"ท่านอ๋อง" พริมาเอ่ยขึ้น "หม่อมฉันคิดว่า เราควรทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ก่อน ที่จะตัดสินใจเื่หมั้นหมาย"
จิ้งอันอ๋องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบภายใต้คิ้วเข้มนั้นฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย "เหตุใดคุณหนูเซียวจึงคิดเช่นนั้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความสุขุม
"หม่อมฉันเพียงแต่้าความมั่นใจ" พริมาตอบ เธอพยายามเลียนแบบท่าทาง น้ำเสียง และคำพูดของหญิงสาวในยุคจีนโบราณ
"หม่อมฉันไม่อยากแต่งงานกับคนที่หม่อมฉันไม่รู้จักดีพอเพคะ หม่อมฉันอยากให้พวกเราทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้ง ไม่แน่ท่านอ๋องอาจจะไม่ได้ชอบหม่อมฉัน ท่านอาจจะมีหญิงในดวงใจก็ได้"
จิ้งอันอ๋องมองใบหน้าหวานซึ้งของพริมา ดวงตาคู่คมฉายแววขบขัน "แล้วเ้าไม่คิดว่าหญิงในดวงใจของข้าคือเ้างั้นหรือ"
พริมาหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรง ไม่คิดว่าจิ้งอันอ๋องจะพูดตรงๆ แบบนี้ แต่พริมาในร่างเซียวเหลียนฮวาก็มิใช่หญิงสาวไร้เดียงสาที่หลงเชื่อคำหวานของบุรุษเพศง่ายๆ นางตีหน้าซื่อ เอ่ยขึ้นมาอย่างดื้อดึง
"ท่านอ๋อง..หม่อมฉันยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของท่าน พวกเรายังไม่รู้จักกันดีพอ"
จิ้งอันอ๋องจ้องมองพริมาด้วยสายตาพิจารณา ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ราวกับกำลังขบขันกับคำพูดของเธอ
"ไม่รู้จักดีพอ?" เขาเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่
"เ้ากับข้าสนิทกันมาั้แ่เด็กมิใช่หรือ? พี่ชายของเ้าก็เป็สหายคนสนิทกับข้า หรือว่า...เ้าลืมเื่ราวในอดีตไปเสียแล้ว"
พริมาพยายามตั้งสติ แล้วรีบแก้ตัว "เอ่อ... คือ... หม่อมฉัน... ่นี้หม่อมฉันไม่ค่อยสบาย ความจำอาจจะเลอะเลือนไปบ้าง ท่านอ๋องอย่าถือสาเลยนะเพคะ"
นางแสร้งทำท่าอ่อนแรง เอามือแตะหน้าผาก ทำทีเป็คนป่วย หวังว่าอีตาอ๋องจะหลงเชื่อ
แต่จิ้งอันอ๋องมิใช่คนโง่เขลา เขามองเธอด้วยสายตาคมกริบ จับผิดทุกกิริยาท่าทาง เขาหรี่ตามองนางอย่างรู้ทัน
"ไม่สบายอย่างงั้นหรือ? หรือว่า...เ้ากำลังแสร้งทำเป็ความจำเสื่อม เพื่อที่จะอ้างไม่้าหมั้นกับข้า"
"เปล่าเพคะ หม่อมฉันมิกล้า" พริมาโบกมือปฏิเสธ หัวใจเต้นระรัว 'จิ้งอันอ๋องฉลาดเกินไปแล้ว แล้วฉันจะเอาตัวรอดจากคุณพระเอกได้ยังไงดีเนี่ย' พริมาในร่างของเซียวเหลียนฮวาบ่นพึมพำอยู่ในใจ
เธอรู้สึกหวาดหวั่น ไม่รู้ว่าจะรับมือกับท่านอ๋องได้อย่างไร นี้มันไม่ใช่พระเอกแล้ว อีตาอ๋องนี้มันตัวร้ายชัดๆ
จิ้งอันอ๋องเห็นท่าทางร้อนรนของเซียวเหลียนฮวา ก็พอจะเดาออกว่านางกำลังโกหก แต่เขาก็ไม่อยากบีบคั้นนางมากเกินไป เพราะอย่างไรเสีย เขา้าใช้อำนาจของตระกูลเซียว เขาจำเป็ต้องอดทน แสร้งทำเป็ไม่รู้ รอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม
"เอาเถิด" อ๋องหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ถ้าเ้าไม่สบาย ก็พักผ่อนให้มากๆ เื่การหมั้นหมาย เราค่อยๆ ดูใจกันไปก็แล้วกัน"
"ขอบพระทัยเพคะ ท่านอ๋อง" พริมากล่าวอย่างสุภาพ พร้อมกับแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ที่รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้
‘ดูท่าว่า การที่จะเอาตัวรอดในโลกนิยายเล่มนี้ คงไม่ง่ายอย่างที่คิด’ พริมาครุ่นคิดในใจ
‘แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้หรอก ฉันต้องแก้แค้นไป๋หลิงหลงแทนพี่สาวนางร้ายให้ได้ ส่วนอีตาอ๋องถึงแม้จะมีใบหน้าที่เหมือนพี่หนานมากแค่ไหน ฉันก็ไม่ชายตามองหรอก เชอะ ’
ถ้าเช่นนั้น... หม่อมฉันขอตัวกลับก่อนนะเพคะ" เซียวเหลียนฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ใบหน้าหวานแต่งแต้มรอยยิ้มบาง
"หากมีผู้ใดมาพบเห็นเข้า เกรงว่าจะเป็ที่ครหา รบกวนท่านอ๋องไปส่งหม่อมฉันที่ชายฝั่งด้วย"
จิ้งอันอ๋องจ้องมองเซียวเหลียนฮวาด้วยแววตาพิจารณา วันนี้นางช่างดูแตกต่างจากทุกวัน ไม่แสดงท่าทีออดอ้อนเอาแต่ใจ หรือพยายามเข้าใกล้เขาให้รำคาญเหมือนเช่นเคย กิริยาท่าทางสำรวม เรียบร้อย ผิดกับคุณหนูเซียวเหลียนฮวาที่เขาเคยรู้จัก
‘ช่างน่าสนใจ หรือว่าที่ผ่านมานางเพียงแค่เสแสร้งแกล้งทำให้เขารำคาญใจเท่านั้น?’จิ้งอันอ๋องนึกในใจ
"เหตุใดวันนี้เ้าจึงรีบร้อนนัก ปกติเ้ามักจะหาเื่พูดคุยกับข้าไม่หยุดหย่อนมิใช่หรือ" จิ้งอันอ๋องเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงแววขบขัน
"เ้าดูเปลี่ยนไปมาก ถ้าข้าไม่เห็นไฝเม็ดเล็กที่ข้างตาเ้า ข้าคงคิดว่าเ้าคือตัวปลอม"
เซียวเหลียนฮวาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินในสิ่งที่จิ้งอันอ๋องเอ่ย นางลอบกัดริมฝีปากล่าง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ ‘ตายจริงอีตาอ๋องที่ขนาดเป็กรด เขาจับสังเกตได้อย่างไรกัน’
เซียวเหลียนฮวาพยายามรวบรวมสติ นางลืมไปเสียสนิทว่าจิ้งอันอ๋องผู้นี้หาใช่คนโง่เขลาเบาปัญญาไม่ เขาเฉลียวฉลาด เ้าเล่ห์ และรอบคอบยิ่งกว่าใคร การที่นางเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนเช่นนี้ ย่อมทำให้เขาสงสัยเป็ธรรมดา
“ท่านอ๋องตรัสเช่นนี้ หม่อมฉันก็เสียใจยิ่งนัก” เซียวเหลียนฮวาแสร้งทำเสียงเศร้าสร้อย “ที่ผ่านมาหม่อมฉันอาจจะทำตัวไม่เหมาะสม ทำให้ท่านอ๋องต้องขุ่นเคืองใจ หม่อมฉันสำนึกผิดแล้วเพคะ”
นางแสร้งยกมือขึ้นปาดน้ำตา แม้บนใบหน้างามจะไร้ซึ่งหยาดน้ำตาสักหยดก็ตาม แต่ทว่าท่าทางน่าสงสารเช่นนี้ กลับทำให้จิ้งอันอ๋องรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก
“เ้า...” จิ้งอันอ๋องขมวดคิ้ว “เ้าเป็อะไรไป เหตุใดวันนี้จึงทำตัวแปลกๆ”
“หม่อมฉัน...” เซียวเหลียนฮวาอึกอัก นางหาคำแก้ตัวไม่ได้ในทันที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออกจากสถานการณ์คับขันนี้
“หม่อมฉัน..แค่ไม่อยากกลับไปเป็เหมือนเดิมเพคะ? ที่เอาแต่ใจ เกาะแกะท่านอ๋องไม่ปล่อย หรือท่านอ๋องอยากให้ข้ากลับไปเป็แบบเดิมเ้าค่ะ? "
จิ้งอันอ๋องนิ่งอึ้งไป ไม่ตอบคำถาม ความจริงแล้ว เขาเองก็ไม่แน่ใจว่า้าเช่นนั้นหรือไม่ ที่ผ่านมา เขาไม่เคยใส่ใจเซียวเหลียนฮวามากนัก มองนางเป็เพียงคุณหนูเอาแต่ใจ ที่มารดาของเขา้านำมาเป็เครื่องมือทางการเมืองเท่านั้น
แต่ในวันนี้ นางกลับดูแตกต่างออกไป กลับทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
"ข้า..." จิ้งอันอ๋องพยายามหาคำตอบ แต่ก็ไม่รู้จะพูดเช่นไร
เซียวเหลียนฮวามองจิ้งอันอ๋องด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "เอาเถิดเพคะ ท่านอ๋องไม่ต้องคิดมาก หม่อมฉันเพียงแค่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้าง บางที...การเป็คุณหนูเอาแต่ใจ อาจไม่ใช่สิ่งที่หม่อมฉัน้าจริงๆ ก็ได้"
เมื่อจิ้งอันอ๋องพายเรือมาถึงชายฝั่ง เซียวเหลียนฮวาก็ลงจากเรือก่อนหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้จิ้งอันอ๋องยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความสับสน
นางเป็อะไรกันแน่? จิ้งอันอ๋องถามตัวเองในใจ หรือว่านางกำลังเล่นละครตบตาเขา?
ยิ่งคิด จิ้งอันอ๋องก็ยิ่งรู้สึกอยากรู้จักโฉมงามมากยิ่งขึ้น อยากรู้ว่าเื้ัใบหน้าเรียบเฉยนั้น ซ่อนความลับอะไรเอาไว้
ดูท่า...ชีวิตของข้าคงจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว เขาคิดในใจ พลางยกยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์
"หย่งเฉิง" จิ้งอันอ๋องเรียกองครักษ์คนสนิท
"พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง" หย่งเฉิงรีบเข้ามาคุกเข่าคำนับ
"ไปสืบมา ว่าทำไมคุณหนูเซียวถึงได้นิสัยเปลี่ยนไปมากขนาดนี้" จิ้งอันอ๋องสั่งเสียงเข้ม "และให้จับตาดูนางไว้ อย่าให้คลาดสายตา ถ้ามีอะไรผิดปกติก็รีบแจ้งให้ข้าทราบ"
"พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง" องครักษ์หนุ่มรับคำ ก่อนจะหายตัวไปในทันที