ้อยอิ่งอยู่บนริมฝีปากบางสีชมพูอมส้ม มธุรดากลืนน้ำลายอึกอย่างไม่ตั้งใจ
แซมเมอร์กระตุกรอยยิ้มมุมปาก หรี่สายตามองเธออีกครั้ง
“ถ้ามีผู้หญิงมาคร่อมฉันแบบที่เธอทำ.. อะไรบ้าๆ ก็ดูไม่บ้าเท่าไหร่หรอก” เสียงทุ้มกระชากดังขึ้น ก่อนเขาจะผลักบ่าของเธอ มธุรดาเอียงเซตามแรงผลัก แต่ก็พอจะตั้งหลักยืนได้
“น่าเสียดายที่ตาแก่นั้นคงแก่เกินไป.. ดันหลับปล่อยให้เธอรอเก้อ” เสียงทุ้มปรับเบาลง แม้จะเต็มไปด้วยการเสียดสี
ั์ตากลมชักมองเขาด้วยความไม่พอใจผสมกับความไม่เข้าใจ.. เื่ที่เขาไม่ไว้ใจเธอมันก็พอจะเข้าใจได้ แต่เื่ที่เขาพูดไม่ดีถึงคุณลุงอัลเบิร์ตทั้งที่เป็พ่อของเขานี่.. เธอไม่เข้าใจสักนิด..
มธุรดารู้สึกไม่อยากเถียงกับผู้ชายตรงหน้าอีกต่อไปเธอจึงตัดสินใจหมุนตัวกลับเพื่อเดินหนีไปจากเขา ทว่าเสียงทักท้วงของแซมเมอร์ทำให้เธอหยุดกึก
“นี่! จะไปไหน”
มธุรดากลอกตามองบนอีกครั้ง ก่อนหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา
“คุณยังพูดไม่จบเหรอคะ.. ฉันเข้าใจว่าคุณพูดจบแล้ว” คนตัวเล็กตีสีหน้าไร้เดียงสาสุดๆ แม้ว่าน้ำเสียงของเธอจะกวนประสาทอย่างจงใจ
แซมเมอร์แทบจะแยกเขี้ยวใส่หญิงสาวตรงหน้า เขาสูดลมหายใจลึก
“ฉันเตือนเธอแล้วนะ..” เสียงทุ้มขู่ฟ่อ เขาขยับเข้ามาใกล้เธออย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งรับ
ั์ตากลมเบิกโตขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงยกมือขึ้นรวบคางเล็ก มธุรดารู้สึกได้ถึงความเย็นบนฝ่ามือใหญ่ที่ััเข้ากับใบหน้าของเธอ
“ปล่อยฉันนะคะ คุณแซมเมอร์” เสียงเล็กพูดตะกุกตะกัก
ใบหน้าหล่อแสยะยิ้ม เขาชอบที่เธอเริ่มรู้สึกกลัวเกรงเขาขึ้นมาบ้างแล้ว ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอจนมธุรดาไม่กล้าหายใจ.. เธอััได้ถึงลมหายใจอุ่นจากจมูกโด่งๆ ของอีกฝ่าย คนตัวเล็กหลับตาปี๋ หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างที่เธอไม่สามารถควบคุมได้
“ถ้าเธอยังไม่เลิกยั่วพ่อฉัน..” ฝ่ามือใหญ่รวบเอวร่างบางเข้ามาติดกับเขา ั์ตากลมลืมขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่มองหน้าอกของเธออย่างละลาบละล้วง
ร่างบางแทบจะร้องกรี๊ด แต่เธอใเกินกว่าจะร้องออก!!
“คนที่จะเสียหายที่สุด..” ริมฝีปากเคลื่อนมากระซิบตรงข้างหูของมธุรดา
“คือเธอ..” เสียงทุ้มแหบนั้นทำให้เธอขนลุกซู่!
“อื้อ! ปล่อยฉันนะ ไอ้ผีหัวฟักทอง!! ” ในที่สุดเธอก็เค้นเส้นเสียงของตัวเองออกมาและะโใส่เขา
แซมเมอร์ชะงัก มือใหญ่ปล่อยร่างบาง เขาผงะออกจากมธุรดา ั์ตาดำขลับเจือปนความประหลาดใจ มธุรดาถือโอกาสที่อีกฝ่ายดูงุนงงรีบสะบัดตัวเองให้หลุดจากเขา
แซมเมอร์มองหญิงสาวตรงหน้า คิ้วดกเข้มขมวดเข้าหากัน.. ไม่เคยมีใครเรียกเขาแบบนั้นมานาน.. นานจนเขาแทบลืมมันไปแล้ว..
คนตัวเล็กไม่ใส่ใจกับอาการใของผู้ชายตรงหน้า เธอแยกเขี้ยวใส่เขา
“ไอ้บ้า ไอ้ทุเรศ! ” เธอะโด่าเขาเป็ภาษาไทย ก่อนจะหมุนตัวกลับวิ่งเข้าห้องส่วนตัวของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย..
เช้าวันต่อมา..
มธุรดาที่กำลังเดินลงจากชั้นบนของบ้านมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าทั้งแซมเมอร์และอัลเบิร์ตนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่หันมองมธุรดา อัลเบิร์ตยิ้มให้เธอและโบกมือเป็เชิงเรียกให้เธอมานั่งกับเขา.. ั์ตากลมปราดมองแซมเมอร์ ก่อนเดินไปยังโต๊ะอาหารอย่างเลี่ยงไม่ได้..
มธุรดาเพิ่งเห็นว่าวอร์เด็นนั่งอยู่กับทั้งคู่ด้วยเช่นกัน.. เบื้องหน้าของเขามีทั้งแล็ปท็อปขนาดพกพา และสมุดโน๊ตสีน้ำตาลที่ดูค่อนข้างเก่าหนาเกือบหนึ่งนิ้ว.. มธุรดาเดาว่าเขาคงใช้มันมาเป็เวลาหลายปีแล้ว..
ร่างบางเดินแวะไปยังเครื่องปิ้งขนมปัง สาวน้อยแม่บ้านที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนยิ้มกว้างและส่งขนมปังปิ้งสองแผ่นให้เธอ มธุรดากลับขอบคุณสั้นๆ ให้เธอ ก่อนจะนำขนมปังไปวางบนโต๊ะอาหาร หญิงสาวรู้สึกยังไม่อยากเผชิญหน้ากับทั้งสามคนที่นั่งอยู่ โดยเฉพาะแซมเมอร์ เธอจึงยืดเวลาให้ตัวเองอีกนิดโดยการเดินไปยังเครื่องทำกาแฟ
มธุรดาไม่รู้ตัวเลยว่าั้แ่ที่เธอปรากฏตัวขึ้น.. สายตาของแซมเมอร์จับจ้องทุกการกระทำของเธอ..
“ลุงครับ ผม้าประวัติของผู้หญิงคนนั้น” เสียงทุ้มกล่าวกับพ่อบ้านผู้ช่วยคนสนิทของพ่อด้วยสีหน้าจริงจัง.. แซมเมอร์คิดเื่นี้ทั้งคืน.. รวมถึงวิธีที่จะจัดการให้อีกฝ่ายออกไปจากชีวิตของพ่อเขาโดยเร็วที่สุด
วอร์เด็นมองหน้าชายหนุ่มที่เขาเห็นมาั้แ่เด็กจนโต พยายามกลั้นยิ้มจนแซมเมอร์นิ่วหน้ามองเขา
“นี่คุณหนูยังนึกไม่ออกอีกเหรอครับ” เสียงชายสูงวัยถามกึ่งล้อเลียน
คิ้วดกขมวดแน่นขึ้นไปอีก.. เขาไม่ตอบ ผละสายตามองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า
“ผู้หญิงคนนั้นต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่ๆ ที่มาที่นี่” แซมเมอร์กล่าวต่อ สีหน้าไม่วางใจ วอร์เด็นเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับ
“จริงครับ” เสียงแหบที่ตอบรับทำให้แซมเมอร์หันกลับมาหาเขาอีกครั้ง
วอร์เด็นมองหน้าชายหนุ่ม
“เธอมีจุดประสงค์แน่นอน” เขาพูดย้ำ แซมเมอร์เดินเข้าไปหาวอร์เด็น สีหน้าประหลาดใจที่อีกฝ่ายเห็นด้วยกับเขา ขณะเดียวกันก็รอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย.. ทว่าวอร์เด็นเองก็เงียบรอชายหนุ่มกล่าวต่อเช่นกัน
“แม่นั่นตั้งใจจะมาเกาะ‘เขา’แน่ๆ ผมไม่้าให้เธออยู่ที่นี่ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา.. แม้รู้ว่าจะขัดกับสิ่งที่พ่อของเขา้า
วอร์เด็นอ้าปากค้างเล็กน้อย สิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวทำให้ชายสูงวัยรีบทักท้วงหลานชายทันที
“ไปกันใหญ่แล้วครับคุณหนู มันไม่ใช่อย่างที่คุณหนูคิดนะครับ”
“ลุงไม่เห็นสิ่งที่ผมเห็นต่างหาก” เสียงทุ้มกล่าว
“เห็นอะไรครับ” วอร์เด็นถามอย่างประหลาดใจ
“ก็..” แซมเมอร์ทำท่าจะตอบ แต่ก็เลือกที่จะไม่เล่าให้เื่ยาวยืด
“เอาเป็ว่ามันทำให้ผมแน่ใจว่าสิ่งที่ผมคิดไม่ผิดครับ”
วอร์เด็นมีสีหน้าลำบากใจ.. ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่เขาไม่ได้เอ่ยั้แ่แรก
“ลุงไม่รู้ว่าคุณหนูเห็นอะไรมา.. แต่ลุงว่าเธอไม่น่าจะคิดอะไรแบบนั้นแน่ๆ ”
ชายสูงวัยรีบยกมือโบกไปมา พลางพยายามทำให้ชายหนุ่มใจเย็นขึ้น แซมเมอร์นิ่วหน้าทำท่าจะเถียง วอร์เด็นจึงรีบเอ่ยอธิบายต่อ
“อีกอย่างอีกไม่นานเธอก็จะกลับประเทศไทยแล้วครับ คุณหนูไม่ต้องเป็ห่วง”
คำบอกเล่านี้ทำให้แซมเมอร์สงบลงเล็กน้อย ร่างสูงดูค่อนข้างพอใจที่ได้ยินเช่นนั้น แม้จะยังไม่หยุดคลางแคลงใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ..”
วอร์เด็นยิ้มให้หลานชายพร้อมกับตบบ่าคนสูงกว่า
“คุณหนูอย่าห่วงไปเลยครับ..ไม่มีอะไรอย่างที่คุณหนูคิดหรอกครับ”
แซมเมอร์พยักหน้าให้กับวอร์เด็นเพื่อที่จะจบบทสนทนา.. แต่ภายในใจของเขารู้ดีว่าความสงสัยนั้นยังคงไม่จางหายไปไหน..
แซมเมอร์ยังคงจ้องมองมธุรดาจนอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกได้.. ั์ตากลมสบมองเขาก่อนจะค่อยๆ นั่งลงข้างวอร์เด็น.. มือเล็กเอื้อมหยิบแยมส้มและทาลงบนแผ่นขนมปังปิ้ง พลางคิดว่าอีกฝ่ายคงจับตามองเธอเพราะคิดว่าเธอจ้องจะอ่อยพ่อของเขาได้ทุกเมื่อ
มธุรดาลอบถอนหายใจ ขณะที่อัลเบิร์ตยังคงพูดคุยเื่ธุรกิจกับวอร์เด็น เขาเอ่ยเรียกแซมเมอร์เป็ครั้งคราว แซมเมอร์ตั้งใจฟังและตอบได้ทุกคำถาม แม้ว่าจะจับตามองมธุรดาอยู่ อัลเบิร์ตมองท่าทางของลูกชายด้วยความแปลกใจ
บทสนทนาดูเหมือนจะจบลงขณะที่มธุรดาเริ่มกินขนมปังแผ่นที่สองของเธอ.. แซมเมอร์ยังคงจ้องมธุรดาอยู่จนอัลเบิร์ตรู้สึกว่าลูกชายเสียมารยาท
“จะจ้องอีกนานไหม เธอไม่ได้เป็กอริลลาที่อยู่ในสวนสัตว์นะ” ประโยคจากชายสูงวัยเรียกเสียงเยาะจากแซมเมอร์ภายในเสี้ยววินาที ั์ตาคมปราดมองบิดา ก่อนจะจ้องมองมธุรดาอีกครั้ง..
“เหอะ..” ใบหน้าหล่อเหลาหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
ั์ตาดำขลับคู่นั้นตวัดมามองเธออย่างอาฆาต.. เธอรู้สึกได้แม้จะไม่ได้สบตาเขาโดยตรง
“คุณแฮร์ริส คุณกำลังหึงอยู่เหรอ” เสียงทุ้มกล่าวต่อพร้อมจ้องมองหน้าบิดาอย่างท้าทาย
นี่เขาเรียกพ่อตัวเองว่าคุณแฮร์ริสเหรอ.. แปลกชะมัด ตะวันวาดนึกในใจ กลับไปตั้งหน้าตั้งตากินขนมปังของเธอ
แซมเมอร์ลุกขึ้นยืน เขาเหลือบมองมธุรดาก่อนจะสบสายตากับอัลเบิร์ตอีกครั้ง
“ดูเหมือนฉันกับแกคงจะคุยกันดีๆ ได้แค่เื่งานจริงๆ ” ชายสูงวัยส่ายศีรษะอย่างระอาใจ ชายหนุ่มไม่สนใจ เขาหยิบเสื้อสูทสีน้ำเงินเข้มที่วางพาดบนเก้าอี้เตรียมตัวจะออกไปจากบ้าน
มธุรดารู้สึกได้ถึงสายตาพิฆาตที่ถูกส่งมาจากั์ตาดำขลับคู่นั้นอีกครั้ง
ถ้าสายตาเขาเป็มีด.. เธอคงตายสามเวลาหลังอาหาร.. หญิงสาวคิด แสร้งทำเป็ไม่รับรู้รังสีอำมหิตที่แซมเมอร์ส่งมาให้
กะอีแค่เห็นเธอนวดคุณลุง.. ท่าทางมันอาจจะส่อไปนิด.. แต่จะอะไรนักหนา.. อีตานี่ใจแคบชะมัด เธอยังคงพร่ำบ่นภายในใจโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองส่ายศีรษะไปมาอย่างไม่มีเหตุผล
“อย่าเอาเื่เอาความกับลูกชายลุงเลยนะ” อัลเบิร์ดบ่นเปราะหลังจากที่ลูกชายเดินหายลับไป
มธุรดาไม่ได้ยินที่เขากล่าว.. เธอยังคงส่ายศีรษะไปมา พูดคุยกับตัวเองในห้วงความคิด
วอร์เด็นมองหญิงสาวเล็กหน่อย ก่อนเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้น
“มีอะไรหรือเปล่าฮันนี่”
“มีค่ะ” มธุรดาตอบอย่างรวดเร็ว เธอใช้เวลาสองสามวินาที ก่อนจะมีสติรู้ทันว่าตัวเองพูดอะไรออกไป เธอยิ้มแห้งให้อัลเบิร์ตและวอร์เด็น
สาวน้อยส่ายศีรษะไปมา
“มะ.. ไม่มีแล้วค่ะ” มธุรดายังคงยิ้มอยู่ ขณะที่อัลเบิร์ตมองหน้ากับวอร์เด็น
“แน่ใจนะ? ” เสียงทุ้มของอัลเบิร์ตถามอย่างเอ็นดู หญิงสาวพยักหน้าหงึกหงัก
“ถ้างั้น.. วันนี้เราทำอะไรกันดีล่ะ” เขาเอ่ยถามเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ทำให้หญิงสาวทำท่าคิด ก่อนจะยิ้มกว้างตอบเขา
“วาดรูปกันดีมั้ยคะ” เสียงหวานเอ่ยอย่างตื่นเต้น
กิจกรรมที่ถูกเสนอทำให้ชายสูงวัยเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ.. เขาไม่เคยคิดถึงกิจกรรมนี้มาก่อน.. อัลเบิร์ตยิ้มและพยักหน้าอย่างตื่นเต้นไปกับมธุรดา ขณะที่วอร์เด็นเองก็ยิ้มไปกับทั้งคู่ด้วย
“วันนี้ผมต้องไปทำธุระอีกเมือง กว่าจะกลับก็คงพรุ่งนี้เย็น ไว้เจอกันนะครับ” วอร์เด็นกล่าวกับทั้งคู่ ก่อนจะจัดการอาหารเช้าของตัวเอง และออกจากบ้านไปเช่นกัน..
บ่ายวันเดียวกัน..
ภายในห้องทำงานส่วนตัวของผู้บริหารโรงแรมนานาชาติระดับห้าดาว ร่างสูงของแซมเมอร์นั่งไขว่ห้างสีหน้าเคร่งขรึม กรามใหญ่ขบแน่น แขนยาววางพาดอยู่บนโต๊ะทำงาน ขณะที่นิ้วโป้งและนิ้วชี้ถูกันไปมา ั์ตาดำขลับมองไปความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิด
ชายหนุ่มถอนหายใจเสียงดัง มือใหญ่กำแน่นทุบลงบนโต๊ะ
ตึ่ง!
“บ้าชิบ..” เสียงทุ้มสบถกับตัวเองอย่างหงุดหงิด
ั์ตาดำขลับตวัดมองประตูที่ถูกเปิดขึ้น เลขาของเขาเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าวิตกกังวล
“คุณแซมเมอร์คะ ประธานของบริษัท x มาถึงแล้วค่ะ ตอนนี้ทางเรากำลังพาไปที่ห้องรับรอง”
เธอเว้นวรรคนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเ้านายอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“เื่เอกสาร.. เราจะทำยังไงดีคะ” เธอกล่าว “ถ้าบอกไปว่าวันนี้เอกสารสัญญาไม่พร้อม.. ภาพลักษณ์การทำงานของโรงแรมเราคงดูแย่เลยนะคะ” เธอกล่าวต่อ น้ำเสียงกังวล
แซมเมอร์มองหน้าเลขา ความตึงเครียดประเดประดังเข้ามาพร้อมกับการตำหนิตัวเองเป็ครั้งที่นับไม่ถ้วน เนื่องจากงานยุ่งทั้งตลอด่เช้าทำให้เขาเพิ่งพบว่าเอกสารข้อตกลงระหว่างบริษัทที่เขานำไปให้อัลเบิร์ตเซ็นต์ถูกลืมทิ้งเอาไว้ที่บ้าน ทั้งๆ กำลังจะมีประชุมเซ็นต์สัญญากับลูกค้ารายใหญ่ของโรงแรมในอีกเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ระยะทางระหว่างที่บ้านและที่โรงแรมก็เกือบหนึ่งชั่วโมง.. ยังไงเขาก็กลับไปเอาไม่ทัน
“ไม่ต้องเป็ห่วง ผมจัดการเอง ผมไม่ยอมให้กระทบต่อชื่อเสียงของโรงแรมแน่นอน” เสียงทุ้มกล่าวตอบเลขาของเขา.. ถึงแม้จะพูดออกไปเช่นนั้น.. แต่ภายในใจลึกๆ เขาเองก็ยังไม่แน่ใจเลยแม้แต่น้อย..
แซมเมอร์เพิ่งเข้ามาเป็ผู้บริหารได้ไม่นาน อายุยังน้อย แถมยังเป็ลูกชายของอัลเบิร์ต ทำให้ทั้งบอร์ดบริหารและหัวหน้าในหลายๆ ฝ่ายต่างมีข้อกังขาในความสามารถของเขา เื่เอกสารที่ไม่พร้อมนี้จะกระทบต่อภาพลักษณ์และความเป็มืออาชีพของเขาแน่นอน..
ร่างสูงถอนหายใจอีกครั้ง.. มันเป็ความผิดพลาดของเขา.. เขาต้องรับผิดชอบมันเอง
แซมเมอร์ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน เดินไปยังห้องรับรองแขกพร้อมกับเลขาของเขา ขณะที่ใช้ใบหน้านิ่งปิดบังความตึงเครียดของตนเองเอาไว้