ตอนที่ 6 แยกบ้าน
คำว่า “ช้าก่อน” หลุดออกมาจากปากของหลินหร่วนทำให้นางหลินตกตะลึงจนชะงักไป
“เ้าจะกลับคำเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หลินหร่วนกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย“ก็แค่ชีวิตไร้ค่าชีวิตหนึ่ง มีอันใดให้ต้องกลับคำกัน แต่หาก้าให้ข้าละเว้นหวังไฉและมิเอาผิดกับพวกเ้าพวกเ้าจะต้องรับปากข้าเื่หนึ่งก่อน”
นางหลินผงกศีรษะราวกับนกกำลังจิกข้าวเปลือก“เ้าเอ่ยมาเถิด มิว่าจะเป็เงื่อนไขใด ข้ายอมรับปากทั้งสิ้น”
“ดี ! ” หลินหร่วนหันไปมองหลินจงหนึ่งครา จากนั้นก็หันหน้าไปมองผู้นำตระกูลและหัวหน้าหมู่บ้าน
“ท่านผู้นำตระกูล ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน วันนี้ข้าขอให้พวกท่านเป็พยานให้ข้าด้วยแม่สามีกับลูกสะใภ้ตระกูลหลิน้าทำลายความบริสุทธ์ของข้า ส่วนบุรุษในตระกูลหลินก็มิสามารถปกป้องข้าได้แล้วจะให้ข้าอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปได้เยี่ยงไร ดังนันข้าจึง้าตัดสายสัมพันธ์กับตระกูลหลิว”
“ว่าเยี่ยงไรนะ ? ! ”
ทุกคนต่างตกตะลึง
ใบหน้าของหลินหานมืดครึ้มลงทันใด “ข้ามิตกลง ! ”
“นี่มิใช่เื่ที่เ้าจะปฏิเสธได้” นางหลินรีบผงกศีรษะรับ“ได้ !ข้าตกลง... จากวันนี้ไปเ้ามิใช่เด็กที่ถูกเลี้ยงไว้เพื่อเป็เ้าสาวของตระกูลหลินอีกต่อไปในอนาคตมิว่าจะเป็หรือตายล้วนมิเกี่ยวข้องกับตระกูลหลินทั้งสิ้น ! ”
หลินหานร้อนใจเป็อย่างมาก ดังนั้นเขาจึงหันหน้ากลับไปมองหลินจง“ท่านพ่อ ท่านรีบปฏิเสธเร็วเข้า อาหร่วนมิสามารถออกจากตระกูลหลินได้ นางเป็เด็กสาวตัวคนเดียวหากออกจากตระกูลหลินไป ภายภาคหน้านางจะใช้ชีวิตอยู่เยี่ยงไร ? ”
เมื่อนางหลินได้ยินดังนั้นจึงรีบกำหมัดทุบไปที่หลินจง“เ้าสาม... เ้าอยากเห็นอาไฉตกตายหรือเยี่ยงไร ? เ้าอยากเห็นข้าที่อายุปูนนี้ต้องถูกหย่าขาดเยี่ยงนั้นหรือ? ”
“ข้า...ท่านแม่ อาหร่วนจะออกจากบ้านตระกูลหลินมิได้เด็ดขาด”
“เ้าคิดจะบังคับให้ข้าตายใช่หรือไม่ ? เ้าสามหากเ้ามิยอมตกลงให้หลินหร่วนออกไปจากบ้านตระกูลหลิน วันนี้ข้าจะตายอยู่ที่นี่ ! ”
หลินหานทราบดีว่าบิดาของตนมีนิสัยเยี่ยงไรดังนั้นเขาจึงก้าวขึ้นมาพลางดึงชายเสื้อของหลินจงเอาไว้ จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า“ท่านพ่อ ท่านจะรับปากมิได้ อาหร่วนเป็ว่าที่ภรรยาของข้า นอกจากข้า ผู้ใดก็มิมีสิทธิ์ยอมให้นางจากไปทั้งนั้น”
เมื่อนางหลินได้ยินดังนั้นจึงถีบหลินหานออกไป“เ้าถือดีอันใดกัน แม้แต่ขนก็ยังขึ้นมิหมด ถือสิทธิ์อันใดมาเอ่ยในที่นี้”
ในขณะที่ยังหาทางออกมิได้ก็มีคนวิ่งกลับมารายงานว่า“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านผู้นำตระกูล พวกเขานำตัวหวังไฉไปที่ริมแม่น้ำแล้วพวกท่านรีบไปสั่งการเถิด”
ดังนั้นหัวหน้าหมู่บ้านจึงหันกลับมามองคนแซ่หลิน“พวกเ้าเจรจากันเสร็จหรือยัง ? ”
นางหลินรีบตอบรับว่า“ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เงื่อนไขของหลินหร่วน พวกเราล้วนยอมรับ ! ”
“ท่านแม่ ! ”
“ท่านย่า ! ”
นางหลินส่งเสียง ‘หึ’ ออกมาจากลำคอ“ก็แค่นางจิ้งจอกสาวนางหนึ่ง จะเทียบกับข้าและอาไฉได้เยี่ยงไร ในเมื่อสลัดทิ้งแล้วก็แล้วไปเ้าสาม เ้าอย่าได้สับสนในเื่นี้อีก มิเช่นนั้นข้าจะไล่เ้าออกจากบ้านเสีย ! ”
ลมหายใจของหลินจงพลันติดขัด เขามิกล้าเอ่ยอันใดออกมาอีก
หลินหานขอร้องเขาอยู่นาน ทว่าเขาก็ยังมิปริปากเอ่ยอันใดในใจพลันรู้สึกสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด ดังนั้นเขาจึงกำหมัดแน่นแล้วเอ่ยสิ่งที่อัดอั้นภายในใจออกมา
“ได้ ! ท่านพ่อ ในเมื่อเป็เช่นนี้ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปข้าจะพาซิ่วซิ่วและอาหร่วนแยกออกไปอยู่ข้างนอก”
หลินจงพลันถลึงตาโต “อันใดกัน? ! ”
“อาหร่วนเป็สะใภ้ที่ท่านแม่เลือกเอาไว้ให้ข้าตัวข้าในตอนนี้มิมีท่านแม่แล้ว ข้ามิสามารถสูญเสียอาหร่วนได้อีกคนในเมื่อท่านกตัญญูถึงเพียงนี้ เช่นนั้นท่านก็คอยอยู่ข้างกายท่านย่าทำตัวเป็ลูกกตัญญูไปเถิดหากซิ่วซิ่วอยู่กับท่าน ชีวิตของนางคงมิต่างอันใดกับอาหร่วน ข้าขอให้ท่านพ่อเห็นแก่นางที่เป็เืเนื้อเชื้อไขของท่านดังนั้นให้นางจากไปกับข้าเถิด ข้ารับรองเลยว่า...ตราบใดที่ข้ายังมีกินหนึ่งคำ ย่อมจะมิมีขาดอีกหนึ่งคำของซิ่วซิ่วเป็แน่”
หลินจงส่ายศีรษะปฏิเสธอย่างสุดกำลัง “ไม่ !ข้ามิยอม พวกเ้าเพิ่งอายุเท่าใดกันเชียว เมื่อแยกบ้านไป พวกเ้าจะเอาอันใดมาเลี้ยงตนเองได้กัน? ”
นางหลินถีบเขาอีกหนึ่งครา “เ้าอยากให้ข้าและอาไฉตายหรือเยี่ยงไร? พวกเขาจะแยกบ้านก็ให้พวกเขาแยกไป ตระกูลหลินมิเสียดายพวกเขาอยู่แล้ว เ้ากับหวังซื่อยังอายุมิมากในอนาคตพวกเ้าค่อยมีลูกชายตัวอ้วนอีกหลาย ๆ คนก็ยังได้ เช่นนี้ย่อมดีกว่าเลี้ยงเ้าเด็กสารเลวที่มีใจเป็อื่นมิใช่หรือ? ”
“ไม่ ! ท่านแม่ ข้ามิตกลง พวกเขาจะแยกบ้านมิได้เด็ดขาด! ”
“เ้ามันคนไร้มโนธรรม เ้ากำลัง้าชีวิตข้า! ”
บัดนี้เหล่าพี่น้องของหลินจงต่างก็เดินทางมาถึงแล้วเมื่อทราบถึงเื่ราวที่เกิดขึ้น พวกเขาต่างก็พากันตำหนิหลินจง
“เ้าสามเ้าอย่าได้ลืมไปว่าเป็ผู้ใดให้กำเนิดเ้าและเลี้ยงดูเ้าจนเติบใหญ่เป็ผู้ใดที่คอยเช็ดฉี่เช็ดอึให้เ้า ท่านพ่อของพวกเราจากไปแล้ว ท่านแม่ของพวกเรานั้นเพื่อพวกเราแล้วต้องอดทนต่อความยากลำบากและได้รับความทุกข์ทรมานมามากเพียงใด แต่เพื่อเ้าเด็กไร้เหตุผลมิกี่คนนี้เ้าจะทำให้นางโมโหจนตายเลยหรือ เ้ายังมีมโนธรรมอยู่หรือไม่ ? ”
หลินจงถูกบรรดาพี่น้องรุมตำหนิจนเริ่มสับสน“ข้ามิได้ทำ ข้ามิได้้าทำให้ท่านแม่โมโหจนตาย”
“ในเมื่อมิได้ทำก็รีบทำตามที่ท่านแม่บอกเร็วเข้า! ”
“นั่นสิ ! เ้าสาม เ้าทำให้ท่านแม่สงบลงก่อนเถิด มิว่าเยี่ยงไรอาหานก็เป็บุตรชายแท้ๆ ของเ้า บัดนี้รีบจัดการแก้ปัญหาตรงหน้าเสียก่อนเถิดจากนั้นพวกเ้าสองพ่อลูกค่อยไปเจรจากันดี ๆ เช่นนี้เขาจะปฏิเสธเ้าได้เยี่ยงไร ? ”
“ใช่ ๆ พี่รองเอ่ยได้ถูกต้องพี่สามท่านอย่าได้ลังเลเลย หากอาไฉถูกคนผลักลงน้ำท่านแม่ของพวกเราต้องเป็ลมล้มพับอย่างแน่นอน”
ปกติหลินจงเป็คนอ่อนแอ มิมีหลักการเป็ของตนเองเมื่อถูกพี่น้องของตนโน้มน้าว จึงรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาเอ่ยมานั้นมีเหตุผล ดังนั้นจึงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ”
เดิมทีหลินหานยังพอมีความหวังในตัวหลินจงอยู่บ้างแต่เมื่อเห็นเขาเป็เช่นนี้ก็พลันเกิดความรู้สึกหนาวเหน็บในจิตใจขึ้นมา
มุมปากของเขายกขึ้นเป็รอยยิ้มที่ดูบิดเบี้ยว
“ท่านพ่อ แต่ไหนแต่ไรมาคำเอ่ยเพียงคำเดียวของท่านย่าท่านก็มิสนใจความเป็ตายของข้าและซิ่วซิ่วแล้ว ท่านปล่อยให้หวังซื่อทารุณพวกเรามาบัดนี้... ช่างเถิด เพราะข้าได้สิ้นหวังในตัวท่านมาเนิ่นนานแล้ว ข้าจะพาซิ่วซิ่วแยกออกไปต่อจากนี้ท่านก็ดูแลตนเองให้ดี”
เมื่อกล่าวจบ หลินหานจึงหันหน้าไปเอ่ยกับหัวหน้าหมู่บ้านและผู้นำตระกูลว่า“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านผู้นำตระกูล ข้ารบกวนให้พวกท่านช่วยออกเอกสารให้ข้าด้วยเถิดจากนี้ไป...ข้าหลินหานจะพาภรรยาที่ยังมิได้แต่งเข้าบ้าน ‘หลินหร่วน’ และน้องสาว‘ซิ่วซิ่ว’ แยกบ้านออกไปเอง”
ทั้งสองจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่สูงถึงอกพวกเขาเท่านั้นพวกเขาอดมิได้ที่จะถอนหายใจออกมา เ้าหลินจงนี่ช่างโง่เขลาเสียจริงเพื่อเดรัจฉานตัวหนึ่งกับแม่ที่แยกแยะมิเป็ถึงกลับผลักไสเืเนื้อเชื้อไขของตนออกไปได้
ปีนี้หลินหานอายุยังมิถึงสิบปีเลยด้วยซ้ำ เขาอายุน้อยเพียงนี้แต่ก็สามารถเอ่ยและตัดสินใจเฉกเช่นผู้ใหญ่คนหนึ่งได้แล้ว ทำให้พวกเขาต้องมองหลินหานด้วยสายตาชื่นชมเด็กคนนี้หากสามารถพลิกสถานการณ์ได้ จะต้องมีอนาคตที่ดีอย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกัน พวกเขารู้สึกสงสารเด็กคนนี้มากยิ่งนักอายุน้อยถึงเพียงนี้แต่กลับมีความสุขุมมั่นคง ทั้งยังเป็คนมีเหตุผล คงเป็เพราะเขาไร้หลักให้พึ่งพิงจึงต้องบังคับตนเองให้เติบโตเร็วกว่าเด็กคนอื่น ๆ
ผู้าุโทั้งสองหันไปมองหน้ากันหนึ่งครา ท้ายที่สุดจึงหันไปผงกศีรษะให้แก่หลินหาน
“ในเมื่อเป็เช่นนี้พวกเราตัดสินใจยกบ้านหลังเก่าของตระกูลหลินให้แก่พวกเ้า นอกจากนี้ที่ดินสองหมู่ของตระกูลหลินข้างบ้านเก่าหลังนั้นให้เป็ชื่อของพวกเ้าด้วย”
เมื่อหวังซื่อได้ยินว่าทรัพย์สินในมือของตนจะถูกแบ่งออกไปจึงรีบค้านออกมาทันที “มิได้ !ถือสิทธิ์อันใดมาแบ่งบ้าน แบ่งที่ดิน สิ่งเ่าั้ล้วนเป็ของ ๆ ข้าทั้งสิ้น”
หัวหน้าหมู่บ้านหรี่ตาลง “จะมิแบ่งก็ย่อมได้เช่นนั้นก็ปล่อยให้หวังไฉถูกจับถ่วงน้ำ ส่วนเ้าและแม่สามีของเ้าต้องถูกหย่าขาดเช่นกัน! ”
นางหลินจ้องมองนางหวังซื่อด้วยสายตาดุดันก่อนจะเอ่ยสรุปว่า “แบ่ง !แบ่งตามที่ท่านหัวหน้าหมู่บ้านว่ามาเถิด”
นางหวังซื่อหดศีรษะลง และมิกล้าคัดค้านอันใดอีก
“นำพู่กันและหมึกมา”
เขาสั่งเพียงหนึ่งคราก็มีคนนำพู่กันและหมึกเข้ามาอย่างรวดเร็ว
หัวหน้าหมู่บ้านเขียนเอกสารแยกบ้านลงบนกระดาษอย่างรวดเร็วโดยเขียนแบบเดียวกันถึงสามแผ่นเมื่อตัวเขาและผู้นำตระกูลประทับรอยนิ้วมือเรียบร้อยแล้วก็ได้ส่งให้แก่หลินหาน
แม้ว่าหลินหานจะมิรู้หนังสือ แต่เนื่องจากเขาเชื่อใจหัวหน้าหมู่บ้านและผู้นำตระกูลเป็อย่างมากจึงมิได้เอ่ยอันใดให้มากความ เขาเพียงประทับนิ้วลายมือลงไป จากนั้นก็ดันเอกสารไปเบื้องหน้าหลินจง