“ต้องอีกประมาณ20 นาทีนะคะ เขาจึงจะให้ผู้โดยสารขึ้นเรือได้ คุณจะต้องเดินเข้าไปทางประตูนั้นค่ะ”
เ้าหน้าที่ซึ่งเป็สตรีสาวนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ชี้ไปยังประตูที่เปิดออกสู่ท่าเทียบเรือจากนั้นก็ส่งการ์ดยาวๆ แคบๆ ให้กับราเชล พร้อมกับบัตรผ่านทางสำหรับผู้มาส่งอีก 2คน
“ขอให้มีความสุขในการเดินทางนะคะคุณนายแม็คคินเล่ย์”
“ขอบคุณค่ะ”
ราเชลถอยออกจากโต๊ะเพื่อหลีกทางให้ผู้โดยสารคนที่ยืนอยู่ในแถวต่อจากเธอจากนั้นก็หยุดกวาดสายตามองหาคู่สามีภรรยาที่มาส่ง
ยาวตัวนั้นเป็จำนวนหนึ่งในจำนวนหลายๆ โต๊ะที่ตั้งรายเรียงเพื่อการมอบตั๋วเดินทางกับเอกสารที่จะเดินทางไปเรือเที่ยวนี้บริเวณที่ตั้งโต๊ะดังกล่าวกินแนวออกมาเกือบถึงกลางห้องโถงที่ใหญ่โตมากแบ่งส่วนที่นั่งคอย ซึ่งมีที่นั่งไว้พร้อม ออกจากส่วนที่รับกระเป๋าและสัมภาระซึ่งเป็กระเป๋าของผู้โดยสารทุกคน จะถูกวางลงบนเครื่องและวิ่งไปตามสายพานออกไปยังห้องเรือ และจากจุดนั้นกระเป๋าทุกใบกะถูกจัดส่งไปตามห้องต่างๆ ตามหมายเลขบนป้าย
บริเวณที่จัดไว้ให้เป็ที่นั่งคอยนั้นมิได้มีที่พอที่จะรับรองผู้โดยสารนับร้อยที่รวมตัวกันอยู่ในอาคารท่าเรือแห่งเมืองลอสแองเจลีสยิ่งไปกว่านั้นจำนวนผู้คนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีทั้งเพื่อและญาติที่ตามมาส่งผู้โดยสาร เช่นในรายของราเชลดังนั้นผู้โดยสารและผู้มาส่งก็หลั่งไหลเข้ามาและยืนรวมกันอยู่ในบริเวณกว้างใกล้ทางเข้าและในกลุ่มนั้นมีแฟนกับจอห์น เคมเปอร์ เพื่อนของราเชลรวมอยู่ด้วย
ขณะที่ราเชลเดินไปที่หมู่คนนั้นดวงตาคู่สีเทาก็สอดส่ายไปเรื่อยๆจนกระทั่งเหลือไปเห็นเสื้อดอกสีแดงสดเข้าจึงได้เดินตรงเข้าไปหา
“เรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
จอห์นเคมเปอร์ เอ่ยถามขึ้น เมื่อราเชลเดินเข้าไปสมทบ
โดยอาชีพจอห์นเป็ทนายความ เขาเป็บุรุษผู้มีเรือนร่างสูงปานกลางเรือนผมสีบลอนด์เริ่มบางลงตรงด้านหลังของศีรษะแล้วในวันหยุดสุดสัปดาห์เช่นนี้เขาจะหลีกเลี่ยงการแต่งกายแบบไปทำงานเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าชุดลำลองแทนเช่นกางเกงสีแดงเข้มกับเสื้อฮาวายลายทางที่สวมอยู่ในวันนี้ เนื่องจาก แม็คแม็คคินเล่ย์ สามีของราเชลเป็ลูกค้าของเขา อีกประการหนึ่งราเชลก็เป็เพื่อนกับภรรยาของจอห์นมาก่อนที่จะพบและรู้จักกับแม็คซึ่งต่อมาในภายหลังเธอจึงได้แต่งงานกับเขา
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
ราเชลตอบพร้อมกับส่งบัตรผ่านทาง2 ใบนั้นให้
“นี่ค่ะบัตรผ่านทางของคุณ เขาบอกว่า หลังจากที่ผู้โดยสารขึ้นเรือแล้วเขาจะให้ผู้ที่มาส่งขึ้นไปบนเรือได้ และต้องอีก 20 นาที เราถึงจะขึ้นเรือ”
“ถ้าเป็อย่างนั้นเราก็ออกไปคอยกันข้างนอกก่อนดีกว่า”
แฟนเอ่ยขึ้นทันที
“ในนี้คนแน่นแล้วก็หนวกหูออกฟังอะไรไม่ได้ศัพท์”
ขณะที่แฟนกำลังพูดอยู่นั้นใครคนหนึ่งก็เดินมาชนราเชลเข้าพอดีทำให้เธอเห็นพ้องกับเพื่อนสาวทันที
“เอาสิ”
จอห์นจึงออกเดินนำพาภรรยากับเพื่อนสาวเดินผ่านกลุ่มคนออกไปยังประตู มีผู้หญิงอีก 2 คนเดินตามเขาไปซึ่งทำให้ราเชลต้องอยู่รั้งท้าย รอยยิ้มอ่อนๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเห็นแฟนคอยหันมามองข้างหลังดูว่าราเชลเดินตามมาแฟนมีลักษณะเหมือนแม่ไก่ที่คอยปกป้องคุ้มครองใครทุกคนที่อยู่ใกล้ตัวไว้เสมออาจจะเป็ธรรมชาตินิสัยของแม่ลูก 4 ซึ่งประกอบด้วยลูกชาย 3กับลูกสาวที่กำลังน่ารักอีก 1 คนก็ได้
เมื่อคิดไปถึงลูกทั้ง4 คนของแฟนกับจอห์น ดวงตาคู่สีเทาก็ฉายแววสลดลง ในระยะ 4 ปีหลังนี้หลายต่อหลายครั้งที่ราเชลคิดไปถึงว่า เธอกับแม็คไม่ควรจะรอเวลาในการมีลูกไว้เลยในตอนนั้นมันก็ดูเป็สิ่งที่มีเหตุผลอยู่เนื่องจากกิจการค้าเครื่องเรือนของเธอกับสามี กำลังขยายสาขาออกไปแม็คเป็บุคคลที่มีความกระตือรือร้น เต็มไปด้วยชีวิตจิตใจและความปรารถนาอันสูงส่งไม่เคยมีใครคิดเลยว่า เขาจะเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยโรคหัวใจในขณะที่อายุเพียง35 เท่านั้น
ทั้ง3 คนเดินผ่านตัวอาคารออกไปสู่แสงแดดอบอุ่นของยามบ่ายในเดือนกุมภาพันธ์ สายลมอ่อนพัดพากลิ่นดอกไม้จากร้านที่จัดขายเป็ของขวัญเพื่อการเดินทางมาหอมกรุ่น ราเชลพยายามปัดความคิดถึงเื่ราวในอดีตออกเสียจากสมองพยายามมองแต่เหตุการณ์ในปัจจุบันและกับสิ่วที่แวดล้อมอยู่รอบตัวในยามนี้
มีผู้โดยสารบางคนที่มีความคิดเช่นเดียวกัน้าจะหลีกเลี่ยงจากกลุ่มผู้คนอันคับคลั่งภายในตัวอาคารออกมาเดินกันอยู่ข้างนอกมองดูผู้โดยสารที่เพิ่งมาถึงกับทั้งรถส่วนตัวและแท็กซี่ซึ่งจะเลี้ยวเข้ามาจอดตรงทางโค้งอีกฟากหนึ่งของถนนคือที่จอดรถประจำทางเป็แถวยาวเหยียดเพื่อรับส่งผู้โดยสารไปยังสนามบินลอสแองเจลีส
“เรานั่งกันตรงขอบนี่แล้วกัน”
แฟนเดินนำไปยังเกาะเล็กๆที่จัดเป็สวนหย่อม มีต้นปาล์มและพันธุ์ไม้ดอกปลูกประดับไว้ข้างผนังอาคารด้านหนึ่งนั้นมีขอบคอนกรีตยื่นออกมา พอจะใช้เป็ที่นั่งพักได้
เนื่องจากราเชลสวมสูทเดินทางเป็สีขาวซึ่งเปรอะเปื้อนได้ง่าย ดังนั้นเธอจึงปัดฝุ่นเสียก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งสูทแบบเทย์เลอร์ที่สวมอยู่ในวันนี้เป็ชุดที่สวยมากเน้นความระหงของเรือนร่างและสีขาวของตัวสูทก็เน้นความดำเข้มของเรือนผมกับดวงตาสีเทาเงินให้เด่นชัดขึ้น เสื้อสั้นตัวในตัดเย็บจากผ้าไหมสีฟ้าสดเป็มันเลื่อมราวแสงเพชร ตรงคอผูกเป็โบขนาดใหญ่เสริมความงามให้กับสตรีผู้สวมใส่ขึ้นอีกมาก
จอห์นยังคงยืนอยู่มิได้ทรุดตัวลงนั่งเหมือนสตรีทั้งสอง
“เออ....ตรงนั้นมีรถเข็นขายเครื่องดื่มด้วยใครอยากจะดื่มอะไรเย็นๆ สักหน่อยไหมล่ะ”
“ฉันขอโคล่า”
แฟนรีบรับข้อเสนอของสามีทันทีหันไปทางราเชลพร้อมกับเอ่ยถามว่า
“แล้วเธอล่ะ”
“ขอน้ำส้มก็แล้วกันค่ะขอบคุณ”
“ครับผมโคล่ากับน้ำส้มสำหรับคุณสุภาพสตรี ได้เดี๋ยวนี้เลยครับ”
จอห์นโค้งคำนับล้อๆก่อนที่จะผละจากไป
รอยยิ้มอ่อนๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแฟนขณะที่มองตามร่างสามี ระบายลมหายใจเบาๆก่อนที่จะหันมาทางราเชล
“ฉันชอบจังเวลาที่เขามีอารมณ์อย่างนี้มันทำให้รู้สึกว่าเขายังหนุ่มและฉันก็ยังสาวอยู่มากทีเดียว”
เธอเปล่งเสียงหัวเราะเบาๆคล้ายกับขบขันในความคิดของตนเอง
“แต่ถึงยังไงฉันก็ชอบคิดว่าตัวเองยังเป็สาวอยู่ดีแต่เมื่อไหร่เ้าปีศาจเล็กๆ 4 ตัวนั่น วิ่งเข้ามาในห้องละก็ฉันจะนึกขึ้นมาได้ทันทีว่าเวลานนี้เราอายู 32 แล้ว”
“แต่ฉันคิดว่าเธอไม่ได้เปลี่ยนหรอกนะหน้าตายังอ่อนเหมือนตอนที่เราเพิ่งเรียนสำเร็จกันมาใหม่ๆ นั่นแหละ”
ราเชลยืนยันแต่มิได้เอ่ยถึงเื่ลูกๆ ของแฟนเพราะเธออดที่จะเสียใจไม่ได้เมื่อนึกไปถึงว่าลูกของตนเองไม่มีสิทธิ์ที่จะเกิดมาเลย
“แต่สมัยนั้นฉันคงใส่ชุดแดงอย่างนี้ไม่ได้หรอกนะ”
แฟนพูดปนหัวเราะ
“เพราะมีลูก4 คนเข้า แต่งอะไรก็แต่งได้”
“แหม....เธอใส่ชุดนี้แล้วสวยออก”
ราเชลพูดตามความเป็จริงด้วยน้ำเสียงแข็งขัน
สภาพภายนอกของแฟนตอนนี้เปลี่ยนไปบ้างเรือนผมสีบลอนด์มิได้ปล่อยสยายยาวลงมาจรดเอวเช่นเมื่อครั้งที่ยังสาวอีกต่อไปแต่ถูกตัดเป็บ๊อบสั้น ปัดข้างหน้าเก๋ๆ เรือนร่างที่ผอมบางบัดนี้สมบูรณ์ขึ้นแต่ไม่ถึงกับอ้วน ยังคงรักษาความระหงไว้ได้ และแฟนก็ยังคงเป็คนเดิมทำงานการอย่างคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงและยังดูแลลูกๆ ทั้ง 4 คนได้อย่างดีอีกด้วยแต่ถ้าใครมาเรียกเธอว่าแฟนนี่ละก็ เธอจะโกรธมากเพราะมันเป็ชื่อเล่นที่แฟนเกลียดเป็ที่สุด
“ฉันก็เป็ฉันนั่นแหละสาวบ้านนอกมีลูกตั้ง 4 คน แต่ก็เป็ภรรยาของทนายความผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งแล้วฉันก็ยังเป็กรรมการของสโมสรอีกตั้งกว่า 10 แห่งซึ่งเป็สภาพที่ฉันเคยสาบานไว้เลยว่าในชีวิตนี้จะไม่ยอมทำเป็อันขาดแต่พอมาพบกับจอห์นเข้า ฉันก็มีความรู้สึกว่าทุกวันนี้ฉันจะหาความสุขยิ่งไปกว่านี้เห็นจะไม่ได้แล้วชีวิตมันสมบูรณ์แล้วสำหรับฉันจริงๆ”
รอยยิ้มอย่างเปี่ยมสุขฉายอยู่บนใบหน้า
“บางครั้งฉันก็เคยคิดสงสัยอยู่เหมือนกันนะว่า่วันเวลาเก่าๆ น่ะมันหายไปไหนหมด”
ราเชลเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแววตาเลื่อนลอยเหมือนตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด
“มันมีความรู้สึกคล้ายกับว่าเราเพิ่งเดินทางออกจากรั้วโรงเรียนเมื่อวานนี้เอง พอหมุนตัวรอบเดียว ฉันก็อายุตั้ง32 เข้าไปแล้ว และ....”
เธอเกือบพลั้งปากออกไปแล้วว่า
“อยู่ตัวคนเดียว”
แต่ก็ยังรั้งไว้ได้ทัน
“และกำลังจะเดินทางท่องเที่ยวทางเรือเป็เวลาถึง7 วัน ไปตามลำน้ำ เม็กซิกันริเวียร่า”
แฟนช่วยต่อประโยคนั้นให้จบด้วยเจตนาที่จะเปลี่ยนเื่พูดเสีย เพราะไม่้าเห็นเพื่อนรักหม่นหมองใจ